แย่งตั้งอธิบดีฝนหลวงรทสช.เปิด‘สามสี-ชัช’รัฐบาลทุ่ม2.6พันล้านอัดเพิ่ม-เงินบัตรคนจน

ครม.อนุมัติงบกลาง 2.6 พันล้าน เติมเงินบัตรคนจน ถกเดือดปมตั้งอธิบดีกรมฝนหลวง ‘ป้อม-อู๊ดด้า’ ต่างก็อ้างเป็นโควตาพรรคตัวเองจนนายกฯ ต้องตัดบท สั่งเลื่อนพิจารณา ‘ตู่’ ยัวะไม่เลิกฉายา ‘แปดเปื้อน’ โวย ‘ดอน’ ยังโดนเรื่องจัดเอเปค ใครจะไม่โมโห ‘วิษณุ’ บอกชินแล้ว ส่วนจุรินทร์ยอมรับได้ บอกครั้งนี้ถือว่าเบามาก รวมไทยสร้างชาติเปิดตัว ‘ไตรรงค์-ชุมพล-ชัช’ ลั่นไม่มีใครเหมาะเป็นนายกฯ เท่าประยุทธ์ ‘ธนกร’ รับจีบ ‘สามมิตร’ ร่วมงาน ‘สมศักดิ์’ ชี้ยังไม่ถึงเวลาพูด พปชร.เปิดตัว 10 ผู้สมัคร ‘คิง ก่อนบ่าย’ ตลกดังชู ‘ป้อม’ นายกฯ คนที่ 30 ‘สุดารัตน์’ นำทัพบุกร้อยเอ็ด สัมมนาว่าที่ผู้สมัครอีสาน 100 เขต

‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’งดจ้อ
เวลา 13.10 น. วันที่ 27 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตอบคำถามเพียงสั้นๆ กรณีป.ป.ช.และตำรวจจะแถลงข่าวจับกุมอธิบดีกรมอุทยานฯ ว่า ให้ไปฟัง จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณี ซีอีโอกองสลากพลัสทุ่ม 67 ล้านบาทซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลอาเซียนคัพ กรณีเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ที่ยังไม่เข้าครม. นายกฯ เดินหน้านิ่งไม่ตอบคำถาม ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะสอบถามอีกว่าวันนี้จะไม่แถลงหรือ นายกฯ กล่าวว่า ให้รอฟังแถลงของโฆษก

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามอีกว่าดูเหมือนนายกฯ กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะแข่งกันเองในการตั้งพรรคทำการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้า พปชร. ก็ไม่ตอบคำถามประเด็นการเมืองต่างๆ เช่นกัน ทั้งเรื่องฉายาที่สื่อมวลชนตั้งให้ และท่าทีที่พล.อ.ประยุทธ์ที่ประกาศร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะแข่งกันในสนามเลือกตั้งหรือไม่ โดยพล.อ.ประวิตรเดินแหวกวงสื่อมวลชนเพื่อขึ้นรถยนต์ออกจากทำเนียบทันที

วิษณุชี้เครื่องจักรซักล้างเสีย
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงฉายา “เครื่องจักรซักล้าง” ที่สื่อมวลชนประจําทำเนียบตั้งให้ประจำปี 2565 ว่า “ไม่รู้สิ” เมื่อถามว่าถูกใจหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “เฉยๆ ชิน แต่เครื่องจักรมันเสีย ถอดปลั๊กไปแล้ว”

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงฉายาวันทอง 2 ป. ว่า ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีบางคน อย่างน้อยถือเป็นการให้ข้อคิดกับเราว่าสิ่งที่ทำมามีจุดไหนที่สื่อมวลชนสนใจ ตนไม่ได้มีปัญหาเพราะเป็นข้อเท็จจริง ที่ตนทำงานให้ทั้งพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ตนทำงานกับทั้ง 2 คน เพราะรักและผูกพันกัน ไม่ได้คิดว่าต้องแบ่งแยกอะไรกัน เมื่อถามว่าหากต้องเลือก 1 ป.จะเลือกอยู่กับใคร นายชัยวุฒิกล่าวว่า ถึงเวลาเลือกตั้งค่อยว่ากันอีกที ย้ำว่าแม้ในรัฐบาลหน้ายังอยู่กับพล.อ.ประวิตรแต่ก็ยังให้การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เพราะทั้ง 2 คนเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ส่วนฉายานายกฯ แปดเปื้อนก็เหมือนเสื้อผ้าใช้ไปนานหลายปีก็มีรอยเปื้อนบ้าง แต่ไม่ใช่รอยเปื้อนที่เกิดจากความผิดพลาดอย่างตั้งใจ นายกฯ ตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมือง ฝากให้ความเป็นธรรมด้วย

จุรินทร์ไม่โกรธ-ประกันไรได้
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงฉายา “ประกันไรได้” ว่า ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นเรื่องดีที่ช่วยประชาสัมพันธ์การประกันรายได้ของปชป. ที่ผ่านมาก็ต้องถือว่าทำได้ไว ทำได้จริง ประสบความสำเร็จ เห็นผลงานเป็นรูปธรรมภายในเวลาไม่ถึง 4-5 เดือน ขอร่วมรัฐบาลก็สามารถจ่ายเงินส่วนต่างได้ทันที ทั้งข้าว ยาง ปาล์ม รวมถึงผลไม้อื่นๆ ซึ่งก็จะมีมาตรการเชิงรุกต่อไป ขอบคุณที่ช่วยประชาสัมพันธ์

เมื่อถามว่ามองว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมือง นายจุรินทร์กล่าวว่า ก็ปกติ เราเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีปัญหาที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เมื่อถามว่าชินแล้วกับฉายาที่นักข่าวตั้งให้ นาย จุรินทร์กล่าวว่า ยิ่งกว่าชินแล้ว ครั้งนี้ถือว่า เบามาก เมื่อถามว่ามีการมองการตั้งฉายาของสื่อเหมือนบูลลี่ปมด้อยแต่ละคน นายจุรินทร์กล่าวว่า ปีหนึ่งก็ให้โอกาสน้องๆ สื่อสักครั้งหนึ่ง เขาจะได้มีความสุข ไม่มีปัญหาอะไร จะบอกเป็นกระจกก็ได้ กระจกบานหนึ่ง เพราะประเทศมีกระจกหลายบาน เมื่อถามว่าไม่โกรธไม่เคืองกันใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า “โธ่ จะไปโกรธทำไม”

อนุทินไม่ให้คะแนน‘ภูมิใจดูด’
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงฉายา “ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย” ว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่แรงจะเป็นข่าวหรือไม่ เป็นสีสัน มั่นใจผู้สื่อข่าวไม่ได้จริงจังอะไร เมื่อถามการให้คะแนนฉายา “ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย” นายอนุทินหัวเราะ ก่อนตอบว่า “ไม่ได้เรต”

เมื่อถามกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เปิดหน้าลงพื้นที่เป็นนักการเมือง ทำให้กระแสพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ดีขึ้น ภท.กังวลหรือไม่ นายอนุทินมองว่า ต่างคน ต่างแข่งขันกัน ต่างทำความดี ทำเพื่อประโยชน์ประชาชน ภท.ก็มีทิศทาง มียุทธศาสตร์ของพรรค อย่าไปมองว่าเป็นการห้ำหั่นกัน นายกฯก็เป็นนายกฯเข้าปีที่ 8 แล้ว ถือเป็นนักการเมืองตั้งแต่รับตำแหน่งนายกฯแล้ว

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะเปิดตัวบิ๊กเนมอีกหรือไม่ เพราะภท.มีดีลไว้หลายคน นายอนุทินกล่าวว่า คงเป็นไปตามขั้นตอน เราไม่ได้ปิดกั้นอะไร เราเปิดกว้างไม่ได้ปิดประตูใส่ใครแม้แต่คนเดียว ปีหน้าก็มีการเลือกตั้ง เป็นเรื่องใหญ่ คิดว่าช่วงเวลา 5-6 เดือน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง

ย้ำพร้อมเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
เมื่อถามว่า การที่นายกฯเปิดตัวเป็นนักการเมือง โอกาสที่จะได้รัฐบาลเดิมมีมากน้อยแค่ไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ดูที่ผลการเลือกตั้ง ถ้าคุยกันไว้ว่าจะจับมือกันเป็นขั้วนี้แต่หากคะแนนไม่พอจะทำอย่างไร ประชาชนคือ ผู้ตัดสินวิถีทางและอนาคตพรรคการเมือง หากประชาชนเลือกขั้วรัฐบาลปัจจุบันเกินกึ่งหนึ่งคงเดินหน้าต่อ แต่ต้องให้ผ่านพ้นหลังการเลือกตั้งไปก่อน

ภท.มีแนวทางอยู่แล้วคือต้องการขยับเป็นพรรคขนาดใหญ่ เราต้องเป็นผู้กำหนดเกมบ้าง ไม่ใช่เป็นพรรคที่คอยไปดูว่าพรรคอื่นทำแล้วเราจะขอไปร่วม วันที่เปิดพรรคก็มีความพร้อมให้เห็น มีสมาชิกสมัครมากมาย ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ที่ลาออกมาร่วมงานกับพรรค ยืนยันพร้อมเป็นแกนนำ ส่วนเลือกตั้งหน้าจะจองเป็น แกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคมีความพร้อมทำงานให้บ้านเมือง

คาดตู่สมัคร‘รทสช.’หลังปีใหม่
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการ นายกฯ และหัวหน้า รทสช. กล่าวถึงกระแส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม จะสมัครเป็นสมาชิกพรรครทสช. วันที่ 29 ธ.ค.นี้ว่า ช่วงนี้นายกฯ มีวาระงานคิวแน่น ส่วนจะสมัครเมื่อไรนั้นคาดว่าจะเป็นหลังปีใหม่

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว ตนและนายนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน คงไม่ไปเปิดตัวกับ รทสช. ในวันที่ 28 ธ.ค. ตามที่มีกระแสข่าว เพราะขณะนี้ยังเป็นส.ส.พปชร. แต่ย้ำว่าพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ตรงไหนตนก็อยู่ตรงนั้น และหากมีโอกาสได้ไป รทสช.ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในพรรคมอบหมายให้รับผิดชอบงานใด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้เพราะตนเป็นคนจ.นครศรีธรรมราช และลงพื้นที่อยู่ตลอด ส่วนนายกฯขณะนี้ชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่รอ กระบวนการทางกฎหมาย

นายธนกรกล่าวยอมรับว่า ได้ชวนกลุ่มสามมิตร ทั้งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.พลังงาน และนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ไปร่วมงานกับ รทสช.หลายครั้ง เพราะอยากให้มาช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทั้ง 3 คน เพราะเป็นผู้ใหญ่ต้องพิจารณาทุกมิติ

สมศักดิ์ยังกั๊ก-3มิตรย้ายตามตู่
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์ พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนของกลุ่มสามมิตร หลัง พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศไปอยู่ รทสช. ข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจหรือยังว่า ข้อมูลมีเพิ่มขึ้น แล้วจะให้ตนตัดสินใจอย่างไรเพราะผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่ด้วยและบริหารงานด้วยก็เป็นที่เคารพรักทั้งนั้น หากพูดอะไรไปการงานที่ทำอยู่อาจเกิดความอึดอัดใจ ฉะนั้นอย่าให้ตนพูดเลยว่าจะตัดสินใจอย่างไร ตนมีแนวทางที่สามารถทำงานให้ผู้ที่เลือกและสนับสนุนตนได้ เวลานี้ขอให้ได้ทำงานในหน้าที่ รมว.ยุติธรรม ใครจะขยับหรือพูดว่ารักใครชอบใครแต่ตนมีมาตรฐานของตัวเอง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องพูด เมื่อถามว่าต้องใช้เวลาอีกนานไหม นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนเคยระบุแล้วว่าถ้ารัฐบาลอยู่ครบเทอม เส้นตายการขยับขยายคือ 7 ก.พ.66 ซึ่งถือเป็นรถรางเที่ยวสุดท้าย แต่ตนไม่ได้ร้อนรนขนาดนั้น ยังมีเวลาอยู่

เมื่อถามว่านายสมศักดิ์และนายสุริยะ ไม่มีทางแยกกันใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันอย่างเป็นทิศเป็นทางเดียวกัน ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปหรือไม่ไป เมื่อถามว่าแต่ถ้าไปจะไปด้วยกัน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีแต่ ถึงเวลาค่อยตัดสินใจกัน ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ เมื่อถามถึงกรณีนายธนกร ระบุจะจีบนายสมศักดิ์ไปอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ต้องจีบ ตนรู้จักคนในรัฐบาลอยู่แล้ว เมื่อถามว่าการตัดสินใจสุดท้ายมีโอกาสพลิกขั้วหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่มี

เปิดตัว – พรรครวมไทยสร้างชาติเปิดตัวสมาชิกวีไอพี 3 คน ทั้งนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี, นายชุมพล กาญจนะ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ และนายชัชวาลล์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังท้องถิ่นไท เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.

รทสช.เปิดตัวสามสี-ชุมพล-ชัช
เวลา 15.00 น. ที่ทำการ รทสช. มีการแถลงเปิดตัว นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษา นายกฯ นายชุมพล กาญจนะ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี ปชป. และ 3.นายชัชวาลล์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน อดีตประธานที่ปรึกษาพรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) ทั้ง 3 คน ลงนามเป็นสมาชิกพรรค พร้อมสวมเสื้อพรรค

นายพีระพันธุ์กล่าวต้อนรับว่า ดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผู้อาวุโสทั้งทางการเมืองและมีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ ตัดสินใจมาร่วมทำงานการเมืองกับ รทสช. และเป็นพี่เลี้ยงให้พวกเรา ต่อไปต้องเป็นการเมืองของคนทุกรุ่น รุ่นใหม่ รุ่นเก่าต้องมาช่วยกันนำความรู้ประสบการณ์ในอดีต รวมถึงแนวทางความคิดของคนรุ่นใหม่มาร่วมกัน

นายไตรรงค์กล่าวว่า ตนก็ตื่นเต้น ตนลาออกจากสมาชิกปชป. ใครๆ ก็ต้องการมีลมหายใจของตัวเอง ไม่ต้องเกรงใจใคร มี 7-8 พรรคที่อยากให้ตนไปร่วมงาน ส่วนนายกฯตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจแบบไม่รับเงินเดือน เพราะไม่อยากเป็นขี้ปาก จากที่พูดคุยความทุกข์ของนายกฯรวมกับตนมี 3 เรื่องที่จะต้องจัดการโดยเร่งด่วน 1.เร่งปัดกวาดประเทศให้สะอาด การทุจริตคอร์รัปชั่นทุกวงการมากกว่าในอดีตมาก 2. แก้ปัญหาความยากจน และ 3.ความไม่สงบ ปฏิรูปการศึกษาให้เด็กรุ่นใหม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไม่ให้ใช้ซูเปอร์เพาเวอร์มาปั่นหัวเด็ก ต้องทำภายใน 2-3 ปี พร้อมยืนยันด้วยว่า รทสช. ไม่ใช่ปชป.สาขา 2 จะผลักดันนโยบาย 3 ด้านคือ สะอาด สว่าง และสงบ ขณะนี้ยังไม่มีใครมีบารมีซื่อสัตย์สุจริตนอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะปฏิรูปประเทศให้เป็นจริง

ชัชชูกาสิโนถูกกฎหมาย
นายชัชวาลล์กล่าวถึงเหตุผลที่ย้ายพรรคว่า เพราะมีจุดประสงค์ทำให้คนยากคนจน ตนตั้งใจว่าจะให้เด็กเรียนหนังสือฟรี คนยากจนปลดหนี้หมดสินได้ จึงคิดพรรคตนพรรคเดียวยังไม่ใหญ่พอที่จะทำได้ขนาดนั้น จึงต้องมาขอร่วมงานกับรทสช. เช่นให้เด็กเรียนฟรีอนุบาลจนปริญญาตรี ด๊อกเตอร์ ชาวไร่ชาวนาเป็นหนี้เป็นสิน เอานโยบายกาสิโนมาให้ถูกกฎหมายและเอาภาษีมาใช้หนี้ให้เขา

ด้านนายชุมพลกล่าวว่า การมาอยู่จุดนี้ตนมีความสุขที่จะทำให้คนรุ่นใหม่และรุ่นเก่าผลักดันนโยบาย ตนชื่นชอบนายกฯเป็นส่วนตัว เราสรรหาผู้นำที่เป็นคนใจซื่อมือสะอาด ตนติดตามดูนายกฯคนนี้มาหลายปีแล้วท่ามกลางวิกฤต บ้านเมือง เข้ามากอบกู้ไปได้มากพอสมควร ส่วนที่เคยเป็นคู่แข่งนายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกอบจ.สุราษฎร์ธานี แกนนำรทสช.นั้น ผู้ใหญ่พาไปทานข้าวที่บ้านตนแล้ว ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ใจเพราะพูดคุยกันเรื่องบ้านเรื่องเมืองอย่างเดียว ยืนยันไม่มีการฮั้วการเลือกตั้ง ไม่มีการแบ่งเขต แบ่งคนละครึ่งในจ.สุราษฎร์ฯ

พลังท้องถิ่นไทส่อล้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสภาว่า การลาออกของ ส.ส. ล่าสุดมีผู้มายื่นใบลาออกอีก 2 คน คือ นายชัชวาลล์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายนพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บญชีรายชื่อ พทท. เมื่อ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส.ทันที

นายนพดลให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ลาออกว่า เมื่อนายชัชวาลล์ลาออกจาก พทท.ตนต้องลาออกตามเพราะไม่สามารถตอบคำถามสมาชิกพรรคได้ ทิศทางการเมืองของตนขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ และยังไม่ตามนายชัชวาลล์ไป รทสช. “ผมยังไม่ตัดสินใจว่าจะเล่นการเมืองต่อหรือพักผ่อน ส่วนพรรคพลังท้องถิ่นไทขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะเลิกทำพรรคแล้ว” นายนพดลกล่าวและว่า เมื่อ 2 ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลาออกจะมีผลให้ต้องเลื่อนผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคขึ้นมาเป็นส.ส.แทนถือเป็นการตอบแทนบุคคลที่ทำงานให้พรรคมาตลอด

พปชร.เปิดตัว 10 ผู้สมัคร
เวลา 16.30 น. ที่ทำการ พปชร. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง เลขาธิการพรรค และนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ใน 5 จังหวัด 10 คน ที่น่าสนใจคือ ที่จ.ประจวบฯ มีการเปิดตัว นายณภัทร ชุ่มจิตตรี หรือ คิง ก่อนบ่าย เป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 1

นายสันติกล่าวว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 5 จังหวัด ยืนยันว่า พปชร.มีนโยบายที่เข้มแข็ง เหมือนที่ พล.อ.ประวิตร มุ่งมั่นที่จะพัฒนาบ้านเมือง ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เพิ่มศักยภาพให้เยาวชน มีนโยบายเกี่ยวกับพัฒนาสตรี ดูแลผู้สูงอายุ ให้ พปชร.เป็นที่มุ่งหวังของประชาชน และเป็นแกนนำพัฒนาประเทศให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ทำเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ชูป้อมนายกฯคนที่ 30
นายไพบูลย์กล่าวว่า วันนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จะยังมีการเปิดตัวอีกหลายครั้ง “เรามุ่งมั่นที่จะเห็นประเทศไทยหลังการเลือกตั้งปี 66 มีนายกฯ คนที่ 30 ของ พปชร. เพราะท่านมีทั้งบารมี ความสามารถ เป็นผู้ใหญ่ใจดี เป็นที่ยอมรับของทุกพรรค และส.ว. ที่สำคัญห่วงใยประชาชน ไม่มีความขัดแย้งกับใคร มีแต่ความรักความเมตตา พร้อมหวังว่าหลังการเลือกตั้งปี 66 จะเป็นนายกฯ คนที่ 30”

ทั้งนี้ ภายหลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้า พปชร. เขาร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ช่วงเช้า ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงฉายา “ลองนายก” พล.อ.ประวิตร เอามือปัดผู้สื่อข่าว พร้อมอุทานว่า “ไม่มี ถามอะไรเล่า วันนี้มาทำบุญ”

เมื่อถามว่า รทสช. ประกาศจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบคำถาม เดินทางกลับออกไปทันที

สู้ศึกอีสาน – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และ แกนนำพรรค พร้อมผู้สมัคร ส.ส.ในภาคอีสาน กว่า 100 คนของพรรคทุกเขต ร่วมสัมมนา “กลยุทธ์สู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะมาถึง” ที่จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.

หน่อยนำทสท.บุกร้อยเอ็ด
ที่จ.ร้อยเอ็ด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พร้อมนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรค นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานยุทธศาสตร์บริหารพื้นที่ พร้อมคณะผู้บริหารพรรค เช่น นายประวัฒน์ อุตตะโมช นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น และผู้สมัคร ส.ส.ในภาคอีสานกว่า 100 คน ร่วมสัมมนา “กลยุทธ์สู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะมาถึง” อย่างพร้อมเพรียงทุกเขต

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวกับผู้สมัครว่า ภาคอีสานเป็นภาคที่ใหญ่ที่สุด มีประชากรมากที่สุด พี่น้องขยันทำมาหากินที่สุด อดทน และซื่อสัตย์ที่สุด แต่กลับยากจนและยังขาดโอกาส ทสท.จึงมีนโยบายทำให้คนตัวเล็ก โดยเฉพาะภาคอีสานหายจนหมดหนี้ให้ได้ภายใน 3 ปี ซึ่งพรรคประกาศนโยบายไปแล้วว่าจะดูแลตั้งแต่เกิดจนแก่ ให้มีรายได้พอเพียง อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ได้มอบแนวทางและภารกิจแก่ผู้สมัครในภาคอีสาน โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายบำนาญประชาชน พรรคได้ส่งร่างกฎหมายให้ประธานสภาและพร้อมให้ทุกคนมาลงชื่อได้แล้ว ที่ภาคอีสานมีผู้สนใจสมัครเป็นเครือข่ายบำนาญประชาชนรวมแล้วกว่า 1,500,000 คน พรรคมีเป้าหมายให้ได้ 5 ล้าน คนก่อนเลือกตั้ง

ด้านนายสิทธิชัยกล่าวว่า มั่นใจ ทสท.จะได้รับความไว้วางใจ ปักธงในภาคอีสานได้เป็นจำนวนมาก

ตู่บ่นอุบ-ยังฉุนฉายาสื่อตั้ง
รายงานข่าวจาก ครม.แจ้งว่า ช่วงหนึ่งของการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ปรารภตอนหนึ่งถึงนโยบายหาเสียงของบางพรรคว่า จะหาเสียงอะไรช่วยดูงบประมาณด้วย ใครเป็นนายกฯ หรือรัฐบาลต่อปวดหัวแน่นอนถ้าหาเสียงแบบนี้ ตนก็เข้าใจและอยากดูแลประชาชนเหมือนกัน แต่บางเรื่อง เช่น ล้างหนี้ ยกให้หมดจะเอาเงินมาจากไหน รวมถึงปรารภเรื่องฉายาที่สื่อทำเนียบตั้งให้ว่า “โดนกันหมด นายดอน (ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ) ยังโดนฉายา ลุ่มๆ ดอนๆ เจออย่างนี้ใครจะไม่โมโห โดนหาว่าทำเอเปคสู้ครั้งก่อนไม่ได้ แต่เวลาผมไปต่างประเทศมีแต่คนชื่นชม”

ช่วงหนึ่งที่ประชุมหารือถึงวาระการแต่งตั้งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอรายชื่อ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม แต่นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ ยกมือทักท้วงไม่เห็นด้วย ทำให้นายกฯ ถามไปยังเลขาฯ ครม.ว่า ทักท้วงในที่ประชุมได้หรือไม่ เลขาฯ ครม. จึงชี้แจงว่า ทำได้ จากนั้นที่ประชุมผ่านการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไปประชุมเรื่องอื่นต่อ

ถกเดือดตั้งอธิบดีฝนหลวง
กระทั่งจบการประชุมแล้ว นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นหารืออีกครั้ง โดยระบุว่า ตนกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ และได้โทร.พูดคุยกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ซึ่งไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ยืนยัน เสนอชื่อ นายสุพิศ ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แย้งว่า ตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เป็นโควตาในกำกับของรัฐมนตรี พปชร. และได้ตกลงกับนาย เฉลิมชัย แล้วว่าจะเป็นคนอื่น

กระทั่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ต้องออกความเห็นว่า ในที่ประชุมครม.เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรยกเรื่องโควตาพรรคมาพูดกัน และตามกฎหมายผู้มีอำนาจแต่งตั้งอธิบดีคือปลัดกระทรวง ทำให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง พูดสนับสนุน พล.อ.ประวิตร ว่า เมื่อมีการแบ่งงานกันแล้วก็ควรให้เกียรติรมช.ที่กำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ ไม่เช่นนั้นจะมี รมช.ไว้ทำไม

ขณะที่นายจุรินทร์ยังยืนยันหลักการเดิมว่า เป็นสิทธิของรมว.ในการแบ่งงานในกระทรวง จะมอบหมายให้ใครทำอะไร ทำให้นายกฯ ตัดบทว่าให้ครม.ผ่านเรื่องดังกล่าวไปก่อนพร้อมตำแหน่งอื่นๆ ทั้ง 11 รายชื่อที่กระทรวงเสนอแต่งตั้งโยกย้ายคราวนี้ เพราะระหว่างนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยหลังการประชุม พล.อ.ประวิตรได้เรียกเลขาฯ ครม.ไปคุยค่อนข้างนาน และมีรัฐมนตรีหลายคนเข้าไปพูดคุยด้วย

นายกฯนำนริศเข้าเฝ้าฯ
รายงานข่าวจากทำเนียบแจ้งว่าในวันพุธที่ 28 ธ.คนี้ เวลา 18.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดนำนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

เติมเงินบัตรคนจน-ของขวัญปีใหม่
วันที่ 27 ธ.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติครม. ว่า ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเงินพิเศษแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำเดือนม.ค. 2566 โดยอนุมัติงบกลาง 2,644 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้มีบัตร 13.2 ล้านคน เป็นการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 200 บาท/คน เป็นเวลา 1 เดือน ในเดือนม.ค. 2566 โดย (1) ผู้มีบัตรที่เคยได้รับวงเงิน 200 บาท/คน/เดือน (3.54 ล้านคน) จะได้รับเพิ่มอีก 200 บาท รวมเป็น 400 บาท/คน/เดือน (2) ผู้มีบัตรที่เคยได้รับวงเงิน 300 บาท/คน/เดือน (9.68 ล้านคน) จะได้รับเพิ่มอีก 200 บาท รวมเป็น 500 บาท/คน/เดือน

เนื่องจากราคาสินค้าอุปโภคสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็น กลุ่มเปราะบางด้านรายได้ ทรัพย์สินและหนี้สิน ถึงแม้มีรายได้เพิ่มขึ้นแต่ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายที่เพิ่มสูง มาตรการช่วยเหลือพิเศษนี้เป็นของขวัญปีใหม่ 2566 จากรัฐบาล ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้า ราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและร้านอื่นๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.รับทราบของขวัญปีใหม่ 2566 จากกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแด่สมาชิกกว่า 13 ล้านคน เป็นการมอบประกันภัยอุบัติเหตุแบบกลุ่ม ระยะสั้น (ไมโครอินชัวรันส์) คุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท ให้สมาชิกกองทุนทั่วประเทศ โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ฟรีจนถึง 31 ธ.ค.65 ระยะเวลาประกัน 30 วัน นับจากวันที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1736

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน