‘อนุทิน’แบไต๋ผสมได้ทุกขั้ว

รวมไทยสร้างชาติเดินหน้าดัน ‘ประยุทธ์’ ไปต่ออีก 2 ปี โวนายกฯ เรตติ้งพุ่งหลังเอเปค เชื่อมั่นภาคใต้สู้ประชาธิปัตย์ได้แน่ โต้ตกปลาในบ่อพลังประชารัฐ ด้าน ‘อนุทิน’ แบะท่า ภูมิใจไทย พร้อมร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับทุกขั้วการเมือง ไม่มีปัญหากับพรรคใดเลย ‘วราวุธ’ เมินเสียงวิจารณ์ รับชาติไทยพัฒนาแต่งตัวรอเสียบ เพื่อไทยชี้ ‘สุดารัตน์-สมคิด’ จับมือเป็นพันธมิตร ไม่กระทบพรรค เผยจัด 15 ขุนพลเตรียมชำแหละนายกฯ-ครม. ขอเวลาอภิปราย 3 วัน มั่นใจส่งผลสั่นสะเทือนรัฐบาลก่อนศึกเลือกตั้ง ปชป.เตรียมเปิดยุทธศาสตร์ 3 ส. สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ กกต.เตือน ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร ขึ้นป้ายหาเสียงช่วงปีใหม่ งดมอบของขวัญ-ปฏิทิน

ภท.อ้าแขนร่วมรัฐบาลทุกขั้ว
วันที่ 30 ธ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงแนวทาง การร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเที่ยวหน้าว่า จะร่วมรัฐบาลกับใครต้องดูว่ารวมแล้วเสียง จะเกินหนึ่งของสภาฯ (เกิน 251 เสียง) หรือไม่ ควบคู่กับประเมินคะแนนพรรค คะแนนผู้สมัคร จะทำให้ทราบว่าประชาชนต้องการให้เราทำอะไร

เมื่อถามว่า ภท.มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ในการ จะจับมือกับพรรคใด นายอนุทินกล่าวว่า ภท.ไม่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับพรรคไหน อยู่แล้ว ความคิดเห็นที่ต่างกันทางการเมือง ท่าทีต่างๆ ถือเป็นเรื่องปกติ อย่างเรื่องกฎหมาย กัญชาที่มีคนไม่เห็นด้วยกับ ภท.จะไปบังคับความคิดเขาได้อย่างไร แต่เรื่องของมารยาทการอยู่ร่วมกันควรต้องสนับสนุนซึ่งกันและกันหรือไม่ แต่เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปลีกย่อย เพราะโดยหลักการ ภท.ก็ทำงาน พยายามไม่มีความขัดแย้งกับใคร

รับไม่ได้ปมแก้ ม.112
เมื่อถามว่า มีสัญญาใจต้องจับมือกับรัฐบาล ขั้วเดิมก่อนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่ผลเลือกตั้ง คงพูดตอนนี้ไม่ได้เพราะยังไม่รู้ว่าพรรครัฐบาลมีใครบ้าง และยังไม่รู้ว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เคยเป็นแกนหลักจัดตั้งรัฐบาล ความเป็นไปในพรรค แกนนำแต่ละพรรคยังจะอยู่ด้วยกันหรือไม่ หรือแยกไปทำพรรคอื่น เมื่อไม่รู้และควบคุมอะไรไม่ได้ เราก็ต้องพยายามทำให้เราแข็งแรงที่สุด พึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุดก่อน

เมื่อถามว่า สมมติถ้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้คะแนนเยอะ เป็นแกนนำจะร่วมงานกันได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องไปถาม พท. แต่ในส่วนของเรา ต้องให้มีส.ส.มากที่สุด เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีจุดยืนแก้ประมวลกฎหมาย อาญา ม.112 หัวหน้าภท. กล่าวว่า ถ้าจุดยืนนี้ ยังไม่เปลี่ยนก็คงลำบาก ที่จะทำงานด้วยกัน เพราะภท.ชัดเจนเรื่องสถาบัน เราเชื่อว่ามาตรา 112 ในปัจจุบันเป็นสิ่ง ที่มีไว้เพื่อธำรงสถาบันหลักของชาติ มาตรา 112 ไม่ว่า จะบัญญัติอย่างไร ภท.ก็ไม่ได้เดือดร้อนด้วย เพราะพรรคยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ

ท็อปเมินเสียงวิจารณ์รอเสียบ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ประเมิน ทิศทางการเมือง โดยเฉพาะภายหลังการเลือกตั้งจะเกิดความรุนแรงเรื่องการแบ่งขั้วหรือไม่ ว่า เรื่องแบ่งขั้วเกิดขึ้นตลอดและวุ่นวายถึงจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ จนมีนายกฯ คนใหม่ขึ้นมาฟอร์มรัฐบาล เสร็จแล้วค่อยเงียบไป และบริหารกันไปสักพักหนึ่ง หากพูดคุยกันไม่รู้เรื่องอาจเกิดปัญหาอย่างที่เห็นกันหลายๆ ครั้ง แต่คิดว่าไม่ว่า จะเกิดปัญหาอะไรในการแบ่งขั้ว พอตั้งรัฐบาล เสร็จก็จะจบลง

เมื่อถามว่ามีเสียงวิจารณ์ว่า ชทพ.มักเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นขั้วไหนก็ต้องมาดึงไปร่วม นายวราวุธกล่าวว่า ต้องไปถามพรรคใหญ่ๆ มากกว่าว่าคิดอย่างไร หรืออะไรเป็นปัจจัยที่จะมาเลือก ชทพ. สิ่งเดียวที่ตนบอกได้ตอนนี้คือ 3 ปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีของพรรคเน้นอยู่ที่การทำงาน ไม่ว่าจะตนหรือใครก็ตาม จุดยืนคือเราไม่ได้เล่นการเมืองแต่เข้ามาทำงานให้ประชาชน ถึงแม้ว่าจะมีคนพูดต่อว่า ต่อขาน ติฉินนินทา ประชดประชันเสมอว่า ชทพ.รอเสียบเป็นรัฐบาลอย่างเดียว ตนก็ต้องตอบเหมือนเดิมว่า มีพรรคไหนบ้างที่ตั้งหน้า ตั้งตาเป็นฝ่ายค้าน ที่สำคัญที่สุดเราไม่ได้เป็นคนเลือกเขา แต่เขาเป็นคนเลือกเรา ดังนั้น เมื่อถึงเวลาสื่อต้องไปถามพรรคใหญ่ๆ

ชทพ.แต่งตัวรอเป็นรัฐบาล
เมื่อถามว่าแบบนี้คือแต่งตัวรอใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า แน่นอน ถ้าถามว่าเขามาเชิญไปร่วมรัฐบาลแล้วจะไปหรือไม่ มีพรรคไหนตอบว่าไม่ไปบ้าง แต่ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็เคยมีพรรคชาติไทยที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ตอบปฏิเสธนายทักษิณ ชินวัตร ที่สามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องมีพรรคอื่นก็ได้ นอกนั้นที่ผ่านมาไม่เคยเห็นพรรคไหนปฏิเสธ

เมื่อถามว่า เงื่อนไขในการจะเข้าร่วมหรือไม่ร่วมคืออะไร นายวราวุธกล่าวว่า แนวทางการทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสิ่งที่ ชทพ.จะเสนอ คือ ความยั่งยืนของประเทศชาติ เราไม่เล่นการเมืองในขณะทำงาน ถือเป็นการทำงานที่สำคัญของ ชทพ. ส่วนนโยบายที่จะนำเสนอช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เชื่อว่าจะเป็นพรรคเดียวที่นำเสนอเกี่ยวกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมที่จะเปิดในวันที่ 15 ม.ค.66 ถือเป็นเรื่องที่เราได้ทำงานและเน้นย้ำ มาตลอด จึงเป็นปัจจัยในการพิจารณาทำงาน ร่วมกัน

รทสช.โวเรตติ้งตู่
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหมที่ดูลดลง บวกกับ รทสช.เป็นพรรคใหม่ว่า ตนคิดว่าคะแนนพล.อ.ประยุทธ์ ยังดีอยู่ และจะดีขึ้นอีกเมื่อใกล้เลือกตั้ง วันนี้ถ้าแบ่งพื้นที่การเมืองแต่ละพรรคจะมีฐานเสียงส่วนหนึ่ง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นแชมป์ และยังไม่เห็นว่ามีผู้นำคนไหนที่มาแทนพล.อ.ประยุทธ์ได้ แต่เมื่อมีการสำรวจเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 62 ที่คะแนนนิยมนายกฯ เยอะ ก็อาจมีลดลงมาบ้าง แต่ปัจจัย ที่ทำให้คะแนนนิยมตัวนายกฯ ลดลงไม่ใช่ตัวนายกฯ แต่เป็นแวดล้อมก็ต้องปรับแวดล้อมใหม่ พรรคใหม่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีพรรคใหม่

เมื่อถามว่าหลายโพลสำรวจไม่ค่อยมีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ติดอันดับต้น นายเอกนัฏกล่าวว่า การจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต้องดูว่า ผลเลือกตั้ง ต้องดูกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ส่วนคะแนนนิยมอีกเรื่องหนึ่ง แต่ยังเชื่อว่าโพลครั้งสุดท้ายที่ทำเรตติ้งพล.อ.ประยุทธ์ ยังดีและดีขึ้นตั้งแต่การประชุมเอเปค ใกล้เลือกตั้งเมื่อมีการเปรียบเทียบ ตัวผู้นำยิ่งดีขึ้นอีก

ประกาศชนปชป.-ภาคใต้
ผลโพลเป็นสีสันและมีการเปลี่ยนอยู่ตลอด อาจต้องรอให้ปัจจัยต่างๆ มันนิ่งก่อนตัวชี้วัดการสำรวจถึงจะแม่น เราก็สำรวจ และมีบางอย่าง ที่สำนักโพลไม่มี เราวัดที่ข้อมูลจริงไม่ใช่แค่สีสัน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้กระแส พล.อ.ประยุทธ์ดีมากและมีผลต่อการเลือกตั้งแน่นอน แม้พรรค ที่นิยมมากที่สุดคือประชาธิปัตย์ แต่รักแล้ว จะเลือกหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่วันนี้ผู้นำ ที่เขาชอบที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องวัดว่าถ้าพล.อ.ประยุทธ์อยู่ รทสช.แล้วสู้กับประชาธิปัตย์ เป็นอย่างไร เมื่อได้กระแสเราต้องมีตัวดีด้วย ว่าที่ผู้สมัครรทสช.ตอนนี้ ไม่แพ้พรรคไหน สมมติถ้าพล.อ.ประยุทธ์มาจริงก็จะได้กระแสบวกอีก ภาคอื่นก็แบบนี้เช่นกัน

ส่วนกรณีบัตรสองใบ ตัวผู้สมัคร ทีมงาน สนับสนุนในพื้นที่จะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่แน่นอนว่าหากมีกระแสพรรคหรือกระแสผู้นำไปหนุนด้วยก็ยิ่งดี ดังนั้น บัตรสองใบอาจทำให้ผู้สมัครดีที่ไม่มีกระแสเสียเปรียบน้อยลง อย่างภาคใต้มีลุงตู่กระแสดีอยู่แล้ว รวมภาคใต้ กรุงเทพฯ ภาคกลาง ก็จะดีกว่าอีสานกับเหนือ เพราะตัวผู้สมัครยังไม่ทันได้ทำอะไรมาลงสมัครก็มีคะแนนรองท้องแล้ว ถ้าตัวดีอีก เช่น ในภาคใต้เรามีคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่า 30-40 ปี ก็มีโอกาสทั้งหมด กทม.ก็ดี เปิดตัวผู้สมัครมาจะสมบูรณ์แบบมาก

ดันตู่ไปต่อ 2 ปี
เมื่อถามว่า กทม.จะพลิกแบบปี 62 หรือไม่ จากเดิมเป็นปชป.และพลิกมาเป็น พปชร. นายเอกนัฏกล่าวว่า ก็หวังว่าปี 66 จะเป็น รทสช. อดีตส.ส.ปชป.กว่า 20 คน เที่ยวที่แล้วส่วนใหญ่ย้ายไป พปชร. วันนี้ก็น่าจะเปลี่ยน แปลงอีก เชื่อว่านายกฯ กับนายพีระพันธุ์ จะมีแรงดึงดูดคนกลุ่มนี้มาไม่มากก็น้อย ส่วนที่คนบอกตกปลาในบ่อเพื่อนไม่จริง พูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา คนอยู่ในป่าเดียวกัน วันนี้เรามีส.ส. นักการเมืองที่ไปช่วงชิงมาได้จากฝั่งตรงข้าม ด้วย อาทิ พท., ก.ก. ดูภาคกลางและปริมณฑล

เมื่อถามถึงกระแสถูกเลื่อยขาเก้าอี้เลขาธิการ พรรค นายเอกนัฏหัวเราะก่อนกล่าวว่า ขาตนสั้น เลื่อยยาก ในทางการเมือง เป็นเรื่องปกติที่แต่ละคนจะมีความอยาก ตนเข้าใจ อยู่ในวงการนี้มากว่า 10 ปีก็โดนอะไรมามาก คนทำการเมืองต้องใจกว้าง ใจนักเลง ไม่คิดเล็กคิดน้อย ไม่คิดคับแคบ ถึงวันนี้ไม่มีปัญหาทำงานเป็นทีมเดียวกัน

เมื่อถามว่า การดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่เหลืออีก 2 ปีจะมีผลหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ไม่มีผลต่อพรรค เพราะที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยอายุรัฐบาลก็ไม่ถึง 2 ปี ช่วงเวลา 2 ปี กำลังดี เหมาะสม นายกฯ สามารถสานต่อภารกิจโดยที่ไม่ได้ติดยึดกับพันธนาการที่เคยมีอยู่ 2 ปีเป็นเวลาที่เพียงพอที่จะมาสานต่องานที่ทำไว้ ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่

พท.จัด 15 ขุนพลซักฟอก
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่า พท.เตรียมขุนพลอธิบายไว้ประมาณ 15 คน และมีข้อมูลครบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการซ้อมอภิปรายเพื่อให้การอภิปรายมีน้ำหนักมากขึ้น จะเน้นอภิปรายไปที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหลัก เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตามมาตรา 152 สามารถอภิปรายรัฐมนตรีได้ทั้งคณะ ส่วนระยะเวลาการอภิปรายคาดว่า 3 วันน่าจะเหมาะสม เพราะเดิมได้แค่ 2 วัน แต่ครั้งนี้ปัญหาการบริหารราชการของรัฐบาลมีปัญหา จึงต้องได้รับคำแนะนำ

เมื่อถามว่าหากดูจากญัตติมีความเป็น ไปได้ที่จะสะเทือนถึงผลการเลือกตั้งหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า มีผล เพราะเราจะชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดและความล้มเหลว รัฐบาลเดินทางมาถึงปลายทางแล้ว คิดว่าเวลาที่เหลือแค่ 2 เดือนกว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหวังให้รัฐบาลมาแก้ไข เชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์และจะสั่นสะเทือนรัฐบาลได้ พท.แบ่งประเด็นการอภิปรายประมาณ 10 ด้าน เช่น การไม่สามารถทำตามนโยบายที่บอกไว้กับประชาชนได้ บางนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ควรเดินหน้าต่อ และการทำงานของรัฐบาล ที่ส่อไปในทางทุจริต

พท.เปิดแคนดิเดตเมื่อยุบสภา
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงช่วงปีใหม่ พท.จะประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็นของขวัญปีใหม่ด้วยหรือไม่ว่า แคนดิเดตนายกฯ ของ พท.ยังไม่สรุป ขณะนี้อยู่ในกระบวนการ ของขวัญปีใหม่ที่พท.สื่อไปถึงประชาชน คือนโยบายที่กระจายติดประกาศไปทั่วประเทศ ให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะได้รัฐบาลที่ดีหลังปีใหม่ เรื่องที่สอง คือเราจัดทำคลิปวิดิโอส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เ ส่วนเรื่องประกาศแคนดิเดต นายกฯ ขอให้ได้เวลาที่เหมาะสมอีกนิด หากมีการประกาศยุบสภา เราจะประกาศทันที หรือถ้าสภาฯอยู่ครบอายุ เวลาที่เหมาะคือ ช่วง ก.พ. โดยพรรคพท.จะประกาศ 3 รายชื่อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ที่สำคัญแคนดิเดตทั้ง 3 รายชื่อจะเป็นกลยุทธ์หลักในการหาเสียง ทั้งเชิงการสื่อสารทางตรง การแสดงวิศัยทัศผ่านสื่อต่างๆ เราเชื่อว่าประกาศ 3 รายชื่อไปจะเป็นกลยุทธ์สำคัญให้ประชาชนมั่นใจ เข้าหาประชาชน ได้ทั่วถึง และจะเป็นเครื่องมือสำคัญเข้าสู่ เป้าหมายแลนด์สไลด์

หน่อย-สมคิดจับมือไม่กระทบพท.
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พท. กล่าวกรณีพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กับพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) ประกาศ เป็นพันธมิตรทางการเมืองว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นพรรคเล็กและพรรคใหม่ด้วยกันทั้งคู่ ตามกฎหมายใหม่พรรคเล็กจะต่อสู้ยากขึ้น การรวมตัวกันก่อน เช่นนี้เป็นเรื่องดี ขอยินดีกับทั้งสองพรรค

เมื่อถามว่าการแตะมือกันเช่นนี้กระทบพรรคพท.หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ไม่มีผลกระทบ พท.นำเสนอนโยบายแก่ประชาชน เชื่อว่าส่วนมากเขาได้ตัดสินใจเลือกพท.ไปแล้ว สังเกตได้จากโพลสำนักต่างๆ ที่ออกมา

ปชป.จ่อเปิดยุทธศาสตร์3ส.
นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์(ปชป.) ผอ.เตรียมการเลือกตั้ง เผยว่า ขณะนี้พรรคมีความพร้อมทุกๆ ด้านแล้วกว่า 90% เพื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งใหญที่จะมีขึ้นในปีหน้า ส่วน 10% เป็นเรื่องผู้สมัคร นอกจากการเตรียมผู้สมัครแต่ละเขตแล้ว นโยบายที่ใช้หาเสียงพรรคก็ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทุกด้าน ทั้งเรื่องความเป็นไปได้ในการปฎิบัติ กรอบงบประมาณ ระยะเวลาที่ต้องปฎิบัติ ขณะนี้หลักคิดเชิงยุทธศาสตร์ จะเป็นทั้งมาสเตอร์แพลนของพรรคในการวางอนาคตของชาติและประชาชน ที่จะใช้เป็นนโยบายหาเสียงครั้งนี้คือ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ”

โดยมีแนวทางที่สำคัญของทั้ง 3 ส. ดังนี้ 1.สร้างเงิน โดยแยกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ สร้างเงินให้ประเทศ และสร้างเงินให้ประชาชน 2.การสร้างคน ที่พรรคจะสนับสนุนและส่งเสริม ดูแลคนตั้งแต่ในครรภ์มารดา จนส่งสู่เชิงตะกอน ทั้งสร้างสวัสดิการเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง ขึ้น และ3.สร้างชาติ ด้วยระบบประชาธิปไตย ที่สุจริต ควบคู่ไปกับการกระจายอำนาจมุ่งสู่การสร้างเมืองมหานคร พร้อมโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมเพื่อเชื่อมประเทศไทยกับโลก

ทั้งหมดนี้มีความคืบหน้าจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค จะแถลงเปิดนโยบายพรรคอย่างเป็นทางการช่วง ม.ค. 2566 ต่อไป ขณะนี้พรรคได้ดำเนินการ ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ 3 ส.ในทุกภาคแล้ว

เตือนสส.-ผู้สมัครขึ้นป้ายปีใหม่
นายสำราญ ตันพานิช ผอ.กต.กทม. กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองและว่าที่ผู้สมัครส.ส. ต้องพึงถือปฏิบัติให้เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 68 (1) รวมถึงระเบียบและประกาศ กกต.ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งภายในกรอบระยะเวลา 180 วัน ก่อนวันครบวาระจนถึงวันก่อนวันเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด

จากข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ขอความร่วมมือ และพึงระมัดระวังในการปิดแผ่นประกาศขนาดต้องไม่เกิน 30X42 ซม. และแผ่นป้ายขนาดไม่เกิน 130X245 ซม. ในบริเวณหรือสถานที่ที่ได้ประกาศกำหนดไว้ ในการเลือกตั้ง เมื่อ 24 มี.ค.2562 หากจะเพิ่มข้อความส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ลงไปก็สามารถกระทำได้ แต่ต้องพึงระมัดระวังมิให้มีข้อความใดๆ ที่สื่อถึงการฝ่าฝืนหรือหมิ่นเหม่ต่อพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 ด้วย

“ขอให้ว่าที่ผู้สมัครงดมอบของขวัญปีใหม่ รวมถึงปฏิทินโดยเด็ดขาด การอวยพรส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จะทำได้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลเท่านั้น เพราะไม่ถือว่าเป็นการหาเสียง”

วุฒิยันใกล้ปิดสวิตช์แล้ว
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ของพท. ที่เสนอแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจส.ว. เลือกนายกฯ ว่า การพิจารณา เรื่องดังกล่าวแล้วแต่สมาชิกของ 2 สภา ตนไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร ตอนนี้ใกล้จะจบวาระ ของส.ว.แล้ว ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องรีบปิดสวิตช์ส.ว. เพราะเดี๋ยวก็ปิดอยู่ในตัวอีก 1 ปีเศษ

เมื่อถามว่าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องปิดสวิตช์ส.ว.มีโอกาสที่ส.ว.จะเห็นด้วยหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ตนพูดแทนคนอื่นไม่ได้ พูดไปก็จะเป็นประเด็นเปล่าๆ แต่ตนเชื่อมั่นว่าส.ว.ส่วนใหญ่มีวิจารณญาณว่าจะทำอย่างไรให้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ตนพูดเสมอว่า เราต้องทำงานเพื่อประเทศชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน