‘บิ๊กเด่น’สั่งล่าเพิ่ม5คน อัยการสอบ‘พตอ.หญิง’
ตามจับเพิ่มอีก 2 ราย ผู้ต้องหาฟอกเงินคดี ‘ตู้ห่าว’ รวมเป็น 10 ราย เร่งจับที่เหลืออีก 5 ราย ‘บิ๊กเด่น’ ผบ.ตร. สั่งลุยต่อ ชี้หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะรวบรวมหลักฐานยื่นศาลออกหมายจับอีก ส่งตัว ‘พ.ต.อ.หญิง’ เมียตู้ห่าว พร้อมพวกให้อัยการสอบ ขยายผล ขณะที่ ‘ชูวิทย์’ ยังติดใจทำไม ตู้ห่าวไม่ถูกแจ้งข้อหาฟอกเงิน โดนแค่เพียงคดียาเสพติด อีกทั้งพยานหลักฐานก็ไม่แน่นหนา เกรงจะหลุดคดี
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ตำรวจสน.ยานนาวา ควบคุมตัว 8 ผู้ต้องหาคดีตู้ห่าว นักธุรกิจจีนสีเทา มาสอบ ปากคำ โดยมีพล.ต.ต.นครินทร์ สุคันธวิท ผบก.น.6 ร่วมสอบปากคำด้วยเป็นรายบุคคล แบ่งผู้ต้องหาเป็น 2 กลุ่ม ข้อหาฟอกเงิน 5 คน ประกอบด้วย พ.ต.อ.หญิง วัทนารีย์ กรณ์ชาญานันท์ ภรรยาตู้ห่าว, นายฉัตรชัย ลาภอำนวยเจริญ, นายณัฐวุฒิ ศรีอ่อน, นายสิทธิกร ประภาจรัสวงศ์ และนางสุรัสวดี ทองเพิ่มพลอย อีกกลุ่ม 3 คน ข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด และสนับสนุนช่วยเหลือ ประกอบด้วย นางพัชรินทร์ อิทธิวัฒนา หุ้นส่วนตู้ห่าว นายสิทธิพงษ์ ถือสัตย์เที่ยง และนายสิทธิไพบูลย์ คำนิล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีร่วมกันฟอกเงินและคดีนอกราชอาณาจักร อยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุดที่จะรวบรวมสรุปสำนวนคดี จึงมีความจำเป็นต้องนำตัวผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินมาสอบสวนขยายผล เพื่อพิจารณาต่อไปว่าเข้าข่ายเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่ การสอบปากคำในวันนี้เป็นการสอบปากคำโดยคณะทำงาน ชุดใหญ่ มีอัยการเป็นหัวหน้าชุดทำงาน พนักงานสอบสวนบก.น.6 และฝ่ายสอบสวนบช.น. ร่วมบันทึกผลการสอบด้วย
ที่บช.ปส. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติ ประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่าอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร เนื่องจากพฤติการณ์เข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุด จึงมีคำสั่งออกมา 2 ส่วน 1.ตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล ที่มีรองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทำงาน จะมีพนักงานอัยการเป็นหลัก ผบช.น.เป็นหนึ่งในคณะทำงาน อัยการสูงสุด และตนเป็นที่ปรึกษา วางแนวทางการทำงานให้เกิด ความรอบคอบและมีประสิทธิภาพ และ 2.ตั้งพนักงานสอบสวนมีบช.น.เป็นหลัก คณะทำงานมาจากบช.ปส. บช.สอท. และบช.ก. ร่วมสอบสวนกับพนักงานอัยการอีกหนึ่งทีม
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่าเราดำเนินการมาจนศาลอนุมัติออกหมายจับ 15 หมายจับ ต่อมาวันที่ 24 ธ.ค. จับกุมพ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ ภรรยาตู้ห่าว และหุ้นส่วนโรงแรม กับพวกรวม 8 ราย ล่าสุดวันที่ 25 ธ.ค. จับผู้ต้องหาคดีฟอกเงินเพิ่มอีก 1 คน ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี รวมเป็น 9 ราย และเร่งติดตามจับกุมอีก 6 คนตามหมายจับ ที่เหลือ โดยทั้ง 15 หมายจับแยกเป็นข้อหาฟอกเงิน 7 หมายจับ สมคบคิดกระทำ ผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ฟอกเงิน องค์กร อาชญากรรมข้ามชาติ และสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิด 8 หมายจับ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมก็มีแนวโน้มว่าจะขอออกหมายจับต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าใน 8 หมายจับมีหลานชาย ตู้ห่าวรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่าทราบว่าผู้ต้องหารายนั้นหนีออกนอกประเทศตั้งแต่วันแรก หมายจับที่จับกุมล่าสุดเป็นหมายจับใหม่ อาจแจ้งข้อกล่าวหา เพิ่มเติมส่วนหนึ่ง และอยู่ในเรือนจำส่วนหนึ่ง ส่วนการแจ้งข้อหาฟอกเงินแก่นาย ตู้ห่าวนั้น จะต้องถามพนักงานสอบสวนอีกครั้ง

ส่งอัยการ – ตร.สน.ยานนาวา คุมตัวพ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ กรณ์ชายานันท์ เมียของตู้ห่าวไปให้อัยการสอบปากคำที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนบรมราชชนนี ตลิ่งชัน ล่าสุดจับกุม ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินได้เพิ่มอีก 2 ราย รวมแล้ว 10 ราย เมื่อ 25 ธ.ค.
ค่ำวันเดียวกัน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการพล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทอง ออย รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ ธนศุภณัฏฐ์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ธนากร จอมเกาะ สว.กก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่จับกุมนายชุติพนธ์ จันทร์ชัยธนาธิป อายุ 55 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ที่ริมถนน ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง หนึ่งในผู้ต้องหาร่วมแก๊งตู้ห่าว
สอบสวนนายชุติพนธ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้าให้กับคนจีน รู้จักคนจีนเพราะไปติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ร้านจินหลิง และไม่รู้เรื่องเงินที่ผ่านเข้ามาในบัญชี
วันเดียวกัน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าของสถานบริการบันเทิง แถลงว่าน่าสงสัยว่าตำรวจตั้งใจทำสำนวนคดีตู้ห่าวให้อ่อน และขอผบ.ตร.เปลี่ยนตัวผบช.น.โดยด่วน มิฉะนั้นจะถูกเขย่าเก้าอี้ เนื่องจากสำนวนคดีนี้มันเน่า แม้จะส่งให้อัยการสูงสุดดูแล แต่เมื่อกระบวนการเละเทะตั้งแต่วันแรกก็อาจทำให้คดีมีจุดจบแบบคดีหลงจู๊ที่ศาลยกฟ้อง
นายชูวิทย์กล่าวว่าจนถึงขณะนี้นายตู้ห่าว ยังไม่ถูกแจ้งข้อหาฟอกเงิน โดนเพียงแค่คดียาเสพติด ซึ่งพยานหลักฐานคดียาเสพติดก็ไม่แน่นหนา พยานบุคคลเป็นคนจีน 2 คน แม้ให้การเป็นประโยชน์ในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ในชั้นศาลเชื่อว่าน่าจะกลับคำให้การ ไม่มีทางซัดทอดชาวจีนด้วยกันแน่นอน ส่วนพยานที่เหลือบางส่วนถูกปล่อยตัว และออกนอกประเทศไปอยู่กัมพูชาหมดแล้ว เหลือเพียงพยาน หลักฐานว่านายตู้ห่าวออกเช็คจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และเป็นผู้เช่าสถานที่ ซึ่งก็ไม่ได้ชี้ว่านายตู้ห่าวเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถ้านายตู้ห่าวหลุดคดียาเสพติด ก็เท่ากับหลุดคดีทั้งหมด
อดีตเจ้าของสถานบันเทิงคนดังกล่าวอีกว่าส่วนกรณีนางพัชรินทร์ หนึ่งใน ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินที่ถูกจับกุมไปแล้วนั้น ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่านางพัชรินทร์รับโอนเงินกลับไปมา เสมือนเป็นตัวแทนนายตู้ห่าว และปลายทางเงินไปหยุดที่บริษัทแห่งหนึ่ง เรื่องนี้เหตุใดตำรวจจึงไม่ทราบ ทั้งที่เรียกสอบปากคำนางพัชรินทร์หลายต่อหลายครั้ง เพราะฉะนั้นจึงตั้งข้อสงสัยว่าดีเอสไอที่มาสืบสวนคดีทีหลังถึงได้รู้ แต่ทำไมตำรวจสืบสวนมานานกลับเพิ่งออกหมายจับ หลังผ่านมา 2 เดือน