ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก‘ตู่’สมคิด-หน่อยจ่อยุบรวม

ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายนายกฯ-ครม. ตามมาตรา 152 ภายใต้ยุทธการ ‘ถอดหน้ากากคนดี’ ชำแหละ 12 นโยบายรัฐบาลยังไม่ทำ เพื่อไทยเร่งขึ้นป้ายหาเสียงนโยบายพรรคคู่ ‘อุ๊งอิ๊ง’ กระจายครบ 400 เขตในสิ้นปี ‘วิรัช’ โต้ข่าว ‘มิ่งขวัญ’ ลาออกพปชร. จับตา ‘สมคิด-เจ๊หน่อย’ แถลงควบรวมพรรควันนี้ ‘วิษณุ’ แจงปมครม.ถกเดือดตั้งอธิบดีฝนหลวง แค่ทักท้วง ไม่เกี่ยว 3 ป.เตะสกัด สื่อรัฐสภาตั้งฉายา สภาผู้เแทนฯ ‘3 วันหนี 4 วันล่ม’ ประธานสภา-ชวน ซวนเซ ประธานวุฒิสภา-พรเพชรพักก่อน ส.ว.-ตรา ป. ผู้นำฝ่ายค้าน-หมอ(ง) ชลน่าน ไร้ดาวเด่น ‘เต้’ ดาวดับ ‘ส.ว.กิตติศักดิ์-โรม’ คู่กัดแห่งปี

วิษณุแจงปมตั้งอธิบดีฝนหลวง
วันที่ 28 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีปัญหาการแต่งตั้งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินการเกษตร ในที่ประชุมครม. 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เป็นเรื่องธรรมดาในการประชุมที่จะมีการทักท้วง ตั้งข้อสังเกตซึ่งเคยเกิดมาเสมอ ครั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตจริงเกี่ยวกับตำแหน่งตามบัญชีรายชื่อที่มีการเสนอมา แต่บังเอิญรมว.เกษตรและสหกรณ์ เจ้าของเรื่องไม่ได้มาประชุม มาแต่รมช. ที่เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้บังคับบัญชากรมฝนหลวงฯ ก็มีสิทธิ์ทักท้วง เพื่อจะไปหารือกับรมว.ต่อไป

ปกติแล้วอำนาจแต่งตั้งตำแหน่งดังกล่าว เป็นของรมว. เพราะเมื่อมีการตั้งรมช.จะแบ่งงานให้ทำจะยกเว้นเรื่องบริหารงานบุคคล เหมือนนายกฯ เวลามอบหมายงานรองนายกฯ ก็จะยกเว้นบริหารงานบุคคล อำนาจก็จะกลับไปที่นายกฯ การที่รมว.มอบหมายงานกรมไปฉันใด อำนาจบริหารงานบุคคลก็จะกลับไปที่รมว.ฉันนั้น

ยันไม่เกี่ยว 3ป.ตีกัน
นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รมว. ลงนามในหนังสือส่งเข้ามาก็ต้องยึดถือตามนั้น ยกเว้นแต่ท่านจะเปลี่ยนใจขอดึงกลับ แต่บังเอิญท่านไม่ได้มา แล้วติดต่อถามก็ไม่ได้ ก็เลยลังเลว่าจะทำอย่างไร เพราะยากที่จะตัดสินใจ เมื่อรมว.ไม่มา รมช.เป็นผู้รักษาการแทน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ 3 คน เหลืออยู่คนเดียวคือ นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ และมีการท้วง ครม.ก็ต้องฟัง แต่จะให้ตัดสินใจเด็ดขาดเอาตามท่านไม่ได้ เพราะ ครม.ไม่มีอำนาจเปลี่ยนตัวบุคคลเพราะต้อง ตั้งต้นจากกระทรวงขึ้นมา

การจะแต่งตั้งข้าราชการมีอยู่คนเดียวคือปลัดกระทรวง ส่วนการแต่งตั้งอธิบดีต่างๆ ปลัดกระทรวงเป็นคนตั้ง และเสนอรมว.ลงนาม แต่เมื่อรมช.ซึ่งเป็นผู้รักษาการแทนรัฐมนตรีทักท้วง ก็เป็นเรื่องลำบาก ดังนั้นต้องเคารพรมว. ก็เลยรอเอาไว้ที่จะถามรมว.ให้ชัดเจน และเอาไว้พูดกันใหม่ในการประชุม ครม.วันอังคารหน้าก็ได้ เว้นแต่ว่ารมว.ยืนยันตามนั้นทุกอย่าง ก็ไม่มีอะไรต้องเข้า ครม.เพราะถือตามหนังสือที่ท่านส่งเข้ามา “การทักท้วงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ไม่ใช่ว่า 3 ป.ตีกันอะไร ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย เคยเกิดมาแล้วหลายครั้ง”

รอตู่ชวนอยู่ช่วยงานต่อ
นายวิษณุกล่าวถึงทิศทางการเมืองของ ตัวเอง หากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งว่า ตอบไม่ได้ต้องไปถามนายกฯ เอง เมื่อถามว่าจะมาช่วยพล.อ.ประยุทธ์อีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ตอบ เพราะท่านยังไม่เคยมาพูดอะไรกับตน เมื่อถามว่าถ้ามาพูดด้วยจะพิจารณาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า รอให้มาพูดก่อน

เมื่อถามว่าจะรับเงื่อนไขของพล.อ.ประยุทธ์คนเดียวหรือคนอื่นด้วย นายวิษณุหยุดคิดสักครู่ ก่อนตอบว่า ไม่รู้ คิดไม่ออก เมื่อถามว่ายังทำงานไหวและไปต่อได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เครื่องซักแห้งนี้มันมียี่ห้อของมัน วันนี้ตนยังอยู่ อนาคตไม่มีใครรู้

ป้อมรูดซิป-ไม่ตอบสื่อ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ทั้งกรณีพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) รวมถึง พล.อ.ประวิตร จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพปชร.เพียงคนเดียวหรือไม่ และความพร้อมในการเป็นนายกฯ คนที่ 30

และยังปฏิเสธการตอบคำถามถึงปัญหาการแต่งตั้งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งวงประชุมครม. มีปัญหาจนไม่สามารถแต่งตั้งได้ เนื่องจากนายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ขณะที่พล.อ.ประวิตร กับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ต่างเห็นว่าเป็นโควตาตัวเอง

พร้อมปฏิเสธการตอบคำถามกรณีการจับกุมอธิบดีกรมอุทยานฯ เรียกรับผลประโยชน์ โดยพล.อ.ประวิตร แต่เพียงบอกผู้สื่อข่าวให้ระวังรถ พร้อมบอกให้ถามทีละคน

ผบ.เหล่าทัพตบเท้าอวยพรป้อม
รายงานข่าวเผยว่า เช้าวันนี้เวลา 06.00 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม นำ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกลาโหม พร้อม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ รอง ผบ.ทบ. (มาแทน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา รองผบ.ทอ. (มาแทน พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผบ.ทอ.) และพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เข้าอวยพร ขอพรปีใหม่ และกินมื้อเช้าร่วมกับพล.อ.ประวิตร

พล.อ.ประวิตรให้โอวาทแก่ ผบ.เหล่าทัพ ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยยังมีประชาชนยากจน ทหาร ตำรวจ ยังคงเป็นเครื่องมือหลักนำพาประเทศไป ฝากถึงกำลังพลให้ตระหนักถึงเงินภาษีที่ได้รับไปเป็นเงินเดือน ต้องทำงานให้เกิดประโยชน์ ด้วยความสุจริต ต้องไม่มีรับเงินใต้โต๊ะ

โดยปีนี้เป็นการอวยพรแบบภายใน และเป็นคณะเล็กๆ มีนักการเมืองและข้าราชการทยอยเข้าอวยพร แต่งดสื่อมวลชนเข้าทำข่าว

สื่อตั้งฉายาสภา-3 วันหนี 4 วันล่ม
ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาร่วมกันตั้งฉายาสะท้อนการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติ บัญญัติตลอดปี 2565 ดังนี้ 1.สภาผู้แทนราษฎร ฉายา “3 วันหนี 4 วันล่ม” เนื่องจากการประชุมของ ส.ส.ตลอดปี 2565 ประสบแต่ปัญหาสภาล่มซ้ำซาก ตั้งแต่เริ่มศักราชใหม่จนส่งท้ายปี ทำให้การทำงานล่าช้า โดย ส.ส.ฝ่ายค้าน มักเล่นเกมนับองค์ประชุม ทั้งที่ฝ่ายตนก็ขาดประชุม ส.ส.รัฐบาลก็ไร้ความรับผิดชอบในการรักษาองค์ประชุมทั้งที่เป็นเสียงข้างมาก หนำซ้ำช่วงท้ายวาระการดำรงตำแหน่ง ส.ส.ต่างหนีลงพื้นที่หาเสียง ละเลยการประชุม

2.วุฒิสภา ฉายา “ตรา ป.” เพราะตลอดปี 2565 ส.ว.ยังคงทำหน้าที่รักษามรดก คสช. และในการลงมติพิจารณาเรื่องสำคัญแต่ละครั้งก็ไม่มีแตกแถว เพื่อประโยชน์ของ 2 ป. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญ และปัจจุบัน ส.ว.ยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายจนมีการเช็กชื่อแล้วว่า ส.ว.คนไหนสนับสนุน ป.ใด เป็นนายกฯ

‘ชวน’ซวนเซ-พรเพชรพักก่อน
3.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับฉายา “ชวน ซวนเซ” เนื่องจากการทำหน้าที่ของนายชวน จากที่เคยได้รับความเคารพและเชื่อฟังจาก ส.ส.รุ่นน้อง สามารถยุติข้อขัดแย้งต่างๆ ได้ แต่ปีนี้กลับตรงกันข้าม ถูกลดความยำเกรง ไม่ได้รับการยอมรับ และยังถูก ส.ส.ท้าทาย จนหลายครั้งกลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการประสานงานของวิปรัฐบาลที่ไม่ดีพอ จนทำให้นายชวน ซวนเซ เสียหลักไปด้วย

4.นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ฉายา “พรเพชร พักก่อน” การทำหน้าที่ควบคุมการประชุมของตลอดปี 2565 มักโดน ส.ส.-ส.ว.ทักท้วง จนบางครั้งแสดงความรู้สึกไม่พอใจผ่านสีหน้า และไม่สามารถควบคุมการประชุมร่วมรัฐสภาให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น มักถูก ส.ส.ประท้วงว่าทำหน้าที่สนับสนุนรัฐบาล เหมือนสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มากกว่า ทำหน้าที่ตรวจสอบ ทำให้เกิดคำถามว่า นายพรเพชร ควรพักก่อนหรือไม่?

5.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ฉายา “หมอ(ง) ชลน่าน” แม้จะมีความโดดเด่นในการทำหน้าที่จนได้รับฉายาดาวเด่นเมื่อปี 2564 แต่เมื่อได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ กลับหมอง การอภิปรายในสภาไม่โดดเด่นเหมือนอดีต ได้ทำหน้าที่ในนามหัวหน้าพรรคเท่านั้น ขาดอิสระ

ไร้ดาวเด่น-เต้ดาวดับ
6.“ดาวเด่น’65” ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาเห็นว่าไม่มีผู้ใดเหมาะสม และโดดเด่นเพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว

7.“ดาวดับ’65” ได้แก่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ โดดเด่นในเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน โหนกระแสสังคมเพื่อหาพื้นที่ให้ตัวเอง ทั้งคดีนักแสดงสาว “แตงโม” การว่ายน้ำข้าม แม่น้ำโขงของ “โตโน่” “เรือหลวงสุโขทัยอับปาง” ล้วนแต่พยายามหาซีนทั้งที่ไม่ใช่ ผู้เกี่ยวข้อง แสดงความเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกเรื่องทั้งที่ไม่ได้รู้จริง แม้พยายามหาแสงให้ตัวเองมากเพียงใดสุดท้ายก็เป็นเพียง “ดาวดับ” และตัวตลกสีสันการเมืองเท่านั้น

8.“วาทะแห่งปี’65” ได้แก่ “เรื่องปฏิวัติ ผมไม่ได้เกี่ยวข้อง นี่ครับคนปฏิวัติ..ท่าน นายกฯ คนเดียว” พล.อ.ประวิตรกล่าวระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 20 ก.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ที่นั่งอยู่ข้างกันก็ดูจะไม่ยี่หระกับคำพูดดังกล่าว แต่กลับยกมือยิ้ม ยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิ ท่ามกลางเสียงปรบมือชอบใจของ ส.ส. การพูดและกระทำไม่ควรเกิดขึ้นในองค์กรนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน อีกทั้งการปฏิวัติ-รัฐประหาร เป็นการกระทำที่ผิดครรลองและทำลายระบอบประชาธิปไตย

กิตติศักดิ์-โรมคู่กัดแห่งปี
9.“เหตุการณ์แห่งปี” คือ “เกมพลิกสูตรหาร 100” มีความพยายามของ ส.ส. และ ส.ว.ทำให้การพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ทันกำหนดเวลา เพื่อพลิกสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากหาร 500 กลับไปเป็นสูตรหาร 100 ตามเดิม สะท้อนว่ารัฐสภาทุ่มเทให้ความสำคัญ ใช้ช่องของรัฐธรรมนูญกับผลประโยชน์พรรคพวกตัวเอง เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในสนามเลือกตั้งโดยไม่ได้คำนึงว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ใดๆ

10.) “คู่กัดแห่งปี” นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. และ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในการประชุมร่วมรัฐสภา ทั้งคู่เกิดวิวาทะแบบไม่ ลดราวาศอกหลายครั้ง ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ โดยเฉพาะประเด็นการกู้ยืมเงินกองทุน กยศ. ที่เริ่มจากการอภิปรายของนายรังสิมันต์ พาดพิงที่มา ส.ว.บ่อยๆ นายกิตติศักดิ์ประท้วงและหยิบเรื่องหนี้ กยศ. มาตอบโต้นายรังสิมันต์ ไม่ยอมชำระหนี้ จนนายรังสิมันต์โต้ว่าได้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว

11. “คนดีศรีสภา’65” ปี 2565 นี้ ถือเป็นปีที่ 4 ที่ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภายังไม่เห็นว่า จะมี ส.ส. หรือ ส.ว.คนใด เหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว

ชวนโต้ฉายาซวนเซเพราะยึดหลักการ
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อตั้งฉายา “ชวน ซวนเซ” ว่า ไม่เซ ไม่เมาก็ไม่เซ เราต้องมั่นคง การยึดหลักการก็อาจเป็นไปได้ที่สมาชิกไม่เห็นด้วย เช่น ลงมติว่าเรื่องนี้ควรจะลงมติใหม่หรือไม่ อย่างนี้สมาชิกส่วนหนึ่งเขาก็ไม่เห็นด้วยและคัดค้าน แต่ประธานต้องยึดว่าหลักเป็นอย่างไร ไม่สามารถเบี่ยงเบนเป็นอย่างอื่นได้ ฉะนั้นไปซวนเซอะไรไม่ได้ สมาชิกไม่พอใจก็เป็นไปได้ เป็นเรื่องธรรมดา แต่เขาไม่พอใจเพราะเราไม่ตามใจ ดังนั้นหลักก็ต้องมั่นคง

เมื่อถามถึงฉายาสภา “ 3 วันหนี 4 วันล่ม” นายชวนกล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับสภาว่าไม่ได้เกิดบ่อย เพียงแต่ช่วงปลายมีปัญหาหน่อย แต่ถึงอย่างไรสภาชุดนี้ก็มี ผลงานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เต้ไหว้ขอบคุณสื่อตั้งฉายาดาวดับ
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงสื่อให้เป็น “ดาวดับ” ประจำปี 2565 ว่า ตกใจที่ได้รับฉายาดาวดับ เพราะตั้งแต่เป็น ส.ส.มา 4 ปีไม่ติดชาร์ต มีติดชาร์ตครั้งเดียวคือเป็นคู่กัดกับ นายสิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม. พปชร. คิดว่าปีนี้ไม่น่ามี แต่สื่อมวลชนคงเอ็นดูจึงขอบคุณที่มอบฉายานี้ให้ ตอนแรกเข้าใจว่า เป็นคำไม่ดี แต่เมื่อดูรายละเอียดก็เข้าใจว่าเหมือนเป็นการหาแสงจากคดีต่างๆ “ยอมรับว่าเป็น ส.ส.หาแสง เพราะจะได้ทำงานสะดวก ถ้ามีแสงผีก็วิ่งหนีหมด ผมดับในช่วงที่มีเมฆ พอเมฆหายไปก็สว่างเหมือนเดิม ผมก็ทำงานได้เหมือนเดิม”

นายมงคลกิตติ์ยกมือไหว้สื่อมวลชนเพื่อขอบคุณ พร้อมระบุว่า ไม่โกรธ แต่ภูมิใจ ขอบคุณอย่างมาก ส.ส.มี 500 คน ส.ว.250 คน คนที่อยู่ในสื่อตอนนี้มีแค่ 5-6 คนเท่านั้น ดังนั้น ตนไม่โกรธแต่ภูมิใจ และก็ยังทำหน้าที่เช่นนี้ตลอดไปจนยุบสภา เมื่อมีแสงเยอะการเป็นพรรคการเมืองก็ไม่ต้องใช้เงินหาเสียง นี่คือการหาเสียงโดยสุจริต “ผมรู้ว่าสื่อมวลชนอยากให้ผมเป็นดาวเด่น แต่ให้ไม่ได้เพราะมีพฤติกรรมที่ยังขัดอยู่ กลัวคนด่าก็เลยให้ ดาวดับ ยืนยันไม่โกรธเพราะผมไม่ใช่ลุงตู่ที่ได้ฉายาแปดเปื้อน ผมว่าไม่ใช่แปดเปื้อนแต่เป็นผ้าดำ ไม่มีอะไรขาวเลยในตัว”

สุทินชี้ไม่ได้‘ชวน’แย่กว่านี้
นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงฉายาสภา “3 วันหนี 4 วันล่ม” ว่า ก็ต้องยอมรับว่าภาพมันออกมาอย่างนั้น ความรู้สึกของสังคมก็อาจสอดคล้องอยู่ ทำให้ภาพพจน์ของสภาไม่ดี แล้วถามว่าโทษใคร เพราะการนับองค์ประชุมมีทุกยุค แต่รัฐบาลก่อนๆ เขาไม่ให้เกิดเรื่องนับองค์ประชุม เมื่อไม่เกิดเรื่องสภาล่มก็ไม่เป็นข่าว แต่ครั้งนี้นับองค์ประชุมแล้วก็ล่มแล้วล่มอีก ไม่ได้โทษรัฐบาลแต่เสียดายรัฐบาลไม่น่าปล่อยให้เรื่องนี้เกิด

ส่วนฉายาของผู้นำฝ่ายค้าน หมอ (ง) ชลน่าน ก็ธรรมดาเพราะเขามีงานเยอะขึ้น ไปเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เป็นหัวหน้าพรรค ทำให้ไม่มีเวลาที่จะทำงานสภามากนัก อาจจืดไปหน่อยอยากให้เข้าใจ ส่วนฉายาประธานสภา “ชวน ซวนเซ” ไม่เห็นด้วย ต้องยอมรับว่านายชวน ทำหน้าที่ได้ดี ด้วยความมีบารมีและมีหลักอยู่ แต่จะทำเสร็จเรียบร้อย 100% คงไม่ใช่ แต่ถ้าเป็นประธานคนอื่นอาจไม่ใช่อย่างนี้ ต้องขอความเป็นธรรมให้ท่านด้วย ไม่ถึงกับซวนเซแต่บารมีไม่ถึงร้อย ส่วนประธานวุฒิสภา “พรเพชร พักก่อน” เหมาะสมแต่เบาไป น่าจะหนักกว่านั้น นายพรเพชร อาจจะทำได้ดีในระดับ ส.ว. แต่ทำได้ไม่ดีในระดับสภา ส่วนฉายาวุฒิสภา “ตรา ป.” ถูกที่สุด เพราะที่ผ่านมา ส.ว.ทำงานภายใต้ธงของรัฐบาล ยังไม่เห็นอะไรที่แตกแถว

วาทะแห่งปี-เด่นจริงๆ
ส่วนที่สื่อไม่มีฉายา “คนดี ศรีสภา” สื่ออาจจะระมัดระวังเกินไป เพราะให้แล้วเป็นคุณเป็นโทษ ได้เสียทางการเมือง สื่อเลย ขี้เหนียว แต่กรณี “ดาวเด่น” หลายคนมีสำนึกดีและขยันทำงาน แต่ทักษะการนำเสนออาจทำให้ไม่เด่น ถ้าไม่ติดใจว่ามีคนเก่าแล้วได้อีกก็อาจมีอยู่ ส่วนตัวมีคนอยู่ในใจหากเติมความโดดเด่นในการนำเสนอก็น่าจะได้ดาวเด่น เช่น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) น.ส.จิราภรณ์ สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พท. และอีกหลายคน หากสื่อมวลชนติดกรอบเดิม ยึดวาทกรรมก็อาจยาก อยากให้มองที่การทำงาน

ส่วนฉายา “ดาวดับ” ที่ให้นายมงคลกิตติ์ ความจริงก็เป็นสไตล์ของเขาในการนำเสนอ แต่อาจจะแรงไป ดาวดับคือทำอะไรแล้วสังคมประณาม เรตติ้งตก แต่นายมงคลกิตติ์อาจมีทั้งดีทั้งเด่น สำหรับวาทะแห่งปี “เรื่องปฏิวัติผมไม่เกี่ยวข้อง นี่ครับคนปฏิวัติ…ท่านนายกฯ คนเดียว” วาทะนี้ไม่น่าเกิดในสภา ไม่น่ายอมรับสารภาพ ไม่คิดว่าจะจำนนต่อสภา ถือว่าเด่นจริงๆ พูดง่ายๆ ว่าเป็นการจับคนปฏิวัติ จับโจรสารภาพต่อหน้าศาล

ยื่นซักฟอก – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำ ฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ภายใต้ยุทธการ ‘ถอดหน้ากากคนดี’ ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.

ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก
เวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พท. ผู้นำฝ่ายค้านในสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ พร้อมส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ และครม.โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 โดยมีนายชวน รับญัตติจาก ส.ส.ฝ่ายค้าน

นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นการใช้สิทธิ ภายใต้ยุทธการ “ถอดหน้ากากคนดี” จะชี้ให้เห็นถึงการบริหารที่บกพร่อง ไม่ทำตามคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ครอบคลุมทุกมิติทั้งด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ตามที่สื่อมวลชนมอบฉายาให้รัฐบาลหน้ากากคนดี ฝ่ายค้านจะขอกระชากหน้ากาก อภิปรายเจาะลึกทุกประเด็นให้เห็นว่าภายใต้หน้ากากคนดีที่อยู่มา 8 ปี เนื้อแท้ของคนดีที่เข้ามาทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองนั้นเป็นอย่างไร การอภิปรายครั้งนี้ ส.ส.ลงมติไม่ได้ แต่ประชาชนจะได้ร่วมตรวจสอบ ได้ดูว่าคนดีนั้น แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร เพื่อจะได้นำไปตัดสินใจในการเลือกตั้งปี 2566

นายพิธากล่าวว่า เป็นการอภิปรายช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาล ถึงแม้ ส.ส.จะโหวตไม่ได้ แต่ประชาชนสามารถนำไปตัดสินใจโหวตแทนส.ส.ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ชำแหละ 12 นโยบายที่ไม่ได้ทำ
สำหรับเนื้อหาในญัตติระบุถึงการบริหารราชการแผ่นดินของ ครม.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ตลอด 3 ปีกว่าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน 12 ข้อ อาทิ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การทุจริตและยาเสพติดที่เพิ่มมากขึ้น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็ไม่ปฏิบัติตามที่แถลงไว้ ปล่อยให้พรรคการเมืองดำเนินการและแก้ปัญหากันเอง รวมถึงปัญหาสังคมและอาชญกรรมที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ด้านนายชวนกล่าวว่า ช่วงเวลาอภิปรายน่าจะหลังกลาง ม.ค.66 ไปแล้ว เพราะต้องไปหารือฝ่ายรัฐบาลว่าพร้อมเมื่อไรถึงจะบรรจุญัตติเข้าสภา และก่อนกลาง ม.ค.66 จะมีประชุมร่วมรัฐสภาตามที่ฝ่ายค้านเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ และการโหวตเลือกนายกฯ ให้มาจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา หรือมาจาก ส.ส.ในสภาเท่านั้น

คิกออฟติดป้ายอิ๊ง 400 เขต
นพ.ชลน่าน กล่าวถึงข้อสังเกตการละเว้นการอภิปราย พล.อ.ประวิตรว่า เนื้อหาในญัตติเขียนคลุมถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของท่านด้วยในฐานะรองนายกฯ การอภิปรายยังพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นจำเลยหมายเลข 1 เพราะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ทุกพรรคพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์

ส่วนการคิกออฟการหาเสียงด้วยการ ติดตั้งป้ายหาเสียงนโยบายพรรค พร้อมภาพ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยในพื้นที่ต่างๆ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นนโยบายของพรรคที่จะติดตั้งป้ายว่า นโยบายพรรคที่เปิดตัวไปแล้วประมาณ 8 นโยบายคู่กับภาพของ น.ส.แพทองธาร กำหนดให้ติดตั้งป้ายทั้ง 400 เขต เขตละ 100 ป้าย จะให้ครบทุกจังหวัดภายในสิ้นปีนี้ ยอมรับการติดตั้งป้ายนโยบายพรรคมีส่วนทำให้ได้เปรียบพรรคอื่น แต่เพื่อไทยใช้ทุกมิติและแพลตฟอร์ม ตนยังประเมินการเลือกตั้งจะยังอยู่ในกรอบ 7 พ.ค. 66 เพราะแม้ ยุบสภาก่อนครบวาระแค่ 5-10 วัน กรอบที่กำหนดให้จัดการเลือกตั้งก็อยู่ในช่วง 45-60 วันอยู่ดี

น้อมรับสื่อสภาตั้งฉายา
นพ.ชลน่านกล่าวถึงฉายาสภา “3 วันหนี 4 วันล่ม” ว่า ขอบคุณพี่น้องสื่อสายรัฐสภาเราน้อมรับไม่ว่าจะเป็นฉายาของสภาหรือบุคคล ฉายาดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เป็นคำตอบให้พวกเราที่จะบอกประชาชนว่ารัฐบาลที่มาจากเสียงข้างน้อย ใช้กลไกรัฐธรรมนูญ กระบวนการวิธีการที่มิชอบ สร้างปัญหาในสภามาก เกิดสภากล้วย ทำงานด้วยกล้วย เราใช้คำว่า money politic หรือธนกิจการเมืองซึ่งเป็นเรื่องเด่นในญัตติอภิปรายครั้งนี้ด้วย

ส่วนฉายา “หมอ(ง) ชลน่าน” ก็ต้องขอขอบคุณ อ่านเหตุผลที่ให้มาก็เข้าใจได้ เปรียบเทียบกับปี 64 ที่ตนทำหน้าที่เป็นสมาชิกทั่วไป ไม่ใช่หัวหน้า พท.แต่ไม่ตรงอย่างหนึ่งคือการขาดความเป็นอิสระ ในฐานะหัวหน้าพรรคมีความเป็นอิสระเต็มที่เท่าที่กฎหมายอนุญาตให้ทำ “ผมยอมหมองใน ง.งูที่อยู่ในวงเล็บ แต่สดชื่นตลอดเวลาที่ได้ทำงานกับสื่อมวลชนรัฐสภา” ส่วนวาทะแห่งปี’65 นั้นสะท้อนภาพการเมืองได้อย่างแจ่มชัด คงไม่มีคำพูดใดที่จะทำให้พวกเราจดจำไปมากกว่านี้ เป็นการรับสารภาพกลางสภา ว่าคนนี้คือคนที่ยึดอำนาจ ถือว่าเหมาะสมยิ่ง

อนุชาไม่ชัวร์ย้ายตามใคร
ที่ทำเนียบ นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กก.บห.พปชร.และแกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองว่า การตัดสินใจทางการเมืองต้องมีไทม์ไลน์ ส่วนตัวไม่ได้เน้นอะไรเพียงแค่เน้นบริบทความเหมาะสม ตนมีคนที่เคารพรักอยู่ซึ่งเป็นสาเหตุการตัดสินใจ จึงต้องคิดพอสมควร เมื่อถามว่าจะไม่พลิกขั้วไปอยู่กับฝ่ายค้านหรือ พท. นายอนุชากล่าวว่า ตอนนี้มีแต่ฝั่งนี้ ส่วนอนาคตก็ว่ากันอีกที อนาคตยังไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นอย่างไร และตอนนี้พวกเรายังไม่รู้เลยว่าอะไรคือ 100% ยังไม่มีอะไรที่ 100% เลย ทั้งนี้ตนสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นเงื่อนไขว่าสามมิตรไปด้วยกันทั้งหมด แต่ยอมรับว่าการตัดสินใจยากจริงๆ

เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ ชักชวนให้ไปอยู่ รทสช.หรือยัง นายอนุชากล่าวว่า ยัง ท่านยังไม่เคยพูดคุย เมื่อถามว่าแต่มีกระแสว่าจะไป รทสช. นายอนุชา ถามกลับว่า กระแสเป็นอย่างนั้นหรือ

สะพัดมิ่งลาพปชร.-วิรัชโต้ไม่จริง
เช้าวันเดียวกันนี้ มีข่าวว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิก พปชร. ได้ยื่นหนังสือ ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ต่อสำนักงาน กกต.แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวนายมิ่งขวัญ ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรค เมื่อช่วงเช้าว่า ยืนยันเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ไม่ว่าจะเป็นการลาออกที่พรรค หรือที่ กกต. นายมิ่งขวัญ ยังอยู่ช่วยทำงานในพรรค และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งได้รับมอบหมายงานจากพล.อ.ประวิตร ไปทำอยู่เลย และเมื่อ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนยังได้พบปะพูดคุยกับนายมิ่งขวัญเป็นปกติ

สภาแก้กม.ตามวุฒิสภา 5 ฉบับ
เวลา 10.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาเป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างกฎหมาย 5 ฉบับ ที่วุฒิสภาส่งมาให้สภา แก้ไขเพิ่มเติม เรียงตามลำดับ ได้แก่ 1.ร่าง พ.ร.บ.สถาปนิก 2.ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 3.ร่าง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย 4.ร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และ 5.ร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือกฎหมายกยศ. ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยที่ประชุม เห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขทั้ง 5 ฉบับ จากนี้จะส่งทั้ง 5 ฉบับไปยังนายกฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ

ทั้งนี้ ช่วงพิจารณา ร่างกฎหมาย กยศ. ที่วุฒิสภาแก้ไขจากที่สภามีมติไม่เก็บดอกเบี้ย และไม่เก็บค่าปรับ ส.ว.แก้เป็นเก็บดอกเบี้ย 1% เบี้ยปรับไม่เกิน 0.5% สมาชิกส่วนใหญ่ทั้งจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในฐานะ ผู้เสนอกฎหมาย เห็นว่า กองทุน กยศ.ควรเป็นช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมตำหนิการทำหน้าที่ของส.ว. ที่ไม่รับรู้ปัญหาด้านการศึกษาและความยากจน มีเพียงส.ส.จาก ปชป.ที่ติงว่า นโยบายไม่คิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ มุ่งเน้นหาเสียงเกินไป จนไม่คิดถึงสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยเกี่ยวกับวินัย การกู้เงิน

ที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา ด้วยคะแนน 226 ต่อ 11 คะแนน งดออกเสียง 60 คะแนน เห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา คือให้เก็บดอกเบี้ย 1% และเบี้ยปรับไม่เกิน 0.5% ก่อนประธานสั่งปิดการประชุมในเวลา 15.00 น.

ยกเลิกวาระนำนริศถวายสัตย์
วันเดียวกัน สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งให้สื่อมวลชนทราบกรณียกเลิกวาระงานประจำวันพุธที่ 28 ธ.ค. เวลา 18.30 น. นายกฯ นำรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

ทั้งนี้ จากที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดนำนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

พรรคหน่อย-สมคิดจ่อควบรวม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแจ้งกำหนดการกับสื่อมวลชนเชิญไปทำข่าวการหารือระหว่างพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) ที่ร้านอาหาร Corner สุขุมวิท 26 ในที่ 29 ธ.ค. เวลา 10.00 น. โดยการหารือดังกล่าว มีแกนนำคนสำคัญของทั้ง2พรรคเข้าร่วมพร้อมเพรียง ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้า ทสท. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธาน สอท. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้า สอท. นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนประเทศ ทสท. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการ สอท.

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวทั้ง 2 พรรคมีการเจรจาควบรวมพรรค แต่ติดเงื่อนไขจนยืดเยื้อกระทั่งเจรจาลงตัวแล้ว

โวชายรูปงามมองหาเจ้าสาว
ที่ทำการ สอท. นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง กล่าวขณะเป็นประธานการประชุม ผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลาง ว่า ขอย้ำให้ทุกคนมั่นใจ สอท.ยังเดินต่อ และไม่เคยคิดหยุดเดิน สอท.เปรียบเสมือนชายหนุ่มรูปงาม ที่จบปริญญาเอก มีความรู้ดี ทรงดี มีฐานะพออยู่พอกิน พอเลี้ยงตัวและคนในครอบครัวได้ ไม่ได้ร่ำรวยมหาศาล ไม่ใช่ลูกเสี่ย หรือลูกเจ้าสัวมาตั้งแต่เกิด ที่มีเงินมหาศาล จะทุ่มเทหรือจ่ายไม่อั้น

ส่วนการควบรวมพรรคก็เหมือนการหา เจ้าสาวมาร่วมชีวิต ที่ต้องหาคนดีๆ เคมีเข้ากันได้ เพื่อจะส่งเสริมซึ่งกันและกันซึ่งเป็นเรื่องอนาคต หากจะมีจุดอ่อนหรือข้อเสียมีเพียงแค่ข้อเดียวคือ เป็นพรรคที่ดีแต่ยังดังไม่พอ แต่ไม่ใช่เรื่องยากที่จะแก้ไข

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน