ดีเดย์ 5 โมงเย็น 9 มค. พปชร.ส่อกระเพื่อมอีก โวยเด็กป้อมกุมอำนาจ พท.จ่อเปิด3แคนดิเดต สภานัดแรกล่มรับปีใหม่

‘บิ๊กตู่’ ได้ฤกษ์สมัครเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ 5 โมงเย็น 9 ม.ค.นี้ จัดอีเวนต์ใหญ่ที่ศูนย์ สิริกิติ์ คณะทำงาน เตรียมเวิร์กช็อปคลอดนโยบายพรรค พลังประชารัฐกระเพื่อม-จับตาเลือดไหลอีก สะพัดสมาชิกเอือมคนใกล้ชิด ‘บิ๊กป้อม’ กุมอำนาจ เพื่อไทยย้ำเดินหน้าแลนด์สไลด์ ไม่จับมือพรรคใดตั้งรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง ขอเกิน 250 เสียงสู้ส.ว.โหวตนายกฯ ‘ชลน่าน’ แย้มเตรียมเปิด 3 แคนดิเดต ‘ชวน’ เผยบรรจุญัตติซักฟอกแบบไม่ลงมติเข้าสภาแล้ว คาดเปิดศึกปลายม.ค.นี้ สภาล่มตั้งแต่นัดแรกรับปีใหม่ ถกร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ไปไม่ถึงไหน

‘บิ๊กตู่’ถกงบปี 67-วงเงิน3.35ล้านล.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ประชุมเรื่องแผนการเงินระยะปานกลาง รายรับรายจ่ายปีงบประมาณ 2567 และประเมินไปถึงปี 2570 ซึ่งจำเป็นต้องประเมินเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการวางพื้นฐานการใช้จ่ายงบ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต อย่างระมัดระวังที่สุด พยายามอย่างยิ่งจะทำให้สถานะการเงินการคลังของเรามีความมั่นคงในทุกๆ ด้าน

นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ร่วมกับ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีมติเห็นชอบ กรอบการจัดทำงบประมาณปี 2567 ซึ่งเป็นไปตามที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ได้เห็นชอบกรอบการจัดทำงบประมาณระยะปานกลาง 2567-2570 โดยในส่วนของปีงบประมาณ 2567 จะมีกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายรวม 3.35 ล้านล้านบาท เป็นการจัดทำงบประมาณขาดดุลวงเงิน 5.93 แสนล้านบาท และเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมครม.ในวันอังคารที่ 10 ม.ค.

6ม.ค.ลงพื้นที่สิงห์บุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันศุกร์ที่ 6 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดเดินทางตรวจราชการ จ.สิงห์บุรี พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ

จุดแรก พล.อ.ประยุทธ์จะตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าพื้นที่ก่อสร้างพนังกั้นน้ำ ต.น้ำตาล อ.อินทร์บุรี จากนั้นเป็นประธานเปิดกิจกรรม “ข้าวรักษ์โลก” ที่บริเวณพื้นที่นำร่อง หมู่ที่ 1 ต.น้ำตาล โดยนายกฯ จะลงพื้นที่แปลงนา ขับรถดำนาปลูกข้าวร่วมกับชาวนา และปล่อยปลาร่วมกับเกษตรกร ก่อนไปยังจุดพิธีเปิดกิจกรรมข้าวรักษ์โลก เพื่อทำพิธีเปิดและกล่าวเปิดกิจกรรม หลังจากนั้นพบปะเกษตรกร เดินเยี่ยมชมนิทรรศการ และเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ต้องจับตาการลงพื้นที่ของ พล.อ. ประยุทธ์ ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่สอง หลังจากประกาศตัวชัดเจนว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)

ฤกษ์ 9 ม.ค.สมัครเข้ารทสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติของพล.อ.ประยุทธ์ ล่าสุดมีความชัดแล้วว่าในวันที่ 9 ม.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคและจะมีงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อย่างเป็นทางการ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 17.00 น. นอกจากนี้ งานวัน ดังกล่าวจะมี ส.ส.ที่จะย้ายมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมเปิดตัวด้วย

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการ นายกฯ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า มีแนวโน้มและความเป็นไปได้ที่พล.อ.ประยุทธ์ จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคในวันที่ 9 ม.ค. แต่ยังรอสรุปความชัดเจน เพราะการสมัครคงไม่ใช่เดินมาเขียนใบสมัครแล้วจบ ต้องมีอะไรที่สมกับนายกฯด้วย คือต้องพร้อมทั้ง นายกฯและพรรค โดยจะเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียว ส่วนคนอื่นๆ จะทยอยเปิด

เมื่อถามว่า หลังการเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์แล้ว มีการวางโปรแกรมการลงพื้นที่หาเสียงอย่างไรบ้าง นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า คงต้องคุยกันอีกที แน่นอนว่าวันธรรมดาต้องหลังเวลาราชการ เพราะการทำงานการเมืองต้องแยกจากราชการ ซึ่งนายกฯไม่ได้ติดขัดอะไร

เตรียมเวิร์กช็อปคลอดนโยบาย

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมามักมีการข่าวปล่อยยุแยงว่า นายกฯ เปลี่ยนใจ ก็เพียงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของบางพรรคเท่านั้น แต่ยืนยันว่านายกฯ จะมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติแน่นอน ส่วนช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัครส.ส. ตัวแทนพรรค และคณะทำงานของพรรคทั่วประเทศ ถือโอกาสลงพื้นที่สวัสดีปีใหม่พี่น้องประชาชน เพื่อเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปีที่ดีเพื่อประเทศของเรา รวมถึงรับฟังปัญหา และข้อเสนอต่างๆ เพื่อนำมาประมวลและประยุกต์เข้ากับชุดนโยบายที่ทางพรรคได้จัดเตรียมไว้เบื้องต้นแล้วในทุกมิติ

เร็วๆ นี้ คณะทำงานด้านนโยบายจะประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์กช็อป เพื่อจัดทำชุดนโยบายของพรรค และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ก่อนประกาศต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งหลักคิดสำคัญในการออกแบบนโยบายของพรรคจะตรงตามชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มุ่งสลายความคิดเชิงแบ่งขั้วให้คนไทยทุกคนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมีประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ข้อมูลที่ได้จากการรับฟังพี่น้องประชาชนถือว่าเป็นประโยชน์ และค่อนข้างตรงกับแนวนโยบายที่พรรคจัดเตรียมไว้เบื้องต้น หลังจากนี้จะมีขั้นตอนการประมวลผล และออกแบบชุดนโยบาย ก่อนจะคิกออฟนโยบายต่างๆ ออกมาเร็วๆ นี้

รับทูตเช็ก – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้อนรับนายปาเวล ปีเตล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็กประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเข้ารับหน้าที่ พร้อมหารือกระชับความสัมพันธ์รอบด้านของทั้ง 2 ประเทศ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 ม.ค.

 

พปชร.ส่อวุ่น-เอือมคนสนิท‘ป้อม’

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถึงการเตรียมประชุมใหญ่พรรคในเดือนม.ค.นี้ เพื่อปรับโครงสร้างกก.บห. เตรียมพร้อมเลือกตั้ง โดยก่อนหน้านี้มีแกนนำบางคน เสนอให้ กก.บห. ที่เป็นส.ส.เขต ลาออก เพื่อจะได้ลงพื้นที่หาเสียงได้เต็มที่ และเปิดทางให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ แต่แนวคิดดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับ กก.บห.และสมาชิกพรรคบางส่วน เนื่องจากเห็นว่าแกนนำคนดังกล่าวพูดไป โดยที่กก.บห.บางคนไม่ได้คิดเช่นนั้น เป็นการคิดเองเออเอง ที่สำคัญแกนนำบางคนต้องการเป็นทั้ง กก.บห. และส.ส.เขตไปพร้อมกัน เพื่อมีปากเสียงในการขับเคลื่อนงาน และเป็นเครดิตไปบอกกับคนในพื้นที่ได้ ขณะเดียวกันแนวคิดนี้กลุ่มสามมิตรก็ไม่เห็นด้วย จึงจะรอดูว่ากลุ่มสามมิตรจะได้เป็น กก.บห.กี่คน ก่อนจะกำหนดท่าทีทางการเมืองต่อไป

ที่ผ่านมาสมาชิกพรรคหลายคน ไม่พอใจกับการตัดสินใจของแกนนำบางส่วน ทั้งนายวิรัช รัตนเศรษฐ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมถึงบุคคลใกล้ชิดกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จึงประเมินกันว่าหลังประชุมใหญ่พรรค และมีการปรับโครงสร้างพรรค จะมีสมาชิกพรรคลาออกอีก และอาจมีแรงกระเพื่อมภายในพรรคเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเวลาเกิดปัญหาขึ้น และสมาชิกพรรคแจ้งให้พล.อ.ประวิตร รับทราบถึงความไม่พอใจหรือปัญหาที่เกิดขึ้นภายในพรรค แต่พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ให้ความชัดเจน ทำให้สมาชิกไม่อยากมีส่วนร่วมกับกิจกรรมในพรรค

พท.ย้ำแลนด์สไลด์-สู้ส.ว.โหวตนายกฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย เรื่องไม่ได้จับมือพรรคใดตั้งรัฐบาล เน้นเดินหน้าแลนด์สไลด์เพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจให้คนไทยว่า ตามที่มีการเสนอข่าวในสื่อต่างๆ รวมทั้งวิเคราะห์การเมืองว่าพรรคเพื่อไทยได้จับมือกับบางพรรคเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งแล้วนั้น พรรคเพื่อไทยเคารพการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่ขอปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง การวิเคราะห์ของบางสื่ออาจทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่พรรคเห็นว่ามีการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือ ไอโอของบางฝ่าย เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของพรรค สร้างความสับสนและเบี่ยงเบนกระแสเดินหน้าสู่ชัยชนะแลนด์สไลด์ ขอแถลงดังนี้

1.พรรคตระหนักว่า ภารกิจอันสำคัญยิ่งของรัฐบาลหน้าคือ การแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจและสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ดังนั้น พรรคตั้งใจอย่างแน่วแน่ เดินหน้ารณรงค์การเลือกตั้งสู่ชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ เพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศและทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้น รวมทั้งการชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ได้ส.ส.ตั้งแต่ 250 คนขึ้นไป จะเพิ่มโอกาสเอาชนะการโหวตของส.ว.ในการเห็นชอบตัวนายกฯ ในรัฐสภา เพื่อให้ได้รัฐบาลตามเจตจำนงของประชาชนที่แท้จริง และเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหาของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ย้ำแลนด์สไลด์ – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงการณ์เดินหน้าเลือกตั้งแลนด์สไลด์ ประกาศต้องได้ส.ส. 250 คนขึ้นไป เพื่อเอาชนะเสียงส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 4 ม.ค.

ไม่จับขั้วตั้งรบ.ก่อนเลือกตั้ง

2.พรรคตระหนักดีว่าหลักการประชาธิป ไตยที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การเคารพเสียงของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง พรรคเห็นว่าการจับมือกันของพรรคการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาลก่อนจะทราบผลเลือกตั้งนั้นไม่เหมาะสม และไม่เคารพหลักการข้างต้น ซึ่งพรรคจะไม่ทำเช่นนั้น นอกจากนั้นหลักเกณฑ์ที่สำคัญในการตั้งรัฐบาลคือ อุดมการณ์ประชาธิปไตยและนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ต้องยึดมั่นเป็นหลักในการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

3.พรรคยืนยันอย่างหนักแน่นอีกครั้งว่า พรรคไม่ได้จับมือกับพรรคใดตั้งรัฐบาล และไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรขอเรียนว่า นี่คือท่าทีและจุดยืนอันมั่นคงของพรรคเพื่อไทยมิเคยเปลี่ยนแปลง

“ยืนยันว่าพรรคมุ่งมั่นตั้งใจ เตรียมความพร้อมเพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง จึงนำเสนอนโยบายต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ประเทศ แก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ หวังทำให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น รวมทั้งการทำให้กฎกติกาสูงสุดของประเทศมีความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงของเพื่อพี่น้องคนไทยทุกคน” นพ.ชลน่านกล่าว

เตรียมเปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ

นพ.ชลน่านให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคที่จะเสนอรายชื่อเร็วๆ นี้จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะนำพานโยบายและส.ส.ของพรรคไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล ตลอดจนการสื่อสารการเมืองที่เป็นระบบเข้าถึงประชาชนจะได้รับโอกาสจากประชาชนให้ได้ส.ส. 250 คนขึ้นไป การเสนอชื่อเราจะใช้สิทธิเสนอชื่อทั้งหมด 3 ชื่อ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าพรรค เพื่อไทยมีบุคลากรที่มีความพร้อม เหมาะสม เพราะแคนดิเดตนายกฯ ถือเป็นกลไกที่จะรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง สร้างความเชื่อมั่นไปสู่พี่น้องประชาชน สามารถผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้จริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเสียง 250 ส.ว.ยังมีอำนาจโหวตนายกฯ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส.ว.จะยังมีอำนาจไปจนถึงปี 2567 จึงเป็นเหตุผลที่พรรคประกาศชนะแบบแลนด์สไลด์ เพื่อประกาศไปยังส.ว.ว่าหากประชาชนเลือกส.ส. มากกว่า 250 เสียงขึ้นไป พรรคเพื่อไทยจะเป็นเสียงข้างมากในสภา เชื่อว่าส.ว.ที่มีวุฒิภาวะ มีความเข้าใจ คงไม่ฝืนมติของพี่น้องประชาชนและจะทำตามอาณัติของประชาชน

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้เปิดตัวผู้สมัครส.ส.ไปแล้ว 300 เขต ยังเหลืออีก 100 เขต คาดว่าที่เหลือจะเปิดตัวแล้วเสร็จภายในกลางเดือนม.ค.นี้ สาเหตุที่ยังไม่ครบ 400 เขต ส่วนหนึ่งมาจากผู้สมัครแต่ละเขตมีมากกว่า 1 คน จึงจำเป็นต้องพิจารณาคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด ขณะเดียวกันยังรอการแบ่งเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งทราบจาก กกต.ว่าหลังจากกระทรวงมหาดไทยประกาศจำนวนประชากรตอนสิ้นปี 2565 แล้วจึงจะมีประกาศการแบ่งเขตการเลือกตั้งตามมา คาดหวังว่ากกต.จะแบ่งเขตการเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นไปตามข้อกำหนด

กกต.เผยสถิติคดีเลือกตั้งปี65

วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.ได้สรุปสถิติ คำร้อง/สำนวน การวินิจฉัย และการดำเนินคดี ประจำปีพ.ศ.2565 ประกอบด้วย สถิติคำร้อง/สำนวน การร้องคัดค้าน มี 136 เรื่อง แบ่งเป็นการเลือกตั้งส.ส. กรณีแทนตำแหน่งที่ว่าง 14 เรื่อง การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น กรณีแทนตำแหน่งที่ว่าง 64 เรื่อง การเลือกตั้งผู้ว่าราชการและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 49 เรื่อง การเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเมืองพัทยา 7 เรื่อง การถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2 เรื่อง

กกต.วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว 98 เรื่อง สำนวนที่กกต.มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์/ศาลอุทธรณ์ภาค กรณีเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมี 124 สำนวน แบ่งเป็นการเลือกตั้งส.ส. 1 สำนวน การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด 9 สำนวน การเลือกตั้งเทศบาล 44 สำนวน การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล 70 สำนวน ทั้งนี้ ศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว 41 สำนวน และสำนวนที่กกต.มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์/ศาลอุทธรณ์ภาค กรณีเลือกตั้งใหม่ มี 28 สำนวน แบ่งเป็นการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด 9 สำนวน การเลือกตั้งเทศบาล 12 สำนวน การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล 7 สำนวน ซึ่งศาลได้มี คำพิพากษาแล้ว 4 สำนวน

‘ชวน’คุย3วิปเคลียร์กม.ตกค้าง

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ลานด้านหน้าอาคารรัฐสภา ถนนสามเสน กรุงเทพฯ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป จาก 9 วัดในพระอารามหลวง ได้แก่ วัดไตรมิตรวิทยาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดปทุมคงคา วัดอรุณราชวราราม วัดโมลีโลกยาราม วัดบวรนิเวศ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดเทวราชกุญชร และวัดระฆังโฆสิตาราม เพื่อสืบสานประเพณีวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2566

โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมตัวแทนส.ส.จากทุกพรรคการเมือง ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานเลขาธิการสภา เข้าร่วมพิธี

เวลา 14.00 น. นายชวน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสาน(วิป) 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา เพื่อหารือถึงการกำหนดกรอบการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันที่ 10-11 ม.ค. ซึ่งมีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว, ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. …, ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคฝ่ายค้านเสนอ และการเร่งรัดพิจารณาร่างกฎหมายในชั้นของสภาผู้แทนราษฎร

นายชวนกล่าวภายหลังประชุมว่า การนัดประชุมร่วมรัฐสภา คาดว่าจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยเสนอไม่แล้วเสร็จ และอาจต้องยกไปพิจารณาในคราวถัดไป เนื่องจาก ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มีเนื้อหาจำนวนมาก และอาจต้องใช้เวลาพิจารณาถึง 2 วัน ส่วนการพิจารณาร่างกฎหมายของสภานั้น มีข้อเสนออยากให้นัดประชุมครั้งพิเศษเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต และร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม เนื่องจากร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ. … ยังมีเนื้อหาสาระอีกจำนวนมาก แต่ต้องหารือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก่อน ดังนั้น ในการหารือกรอบกว้างๆ เบื้องต้นจะพิจารณาไปตามวาระปกติก่อน

เมื่อถามว่า จะเร่งรัดการพิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างให้เสร็จก่อนหมดสมัยประชุมได้อย่างไร นายชวนกล่าวว่า เป็นความตั้งใจของส.ส.ที่ต้องการให้ร่างกฎหมายได้รับการพิจารณาวาระแรก เพราะหากยุบสภาแล้วยังมีขั้นตอนที่รัฐบาลชุดใหม่สามารถยืนยันให้ดำเนินการต่อไปได้ แต่หากร่างกฎหมายที่ไม่ผ่านวาระแรกถือว่าตกไป

บรรจุญัตติซักฟอกแล้ว

นายชวนกล่าวว่า สำหรับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ตนอนุมัติให้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมแล้ว เบื้องต้นคาดว่าจะอภิปรายช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ ส่วนกำหนดเวลาที่ชัดเจนตนให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่หนึ่ง ประชุมร่วมกับฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้านเพื่อพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปรายไม่ต่ำกว่า 22 ชั่วโมง นายชวนกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าการอภิปรายควรมีเวลา 2-3 วัน เบื้องต้นทราบว่ารัฐบาลต้องการชี้แจงและตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านเช่นกัน

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่า เตรียมตัวมานานแล้ว เราจึงแบ่งกันทำการบ้าน กรอบเนื้อหาชัดเจนแบ่งกันจบแล้ว สร้างหนัง สร้างสตอรี่กันจบก็แบ่งบทกันไปเล่น ตอนนี้ทุกคนไปซ้อมบท ใครที่รับหัวข้อไปแล้วก็ไปหารายละเอียดและหาข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดีที่สุด โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะประชุมเพื่อตรวจการบ้านในเวลา 15.00 น. วันเดียวกันนี้ ส่วนพรรคอื่นเข้าใจว่าตรวจการบ้านเช่นกัน ในสัปดาห์หน้าฝ่ายตค้านจะรวมกันทั้ง 6 พรรคเพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อย

ฝ่ายค้านถล่มงานเหลว-ทุจริต

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมุ่งเป้าการอภิปรายที่ประเด็นใดบ้าง นายสุทินกล่าวว่า จะมุ่งตรวจ 4 ปีที่ผ่านมา อะไรที่รัฐบาลน่าจะทำแล้วไม่ทำ ทำไมถึงไม่ทำและอะไรที่ทำแล้วล้มเหลว เวลาที่เหลืออยู่ควรจะแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะนโยบายที่เคยแถลงไว้ ถ้าทำไม่ได้เลย และไม่ได้ทำ คุณจะรับผิดชอบต่อสภาประชาชนอย่างไร ขณะที่ปัญหาเรื่องการทุจริตนั้นมีอยู่แล้ว ต่อข้อถามว่า จะมีเรื่องใหม่ๆ ที่สังคมสนใจ เช่น เรื่องการเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อราคากว่า 33 ล้านบาทหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในกลุ่มนโยบายที่เคยมีการแถลงไว้ว่าจะมีการปราบปรามการทุจริต แล้วทำไมจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ เราจะซักถาม

เมื่อถามว่า ข้อมูลที่มีอยู่จะทำให้ถึงขั้นว้าวจนส่งผลต่อรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่ใช่เซอร์ไพรส์ แต่เมื่ออภิปรายภาพรวม จะได้รู้ว่าคุณล้มเหลวจริงๆ ใน 4 ปีที่สูญเสียโอกาสชัดเจน ซึ่งเมื่ออภิปรายขยายความแล้ว ภาพออกมาประชาชนจะเสียดาย 4 ปี ที่ผ่านมาเหมือนกับที่ใส่หน้ากากมา 4 ปี เราจะถอดให้เห็นว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

สภาถกกม.กัญชา-ซัดปย.ทับซ้อน

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก่อนเข้าสู่วาระนายชวนแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่ามี 2 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลาออก คือ นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ลาออกจากส.ส.ชัยภูมิเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2565 และนางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อเมื่อ วันที่ 3 ม.ค.2566 เป็นผลให้สมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของทั้ง 2 คนสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (8) ดังนั้น ส.ส.ปัจจุบันเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้จึงมี 436 คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 218 คน

เวลา 10.40 น. เข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ…. ที่ค้างการพิจารณาจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา โดยลงมติมาตรา 7/4 ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำหน้าที่ประสานงานในการใช้กัญชา กัญชง แต่ปรากฏว่าประธานต้องกดออดเรียกสมาชิกเพื่อแสดงตนเป็นองค์ประชุมนานถึง 15 นาที องค์ประชุมจึงครบและลงมติได้ด้วยคะแนนเห็นด้วย 129 ไม่เห็นด้วย 9 และงดออกเสียง 85 เสียง

จากนั้นพิจารณามาตรา 8 ว่าด้วยคณะกรรมการกัญชา กัญชง ซึ่งกมธ.แก้ไขและเพิ่มเป็น 25 คน โดยที่ประชุมได้ท้วงติงถึงการเพิ่มตำแหน่งประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติให้เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ทั้งนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายคัดค้านพร้อมตั้งคำถามว่า กรณีเพิ่มตำแหน่งดังกล่าวส่อมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เนื่องจากนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ กมธ.ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติด้วย คล้ายกับว่านาย ประพัฒน์เข้ามาเป็นกมธ.เพื่อเขียนกฎหมายให้ตนเอง ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ในกลุ่มเกษตรกรแห่งชาติและกลุ่มสหกรณ์มีสมาชิก 14 ล้านครัวเรือน ตนสงสัยว่าให้ตำแหน่งนายประพัฒน์ทำไม จากนั้นที่ประชุมลงมติเสียงข้างมากเห็นด้วยกับกมธ.

‘ศุภชัย’แจงกมธ.ระบุตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงมาตรา 8/1 ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการกัญชา กัญชง ที่มาตรา 8 กำหนดให้มี 7 คน ซึ่งให้อำนาจรมว.สาธารณสุขแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ 7 ด้าน ด้านละ 1 คน กำหนดให้กรรมการดังกล่าวมาจากภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 3 คน มีส.ส.ตั้งข้อสังเกตการกำหนดคุณสมบัติที่อาจเปิดช่องให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนจากนักธุรกิจด้านกัญชา

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กมธ.ชี้แจงยอมรับว่าในกมธ.มีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีผลประโยชน์ทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้เป็นตัวแทนของคนทุกฝ่าย ให้ความเห็นจากคนหลากหลายเพื่อลงมติ โดยยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ขณะที่การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนั้นไม่สามารถบัญญัติลักษณะต้องห้ามที่เสนอได้ เนื่องจากทำไม่ได้จริง และในช่วงแรกของการปลดล็อกกัญชาจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ

ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.ชี้แจงว่า การกำหนดตำแหน่งในร่างกฎหมายไม่ได้ระบุชื่อหรือตัวบุคคล ดังนั้น บุคคลเมื่อเป็นแล้วต้องพ้นไป ผู้จะดำรงตำแหน่งต่อจะมาเป็นกรรมการต่อ ข้อเท็จจริงที่บอกว่าร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับเดิมนั้นดี คือร่างของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะที่เสนอ แต่การพิจารณาของกมธ.ได้ตัดและเพิ่มใหม่ ตนยอมรับในมติเสียงส่วนใหญ่ ยืนยันกมธ.ไม่ยินยอมให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่คำที่อธิบายได้คือ ผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการต้องมีประสบการณ์ความรู้ด้านกัญชา ซึ่งจะเกี่ยวกับกัญชาไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

นัดแรกไม่รอด-ล่มรับปีใหม่

การประชุมสภาช่วงบ่ายที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งเข้าสู่การโหวตมาตรา 11 ของร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่กมธ.เสนอให้ตัดข้อความทิ้งทั้งมาตรา ยังเกิดปัญหาเสียเวลารอสมาชิกเนิ่นนาน กระทั่งส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนทักท้วงขอให้ปิดประชุมเพราะสมาชิกอยู่ไม่ครบ

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เสนอให้ถอนร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ออกไปก่อน อย่ามาถ่วงเวลาแบบนี้ เพราะความไม่พร้อมสูงมาก เสียเวลาที่ต้องรอ ดูแล้วยังไงกฎหมายก็ไม่ผ่าน ถ้าจะผ่านองค์ประชุมคงครบไปนานแล้ว แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้มาเป็นเดือนแล้ว ควรให้ถอนไปก่อน

ด้านนายศุภชัยพยายามยื้อเวลาให้รอไปเรื่อยๆ เพราะที่ผ่านมานายชวนเคยรอสมาชิกครบองค์ประชุมนาน 53 นาทีมาแล้ว ขอความร่วมมือกันให้อดทนกัน จนกระทั่งครบ 35 นาทีมีสมาชิกมาครบองค์ประชุม แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาเสียบบัตรลงมติมาตราดังกล่าวกลับมีสมาชิกเสียบบัตรลงคะแนนแค่ 204 คน ทำให้ไม่ครบองค์ประชุม นายศุภชัยจึงสั่งปิดประชุมเวลา 15.05 น. ถือเป็นเหตุการณ์องค์ประชุมล่มรับปีใหม่ 2566 ที่เปิดประชุมนัดแรกก็สภาล่มทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน