สมัครเข้า‘รทสช.’กลางมค. พท.แจงไม่จับขั้วก้าวไกล ชี้ฝนไม่ตกอย่าเพิ่งกางร่ม ‘ชวน’นัด3วิปปูพรมผ่านกม.

‘บิ๊กตู่’ ได้ฤกษ์สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ กลางม.ค.นี้ รมต.ธนกรยันนายกฯ เปรยยุบสภาแน่ คาดช่วงใกล้ครบวาระรัฐบาล ‘เสี่ยหนู’ ชี้รัฐบาลใหม่ ต้องมีเสียงเกิน 250 ไม่งั้นทำงานไม่ได้ ‘พรเพชร’ เชื่อส.ว.โหวตเลือกนายกฯ คนใหม่คำนึงถึงความมั่นคงของสภาเป็นหลัก ก้าวไกลเย้ย ‘ลุงตู่’ หวัง คัมแบ๊กฝันลมๆ แล้งๆ เพื่อไทยระบุฝน ไม่ตกอย่าพึ่งกางร่ม แจงปมไม่จับขั้วก้าวไกลหลังเลือกตั้ง หวังตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ด้าน 4 พรรคเล็กดิ้นสู้ในนามพรรคเดิม ส่วน ‘น้องพีระวิทย์-ดำรงค์-พิเชษฐ’จ่อเข้าซบสอท. ‘ชวน’ นัดวิป 3 ฝ่ายคุย 4 ม.ค. เร่งปูพรมผ่านกฎหมายสำคัญ

สะพัด‘ตู่’สมัครรทสช.กลางม.ค.
เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประกาศความชัดเจนทางการเมืองว่าจะเป็นแคนดิเดต นายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ล่าสุดมีข่าวสะพัดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติกลางเดือนม.ค.นี้ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองเต็มสูบและจะลงพื้นที่หาเสียงเป็นระยะด้วย

เมื่อพล.อ.ประยุทธ์สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว ไม่ประสงค์จะรับตำแหน่งใดในคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) จึงคาดว่าแกนนำพรรคที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค จะขอให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานซูเปอร์บอร์ด ซึ่งตำแหน่งนี้ไม่กระทบโครงสร้างกก.บห. ที่เดินงานมาหลายเดือน หากมีการเปลี่ยนแปลง อาจไม่ทันต่อระยะเวลาที่ต้องไปเตรียมการเรื่องอื่น และพรรคไม่ได้มีปัญหาโครงสร้างกก.บห.

นอกจากนี้ ในวันที่พล.อ.ประยุทธ์สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมีบุคคลอื่นมาสมัครด้วย อาทิ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บางคน ที่จะมาพร้อมกับนายสุชาติ แต่ยังไม่ได้ลาออกจากพรรคเดิมอยู่ระหว่างตัดสินใจจะลาออก เพื่อมาสมัครพร้อมกัน หรือรอให้หมดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรในเดือนก.พ.นี้ก่อน

‘บิ๊กป้อม’ดีใจปชช.เห็นผลงาน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลงานโดดเด่นเรื่องแก้ปัญหาความยากจน ที่ดินทำกิน และปัญหาเรื่องน้ำ จะนำไปต่อยอดหาเสียงเลือกตั้งของพรรคหรือไม่ว่า จะทำไปเรื่อยๆ เรื่องน้ำก็ทำทั้งประเทศอยู่แล้ว เพื่อให้คนไทยมีอาชีพทำการเกษตร มีน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม แบ่งปันกันทั้งประเทศ น้ำปีนี้จะมากกว่าปี 2554 แต่ไม่ท่วมเท่า ปี 2554 เราพยายามทำเพื่อกระจายน้ำไปในทิศทางที่เหมาะสม และตลอด 3 ปีที่ตนดูแลปัญหาน้ำ ไม่มีพื้นที่ไหนแล้งเลย

“เมื่อมีชาวบ้านมาขอบคุณ ผมก็ดีใจที่ประชาชนทุกคนเป็นกำลังใจให้ผม ถ้าใครให้การสนับสนุนพรรค ก็ขอขอบคุณ และจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะปัญหาที่ดิน ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และเรื่องน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค และทุกเรื่องที่รัฐบาลได้ทำภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ ทำมาตลอด เขาทำงานหนักมาตลอด ทุกคนในรัฐบาลก็ทำงานหนักมาตลอด เพื่อที่จะให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” พล.อ. ประวิตรกล่าว

‘ธนกร’เผยนายกฯเปรยยุบสภาแน่
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า เชื่อว่าการยุบสภาเกิดขึ้นแน่นอน สภาน่าจะอยู่ใกล้ครบวาระคือ 23 มี.ค.2566 ส.ส.หลายคนกังวลว่าถ้าอยู่ครบวาระจะขยับขยายไม่ทัน แต่ตนเชื่อว่าไม่เป็นเช่นนั้น เพราะวันนี้ตนเป็นส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ยังทำหน้าที่ ส.ส.อยู่ แต่วันหนึ่งจะไปอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่านายกฯ จะไปไหน ซึ่งต้องยุบสภาก่อน ตนจึงไปได้ทันเวลา

“เรื่องยุบสภา นายกฯ ได้เปรยบ้าง แต่ผมเข้าใจว่าน่าจะอยู่จนใกล้ครบวาระ แต่มีการ ยุบสภาแน่ เพื่อให้ผมไปอยู่กับท่านได้ทันเวลา ดังนั้นไม่ต้องกังวลเลย” นายธนกรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังปีใหม่มองว่าการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า คิดว่าวันนี้การเมืองมีความเป็นพลวัตเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงที่จะไปสู่การเลือกตั้ง บรรยากาศจะคึกคักอยู่แล้ว วันนี้ประชาชนเห็นอะไรหลายอย่างและเชื่อว่าหากพล.อ.ประยุทธ์จะไปในที่ที่บอก เชื่อว่าพรรคนั้นจะน่าสนใจและประชาชนจะให้โอกาสเพราะประชาชนดูผลงาน

ถ้ามองอย่างใจเป็นธรรม จะเห็นว่า สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ทำมาตลอด 7-8 ปีนี้เกิดขึ้นมากมาย อย่างน้อยที่สุดในรุ่นลูกรุ่นหลานของเราจะเห็นชัด ทั้งโครงสร้างพื้นฐานรถไฟฟ้าความเร็วสูงรถไฟทางคู่ อีอีซี ต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างของอนาคตในวันข้างหน้า จึงเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดประโยชน์กับประเทศเป็นอย่างมาก ทำให้ประชาชนให้โอกาสกับ พล.อ.ประยุทธ์อีกรอบหนึ่ง

‘เสี่ยหนู’ชี้รบ.ต้องมีเสียงข้างมาก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงเสถียรภาพรัฐบาลใหม่ หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าในปีนี้ ขณะที่ส.ว.ยังมีอำนาจในขั้นตอนการเลือกตั้งนายกฯ ว่า แม้ส.ว.ยังมีส่วนในช่วงขั้นตอนเลือกนายกฯ หากได้ นายกฯ มาแล้ว หลังจากนั้นการดำเนินการใดๆ ในสภา จะเป็นเรื่องของรัฐบาล โดยนายกฯ กับสภาผู้แทนราษฎร สิ่งสำคัญจะอยู่กับ จำนวนส.ส. ที่แต่ละพรรคการเมืองรวบรวมได้ว่าจะเกินกึ่งหนึ่ง หรือจำนวน 251 เสียงจาก 500 เสียง ได้หรือไม่ ซึ่งเราต้องเชื่อการตัดสินใจของประชาชน ต้องให้เกียรติประชาชน และมองว่าในระบอบประชาธิปไตย เป็นหลักการที่แฟร์ๆ กับประชาธิปไตย

รัฐบาลต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งถึงจะเป็นรัฐบาล และทำงานได้มั่นคง เพราะถ้าไม่เกินกึ่งหนึ่ง เมื่อเปิดสภาแถลงนโยบายหรือหากออกกฎหมายสำคัญ ซึ่งดูแล้วในรัฐบาลชุดหน้าอาจจะมีกฎหมายสำคัญ กฎหมายการเงิน เช่น ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี เข้าสู่การพิจารณาในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ถ้ารัฐบาลมีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง อาจจะจอดตั้งแต่ตรงนั้นแล้ว ไม่ต้องรอถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนมั่นใจว่า ส.ว. ต้องมีกระบวนการความคิดว่าจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ถ้าความต้องการของประชาชนชัดเจน เขาคงต้องทำตามความต้องการของประชาชน นี่เป็นหลักที่นักการเมืองหรือคนเกี่ยวข้องกับงานการเมืองต้องยึดถืออยู่แล้ว

ยกตัวอย่างในสมัยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ หลังการเลือกตั้งปี 2562 ท่านเข้ามาด้วยเสียง 253 เสียง ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม ท่านมีความชอบธรรม เพราะได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง และรัฐบาลอยู่มาได้จนครบสมัย แต่รัฐบาลต้องมีความสามารถในการบริหารบ้านเมืองด้วยจนอยู่พ้นมาได้เกือบ 4 ปีแล้ว

‘สนธิรัตน์’โชว์สัมพันธ์บ้านใหญ่นราฯ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) โพสต์เฟซบุ๊ก ร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งงานของลูกสาว นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส พรรคพลังประชารัฐ พร้อมระบุว่า ตนมีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมงานแต่งงานลูกสาว ของนายวัชระ เป็นงานแต่งงานที่อบอุ่นท่ามกลางพี่น้องชาวมุสลิม ที่เปรียบเสมือนเพื่อนและญาติมิตรมากมายของตระกูล ยาวอหะซัน และขอแสดงความยินดีกับครอบครัว “ยาวอหะซัน” ในงานแต่งครั้งนี้

ภายในงานตนมีโอกาสแลกเปลี่ยนทางการเมืองกับ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกอบจ.นราธิวาส พร้อมทีมส.จ. และแกนนำใน พื้นที่ ที่ร่วมพูดคุยต้อนรับกันอย่างอบอุ่น จ.นราธิวาสเป็นพื้นที่ที่พรรคได้รับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในการดำเนินงานทางการเมืองร่วมกัน และพร้อมส่งผู้สมัครทั้ง 4 เขตจาก 5 เขตในจ.นราธิวาส ยกเว้นเขตของความเป็นพี่น้องของ ส.ส.กูเฮง ที่มาร่วมงานในฐานะอาของเจ้าสาว ซึ่งได้พบปะอย่างอบอุ่น ถึงจะอยู่ ต่างพรรคในขนาดนี้ แต่เป็นไมตรีจิตที่มีต่อกันด้วยความซาบซึ้งยิ่ง

4 พรรคเล็กขอดิ้นสู้
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพรรคพลังธรรมใหม่(พธม.) ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนทางการเมืองของกลุ่มพรรคเล็กว่า ตอนนี้กลุ่มของตนรวบรวมกลุ่มพรรคเล็ก ที่ยืนยันจะสู้ต่อในนามพรรคเดิมของตนเอง ประกอบด้วย นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน(ค.พ.ช.) นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย(พ.ชต.ท.) นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่(ปธม.) จากนี้ต้องรอดูจะเหลือกี่พรรคที่จะยุบพรรคหรือย้ายไปอยู่พรรคใหญ่

ผู้สื่อข่าวถามว่าแม้พล.อ.ประยุทธ์จะประกาศเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะไม่เปลี่ยนใจใช่หรือไม่ นพ.ระวีกล่าวว่า ไม่เปลี่ยนใจ เราคิดว่าอยู่พรรคเดิมสู้ได้

‘น้องพีระวิทย์-ดำรงค์-พิเชษฐ’ซบสอท.
ด้านนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย(พล.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังบอก ไม่ได้ เพราะยังไม่มีความชัดเจนในหลายอย่าง และยังไม่ได้ตัดสินใจ ขอดูเหตุการณ์อีกนิด ส่วนน.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย ลูกสาวตน ยังไม่ได้ตัดสินใจจะย้ายไปอยู่พรรคไหน แต่ต้องตัดสินใจในเร็วๆ นี้ การตัดสินใจต้องดูลูกสาวเป็นหลักว่าลงแล้วมีโอกาสได้หรือไม่ เพราะจะลงสมัคร ส.ส.เขต มองไว้เป็นพื้นที่ กทม. ฝั่งธนบุรี อย่างไรก็ตาม ซึ่งมีหลายพรรคที่เชิญชวนเราเข้าไปร่วม ทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาล และพรรค ฝ่ายค้าน พรรคใหม่ และพรรคเก่า

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม (ท.ธ.) กล่าวว่า แม้ตนจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี แต่จะส่งน้องชายลงสมัคร ส.ส.เขต สระบุรี โดยจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทย ซึ่งมีพรรคอย่างนายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย(รป.) นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จะย้ายไปอยู่พรรคสร้างอนาคตไทยด้วยเช่นกัน ส่วนพรรคเล็กอื่นๆ ถ้าจะยังอยู่ที่เดิมคงต้องปล่อยเขาไป

ฝ่ายค้านรุมขย่ม‘ประยุทธ์’
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล(ก.ก.) กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพรปีใหม่ พร้อมเตือนสติพล.อ.ประยุทธ์ ให้ใจเย็นๆ ตั้งสติ ทำสมาธิ เพราะเรื่องเข้ามาเยอะทำให้หงุดหงิด แค่คล้อยหลังยังไม่ทันพ้นวัด เก็บอารมณ์ไม่อยู่หงุดหงิดใส่สื่อมวลชนว่า เชื่อว่าประชาชนและหลายๆ คนได้สะท้อนเรื่องนี้เยอะแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นแบบนี้ คำถามสำคัญคือคนแบบนี้ เรายังอยากให้เป็นนายกฯ ต่อหรือไม่

ในระยะเวลาสุดท้ายอยากให้ประชาชนลองทบทวน และในช่วงที่ผ่านมาเราคงได้กลับไปทบทวนปีก่อนว่าเศรษฐกิจ สังคม การเมืองเป็นอย่างไร ทุกอย่างดีขึ้นหรือไม่ เชื่อว่าปีหน้าจะเป็นปีแห่งการเลือกตั้งที่จะทำให้เรามีรัฐบาลใหม่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่ที่พี่น้องประชาชน ฝากพิจารณาดูอีกรอบก็ได้ว่าคนแบบนี้สมควรจะให้เป็นนายกฯ ต่อจริงๆ หรือ

ส่วนนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย(พท.) รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ว่า บุคลิกกิริยาของแต่ละคนในอายุ 60-70 ปีแล้วนั้นมันแก้ยาก ซึ่งเป็นบุคลิกของพล.อ.ประยุทธ์ ตนไม่เคยคิดคาดหวังว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นคนเปลี่ยนบุคลิก ถือว่าเขาดำรงบุคลิกตัวเองมาแบบนี้ ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ พูดหลายครั้งว่า จะพยายามเปลี่ยนบุคลิกตัวเอง แต่ก็เหมือนเดิม เพราะคนเราเปลี่ยนบุคลิกตัวเองไม่ได้

พท.ปัดเขี่ยก.ก.-ชูรบ.พรรคเดียว
นายสมคิด กล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เกรงว่า หากพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลโดยรวมกับพรรคการเมืองอื่นแล้วทิ้งพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทยกำลังทำหน้าที่แต่ละเขตอย่างเต็มความสามารถเพื่อที่จะแลนด์สไลด์ ส่วนหลังการเลือกตั้งค่อยว่ากันอีกครั้ง เราก็อยู่ฝั่งประชาธิปไตยด้วยกันคุยกันง่ายอยู่ วันนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งก่อน เชื่อว่าฝั่งประชาธิปไตยต้องสู้ไปด้วยกัน

“ไม่ได้ขึ้นกับอยู่ว่าใครทิ้งใคร มันอยู่ที่ตัวเลขเป็นหลัก ซึ่งเป็นเรื่องที่เร็วเกินไปที่จะพูดถึง หากพรรคเพื่อไทยได้แลนด์สไลด์จริงๆ ก็ไม่อาจจะร่วมกับพรรคการเมืองไหนก็ได้ อันนี้เป็นเรื่องอนาคต ฉะนั้นการเลือกตั้งยังไม่เกิดคงไปตัดสินใจอะไรไม่ได้ ฝนยังไม่ตกอย่าเพิ่งกางร่มเลย เดี๋ยวมันจะยุ่ง” นายสมคิดกล่าว

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายแลนด์สไลด์เพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวใช่หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ใช่ เราทำงานหนักทุกเขต ทั้งขึ้นป้ายหาเสียงและประชาสัมพันธ์ ดังนั้น เรื่องอื่นเรายังไม่ได้คิด ยังไม่ได้สรุปอะไรกันเลย

ก้าวไกลเย้ย‘ลุงตู่’ฝันคัมแบ๊ก
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวกรณีที่พล.อ.ประวิตร ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้ส.ส.เกิน 100 คน สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ว่า ตอนนี้ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังไม่นิ่งว่าใครจะเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงเกิน 25 เสียงและใครจะเป็นพรรคที่ได้ไม่เกิน 25 เสียง เพื่อเสนอชื่อ นายกฯ ในสภา จึงเป็นเรื่องที่สองพรรคนี้จะ แย่งชิงกันเอง ส่วนที่จะได้เกิน 100 คน หรือ ต่ำกว่านั้น ไม่ต้องมาบอกประชาชน แต่ไปตกลงกันให้ดีว่าระหว่างพล.อ.ประวิตรกับพล.อ.ประยุทธ์ จะแย่งชิงฐานมวลชนกันจากตรงไหนมากกว่ากัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่า 2 พรรคนี้หากจับมือกันจะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า ผลงานตลอด 8 ปีเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ไม่ได้มีอะไรที่เข้าตาประชาชน ซ้ำร้ายยังทำร้ายประชาชน ขนาดบ้านของทั้งสองลุงที่บริหารจัดการมา 8 ปี มีอำนาจล้นมือแต่ยังไม่สามารถทำให้ดีได้ มีข่าวฉาว มีข่าวทุจริตคอร์รัปชั่น บริหารผิดพลาดต่างๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้กี่ครั้ง ต่อข้อต่อว่า มองว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯได้อีกครั้ง เนื่องจากยังมีเรื่องอำนาจส.ว.ที่เลือกนายกฯในสภาได้ นายณัฐชา กล่าวว่า คิดว่าเป็นความพยายามลมๆ แล้งๆ ของ นายกฯ ใกล้หมดอายุว่าจะไปต่อ นี่เป็นบทพิสูจน์ของการเสพติดอำนาจ

เมื่อถามว่า ประเมินว่าพล.อ.ประยุทธ์จะยุบสภาช่วงใดหรือจะอยู่จบครบวาระสภา นายณัฐชา กล่าวว่า ตอนนี้คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ อาจต้องการอยู่ในอำนาจให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เนื่องจากไม่ทราบว่ารอบหน้าจะได้กลับมาอีกหรือไม่ และไม่รู้ว่าลงจากหลังเสือแล้วจะถูกเช็กบิลมากน้อยแค่ไหน ช่วงนี้พล.อ.ประยุทธ์จึงจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ ทั้งหมดปูทางอนาคตของตนเอง และอยู่ในอำนาจต่อเท่าที่อยู่ได้ ตนคิดว่าอาจจะมีการยุบสภาก่อนครบวาระอย่างมากประมาณ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น

เตือนซ้ำรอยปี62-ปชช.ไม่ทน
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์การเมืองต้องดูใน 2 เงื่อนไข คือ 1.ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นอภิปรายทั่วไปรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 แล้ว คาดว่าจะเปิดอภิปรายได้ปลายเดือนม.ค.นี้ อยากให้ติดตามว่าข้อมูลที่พรรคร่วมฝ่ายค้านนำเสนอนั้น แม้จะอภิปรายทั่วไปแต่น้ำหนักหรือประเด็นที่จะอภิปราย เทียบเท่ากับการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยลงมติตามมาตรา 151 ฉะนั้น อาจสั่นสะเทือนต่อรัฐบาลตั้งแต่ตอนนี้เลยก็ได้

2.เชื่อมั่นว่าในปีนี้ต้องเกิดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นแน่ เร็วสุดอาจเป็นเดือนมี.ค. หรือช้าสุด ต้นเดือนพ.ค. เมื่อเกิดการเลือกตั้ง คงต้องดูคณิตศาสตร์ทางการเมืองว่าแต่ละพรรคจะมีคะแนนรวมเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าหากเป็นฝ่ายค้านในปัจจุบัน หรือเป็นฝ่ายประชาธิปไตย คะแนนมากพอ น่าจะนำไปสู่การปิดสวิตช์ส.ว. ในการเลือกนายกฯไปโดยอัตโนมัติ แม้ในทางกฎหมายอาจปิดไม่ได้ ฉะนั้น ชื่อของนายกฯ คนใหม่ จะมีความสำคัญต่ออนาคตและทิศทางการเมืองของไทย

ส่วนเงื่อนไขอีกประการหนึ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะตามมาคือ กรณีที่หาคณิตศาสตร์ทางการเมือง หรือท้ายที่สุดผลการเลือกนายกฯ ไม่ตรงกับสิ่งที่ประชาชนมอบความไว้วางใจกับพรรคการเมือง เช่น อาจมีการผิดมารยาททางการเมือง กรณีบางพรรค โดยเฉพาะพรรคที่เกี่ยวข้องกับการสืบทอดอำนาจ และไม่ได้คะแนนสูงสุด ส่งแคนดิเดตลงชิงนายกฯ แต่กลับได้รับแรงสนับสนุนจากส.ว. เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2562 หากเป็นสถานการณ์เช่นนั้นจริง จะเป็นอีกครั้งที่ประชาชนจะไม่ทนอีกแล้ว เพราะทนมาจริงๆ หากถึงปีหน้าจะครบ 9 ปี เพราะไม่ใช่แค่ประเด็นทางการเมือง แต่ส่งผลกระทบต่อปัญหาปากท้อง หากเงื่อนไขที่ 2 ไม่เป็นตามนั้นเงื่อนไขนี้จะตามมา

‘พรเพชร’เชื่อส.ว.ยึดสภามั่นคง
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงข้อครหาเกี่ยวกับอำนาจส.ว.ที่มีสิทธิ์เลือกนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งหลายคนมองว่าตอนนี้ส.ว.แบ่งเป็นฝ่ายของพล.อ.ประยุทธ์ และฝ่ายของพล.อ.ประวิตรว่า เป็นธรรมดา สมาชิกย่อมมีความเห็นแตกต่างกัน ต้องไปดูตอนลงคะแนน และก่อนลงคะแนนจะมีเสียงออกมาชัดเจน ซึ่งมีน้อยคนที่จะแสดงความชัดเจนในตอนนี้ เพราะคงไม่อยากไปขัดแย้งอะไร และเราก็พูดไม่ได้ คนเป็นประธาน ยิ่งไปบอกไม่ได้ว่าจะเลือกอะไร ตอนนี้คุณเห็นพรรคไหนดี หรือถ้าคะแนนไม่ถึง แล้วพรรคนี้ได้และคุณจะสนับสนุนหรือไม่ ถ้าโดยหลักการต้องพูดว่าวุฒิสภามีหน้าที่ดูว่าประเทศชาติเราจะเดินหน้าได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมา ส.ว.แทบจะไม่แตกแถวในการเลือกพล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ ครั้งนี้จะใช้หลักอะไร หาก 2 ป. ต้องแข่งกัน นายพรเพชรกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งแรกเป็นการเลือกคนเดียว แต่ครั้งใหม่ เท่าที่ตนฟังจากสมาชิกบอกว่า เขาต้องดูก่อนว่าเมื่อเลือกไปแล้ว จะมีความมั่นคงในระบบรัฐสภาหรือไม่ อาจเป็นความคิดของตนก็ได้ที่ได้ยินมาว่าส.ว.ควรเลือกให้ระบบรัฐสภาที่มี 2 สภาอยู่ได้ ตามกฎหหมายที่ให้ส.ว.เลือกนายกฯได้ ถ้าเราเลือกไม่ดี ไม่ถูกต้อง จะมีผลกระทบ ไม่ว่าส.ว.หรือส.ส.ทุกคนก็รักประเทศชาติ และอยากให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้ นี่เป็นความคิด และเป็นความตั้งใจ แต่ต้องมีบางท่านที่เขาผูกพันกับความต้องการอย่างไร เขาคงต้องยืนตามนั้น

ใครออกตัวแรงระวังถูกยื่นถอด
ต่อข้อถามว่าที่ระบุว่า ส.ว.จะคิดถึงความมั่นคง ในการเลือกนายกฯ หมายรวมถึงอายุการดำรงตำแหน่งด้วยหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่ต้องมีการฟอร์มรัฐบาลให้ได้เร็ว และรัฐบาลต้องมั่นคง ส.ว.ต้องมีบทบาท เพราะส.ว.ต้องคำนึงถึงว่าสร้างความมั่นคงได้อย่างไร ถ้าไม่มั่นคงก็ยุบสภากันอีก ดังนั้น อายุการดำรงตำแหน่งของนายกฯก็มีส่วน เพราะคนที่จะเป็นนายกฯได้ สมมติอยู่ในพรรคที่ได้เสียง 250 ถึง 255 แล้วมาได้เสียงจากส.ว.โหวตนายกฯ ก็ไม่มั่นคงเท่าไหร่ ถ้าจะให้ดีส.ส.ที่รวมกันต้องมีเสียงมาก ส่วนส.ว.เพียงไปช่วยสนับสนุน

ผู้สื่อข่าวถามว่าอายุการดำรงตำแหน่ง นายกฯของพล.อ.ประยุทธ์ ที่เหลืออีก 2 ปี ถือว่ามั่นคงหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า เป็นเรื่องของพล.อ.ประยุทธ์ คงไปวิจารณ์ไม่ได้ เมื่อถามว่าแสดงว่าการเป็นนายกฯได้ 4 ปี กับ 2 ปี จะเป็นตัวเลือกที่ส.ว.ต้องพิจารณาใช่หรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ต้องรอดูการฟอร์มของรัฐสภา ตนถึงตอบได้ วันนี้ยังไม่เกี่ยวกับวุฒิสภา อยากให้ส.ส.เป็นผู้พิจารณา

ส่วนที่มีการระบุถ้าเสียงของส.ส.เกิน 250 แล้ววุฒิสภาไม่ทำตามส.ส.จะเกิดความวุ่นวาย การพิจารณาต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ด้วยหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณา แต่ต้องดูว่าโครงสร้างของส.ส.นั้น ส.ว.พอใจหรือไม่ โครงสร้างคือพรรค สามารถฟอร์มได้ และเรื่องความวุ่นวายก็เป็นสิ่งที่ส.ว.ต้องพิจารณา แต่ถึงตอนนั้นอาจจะไม่วุ่นวายก็ได้ ตอนนี้อย่าด่วนคิดไปก่อน

เมื่อถามว่าขณะนี้มีการรวมเสียงส.ว.ไปอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร ทำให้มีเสียงสนับสนุนส.ว.รวมกับส.ส.ถึง 375 เสียง นายพรเพชรกล่าวว่า ยังไม่ได้ยินใครจะทำอย่างนั้น แต่เชื่อมั่นว่าไม่มี ต้องให้พรรคฟอร์มให้เห็นชัดก่อน ส่วนที่ส.ว.ออกมาแสดงท่าทีว่าสนับสนุนใครหรือไม่สนับสนุนใครแล้ว จะทำให้เกิดข้อครหาหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ถ้าเขาทำเช่นนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นอันตรายต่อตัวเขาเอง ที่อาจถูกดำเนินการในทางกฎหมาย ถึงขั้นพ้นจากตำแหน่ง

‘ชวน’นัด 3 วิปปูพรมผ่านกฎหมาย
นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของสภาว่า เราไม่สามารถให้คะแนนการทำงานของสภาได้ เพราะต้องรอดูทิศทาง และความพร้อมของแต่ละพรรคอีกครั้ง ขณะนี้มีความชัดเจนเฉพาะใครอยู่ที่ไหนเท่านั้น และตนมองว่าอาจสั่งองค์ประชุมง่ายขึ้น โดยหัวหน้าพรรคหรือผู้บริหารพรรคใหม่ สามารถขอสมาชิกที่ยังไม่ลาออกจากส.ส. แต่จะไปสังกัดพรรคนั้น ขอให้ทำงานให้ประชาชน ในเวลาที่เหลืออยู่ไม่มาก

ส่วนการควบคุมเสียงส.ส.ให้เข้าร่วมประชุมนั้น หัวหน้ารัฐบาลไม่ได้เป็นส.ส. และหัวหน้าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่ได้มีหัวหน้าพรรคที่เป็นส.ส.เช่นกัน จึงประสานผ่านรมต.ประจำสำนักนายกฯ ซึ่งตัดสินบางเรื่องไม่ได้ ตนจึงเห็นใจวิปรัฐบาล และผู้ควบคุมเสียง ตนพยายามช่วยประสานขอความร่วมมือ แต่พอถึงเวลาจริงก็เหนื่อย และเป็นสิทธิของสมาชิกที่จะกดองค์ประชุม เราจึงไปตำหนิไม่ได้ ทำได้แค่ขอความร่วมมือทุกฝ่าย และใช้เวลาที่เหลืออยู่ของสภา ทำหน้าที่ให้ลุล่วงไปให้ได้

“การทำงานในปีนี้อยู่ที่ความร่วมมือของสมาชิก ผมตั้งใจว่าวันที่ 4 ม.ค. จะเชิญวิป 3 ฝ่าย คือวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา มาหารือเพื่อเร่งรัดกฎหมายที่เลื่อนขึ้นมาพิจารณา 3 ฉบับ ช่วงก่อนสภาหมดวาระมีความหมาย เพราะประชาชนจับตาดูอยู่ ใครที่คิดว่าชนะแน่ๆ และชนะท่วมท้น สถานการณ์อาจจะเปลี่ยนก็ได้ จึงต้องระมัดระวังจนนาทีสุดท้าย” นายชวนกล่าว

เลขาฯกกต.กระตุ้นพร้อมเลือกตั้ง
วันเดียวกัน นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความในกลุ่มไลน์ผู้บริหารของสำนักงาน กกต. เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ โดยอวยพรขอให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข็มแข็ง มีกำลังสติปัญญาที่เฉียบคมในการที่จะนำสิ่งดีๆ มาสู่ท่านและครอบครัว องค์กร และชาติบ้านเมืองโดยรวม จากนี้คงเป็นการนับถอยหลังไปว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับจะมีผลใช้บังคับเมื่อใด จะมีการยุบสภาหรือไม่ ถ้ายุบจะยุบช่วงไหน หรือ สภาจะอยู่จนครบวาระ พวกเราจะมีเวลาเตรียมการและทำงานน้อยลง ทุกวัน สิ่งที่พวกเราอยากจะเห็นและได้พูดคุยหารือร่วมกันมาตลอด ก่อนหน้านี้หลายครั้ง

เรามีเป้าหมายในการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไปครั้งต่อไป คือ ทำให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศให้ได้ การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับทั้งกระบวนการและผลการเลือกตั้ง สร้างความเชื่อมั่น และเกียรติภูมิ แก่กกต.และสำนักงานโดยองค์ประกอบที่จะทำให้พวกเราบรรลุตามเป้าหมาย ต้องมีเครื่องยนต์ อยู่อย่างน้อย 4 เครื่องยนต์ กล่าวคือ 1.คนดี 2.การบริหารจัดการดี 3.เทคโนโลยีดี และ 4.สื่อสารดี โดยมีความเชื่อมั่นในพวกเราตามข้อ 1 มากที่สุด แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้เดินครบทั้ง 4 เครื่องยนต์ เราขาดเทคโนโลยี เราไม่มีแอพพลิเคชั่น ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการรับสมัคร ให้แก่พรรคการเมือง ผู้สมัคร เขต สำนักงาน หน่วยงานสนับสนุน เหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมทั้งไม่มีแอพพลิเคชั่น ในการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา

“เรื่องที่เกิดขึ้นในฐานะหัวหน้าหน่วยงานผมขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว แต่แม้จะมีข้อจำกัด ผมมีความเชื่อมั่นในพวกเรา ว่าเราจะทำการเลือกตั้ง บรรลุตามเป้าหมายทั้ง 3 ข้อข้างต้นได้ แต่อาจจะต้องเก่งขึ้นอีกนิด จึงเป็นแค่ความท้าทาย ไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรคที่จะหยุดเราแต่อย่างใด”

อยากเห็นเป้าหมายสัมฤทธิผล
นายแสวงกล่าวว่า เครื่องมือและตัวชี้วัด ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย ประชาชนก็อยากเห็น กกต.ก็อยากเห็น และพวกเราชาว กกต.ก็อยากจะเห็นเป้าหมายเกิดผลสัมฤทธิ์ โดยการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งต่อไป มีตัวชี้วัดและให้คุณค่าตัวชี้วัดในแต่ละเครื่องมือ ดังนี้ 1.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดเพิ่มขึ้น 5% จากของเดิมในแต่ละจังหวัดตัวเอง 2.บัตรเขย่ง คะแนนเขย่ง เป็นศูนย์ ซึ่งเราทำได้มาแล้วจากการเลือกตั้งท้องถิ่นเกือบทั้งหมด อาทิ กทม.ที่ใหญ่มาก แต่ถ้ามีเหตุเกิดขึ้นก็สามารถอธิบายชี้แจงได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ครบถ้วน เพื่อมิให้ผู้ไม่หวังดีนำไปขยายผลเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

3.บัตรเสียมีสัดส่วนที่น้อยลงจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เทียบกับจังหวัดตนเอง 4.มีสำนวนการเรื่องร้องเรียนกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) น้อยลง เทียบกับการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในจังหวัดตนเอง 5.รายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว 6.นำแบบ ส.ส. 5/18 เข้าในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้พรรคการเมือง ผู้สมัคร และประชาชนได้ตรวจสอบภายในกำหนดเวลา และ 7.มีศูนย์ข่าวในแต่ละจังหวัด ซึ่งเท่าที่ทราบมีอยู่แล้ว ที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว เพื่อใช้ประโยชน์ในการ ควบคุม บริหารสถานการณ์ การเลือกตั้ง ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ไปจนถึงวันเลือกตั้ง วันประกาศผล เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายกฯปลื้มกรุงเทพฯยอดนิยม
วันที่ 2 ม.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยินดีที่ประเทศไทยได้รับความสนใจ และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดย Hopper เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นวางแผนการท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวอเมริกัน เปิดเผยผลการค้นหาเที่ยวบินในปี 2566 สัปดาห์แรกของเดือนธ.ค.2565 ชาวอเมริกันมีความต้องการเดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ มากเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวยังคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวชาวอเมริกันมีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างคึกคักในปี 2566 โดยเฉพาะประเทศในทวีปเอเชีย ที่พบมีการค้นหาเที่ยวบินระหว่างประเทศสูงถึงร้อยละ 27 กรุงเทพฯ นั้นติดอันดับ 3 ปลายทางของการค้นหา รองจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม สำหรับการท่องเที่ยวในปี 2566 หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้บูรณาการการดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และยังดำเนินความร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้มีการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวระหว่างกันมากขึ้น

นายอนุชากล่าวต่อว่า นอกจากนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ (KTO) ยังประกาศความร่วมมือระดับทวิภาคีกำหนดให้ในปี 2566-2567 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวระหว่างเกาหลีใต้-ไทย เพื่อฟื้นฟูแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระหว่างกันให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกันไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน และหวังว่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยในปี 2566 รัฐบาลตั้งเป้าสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้กลับมาร้อยละ 80 ของช่วงก่อนโควิด-19 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับคืนมาร้อยละ 50 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.38 ล้านล้านบาทจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน

ช้อปดีมีคืนลดหย่อนภาษีปี66
เมื่อวันที่ 2 ม.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน โดยการลดหย่อนภาษีปี 2566 จากการใช้จ่ายจริงสูงสุด 40,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าและบริการพร้อมออกใบกำกับภาษี โดยมาตรการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ถึง 15 ก.พ.นี้ โดยแบ่งเป็น 1.ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ จำนวนไม่เกิน 30,000 บาทแรก จะต้องมีใบกำกับภาษีในรูปแบบกระดาษ หรือใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร 2.ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ จำนวนไม่เกิน 10,000 บาทที่เหลือ จะต้องมีใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากรเท่านั้น

น.ส.รัชดากล่าวต่อว่า สำหรับสินค้าประเภทหนังสือ e-book และสินค้าโอท็อป จะต้องใช้ใบเสร็จรับเงินด้วย สำหรับค่าสินค้าและบริการบางชนิดที่ไม่เข้าร่วมมาตรการได้แก่ ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์ ค่าซื้อยาสูบ ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ ค่าซื้อหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ค่าบริการจัดนำเที่ยว ค่าที่พักในโรงแรม ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเตอร์เน็ต และค่าบริการสำหรับบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาว และค่าเบี้ยประกันวินาศภัย ทั้งนี้ ก็ต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรายชื่อผู้ประกอบการจัดทำใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ www.rd.go.th สอบถามโทร.1161

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน