พยานยันถูกบีบให้จ่ายหมายเรียกอีก14ปม5ล.

ทยอยเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ปปป.แล้ว พยานคดีส่วยอธิบดีกรมอุทยานฯ ชี้แจงยอดเงินส่งส่วยล็อต 9.8 หมื่นบาท ให้ ‘รัชฎา’ ถึงในกรม ยันถูกบีบบังคับ ไม่ได้เต็มใจหาเงินส่ง แต่ที่ต้องทำเพราะเกรงกลัวอำนาจ จนมีหลายคนต้องตกเป็นหนี้เพื่อหาเงินมาทำงาน เพราะงบประมาณถูกซิกแซ็ก ด้านผบก.ปปป.เผยทราบแล้วรายชื่อ 14 รายบุคคลที่มีชื่อบนซองเงิน 21 ซองที่ยึดมาเป็นของกลางเกือบ 5 ล้านบาท ออกหมายเรียกสอบก่อน 6 คน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ม.ค. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กลุ่มเจ้าหน้าที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จังหวัดอุบลราชธานี ได้ทยอยเดินทางเข้าพบพล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. และพ.ต.อ. รัชภูมิ กุสุมาลย์ ผกก.1 บก.ปปป. เพื่อให้ปากคำตามหมายเรียก กรณีนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เรียกรับเงินส่วย และโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงานภายในหน่วยงานแห่งนี้

ทั้งนี้ กลุ่มพยานที่เดินทางมาให้ปากคำในวันเดียวกันนี้ มีด้วยกันทั้งหมด 17 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในระดับหัวหน้าหน่วย และเจ้าหน้าที่ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมี 14 ราย ที่เป็นผู้นำเงินจำนวน 98,000 บาท ไปมอบให้นาย รัชฎา ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นพยานที่ได้รับผล กระทบและได้รับความเดือดร้อนจากการถูกอธิบดีเรียกรับเงินรวมทั้งสิ้น 3 นาย

สำหรับพยานทั้ง 17 รายที่เข้าให้ปากคำวันนี้ อยู่ในกลุ่มพยาน 19 ราย ที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี เป็นผู้นำข้อมูลมามอบให้พนักงานสอบสวนบก.ปปป.

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังออกหมายเรียกกลุ่มเจ้าหน้าที่ตามที่ปรากฏรายชื่ออยู่บนซองเงินของกลางเกือบ 5 ล้านบาท จำนวน 8 หน่วยงาน ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติฯ มาเข้าให้ปากคำด้วย เพื่อชี้แจงที่มาของเงินดังกล่าว โดยให้มาพบในวันที่ 11-12 ม.ค.นี้อีกชุดหนึ่งด้วย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยว่า สำหรับ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่เข้ามาให้ปากคำตามหมายเรียกในวันนี้ เป็นกลุ่มที่นำเงินจำนวน 98,000 บาทไปส่งมอบให้นายรัชฎา และเป็นกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเรียกรับเงิน ซึ่งจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ทุกนายให้การที่เป็นประโยชน์ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าถูกบังคับ เพราะส่วนใหญ่ไม่ยินยอมและไม่สมัครใจ แต่ที่ต้องยินยอมก็เพราะเกรงกลัวอำนาจ ทำให้ต้องยอมทำตามข้อเรียกร้องของนายรัชฎา

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวต่อว่า ส่วนรายชื่อที่ปรากฏบนซองเงินของกลางที่ยึดได้ภายในห้องทำงานจำนวน 21 ซอง สามารถตรวจสอบทราบบุคคลได้แล้ว 14 ราย ซึ่งอยู่ในระดับหัวหน้าของหน่วยงานนั้นๆ ล่าสุดได้ออกหมายเรียกไปแล้ว 6 ราย โดยให้มาเข้าพบในวันที่ 11 ม.ค.นี้ นอกจากนี้ก็จะออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีก 8 ราย เพื่อให้มาพบในวันที่ 12 ม.ค.ซึ่งมีบางส่วนยินยอมจะเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน ส่วนใครจะมาหรือไม่มาก็เป็นสิทธิของพยาน แต่หากเป็นคดี ในอนาคตพยานเหล่านี้ก็จะถูก ป.ป.ช.เรียกสอบปากคำในภายหลังเพิ่มเติมอยู่ดี

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวอีกด้วยว่า ส่วนกรณีเรื่องการสอบเส้นทางการเงินของ ผู้ต้องหา ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใคร ขอยืนยันว่าหากเชื่อมโยงถึงใคร ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ส่วนกรณีที่มีการกระแสข่าวว่าหลังจากนายรัชฎาได้รับการประกันตัวแล้วจะเข้ายุ่งเหยิงข่มขู่กับพยานหลักฐานหรือไม่นั้น จากการตรวจสอบในขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการไปยุ่งเหยิงหรือข่มขู่พยานแต่อย่างใด

ให้การมัด – 14 เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีชื่อบนซองเงินในห้องทำงานนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้าให้การยืนยันถูกบีบเรียกเงินโดยไม่เต็มใจ ที่บก.ปปป. เมื่อวันที่ 6 ม.ค.

หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนสอบปากคำ นายบี (นามสมมติ) หนึ่งในพยานที่เข้าให้ปากคำ เปิดว่า ตนยอมรับว่า การให้ข้อมูลครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานในอนาคต แต่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ จำเป็นต้องออกมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องถูกตัดงบประมาณการดูแลป่าและสัตว์ป่ามาตลอด ส่งผลให้การทำงานยากลำบากขึ้น ทั้งนี้ขอให้ประชาชนเข้าใจว่าคดีความที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับบุคลากรและหน่วยงานทั้งหมด จึงอยากให้สังคมเข้าใจการทำงานของบุคลากรกรมอุทยานแห่งชาติฯ ด้วย เพราะหลายคนก็มีปัญหาเรื่องหนี้สิน เนื่องจากงบประมานถูกตัดออกไปมากถึง 70% ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เพื่อนำเงินมาใช้สำหรับปฏิบัติหน้าที่ และคอยดูแลลูกน้อง

นายบีเปิดเผยต่ออีกว่า รายละเอียดการให้ปากคำในครั้งนี้ ตนไม่สามารถเปิดเผยได้ ก็ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนรายละเอียดของคดีก็เป็นไปตามที่นายชัยวัฒน์ร้องเรียนไว้ ส่วนข่าวลือว่า มีการข่มขู่พยานในคดีนี้นั้น สำหรับตนนั้นยังไม่เคยถูกข่มขู่จากใคร และไม่มีการกดดันจากผู้ใหญ่ในกระทรวงแต่อย่างใด ส่วนคนอื่นตนก็ไม่ทราบ ทั้งนี้ตนไม่ได้กลัวการถูกข่มขู่ แต่กลัวสิ่งที่เจ้าหน้าที่ปกป้องผืนป่าจะต้องมาสูญเปล่าการทำหน้าที่มากกว่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน