เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้าง โดยที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า และตั้งอนุกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้างป่าและช้างเลี้ยง (ช้างบ้าน) โดยพล.อ.ประวิตรได้กำชับให้ ทส. คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ตลอดจนคณะทำงานด้านต่างๆ เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยเฉพาะการวางแผนกำหนดพื้นที่และมาตรการควบคุมช้างป่าให้ชัดเจนเพื่อดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เป็นระบบ ลดผลกระทบ ประชาชน ชุมชน และให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งช้าง คนเลี้ยง และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และยั่งยืน
ที่ประชุมรับทราบคำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้าง เพื่อให้การดำเนินการอนุรักษ์และจัดการช้างเป็นระบบเหมาะสมและยั่งยืน โดยมี พล.อ.ประวิตรเป็นประธานคณะกรรมการ ประกอบด้วย 14 หน่วยงานภาครัฐ และ 1 สถาบัน การศึกษา บูรณาการทำงานร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนแม่บท และรับทราบสถานการณ์ช้างป่าในปัจจุบันซึ่งมีอยู่ราว 3,186-3,480 เชือก กระจายตัวทั่วประเทศ ในพื้นที่อนุรักษ์ทั้งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติรวม 69 แห่ง โดยมีพื้นที่ที่ยังคงประสบปัญหาอย่างน้อย 49 แห่ง ที่มีชุมชนและประชาชนได้รับผลกระทบจากช้างป่าที่ออกไปหากินนอกพื้นที่อนุรักษ์และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน พืชผลทางการเกษตร รวมถึงความรุนแรงต่อชีวิต ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า
ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ดำเนินการจัดการแก้ไขตามแผนระดับกลุ่มป่า ปี 63-72 (10 ปี) ด้วยมาตรการติดตามประชากรช้างป่า การสนับสนุนเครือข่ายเฝ้าระวังและการผลักดันช้างป่า การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ รวมทั้งมาตรการชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการจัดการควบคุมช้างป่าโดยใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการศึกษาวิจัยควบคุมประชากร ที่ประชุมยังได้รับทราบสถานการณ์ช้างเลี้ยง (ช้างบ้าน) ในปัจจุบัน โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รวบรวมสถิติไว้ ปี 65 จาก 48 จว.และ กทม. รวม 3,944 เชือก กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในด้านสวัสดิการ การป้องกันการทารุณกรรม การดูแลสุขภาพ ตลอดจนการรับรองมาตรฐานปางช้าง