สายัณห์เผย40สส.ไหลตามอนุทินยินดี-แข่งตามกติกาเพื่อไทยยุ พปชร.ถอนตัวรบ.

‘บิ๊กตู่’ ประกาศชัดเป็นแคนดิเดต นายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ เคลียร์ใจ ‘พี่ป้อม’ แล้วไร้ปัญหา อ้าง พปชร.ไม่เสนอชื่อ แต่ยังอุบเรื่องยุบสภา ‘พีระพันธุ์’ ยันไม่มีชื่อสำรองเป็นนายกฯ ได้อีก 2 ปีก็ไม่มีปัญหา ‘ทีมลุงตู่’ โชว์ตัวพรึบ ‘สายัณห์’ คุย 40 ส.ส.เตรียมย้ายตาม ‘อนุทิน’ ยินดีต้อนรับ ลงแข่งตามกติกา ‘อิทธิพล’ ปัดตอบอยู่กับตู่ หรือป้อม ยันตระกูล คุณปลื้มแพไม่แตก ‘วิษณุ’ แซว รทสช.ดูดสำเร็จ เพื่อไทยยุส่งพปชร. ถอนตัวจากรัฐบาล สับ ‘ประยุทธ์’ เสพติดอำนาจ จี้แก้มาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว.โหวตนายกฯ

เซฟตี้เฟิร์สต์ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ สวมเสื้อชูชีพครบทุกคนลงเรือทำพิธีเปิดระบบเชื่อมต่อระบบรถ-ราง-เรือ ที่ท่าเรือราชินีและท่าเรือบางโพ เขตบางซื่อ กทม. เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.

‘บิ๊กตู่’ชัดแคนดิเดตนายกฯรทสช.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ก่อนเป็นประธานในพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2565 โดยเดินมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยสีหน้าตั้งใจ มีความยาว 24 นาที ว่า วันนี้ทราบดีว่าทุกคนให้ความสนใจกับสถานการณ์ทางการเมือง หลายพรรคการเมืองออกมาเคลื่อนไหวกันเยอะแยะไปหมด และเห็นว่าทุกคนอยากทราบว่านายกฯ จะไปอย่างไรต่อไป วันนี้จากสถานการณ์ ที่ได้ติดตาม มาตลอดเวลาที่ผ่านมาและเห็นถึงความเคลื่อนไหว ของหลายพรรคการเมืองมีการเสนอชื่อผู้ที่จะได้ รับการคัดเลือกเป็นนายกฯของแต่ละพรรค

“ที่ผ่านมานายกฯ ก็พยายามพิจารณา ในเรื่องต่างๆ ด้วยหลักการและเหตุผลมากมายหลายประการ วันนี้ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้เสนอมาแล้วว่ายินดีสนับสนุน นายกฯ คือผมให้เป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ผมจึงจำเป็นต้องทำให้เกิดความชัดเจน เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นจะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ กันไป ให้เกิดความเสียหายหลายอย่างด้วยกัน ผมเคยบอกแล้วว่าในช่วงที่ผ่านมาผมได้รับการ สนับสนุนจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แต่วันนี้พรรคพลังประชารัฐได้ตกลงใจ ที่จะเสนอชื่อหัวหน้าพรรคคือพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯ ไปแล้ว ผมจึงได้ตัดสินใจวันนี้แล้วกัน”

ความจริงได้เตรียมการมาพอสมควรแล้วว่าจะไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ จะได้สบายใจกันและสุดแล้วแต่ประชาชนว่า จะให้การสนับสนุนหรือไม่อย่างไร สิ่งที่ตนต้องตัดสินใจแบบนี้เพราะหลายๆ อย่างที่ตนได้ทำไว้มาอย่างต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา น่าจะได้มีการสานต่อ หากผมสามารถอยู่ได้ในระยะเวลาตามที่กำหนด ในระหว่างนั้น จะได้สานต่อในสิ่งที่ยังค้างคา ยังไม่สำเร็จและยังมีปัญหาอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น

คุย‘บิ๊กป้อม’แล้ว-สัมพันธ์ยังลึกซึ้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ปรึกษาเรื่องดังกล่าวกับพล.อ.ประวิตรหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เรื่องนี้ได้กราบเรียนท่านไปนานแล้ว ว่าผมอาจจะมีความจำเป็นบางอย่าง ก็กราบเรียน ท่านไปหลายครั้งแล้ว จนครั้งสุดท้ายได้ตัดสินใจ ไปแล้วและคุยกับท่านแล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่มีความขัดแย้งอะไรกันทั้งสิ้น อันนี้เป็นเรื่อง การเมืองก็ว่ากันไปตามการเมืองตามระบบประชาธิปไตยก็ว่ากันไป

ต่อข้อถามว่าถือเป็นการจากกันด้วยดี ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมไม่ได้จากกันไปไหน ยังคงพูดคุยกันอยู่เหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร อย่าลืมว่าความสัมพันธ์ ของทหารกับทหารด้วยกันมันลึกซึ้งยิ่งกว่า ผมจบมาก็อยู่ในการดูแลของท่าน และท่านเป็นผู้บังคับบัญชาของผมคนแรกในการที่ผมจบจากโรงเรียนนายร้อย และรับราชการตั้งแต่ร้อยตรี จนกระทั่งอยู่ด้วยกันมาตลอดชีวิต รับราชการมาจนถึงวันนี้ ความผูกพันอันนี้ไม่มีใครลบล้างผมได้ ท่านเองก็รู้สึกเหมือนกันและท่านไม่ได้ว่าอะไร ผมได้บอกท่านว่าท่านจะได้สบายใจเพราะท่านมีแรงกดดันมากมายหลายประการด้วยกัน ซึ่งทุกคน ก็ทราบดีกันอยู่แล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะยังคงจับมือทางการเมืองกับพล.อ.ประวิตรต่อไปใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องการเลือกตั้ง ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง ประชาชน จะเลือกใครเข้ามาวันนี้ยังไม่มีใครรู้ ถึงเวลานั้นสถานการณ์การเมืองที่เรียกว่าการจับคู่ทางการเมืองใครจะเป็นฝ่ายค้านเป็นฝ่ายรัฐบาล ก็เหมือนครั้งที่แล้ว จะมีพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ถ้าคะแนนเสียงมารวมกันได้ และมากกว่าก็จะได้เป็นฝ่ายรัฐบาล ครั้งที่แล้วตนก็มาอย่างนั้นไม่ใช่หรือ

จ่อสมัครเป็นสมาชิกพรรค
ต่อข้อถึงการตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเลขาธิการ นายกฯ เพื่อต้องการให้สนับสนุนเรื่องการเมือง ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่เกี่ยว เขาทำงานกับผมอยู่แล้ว ไม่ได้มองการเมืองอย่างเดียวหรอก” ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า น่าจะต้องสมัคร แต่เมื่อไหร่อย่าเพิ่งถาม ส่วนจะเป็นกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคด้วยหรือไม่ ยังไม่ได้คิดตรงนั้น ต่อข้อถามว่าถึงวันนี้ยังคงเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวที่พรรครวมไทยสร้างชาติเสนอใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้เห็นว่ายังมีคนเดียวล่ะมั้ง แต่อย่าเพิ่งไปถามอะไรล่วงหน้าเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า อีก 2 ปีข้างหน้า หลังจากสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ จะดำเนินต่อไปอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปถามถึง ตอนนั้นเลย “ถามโน่น ถามนี่ ถามโน่นไปนี่ ถามไปเรื่อย แล้วผมจะตอบอย่างไรเล่า” ผู้สื่อข่าว ถามว่าการตัดสินใจนี้ครอบครัวสนับสนุนเต็มที่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็เข้าใจกันละนะ เขาเข้าใจว่าผมทำเพื่ออะไร”

ยืนยันว่าตนพยายามจะทำบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อยให้ได้มากที่สุด และดีที่สุดแต่ทั้งหมดทำคนเดียวไม่ได้ ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนทุกภาคส่วน สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกพรรคการเมือง เลือกส.ส.คือ ท่านต้องดูว่าจะได้ใครเป็นนายกฯ เมื่อเลือกตั้งมาแล้วท้ายที่สุดต้องมารวมคะแนนเสียงกัน เพื่อให้เป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ใครได้มาก็เป็นรัฐบาล และผู้ที่ถูกเสนอชื่อจะได้เป็น นายกฯ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องอนาคต ไม่มีอะไรแน่นอน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน

ไม่เป็นศัตรูพปชร.-อุบเรื่องยุบสภา
ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญที่สุด ขอให้คิดไตร่ตรองให้รอบคอบ มีเหตุและผลมีหลักคิด สมมติว่าอยากได้นู่นนี่แต่เกินขีดความสามารถของรัฐบาล เกินขีดความสามารถ ของงบประมาณที่มีอยู่ ก็จะเดือดร้อน ประเทศจะเสียหาย ขอให้คิดให้ดี เพราะมีประโยชน์โดยรวมและประโยชน์ของแต่ละกลุ่มแต่ละอาชีพ เราต้องเฉลี่ยการใช้จ่ายเงินให้ดี ที่ผ่านมา นายกฯ ใช้หลักการเหล่านี้บริหารงานมา โดยตลอด หลายอย่างดีขึ้น แต่หลายอย่าง ยังคงประสบปัญหาซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยรอบด้วย

“ที่จำเป็นต้องพูดในวันนี้ เพราะเกรงว่า ถ้าไม่พูดจะวิพากษ์วิจารณ์กันไปเรื่อยเปื่อย เห็นใจประเทศของเรากันเองบ้าง ถ้าแตกแยกกันอยู่อย่างนี้ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย วันนี้จำเป็นต้องพูดเพราะดูแล้ว มันแรงขึ้นทุกวัน เราต้องค่อยๆ ลดระดับลง ลดอุณหภูมิลง เพื่อเดินหน้า สู่การเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ซึ่งผมได้ตัดสินใจแล้ว ต้องขอขอบคุณ พรรคพลังประชารัฐในการสนับสนุนให้ผมเป็นนายกฯในครั้งที่ผ่านมา เราไม่ใช่ศัตรูกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้อนาคตทางการเมืองชัดเจนแล้ว รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือ ยุบสภาก่อน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เคยบอกไปแล้วว่า ขณะนี้มีหลายปัญหาที่ยังต้อง ดำเนินการอยู่ ฉะนั้นต้องดูจากเวลาแล้วกัน แต่อย่างไรก็เป็นไปตามกฎหมายคณะกรรมการ การเลือกตั้ง(กกต.) การย้ายพรรคอะไรต่างๆ ต้องดูไม่ให้มีปัญหา ซึ่งต้องหารือกับฝ่ายการเมือง กับพรรคใหม่ และความพร้อมของพรรครัฐบาลด้วย ทั้งนี้ งานหลักของตนคือดูแล ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ขอให้ทำความเข้าใจด้วยว่า หากท่านได้รัฐบาล ตนไม่ขออ้างถึงตน ขอให้ได้รัฐบาลที่ดีๆ ซื่อสัตย์ สุจริต แล้วทำในสิ่งที่เป็นไปได้และถูกต้อง

ว้ากส.ส.ละทิ้งหน้าที่
เมื่อถามถึงสถานการณ์ในสภาผู้แทนราษฎร ที่ยังไม่สามารถพิจารณากฎหมายต่อไปได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาได้พูดไปแล้ว ว่าเป็นเรื่องของส.ส. ถ้ามาประชุมแล้วไม่แสดงตน ไม่ออกเสียง ไม่ลงมติแล้วจะหมายความว่าอย่างไร ท่านได้ทำหน้าที่ของพวกท่านหรือเปล่า แล้วตนจะไป บังคับเขาได้หรือไม่ ในเมื่อได้ขอร้องกันไปแล้ว ทั้งหัวหน้าพรรคก็ฝากไปแล้ว

คณะกรรมการประสานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ก็พยายามไปเชื่อมต่อกับเว็บ ของแต่ละพรรคทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แต่ปัญหายังคงเกิดขึ้นอีก ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือการที่พวกท่านได้กล่าวว่าตนเองเป็นส.ส. ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนก็ต้องทำหน้าที่ของท่าน เมื่อไหร่ที่ท่านทำหน้าที่ ก็ต้องเข้าไปในสภา ถ้าเข้าไปแล้วไม่แสดงตนจะเข้าไปทำไม ขอให้มองกันแบบนี้

‘พีระพันธุ์’ชูแคนดิเดตคนเดียว
เวลา 15.00 น. ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รวมไทยสร้างชาติ พร้อมกก.บห. ได้แก่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง กก.บห. และนายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิกพรรค ร่วมกันแถลงผลประชุมกก.บห. โดยทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า หลังจากนายกฯ ได้ประกาศเข้าร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติ ตนจึงเรียกประชุมกก.บห.เพื่อรายงานให้ รับทราบ ตนได้เล่าที่มาที่ไปให้ฟัง ขั้นตอนจากนี้ไปจะเป็นในส่วนของการสมัครสมาชิกพรรค รายละเอียดจะต้องว่ากันต่อไป พวกเราดีใจ ที่นายกฯ ได้ตัดสินใจมาร่วมงาน เพราะเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าทางการเมืองของประเทศ และตลอดเวลาที่นายกฯ ทำงานมาจะเห็นว่า มีความตั้งใจที่จะทำงานให้ชาติบ้านเมือง ซึ่งตรงกับนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ อยู่แล้ว โดยเฉพาะเพื่อสถาบันหลักของชาติ และมั่นใจว่าจะทำให้ประเทศไทยเดินหน้า ต่อไปได้ในอนาคต

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนของนายกฯ ที่จะมาเขียนใบสมัครเข้าพรรค นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ตนมีเวลาคุยกับนายกฯ ไม่มาก เพราะนายกฯ มีภารกิจต่อ ต่อข้อถามว่าชื่อของพล.อ.ประยุทธ์จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติเพียงชื่อเดียวใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า อันนี้เป็นไปตามข้อบังคับพรรค และกฎหมายเมื่อถึงเวลาต้องมาประชุมกันอีกครั้ง วันนี้ ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ หรือถ้าเรียกภาษาง่ายๆ ว่า “ตกลงลุงตู่อยู่ต่อ”

ไม่มีรายชื่อสำรอง
ต่อข้อถามว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์อยู่ได้อีกเพียง 2 ปีหลังเลือกตั้งจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่เป็น เงื่อนไข 2 ปีเป็นเพียงเงื่อนไขที่บอกว่าห้ามเป็นนายกฯ แต่ไม่ได้ห้ามทำงานการเมือง หรืออยู่กับพรรคการเมือง หรือห้ามรับตำแหน่งใดๆ ที่สำคัญตนคิดว่าคนดีๆ อย่างนายกฯ 1 วัน ก็อยู่ได้ ดังนั้น ไม่ว่านายกฯ จะอยู่กี่ปี ตนคิดว่า สามารถจะฟูมฟัก ช่วยกันสร้างหลักการเมืองดีๆ อย่างพล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาใหม่ได้ การจะอยู่กี่ปี ไม่ใช่เพียงเพื่อจะเป็นนายกฯ เท่านั้น หรืออยู่เพื่อเป็นส.ส. ที่สำคัญคือ สามารถใช้เวลา 2 ปีที่เหลือในตำแหน่งนายกฯ ช่วยกันสร้างนักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องเตรียมชื่อนายกฯ สำรองไว้หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ยังไม่ถึงเวลา วันนี้ที่ประชุมกก.บห.ยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่ทั้งหมดเป็นไปตามข้อบังคับพรรคและกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการแยกกันเดินแล้วจะกลับมาช่วยกันตีทีหลังกับพรรคพลังประชารัฐ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติเพราะฝ่ายค้านไม่ได้มองดีอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ ครั้งหนึ่งในอดีต ฝ่ายค้านก็เป็นรัฐบาล ไม่เห็นจะมีอะไร แตกต่างกัน ถ้าเราใช้ตำแหน่งไปในทางที่ไม่ถูก ไม่ควรหรือผิดกฎหมาย อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ทุกคนต้องรู้บทบาทหน้าที่ ไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน

เมื่อถามว่าเตรียมรับมือกับสมาชิกที่จะไหลเข้าพรรคจำนวนมากอย่างไร นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่มีอะไร เพราะที่ผ่านมาพรรครวมไทยสร้างชาติเดินมาด้วยดี มีผู้แสดงความสนใจมาตั้งแต่อดีตจนถึงขณะนี้ ความจริง ตนไม่อยากพูด เพราะตนไม่ชอบคุย แต่เอาเป็นว่าหากประกาศเมื่อไหร่ไม่น้อยกว่าคนอื่นก็แล้วกัน

‘บิ๊กป๊อก’ยังนิ่ง-ทีมลุงตู่โชว์ตัวพรึบ
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ปฏิเสธตอบคำถามถึงความชัดเจนทางการเมือง ว่าจะเข้าสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติตามพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่

นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า “ตู่อยู่ไหน สายัณห์อยู่นั่น” ผู้สื่อข่าวถามว่า จะยื่นใบสมัคร เข้าพรรคใหม่เมื่อไหร่ นายสายัณห์กล่าวว่า ยื่นตอนที่มีการยุบสภา แต่ถ้าถึงวันที่ 7 ก.พ.2566 ยังไม่ยุบสภา จะลาออกในช่วงเวลานั้น เพื่อให้ คุณสมบัติครบ 90 วัน ก่อนการเลือกตั้ง เมื่อถามว่า มีใครที่จะย้ายตามไปพรรครวมไทย สร้างชาติอีกหรือไม่ นายสายัณห์กล่าวว่า “ก็มี 40 คนนั่นแหละ ผมชัดเจนว่านายกฯ อยู่ไหนผมอยู่นั่น วันนี้นายกฯ ประกาศความชัดเจน อยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ผมก็ประกาศความชัดเจนได้ว่าสมัยหน้าอยู่รวมไทยสร้างชาติ สมัยนี้เราอยู่พลังประชารัฐ จนหมดวาระ”

ด้านน.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัย ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นภาพคู่กับพล.อ.ประยุทธ์ ว่า “ไม่เคยลืมที่มาของการได้เป็นส.ส. ไม่ละทิ้งอุดมการณ์และความตั้งใจ ที่มีแต่การทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะไม่ เดินตามกันไปค่ะ

นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังท้องถิ่นไท(พทท.) กล่าวว่า เมื่อนายกฯ ประกาศความชัดเจน วันนี้ตนจึงพูดได้ว่า จะไปร่วมงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยจะเข้าไปเป็นทีมงาน ยุทธศาสตร์ของพรรค และหวังว่าฐานเสียง ในพื้นที่กทม.ที่มีอยู่จะทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้ง ส่วนพรรคพลังท้องถิ่นไท มีนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่นำพรรคเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง

รายงานข่าวจากพรรคเทิดไท เปิดเผยว่า นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ อดีตผู้ช่วย รมต.ประจำนายกฯ ได้ยื่นใบลาออกจากหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคเทิดไทแล้ว เพื่อไปรวมงานทางการเมืองกับนายกฯ ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่นายเสกสกล ร่วมก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่แรก นอกจากนี้นายเสกสกล ยังมีมวลชนมากจากอดีตหมู่บ้านคนเสื้อแดง ที่มีนายอานนท์ แสนน่าน เป็นทีมงาน

‘เสี่ยหนู’ยินดี-สู้ตามกติกา
ที่จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขอแสดงความยินดีกับพล.อ.ประยุทธ์ เพราะท่านได้แสดงความชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชนได้เห็น จะได้มีตัวเลือกสำหรับ คนที่จะมาเป็นผู้นำของประเทศอีก 1 ตัวเลือกอย่างเป็นทางการ ในความเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต้องเป็นกำลังใจให้ท่าน และในเรื่องการแข่งขัน ทางการเมือง การลงเลือกตั้งหวังว่าท่านจะเป็นกำลังใจให้พวกตนเช่นกัน

นี่เป็นเกมที่มีกติกากำกับอยู่ เราก็เล่นตามกติกา ใครที่ได้รับความเชื่อมั่น ได้รับความเชื่อถือจากประชาชน ก็มาทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองต่อไป และยิ่งมีการแข่งขันยิ่งทำให้ทุกคนต้องขยันที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่น ถึงแม้เราจะแพ้ก็ไม่เสียใจ ถ้าชนะก็มีกำลังใจที่จะทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ วันนี้พรรคภูมิใจไทยก้าวข้ามความขัดแย้งไปแล้ว ที่ผ่านมาทำงานหนักมาตลอด หนักจนต้องย้อมสีผมแล้ว แต่เรามีความสุขที่ได้ทำงาน

เมื่อถามว่าหนูยังช่วยราชสีห์อยู่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า หนูก็ช่วยตัวหนูเอง และสนับสนุนใครก็ตามที่จะมาทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ถ้าถามว่าหนูจะช่วยราชสีห์หรือเปล่า วันนี้ราชสีห์ของหนูตัวนี้ คือ ประชาชน ฉะนั้นถ้าราชสีห์ คือประชาชน หนูตัวนี้จะช่วย จะทำทุกอย่าง ไม่ใช่ช่วยอย่างเดียว แต่จะรับใช้ด้วย

‘จุรินทร์’ย้ำจุดยืนปชป.
ที่จ.พังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์ หลังนำคณะ “จุรินทร์ออนทัวร์” ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่โรงเรียนอ่าวกะพ้อ ต.พรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา ว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไปเป็นสมาชิกพรรค การเมืองเหมือนกับการเปลี่ยนสถานภาพของตัวนายกฯ ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ไม่สามารถคาดคะเนได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พอเห็นภาพคือ พล.อ.ประยุทธ์ต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ นายกฯ อย่างระมัดระวังขึ้น เพราะถ้าท่านสมัครเป็นสมาชิกพรรคเมื่อไหร่ เท่ากับ มีพรรคการเมืองสังกัด ซึ่งมีความชัดเจนแล้วในทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดต นายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะที่ พล.อ.ประวิตร เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ หลังเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์จะมีจุดยืนอย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า ผลการ เลือกตั้งออกมาอย่างไร แล้วถือหลักระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ที่เรายืนหยัด มาตลอด ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นั่นคือ ใครรวมเสียงข้างมากได้คนนั้น เป็นรัฐบาล เสียงข้างน้อยก็ไปเป็นฝ่ายค้าน ส่วนโอกาสที่พรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนั้น คงตอบล่วงหน้าไปไม่ได้ เพราะประชาชนต้องตอบก่อน

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 24-25 ธ.ค. นายจุรินทร์เดินทางไปจ.สกลนคร และพิษณุโลก เพื่อเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 2 จังหวัด และจะทยอยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมกับนโยบายพรรค ที่ตอบโจทย์ประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ประเด็นด้านเศรษฐกิจ และความยากจนที่ยังคง ส่งผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ มั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคจะได้จำนวน ส.ส.มากขึ้นแน่นอน

‘อิทธิพล’ปัดอยู่กับตู่หรือป้อม
ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กก.บห.พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมใหญ่ของพรรคในวันที่ 14 ม.ค.2566 ว่า เท่าที่ทราบจากนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค มีแนวทางที่จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในที่ประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่าแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคควรมี 1 หรือ 3 ชื่อ นายอิทธิพล กล่าวว่า ตามกฎหมาย 3 ชื่อ 2 ชื่อ หรือ 1 ชื่อได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับที่ประชุมต้องเห็นชอบร่วมกัน ชื่อของหัวหน้าพรรค จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่มีใครขัดข้องสงสัยอยู่แล้ว แต่หากไม่ใช่เสนอชื่อเดียว มีชื่อที่ 2 และ 3 ต้องดูว่าจะเป็นใคร ขณะนี้ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ต้องหารือนอกรอบกันก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าบ้านใหญ่คุณปลื้ม ยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ นายอิทธิพลกล่าวว่า เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว และขณะนี้ยังไม่ได้หารือกับนายสนธยา คุณปลื้ม ถึงกระแสข่าวจะไปสังกัดพรรคเพื่อไทย ตอนนี้สถานการณ์ตระกูลคุณปลื้ม ทุกอย่างปกติดี ส่วนข่าวตระกูลคุณปลื้มแพแตก นายอิทธิพลกล่าวติดตลกว่า ไม่มีแพอยู่แล้วเพราะบ้านอยู่ติดทะเล ขณะนี้ยังทำกิจกรรมการเมืองในพื้นที่ตามปกติต่อเนื่อง

ต่อข้อถามว่า นายอิทธิพลจะยังอยู่กับพล.อ.ประวิตร หรือตามพล.อ.ประยุทธ์ ไปสังกัดพรรคใหม่ นายอิทธิพลกล่าวว่า เป็นไปตามที่เคยให้สัมภาษณ์ เมื่อถามว่าจะไม่ทิ้ง พล.อ.ประวิตร ใช่หรือไม่ นายอิทธิพลกล่าวว่า เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว

‘วิษณุ’แซวรทสช.ดูดสำเร็จ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการที่นายกฯ ประกาศเป็น แคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า “แสดงว่าพรรครวมไทยสร้างชาติดูดนายกฯ ได้แล้ว” ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำให้การวางตัวลำบากมากขึ้นหรือไม่ เพราะต้องแยกระหว่างตำแหน่งนายกฯ กับว่าที่แคนดิเดตนายกฯ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้เป็นปัญหา สื่อไม่ต้องทำให้เป็นปัญหา สมัยก่อนนายกฯ สังกัดพรรคการเมืองกันตรงๆ โจ้งๆ เลย ไม่เห็นเป็นปัญหาอะไรเลย แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด จะประกาศหรือไม่ประกาศ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามกฎเกณฑ์เท่านั้น ถ้าสมมติไม่ประกาศแล้วเฉยๆ นิ่งๆ ก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมาย และข้อประกาศของกกต. ระบุอยู่ดีคือ ต้องวางตัว เป็นกลาง

ต่อข้อถามว่า เวลาที่นายกฯ ลงพื้นที่ จะเหมือน มีเส้นบางๆ หรือไม่ โดยเฉพาะการพูดหรือการให้อะไร นายวิษณุกล่าวว่า ต้องระวังเอาเอง มีความชัดเจนแล้วว่าจะอยู่กับพรรคใดก็ให้ระวัง 2 เรื่อง คือ 1.ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ และ 2.ไม่ใช้เวลาของทางราชการ

เมื่อถามว่า ในขณะดำรงตำแหน่งนายกฯ จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทำไมจะไม่ได้ อย่างคนอื่นเขายังเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอยู่แล้ว ไม่ยิ่งกว่าหรือ ดังนั้น ไม่มีอะไรขัดข้องในข้อนี้ เรากลับอยากเห็นนายกฯ เป็น ส.ส.กันไม่ใช่หรือ และคนจะเป็น ส.ส.ต้องเป็นสมาชิกพรรค การเมืองอยู่ดี

ชี้ช่องคว่ำญัตติซักฟอก
นายวิษณุกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นญัตติเปิดอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 26 ธ.ค. ว่า สามารถทำได้ ซึ่งฝ่ายค้านบอกมานานแล้วว่าจะยื่น เป็นการอภิปราย โดยไม่ลงมติ ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นการตีกินทางการเมืองหรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นช่วงปลาย รัฐบาลแล้ว และองค์ประชุมสภาเหลือไม่มาก นายวิษณุกล่าวว่า อย่างไรก็แล้วแต่ ก็อภิปรายไป พูดไป แต่ทําให้องค์ประชุมครบแล้วกัน ถ้าองค์ประชุมไม่ครบก็อภิปรายไม่ได้ ไม่ถือเป็นการประชุมสภา

เมื่อถามว่า แบบนี้จะเป็นการเปิดช่อง ให้ฝ่ายที่ไม่อยากให้องค์ประชุมครบหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขนาดไม่ให้อภิปรายกฎหมาย ยังได้ แล้วทําไมจะไม่ให้อภิปรายทั่วไปไม่ได้ ขณะนี้เหตุขององค์ประชุมไม่ครบมี 2 อย่าง คือ 1.ไม่ครบด้วยกายภาพ คือไม่อยู่ ไปต่างประเทศ จริงๆ หรือป่วย 2.ไม่ใช่โดยกายภาพ แต่โดยเทคนิคกลไกสภา ซึ่งเหมือนกับเวลาประชุม มีองค์ประชุมครบ แต่พอวอล์กเอาต์องค์ประชุม ก็ไม่ครบแล้ว

พท.ยุพปชร.ถอนตัวรัฐบาล
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยอ้างว่าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเคย เสนอชื่อตนเองเป็นนายกฯ ได้ประกาศให้พล.อ.ประวิตร เป็นแคนดิเดตนายกฯ ไปแล้ว ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงการเมืองไทยในกะลาครอบ ถอยหลังลงคลอง อ้างเหตุผลข้างๆ คูๆ ขอฝากถึงพรรคพลังประชารัฐในฐานะ ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงให้เห็นว่าไม่ประสงค์จะช่วยพรรคพลังประชารัฐอีกต่อไปแล้ว ควรแสดงเจตนาถอนตัวจากการเป็นแกนนำรัฐบาล เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่ตนเองเป็นฝ่ายเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดต นายกฯ และจัดตั้งรัฐบาล

การประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมือง ในขณะที่รับรู้กันว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ มาแล้วแปดปี ถ้าจะเป็นนายกฯ อีกก็เป็นได้เพียงสองปี ประชาชนทั่วไปรับรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศมาแปดปี ผลสำรวจของประชาชนตลอดมาก็รับรู้กันว่าเป็นเช่นไร จึงอดคิดไม่ได้ว่าอาจมีการใช้อำนาจแย่งชิงการจัดตั้งรัฐบาล โดยสวนกระแสความต้องการของประชน คล้ายๆ การเลือกตั้งที่ผ่านมา และจะเป็นเรื่องที่ท้าทายต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

คณิตศาสตร์ทางการเมืองขณะนี้มีว่าพรรคการเมืองที่พล.อ.ประยุทธ์จะไปอยู่นั้น จะมีคะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำ ที่จะอ้างความชอบธรรมสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ บางท่านถึงกับวิจารณ์ว่าจะได้ถึง 25 เสียงหรือไม่ กรณีเช่นนี้หนีไม่พ้นว่าจะต้องอาศัยเสียงของ ส.ว.เข้ามาร่วมโหวตให้เป็นนายกฯ ถึงจะได้เป็น จึงขอฝากถึงพรรคการเมือง ทั้งหลายช่วยกันสนับสนุนกรณีขอยกเลิกมาตรา 272 ให้อำนาจการจัดตั้งรัฐบาลมาอยู่ในอำนาจดุลพินิจของพรรคการเมืองด้วยกันเถิด

อัดเสพติดอำนาจ-จี้แก้ม.272
ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์จำเป็นต้องประกาศเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ อาจเพราะจำนนต่อสถานการณ์ หากไม่ประกาศ ส.ส.ก็ไม่กล้าย้ายตาม เมื่อได้ ส.ส.ไม่ถึง 25 คน พรรครวมไทยสร้างชาติไม่สามารถเสนอชื่อนายกฯ ได้

พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 8 ปี ทำประเทศหนี้ล้น ประชาชนหนี้ท่วม อีก 2 ปีที่เป็นนายกฯ ได้ ยังเสพติดอำนาจ ถ้าอยากได้ใคร่มีในเก้าอี้นายกฯ แต่อยู่แล้วสร้างปัญหาต่อ ก่อปัญหาใหม่ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร ใครก็ตาม ที่จะเข้าสู่อำนาจ ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ด้วยกติกาที่เป็นธรรม

ถ้ายังหวังใช้เสียง 250 ส.ว.โหวตเลือก เข้ามาเป็นนายกฯ อีก จะถูกเย้ยหยัน ไร้ศักดิ์ศรี ไม่ได้รับการยอมรับ ขาดความสง่างาม พล.อ.ประยุทธ์ควรส่งสัญญาณให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ปิดสวิตช์ ส.ว. โหวตเลือกนายกฯ เพื่อให้ได้นายกฯ ที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี เป็นที่ยอมรับของประชาชน

สับตั้ง‘พีระพันธุ์’มีวาระซ่อนเร้น
นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่พล.อ.ประยุทธ์มีคำสั่ง แต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเลขาธิการนายกฯ มีคำถามว่า เพื่อเปิดโอกาสสร้างความนิยม ให้พรรคการเมืองในการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ ทั้งยังอาจตีความ ได้ว่าเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ด้วยการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองโดยมิชอบตามที่กำหนด ในมาตรฐานทางจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 186 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2562 หรือไม่

ในฐานะที่ตนเป็นที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร จะให้ข้อมูลและร่วมมือกับกรรมาธิการ เพื่อตรวจสอบ หากเกิดความไม่ชอบมาพากลในการใช้งบประมาณต่างๆ โดยเฉพาะงบกลาง ของรัฐบาลช่วงปลายสมัย เพื่อป้องกันการใช้งบประมาณที่ผิดวัตถุประสงค์ ขัดต่อกฎหมาย และเพื่อปกป้องประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

“ดีลนี้มีเดิมพันด้วยภาษีและประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน น่าเชื่อว่ามีวาระซ่อนเร้นแน่นอน เพราะเลขาธิการนายกฯ อนุมัติ ในเรื่องสำคัญได้หลายเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ควรมีความละอายทางการเมืองบ้าง แต่สังคมคงคาดหวังจริยธรรมจากบุคคลที่เคยเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ที่ฉีกรัฐธรรมนูญ มาแล้วได้ยาก” นายชุมสาย กล่าว

‘สมชัย’เตือนเข้าข่ายครอบงำพรรค
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์นโยบายพรรคเสรีรวมไทย (สร.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ยินดีต้อนรับคุณประยุทธ์ สู่การเป็นนักการเมืองเต็มตัว ดีที่สุดแล้ว สำหรับการประกาศจุดยืนทางการเมือง ไม่อ้อมๆ แอ้มๆ แทงกั๊ก รอให้คนอื่นเตรียมพรมให้พร้อมถึงจะเดินเข้างาน มาปูพรม ด้วยตนเองจะได้ทราบว่ามันเหนื่อยยากอย่างไร

การประกาศว่า ตัวเองพร้อมจะเป็นแคนดิเดต นายกฯ แต่เพียงคนเดียวของพรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค และคณะกรรมการบริหารยังไม่มีมติ และยังไม่มาเชิญอย่างเป็นทางการ ท่านคือคนนอกพรรค จะมากำหนดมติพรรคล่วงหน้าไม่ได้ เข้าข่ายคนนอกครอบงำพรรค มีโทษทางอาญา มาตรา 29 และมาตรา 108 พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง ส่วนกรรมการบริหารพรรคถ้ายอมให้ครอบงำ ก็โทษถึงยุบพรรค มาตรา 28 และ มาตรา 92(3) พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง การจะเข้าการเมือง ศึกษากฎหมายให้ดีด้วย หรือถ้ามีทีมงานกฎหมาย เปลี่ยนใหม่เถอะ อ่อน ขายหน้า

‘ชวน’คุยสภายุคนี้ผลงานมากสุด
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติว่า สภาชุดนี้จะครบ 4 ปี ในวันที่ 23 มี.ค.2566 ซึ่งการอยู่มาครบ 4 ปี ก็ไม่ธรรมดา และเป็นประโยชน์ในเรื่องความต่อเนื่อง เชื่อว่า ตลอด 4 ปี พวกเรามีประสบการณ์ที่ผ่านความยากลำบากมามาก ผ่านการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่ดูเหมือนการติดเชื้อจะลดลง แต่ยังน่าเป็นห่วงอยู่มาก ดูจากตัวเลขผู้ที่ติดเพิ่ม จึงต้องระมัดระวังต่อไปด้วย ท่ามกลางกระแสที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์การเมือง โดยเฉพาะบทบาทส.ส.ในทางลบพอสมควร แต่อยากบอกว่าโดยรวมผลงานในช่วง 3 ปีกว่าถึง 4 ปี ถือว่ามีผลงานมากเป็นพิเศษ ตนอยู่มาหลายสมัย ยอมรับว่าสมัยนี้มีผลงานมากที่สุด เบื้องหลังการทำงานคือเจ้าหน้าที่รัฐสภา และอุปกรณ์เครื่องมือสมัยใหม่ช่วยได้มาก เวลาลงมติ ออกเสียงทีละคน ลดเวลาไปได้ 2-3 ช.ม. โดยไม่ต้องแจกเอกสาร แต่การจะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดยังมีบางคนที่ไม่พร้อม บางครั้งยังต้องใช้คนนับบ้าง

“การประเมินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งแต่ผมเข้ามารับหน้าที่ประธานสภา รัฐสภาได้คะแนนดีขึ้นตามลำดับ และเพิ่มเป็นร้อยละ 99.46 สูงที่สุดในบรรดาหน่วยงานประเภทเดียวกัน เป็นเรื่องที่ต้องพูด เพราะเป็นส่วนหนึ่ง ของการทำงาน โดยใช้วิธีการที่ตรงไปตรงมา ซื่อตรง สุจริต และประหยัด เช่น การปิดไฟ ปิดเครื่องปรับอากาศเอง เปิดช้านิด ปิดเร็วขึ้นหน่อย แค่ 1 ช.ม. ก็ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้มากเป็นล้านบาทต่อเดือน ซึ่งมีผลต่องบประมาณทั้งสิ้น เป็นความเปลี่ยนแปลงในทางบวก อยากให้หน่วยงานอื่นในภาครัฐช่วยปฏิบัติ ในการลดการใช้พลังงานลงด้วย” นายชวนกล่าว

‘บิ๊กตู่-ชวน’มอบคำขวัญวันเด็ก
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 14 ม.ค.2566 ว่า “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี”

ส่วนนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ว่า “ประเทศรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน