เปิดภาพใต้น้ำรล.สุโขทัย หลังจมในทะเลอ่าวไทย ตั้งศูนย์แก้คราบน้ำมัน ‘สังฆราช’มีพระบัญชา วัดสวดมนต์ให้กำลังใจ

กองทัพเรือเจอ ศพเพิ่ม จุดรอยต่อประจวบฯ-ชุมพร เกาะไข่ สรุปยอดเสียชีวิตแล้ว 18 นาย รอพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล 11 นาย สูญหายอีก 11 นาย ทร.เร่งค้นหาต่อ พร้อมตั้งศูนย์จัดการแก้ไขปัญหาคราบน้ำมันที่เกิดจากเรืออับปาง ขณะที่เรือหลวงบางระจัน ใช้โซนาร์ถ่ายภาพเรือหลวงสุโขทัย พบจมอยู่ ก้นอ่าวไทยในสภาพตั้งตรง เตรียมวางแผนกู้เรือ เผยพบร่างผู้เสียชีวิตลอยใกล้บริเวณที่จมด้วย สมเด็จสังฆราช บัญชาคณะสงฆ์ทุกวัดจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์อุทิศและเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เผาแล้ววันนี้ 4 ทหารเรือ

วันที่ 25 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เข้าสู่ วันที่ 7 ของปฏิบัติการค้นหากำลังพล เรือหลวงสุโขทัยที่อับปางในทะเลอ่าวไทย พื้นที่อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยตลอดทั้งวันของเมื่อวานนี้ กองทัพเรือประสานการทำงานกับหลายหน่วยงาน ระดมสรรพกำลังออกปฏิบัติการทั้งทางทะเล และทางอากาศ พบร่างผู้เสียชีวิต 6 ราย ลอยอยู่ในทะเลบริเวณพื้นที่ค้นหาที่ 2 และ 4 เจ้าหน้าที่นำร่างนำส่งมูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถานบางสะพาน

อย่างไรก็ตาม ศพที่ขึ้นฝั่งเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ขณะนี้ทั้ง 6 ศพยังถูกเก็บรักษาไว้ในโรงเย็น ของมูลนิธิราษฎร์ศรัทธาธรรมสถานบางสะพาน โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ร่วมกับ กรมแพทย์ทหารเรือ และฝ่ายปกครองอำเภอ บางสะพานจัดตั้งศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ ส่วนหน้า ที่มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถานบางสะพานอีกครั้ง เพื่อให้การดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว ในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เนื่องจากพบผู้เสียชีวิตหลายศพติดต่อกัน และมีข่าวว่าเมื่อคืน ที่ผ่านมาพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย โดยจะนำเข้าฝั่งในวันนี้ เพื่อตรวจสอบ อัตลักษณ์บุคคลว่าเป็นกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยหรือไม่

พบร่างเพิ่ม – ร.ล.นราธิวาสนำร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุร.ล.สุโขทัยอับปาง ขึ้นฝั่งที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะส่งไปตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ต่อไป ล่าสุดพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย รวม 18 ราย ยังสูญหายอีก 11 เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.

ส่วนแผนการปฏิบัติในวันนี้ยังคงมี เรือหลวงตากสิน เรือหลวงนเรศวร เรือหลวง กระบุรี เรือหลวงนราธิวาส เป็นกำลังหลักในการค้นหา ขณะที่ทีมนักประดาน้ำจากฐานทัพเรือสัตหีบจะนำข้อมูลที่ได้จากการลงสำรวจใต้ทะเลบริเวณจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปางตลอดทั้งวันของเมื่อวานนี้มาประกอบการวางแผนปฏิบัติ

ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยภาพถ่าย จาก Sonar ของเรือหลวงบางระจัน พบว่าเรือหลวงสุโขทัยจมอยู่ก้นทะเลอ่าวไทย ในสภาพตั้งตรงเหมือนจอดอยู่ในทะเล ตามปกติ ซึ่งจะมีการวางแผนกู้เรือในระยะต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจ ภายในตัวเรือได้ เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน แม้จะมีการพบร่างผู้เสียชีวิตลอยใกล้กับบริเวณที่เรือจม

ขณะที่ญาติของผู้สูญหายยังคงมาติดตาม อยู่ที่ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เรือรบหลวงสุโขทัยบางสะพานอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ร.ท.พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่และทีมนักประดาน้ำจากฐานทัพเรือสัตหีบ มีการนำข้อมูลที่ได้จากการ ลงสำรวจใต้ทะเลบริเวณจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปางเมื่อวานนี้มาประกอบการวางแผนปฏิบัติ

หลังจากนั้น พล.ร.ท.พิชัยแถลงข่าว ต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าการค้นหากำลังพลที่สูญหายจากเรือรบหลวงสุโขทัยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 20.00 น. ตรวจพบร่างอีก 2 ร่าง ซึ่งเรือหลวงกระบุรี และเรือหลวงนราธิวาสไปรับร่างและจะนำเข้า ในวันนี้ ส่วนผลการพิสูจน์แล้วก็ยืนยัน อัตลักษณ์ได้ออกมาแล้ว 1 ราย คือพลทหาร วรพงษ์ บุญสาคร ขณะนี้ร่างอยู่ที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจซึ่งจะนำไประกอบพิธีที่สัตหีบ จ.ชลบุรี สรุปขณะนี้พบร่างที่รอพิสูจน์ที่เหลือ 6 ราย และที่กำลังจะนำขึ้นฝั่ง วันนี้อีก 2 ราย

พล.ร.ท.พิชัยกล่าวต่อว่า สำหรับการปฏิบัติในวันนี้ ประกอบกำลังด้วยร.ล.ตากสิน ร.ล.กระบุรี ร.ล.นราธิวาส ร.ล.นเรศวร ต.113 ต.114 อากาศยานกองทัพเรือโดยจะไปโฟกัสเข้มข้น ในส่วนของชายฝั่งจะปูพรมตั้งแต่จุดที่บางสะพานประจวบฯ ชุมพร และ สุราษฎร์ธานี ขอบชายฝั่งทั้งหมด โดยที่ประจวบฯ เช่นเกาะทะลุ ได้จัดเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 312 และป้องกันภัยจังหวัด จำนวน 6 ลำ โดรนของบริษัทลมสิงขร และเจ้าหน้าที่เดินเท้าสำรวจออกค้นหา จากภาพเทียบเรือเกาะทะลุ ผ่านหลังแนวเกาะทะลุซึ่งขณะนี้ปฏิบัติการอยู่ นอกจากนี้ ยังมีกำลังพลเดินเท้าจากมูลนิธิของ จ.ประจวบฯ เรือยาง เรือท้องวี เจ็ตสกี รวมทั้งหมด 14 ลำ ออกค้นหาจากท่าเรือบางสะพานถึงบางสะพานน้อย ค้นหาชายฝั่ง

ส่วนของจ.ชุมพร มีอากาศยานของ ชมรมเพนไฟล์อิ้ง 2 เครื่อง เป็นเครื่องแบบร่ม จะทำให้การค้นหามองแล้วได้ชัดใกล้ชิด สำหรับในทางทะเล มีเรือของกรมทรัพยากร และชายฝั่งนะครับ 312 จำนวน 1 ลำ ป้องกันภัยจังหวัด มูลนิธิ และชุดตรวจ เดินเท้า ออกค้นหาจากหาดแหลมสนถึง อ.ปะทิว ค้นหาบริเวณชายหาด ชายป่า ที่ไม่ค่อยมีผู้คนเข้าไป การค้นหาจากปากน้ำ ชุมพรถึงปากน้ำหลังสวน โดยที่รัศมีการลาดตระเวนจากฝั่ง 5 ไมล์ทะเล ในส่วนของปากน้ำชุมพรไปริมฝั่งหลังสวน

ส่วนชายหาดชายฝั่งอำเภอละแม และอำเภอสวี มีป้องกันภัยจังหวัด มูลนิธิ ชุดเดินเท้าเป็นผู้สำรวจตลอดแนวชายฝั่ง เรือกรมประมง 614 เรือ 613 จะออกค้นหาจากปากน้ำชุมพรถึงปากน้ำหลังสวน ตรงนี้ ก็จะเป็น 2 ลำ จากปากน้ำชุมพรถึงปากน้ำหลังสวน เรือยางของแข็ง 04 เรือยาง 05 ออกค้นหา จากปากน้ำหลังสวนถึงคลองละแม ในระยะ 2 ไมล์จากชายฝั่ง

ส่วนของสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย หน้าหาด ท่าสมเด็จ ท่าชนะ การค้นหาใช้ แอร์โบ๊ต มัดมอเตอร์ เรือท้องวี เจ็ตสกี ทีมกู้ภัยสุราษฎร์ และเรือ 3 ลำ จะค้นหาบริเวณอ่าวบ้านดอนและหมู่เกาะอ่างทองในส่วนการปฏิบัติของหมู่เรือช่วยเหลือที่ 2 ชุดช่วยเหลือที่ 1 ก็ปรับพื้นที่เอาเรือ กอ 114 แล้วก็ 270 ลงหาพื้นที่ที่เกาะสมุย จะทำงานกันอย่างเต็มที่ในทุกวันที่ทำได้ แต่เนื่องจากวันนี้สภาพคลื่นลมค่อนข้างแรงมาก เรือหลวงบางระจัน เชือกขาดได้ขอรับการสนับสนุนจากท่าเรือประจวบ และยางกันกระแทกมาเสริม หากคลื่นลมดีขึ้น ชุดประดาน้ำก็จะปฏิบัติใต้น้ำต่อไป

ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ กองบัญชาการ กองทัพเรือ พระราชวังเดิม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เดินทางมารับฟังการบรรยายสรุปถึงผลการปฏิบัติและการดำเนินการในการค้นหากำลังพลที่ยังคงสูญหายจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง เพื่อติดตามสถานการณ์ โดยมี พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และนายทหารระดับสูง ของกองทัพเรือ ร่วมรับฟังการบรรยายสรุป และตอบข้อซักถาม

ทั้งนี้ รมช.กลาโหม ฝากข้อห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมช.กลาโหมมายังครอบครัวของกำลังพลทั้ง 15 นายที่ยังคงสูญหายว่า ขอให้กำลังใจ ทุกครอบครัว และยืนยันว่าจะดูแลให้ดี พร้อมทั้งขอบคุณกำลังพล และเจ้าหน้าที่ทุกนาย รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ทุ่มเทและมีความระมัดระวังในการปฏิบัติงาน โดยขอให้คำนึงถึงความปลอดภัย พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องการช่วยเหลือเยียวยากำลังพลและครอบครัวที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนการจัดพิธีพระราชทานเพลิงให้กับผู้เสียชีวิตจะดำเนินการประกอบ พิธีให้อย่างสมเกียรติเพราะทุกนายนับได้ว่า เป็นผู้เสียสละซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

ด้านพล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษก กองทัพเรือเปิดเผยว่า ส่วนแผนปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือกำลังพลที่สูญหาย โดยค่ำวานนี้มีการเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 นาย โดยมีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือ ทำให้ล่าสุดคงเหลือยอด ผู้สูญหายจำนวน 15 นาย ซึ่งวันนี้กำลัง ทางเรือและอากาศยานยังคงดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือในพื้นที่ที่รับมอบหมายอย่างต่อเนื่องทั้งบนผิวน้ำและใต้น้ำ โดยแบ่งพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 20 พื้นที่ ในขณะที่พื้นที่ตามแนวชายฝั่ง ก็ยังคง มีการจัดชุดลาดตระเวนทางเท้าในบริเวณ ที่คาดว่าจะมีการพบผู้สูญหาย

สำหรับการตรวจพบคราบน้ำมันลอยขึ้น ในบริเวณจุดที่เรือหลวงสุโขทัยจมนั้น ขณะนี้กองทัพเรือได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องมาจากน้ำมันกองทัพเรือ (ศอ.ปน.ทร.) ขึ้นมาติดตามคราบน้ำมันในทะเล กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เพื่อเตรียมการในการขจัดคราบน้ำมันต่อไป

สรุปการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เวลา 11.00 น. ยอดกำลังพล 105 นาย รอดชีวิต 76 นาย เสียชีวิตรวม 14 นาย จำนวนนี้สามารถระบุชื่อได้แล้ว 6 นาย คงเหลืออีก 8 นายที่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือและอยู่ในกระบวนการของการพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวบุคคล ขณะที่อีก 1 ร่างที่เก็บกู้ร่างขึ้นมาได้วานนี้ ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือและอยู่ระหว่างของการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (1 ร่างนี้ยังไม่ตัดยอดออกจาก ผู้สูญหาย) คงเหลือผู้สูญหาย 15 นาย

ต่อมาเวลา 16.00 น. เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ นำร่างที่พบในทะเล 1 ร่าง โดยเรือรบหลวงนเรศวร ลาดตระเวนพบตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา นำมาส่งให้เรือ ต.113 และส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลงที่สะพาน ท่าเทียบเรือประจวบ ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เรือรบหลวงสุโขทัย อ.บางสะพาน เจ้าหน้าที่ทหารได้จัดรถกู้ภัยเข้าไปรับร่าง นำขึ้นรถกู้ชีพ จัดรถขบวนวิ่ง ออกจากท่าเรือประจวบ ไปยังศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ส่วนหน้าที่มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถานบางสะพาน เพื่อให้ตำรวจจากสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ กรมแพทย์ทหารเรือ และฝ่ายปกครองอำเภอบางสะพาน พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล และตรวจดีเอ็นเอต่อไป

พบศพเพิ่ม – จนท.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทางทะเล จ.ชุมพรเข้าไปรับศพ 1 ใน 2 รายที่ลอยน้ำใกล้เกาะไข่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร ห่างจากจุดเรือสุโขทัยอับปาง 70 ก.ม. ก่อนนำไปพิสูจน์อัตลักษณ์ต่อไป ล่าสุดยังเหลือผู้สูญหายอีก 11 ราย เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.

นอกจากนี้ได้มีรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น.เรือหลวงนเรศวร และเรือ ต.113 พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน ระหว่างรอยต่อจังหวัดประจวบฯ กับ ชุมพร และที่เกาะไข่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งมีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลของกองทัพเรือ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันที่ชัดเจน โดยล่าสุดพบว่ายอดกำลังพล 105 นาย เสียชีวิตรวม 16 นาย รอพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล 10 นาย และสูญหาย 13 นาย

เมื่อเวลา 17.00 น. พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ สรุปการปฏิบัติภารกิจการค้นหาและช่วยเหลือกำลังพลกองทัพเรือ จากเหตุการณ์ เรือหลวงสุโขทัยอับปางว่า ตลอดทั้งวัน เรือและอากาศยาน เก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากน้ำได้รวม 3 ร่าง จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนและกระบวนการในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ของทางนิติเวช ซึ่งศพที่พบทั้ง 3 ราย และคาดว่าจะใช้เวลาพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลโดยการตรวจดีเอ็นเอ ประมาณ 3-4 วัน จึงจะสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ และมีรายงานว่าจากผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล 1 ราย สามารถยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิต ว่าคือ พลทหารวรพงษ์ บุญละคร สังกัดหน่วย บัญชาการต่อสู้อากาศยานทางรักษาฝั่ง

โดยในวันที่ 26 ธ.ค. จะมีการเคลื่อนศพพลทหารวรพงษ์ จากโรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเครื่องบินแบบฟอกเกอร์ของกองทัพเรือ จากกองบิน 6 ไปยังสนามบินอู่ตะเภา จ.ชลบุรี โดยจะเดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาในเวลา 15.00 น. ซึ่งผู้บัญชาการทหารเรือจะเดินทาง ไปร่วมในพิธีรับศพ ก่อนที่จะนำไปประกอบ พิธี ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ

ในเวลา 13.30 น. พล.ร.ต.สมรภูมิ จันโท รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิง พ.จ.อ.สมเกียรติ หมายชอบ ที่เมรุวัดราวนคร ต.คูตัน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

เวลา 13.00 น. ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิง ว่าที่ร.อ.สามารถ แก้วผลึก, พ.จ.อ.อัชชา แก้วสุพรรณ์ และพ.จ.อ.อำนาจ พิมที ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

สรุปการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในเวลา 17.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. ยอดกำลังพล 105 นาย รอดชีวิต จำนวน 76 นาย เสียชีวิตรวม 18 นาย ในจำนวนนี้สามารถระบุชื่อได้แล้ว 7 นาย มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือและอยู่ในกระบวนการของการพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวบุคคล 11 นาย ( 1 ราย ก่อนหน้านี้ที่มีรายงานว่ายังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือนั้น ขณะนี้มีหลักฐานยืนยันแล้วว่าเป็นกำลังพลกองทัพเรือ) คงเหลือ ผู้สูญหายจำนวน 11 นาย

ล่าสุดผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ได้ลงนามในประกาศศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล.เรื่องการประกาศเขตการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เนื่องด้วยในระหว่างวันที่ 18-19 ธ.ค.65 ได้เกิดเหตุเรืออับปางในทะเล 3 ลำคือเรือขนตู้คอนเทนเนอร์ สันทัดสมุทร 2 ได้อับปางลงในตำบลที่ละติจูด 09 องศา 28.699 ลิปดาเหนือลองจิจูด 99 องศา 19 ลิปดาตะวันออก เรือหลวงสุโขทัยได้อับปางลงในตำบลที่ละติจูด 11 องศา 0.39 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 99 องศา 53.94 ลิปดาตะวันออก และ เรือ AnUBhum ได้อับปางลงในตำบลที่ละติจูด 10 องศา 46.41 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 99 องศา 33.56 ลิปดาตะวันออก

ดังนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินเรือและไม่เป็นการกีดขวางการปฏิบัติหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย กับเตรียมการปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันในทะเลที่อาจรั่วไหลออกจากเรืออับปาง จึงได้มีการประกาศเขตการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจำนวน 3 พื้นที่ ในบริเวณ ที่เรือทั้ง 3 ลำ อับปาง จึงขอเรียนให้ทราบโดยทั่วกัน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีค้นหากำลังพล “เรือหลวงสุโขทัย” ที่ประสบภัยจากเรืออับปางกลางอ่าวไทย เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมาซึ่งเข้าสู่วันที่ 6 ของการค้นหา กองทัพเรือระดมยุทโธปกรณ์และสนธิกำลังทุกภาคส่วน ส่งเรือออกค้นหา 6 ลำ พร้อมอากาศยานที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพบก โดยมีการพบร่างกำลังพลแล้ว 7 ราย ซึ่งรายที่ 7 ส่งตรวจอัตลักษณ์ที่นิติเวช ร.พ.ตำรวจ นั้นว่า การชันสูตรเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพิสูจน์ทราบตัวบุคคลว่าเป็นพลเรือหลวงสุโขทัย และมีรายชื่อ ตรงตามเอกสารที่ติดตัวมา หลังจากนี้รอญาติ มาติดต่อรับร่างไปประกอบพิธีกรรม ทางศาสนา นอกจากนี้ตนสั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าเพื่อให้นิติเวชเข้าไปช่วยสนับสนุนดูแลเรื่องการตรวจชันสูตรหลังจากนี้ โดยมีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เป็นผู้กำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทั้งหมด

ด้านสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ประกาศ เรื่อง ให้คณะสงฆ์ทุกวัดจัดพิธีสวด พระพุทธมนต์อุทิศและเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ระบุว่าตามที่เกิดเหตุ เรือหลวงสุโขทัย แห่งราชนาวีไทยอับปาง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และยังสูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อให้เกิด ความวิตกเสียขวัญ ความทราบแล้ว นั้น

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ทรงมีพระบัญชาโปรดให้สำนักเลขาธิการมหาเถร สมาคม แจ้งวัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร ให้คณะสงฆ์พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนร่วมกันจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์อุทิศแก่ ผู้เสียชีวิต และเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ อำนวยสวัสดิมงคล แด่ราชนาวีไทยและราชอาณาจักรไทย เป็นกรณีพิเศษ ณ วันอาทิตย์ที่ 25 ธ.ค. ในเวลาตามที่แต่ละวัดพิจารณากำหนด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน