ซ้ำรอยทหารเก่า กกต.สั่งเกาะติด รทสช.จัดเปิดตัว กก.มั่นใจ70ที่นั่ง
กกต.จ่อเสนอที่ประชุมใหญ่ เคาะคำนวณส.ส. 400 เขตทั่วประเทศ ขณะที่ ‘บิ๊กตู่’ เตรียมเข้าร่วมงานพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมขึ้นเปิดใจถึงพันธกิจทิศทางก้าวต่อไปเพื่อคนไทย พปชร.ใต้ ติงนายกฯ แยกพรรค คิดสั้น ยกประวัติศาสตร์ชี้ชัด นายพลไม่รู้จักพอ มักจบไม่สวย เพื่อไทยจวกเรื่องเพี้ยนๆ วาระรัฐบาล 4 ปี แต่ขอเป็นนายกฯแค่ 2 ปี ดักคอ ‘บิ๊กตู่’ อย่าขี้โกง ยืมมือ 250 ส.ว. ดันนั่งนายกฯ ‘พิธา’ เย้ย ‘ประยุทธ์’ แค่เหล้าเก่า ย้ำไม่จับมือพรรคทหารจำแลง เปิดตัว ‘หมิว สิริลภัส’ ผู้สมัครส.ส.เขตบางกะปิ มั่นใจก้าวไกลทั้งประเทศทะลุ 70 ที่นั่ง ปชป. เคาะ 90 ผู้สมัครภาคอีสาน รอเวลาเหมาะสม เปิดครบทุกภาค
‘บิ๊กตู่’เปิดใจ 9 มค.ร่วมงานรทสช.
วันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใน วันที่ 9 ม.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Exhibition Hall 1 ชั้น G ภายใต้ชื่อ “งานรวมใจ รวมไทยสร้างชาติ”
โดยเวลา 16.50-17.15 น. จะมีการเสวนาภาษาไตรรงค์ โดยนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เวลา 17.30 น. จะเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮไลต์ โดยจะเปิดวีดิทัศน์ของพรรค พร้อมการเปิดตัวสมาชิกพรรค คนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหญ่ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค จะกล่าวถึงแนวคิดและจุดยืนของพรรค
ส่วนพล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นเวทีในเวลา 18.00 น. เพื่อกล่าวถึงพันธกิจและทิศทางก้าวต่อไป เพื่อคนไทยทั้งชาติ Kick off Moment (คิกออฟโมเมนต์) รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ โดยผู้บริหารพรรค ก่อนถ่ายภาพร่วมกัน
พปชร.เหน็บ‘ตู่’อาจจบไม่สวย
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงพล.อ.ประยุทธ์ เตรียม เปิดตัวร่วมงานกับพรรค รทสช. ในวันที่ 9 ม.ค.นี้ว่า มีผลกระทบกับพรรค พปชร.อยู่แล้ว เพราะเมื่อก่อนเคยอยู่ฐานเดียวกัน และที่จริงกระทบทุกพรรค ไม่ใช่แค่ พรรค พปชร. แต่ถือเป็นทางเลือกให้กับประชาชนได้เลือกเพิ่ม หรือจะเบื่อเพิ่มก็แล้วแต่ประชาชน
นายสัณหพจน์กล่าวว่า ปรากฏการณ์แยกกันทําพรรคในลักษณะนี้ ไม่น่าเกิดขึ้น เป็นการคิดสั้น แต่ผู้ใหญ่คงมองรอบด้านมากกว่า อยู่ที่สูงคงมองเห็นอะไรมากกว่า และคงเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี แต่ประวัติศาสตร์ มีเห็นชัดว่ายุคสมัยของนายพลทั้งหลาย มักจบไม่ค่อยสวย มีเพียงพล.อ.เปรม ติณ สูลานนท์ อดีตนายกฯ ที่ลงจากตำแหน่งอย่างสง่างามและเป็นที่จดจำ ถ้ารู้จักพอก็จะเป็นวีรบุรุษ แต่ถ้าไม่รู้จักพอ ก็จบไม่สวย สักราย
ยันฐานเสียงใต้ตอนบนยังไปได้
ผู้สื่อข่าวถามกรณีนายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. ระบุจะมี ส.ส.และว่าที่ผู้สมัครจากภาคใต้ รวมกว่า 30 คน ย้ายไปร่วมงานกับพรรค รทสช. นายสัณหพจน์กล่าวว่า คําพูดของนายสายัณห์เคยเชื่อได้หรือไม่
เมื่อถามว่าฐานเสียง พปชร.ในภาคใต้ยังไปไหวหรือไม่ นายสัณหพจน์ กล่าวว่า ยังได้อยู่ แต่ไม่ได้ทั้งหมด ได้เฉพาะตัวบุคคล แต่ในส่วนภาคใต้ตอนบนที่ตน รับผิดชอบ คิดว่าไม่มีปัญหา
กกต.ส่งจนท.เกาะติดงานรทสช.
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. เปิดเผยว่า การจัดงานของพรรค รทสช. ในวันที่ 9 ม.ค.นี้ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางพรรคได้ทำหนังสือแจ้งกกต. ขอจัดประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค ครั้งที่ 1/2566 ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ต่อมาแจ้งเปลี่ยนสถานที่เป็นศูนย์สิริกิติ์แทน ซึ่งกกต.ได้มอบให้กลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง เข้าร่วมสังเกตการณ์การดำเนินกิจกรรม ตั้งแต่เริ่มงานจนจบงาน ส่วนจะมีการกระทำใดที่เข้าข่าย ฝ่าฝืนหรือกระทำการอย่างอื่นที่นอกเหนือจาก ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่นั้น ต้องรอดู ข้อเท็จจริงในวันดังกล่าว
สำหรับการจัดเลี้ยงอาหารหรือ เครื่องดื่ม ต้องแยกให้ออก ถ้าเป็นกิจกรรมของพรรคในการจัดประชุมใหญ่สามารถดำเนินการได้ เพราะจะไม่เกี่ยวกับช่วง 180 วันในการหาเสียง ส่วนข้อห่วงกังวลว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะเอาเวลาราชการไปใช้ประโยชน์เพื่อการหาเสียงเลือกตั้งนั้น ต้องบอกว่า เจ้าหน้าที่รัฐทุกตำแหน่ง ตั้งแต่นายกฯ ลงมานั้นเหมือนสวมหมวก 2 ใบคือในฐานะประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ จึงต้องคำนึงมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการแบ่งแยกเวลาให้ถูกต้องว่าขณะนี้สวมหมวกใดอยู่ หากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อทำงานต้องถือวันและเวลาราชการเป็นหลัก ห้ามใช้เวลาราชการไปทำประโยชน์เพื่อการเลือกตั้งเด็ดขาด
ปชป.เคาะ 90 ผู้สมัครอีสาน
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.ธนชาภา จันทวารา รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า วันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้เชิญคณะทำงานภาคอีสาน ทั้ง คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคอีสาน มาร่วมประชุม พร้อมให้ความเห็นชอบ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคอีสาน จำนวน 90 คน ในจังหวัดต่างๆ เช่น จ.อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา เลย สุรินทร์ ชัยภูมิ สกลนคร หนองคาย กาฬสินธุ์ มหาสารคาม เป็นต้น
น.ส.ธนชาภากล่าวต่อว่า ทั้ง 90 คน ประกอบด้วย อดีต ส.ส. นักธุรกิจ นักกฎหมาย วิศวกร นักการเมืองท้องถิ่น และคนรุ่นใหม่ มั่นใจว่าในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ พรรคจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากคนอีสานมากขึ้น
‘อู๊ดด้า’มั่นใจกทม.สู้พรรคอื่นได้
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ศูนย์ฝึกอาชีพกทม. วัดสุทธาวาส เขตบางกอกน้อย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. นำคณะ อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชี รายชื่อ นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต ส.ส.กทม. และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานด้านนโยบายของพรรคในกทม.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พบปะประชาชน
จากนั้นนายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า เขตบางกอกน้อย เป็นเขตที่พรรคจะส่ง นายชนินทร์ อดีตส.ส.ในพื้นที่ลงสมัคร ส่วนการเปิดตัวผู้สมัครส.ส.กทม.ทั้ง 33 เขตนั้น ขณะนี้ยังขาดอยู่ 3 คน เพราะเรายังไม่ทราบว่าการแบ่งเขตเพิ่ม 3 เขต คือพื้นที่ใดบ้าง ส่วน 30 เขตนั้น เรามีผู้สมัครครบแล้ว นโยบายพรรคยังคงเป็นลักษณะภาพรวม แต่อาจมีนโยบายเฉพาะของกทม.แต่ละส่วน มั่นใจว่าทีมกทม.ของเรามีความแข็งแกร่งที่จะสู้กับทุกพรรคได้
เมื่อถามว่าต้องรีบเปิดนโยบายหรือไม่ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ชัดเจนแล้วว่าวันที่ 9 ม.ค. จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค รทสช. นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคเตรียมการ เลือกตั้งมานานแล้ว ทั้งผู้สมัคร นโยบาย และยุทธศาสตร์หาเสียง เพียงแต่เรายัง ไม่เปิดเผยเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม ซึ่ง เมื่อวานนี้ (6 ม.ค.) เคาะผู้สมัครภาคอีสาน 90 เขต ครั้งหน้าจะเปิดตัวแต่ละภาคเป็นล็อตใหญ่ๆ ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ และกทม. แต่ต้องรอความเหมาะสม
ชี้‘ตู่’สังกัดพรรค-สถานภาพเปลี่ยน
เมื่อถามว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์ สังกัดพรรค รทสช. จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง หรือพล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมาได้หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตอบไม่ได้ แต่การที่ท่านสังกัดพรรค ทำให้สถานภาพเปลี่ยนแปลงไป เพราะถือเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้ว พรรคร่วมหรือพรรคแกนนำ ถือว่าเป็นคนละพรรค แต่ไม่ได้เป็นศัตรูหรือมีปัญหาในการทำงานร่วมกันของรัฐบาล ทุกอย่างต้องเดินหน้าตามกลไกรัฐสภา
เมื่อถามว่าหลังการเลือกตั้งขั้วรัฐบาล จะยังเหนียวแน่นหรือไม่ เพราะนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุขั้วฝ่ายค้านยังเหนียวแน่น นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นเรื่องนโยบายแต่ละพรรค ตนคงไปตอบแทนพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ ส่วนพรรค ปชป.มีจุดยืนว่า ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบว่ารัฐบาลชุดใหม่หน้าตาจะเป็นเช่นไร และใครจะเป็นฝ่ายค้าน ใครจะเป็นรัฐบาล
ก้าวไกลเปิดตัว‘หมิว สิริลภัส’
ที่ตลาดเคหะคลองจั่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะแม่ทัพยุทธศาสตร์ กรุงเทพฯ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยพูดคุยทักทายประชาชนที่มาออกกำลังกาย บริเวณสนามกีฬาคลองจั่น รวมถึงประชาชน และผู้ค้าขายในตลาด พร้อมแจกแผ่นพับแนะนำนโยบายและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางกะปิ คือ น.ส.สิริลภัส กองตระการ หรือหมิว รวมถึงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ หรือหมอออย ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตห้วยขวาง- วังทองหลาง นายธนเดช เพ็งสุข หรือภูมิ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง น.ส.สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ หรือกิ๊ฟ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตสวนหลวง-ประเวศ และนายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ หรือคุง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตประเวศ-สะพานสูง
นายพิธากล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ เพื่อสวัสดีปีใหม่ประชาชน และแนะนำ น.ส.สิริลภัส ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางกะปิ ซึ่งเป็นอดีตนักแสดงและเป็นกระบอกเสียงของประชาชนมาตลอด 2 ปีในช่วงโควิด วันนี้ตัดสินใจลงสมัครเป็นส.ส.ในนามพรรคก้าวไกล

เปิดตัว – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีมแกนนำพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่บางกะปิ กทม. พร้อมแนะนำ “หมิว-สิริลภัส กองตระการ” อดีตนักแสดงสาว เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางกะปิของพรรค เมื่อวันที่ 7 ม.ค.
ลั่นทุกพื้นที่กทม.ต้องเป็นสีส้ม
นายพิธากล่าวว่า พื้นที่บางกะปิถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เราเคยได้คะแนนเฉียดฉิว ครั้งนี้มั่นใจว่าด้วยทุกองคาพยพ ทั้ง ผู้สมัครที่มีความสดใหม่ครบเครื่อง มาจากหลากหลายวงการ ทั้งอดีตแพทย์ อดีตทหาร นักแสดง นักผังเมือง นักสิ่งแวดล้อม และมีคนที่ร่วมทำงานกับพรรคมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ผนวกกับนโยบายพรรคที่ครอบคลุมทุกด้าน จะช่วยให้ประชาชนสนับสนุนเรา คว้าชัยชนะในพื้นที่นี้และพื้นที่อื่น ทำให้กรุงเทพฯ เป็นสีส้ม มั่นใจว่าจะชนะเลือกตั้งในพื้นที่กทม. 15 ที่นั่งขึ้นไป จากทั้งหมด 33 ที่นั่ง โดยประเมินจากความสำเร็จของอดีตพรรคอนาคตใหม่ บวกกับความอ่อนแอของฝ่ายรัฐบาลที่แตกแยกกันพอสมควร ทำให้คะแนน ความนิยมลดลง โดยวันที่ 28 ม.ค. พรรคจะเปิดนโยบายและประชุมวิสามัญใหญ่ อีกรอบ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย
ยี้‘ตู่’เปิดตัวแค่เหล้าเก่า-ไม่ให้ราคา
นายพิธากล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีหลายฝ่ายตั้งสมมติฐานการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลยืนยันชัดเจนว่า ปฏิเสธระบอบประยุทธ์ จะไม่มีวันจับมือกับพรรคทหารจำแลง และเชื่อว่าขั้วพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือคำตอบที่ดีที่สุดของประเทศ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเปิดตัวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันที่ 9 ม.ค. นั้น ตนคิดว่าเป็นเพียงเหล้าเก่าในขวดใหม่ ไม่ได้ให้ราคา พรรคก้าวไกลขอใช้เวลาและสมาธิไปลงพื้นที่ นำเสนอนโยบาย แก้ปัญหาให้ประชาชน เชื่อว่าการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ในเดือนม.ค.นี้ พรรคจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นเหมือนทุกครั้ง แม้ ส.ส.จะไม่สามารถลงมติได้ แต่จะช่วยให้ประชาชนตัดสินใจง่ายขึ้นในการลงมติรัฐบาลผ่านการเลือกตั้ง
มั่นใจกวาดทะลุ 70 ที่นั่งทั่วปท.
ด้านนายพิจารณ์กล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคก้าวไกลจะคว้าเก้าอี้ ส.ส.ในพื้นที่ กทม.ได้เป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ซึ่งขณะนี้พรรครับรอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.แล้ว 30 เขตจากทั้งหมด 33 เขต และจะเปิดตัวครบทุกเขต หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จสิ้น ดังนั้น วันนี้ทุกพื้นที่ในกทม. มีคนของพรรคทำงานอยู่ มั่นใจว่าจากศักยภาพและความพร้อมที่เรามี จะทำให้พรรคครองอันดับหนึ่งในพื้นที่กทม.ได้อย่างแน่นอน ส่วนระดับประเทศ เราคาดหวังว่าต้อง ได้มากกว่า 70 ที่นั่ง เป็นเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้
ดักคอ‘ประยุทธ์’อย่ายืมมือ 250 สว.
นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขอโอกาสประชาชนทำงานต่อไป เพราะมีนับร้อยเรื่องยังค้างอยู่ว่า อยู่มา 8 ปี ยังทำไม่สำเร็จ แล้วจะขอ อะไร ส่วนจะได้อยู่ยาวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้าพล.อ.ประยุทธ์จะโดดมาเล่นในเกม ก็น่ายินดี แต่ควรอยู่บนกติกาที่ยุติธรรม เพราะขณะนี้ ส.ว. 250 คน ยังมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ดังนั้น ต้องไม่ทำกติกาขี้โกง แล้วโดดมาเล่น
เมื่อถามว่า กังวลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้ตำแหน่งหน้าที่ และอำนาจรัฐ เพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่ นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ทุกยุคทุกสมัย ฝ่ายรัฐบาลจะได้เปรียบจากการใช้งบ เอื้อประโยชน์ในการเลือกตั้ง ซึ่งต้องไม่ น่าเกลียดเกินไป แต่เราต้องติดตามตรวจสอบไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์นำงบไปหาเสียง หรือใช้เงินภาษีประชาชนแล้วเคลมเป็น ผลงานตัวเอง สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบ ส่วนฝ่ายค้านก็จะจับตาเช่นกัน
พท.จวกเรื่องเพี้ยนๆนายกฯ 2 ปี
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมเปิดตัวร่วมพรรค รทสช. วันที่ 9 ม.ค.ว่า มองในแง่ดี เป็นการแสดงความชัดเจนทางการเมือง แม้พล.อ.ประยุทธ์จะยังไม่เปิดตัวก็เป็นนักการเมืองมาตั้งแต่ปี 2557 แล้ว หากจะเปิดตัวแค่ทำให้รู้ว่าจะไปสังกัดพรรคไหนเท่านั้น และชัดเจนว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมหยุดแม้จะเหลือเวลาอีกแค่ 2 ปี ซึ่งจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ทางการเมือง และเป็นเรื่องเพี้ยนๆ ที่วาระรัฐบาลมีถึง 4 ปี แต่คนจะขอเป็นนายกฯ แค่ 2 ปี เวลาที่เหลือจากนั้น ทั้งประชาชน นักลงทุนและต่างชาติ จะต้องคิดต่อว่าประเทศไทยจะเดินหน้าอย่างไรหลังจาก 2 ปีแรกของรัฐบาล ความเชื่อมั่นต่อประเทศจะเป็นอย่างไรซึ่งคนไทยเผชิญ กับปัญหานี้เอาเอง
เมื่อถามว่าการเปิดตัวดังกล่าวจะกระทบเป้าหมายแลนด์สไลด์หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไรมากระทบ เป้าหมายของพรรค พท. แต่กลับเป็น เรื่องดีที่ประเด็นทางการเมืองต่อไปนี้ คิดง่ายพูดง่ายและอ่านง่าย ประชาชนจะตัดสินใจง่าย เมื่อถามว่าพรรคมั่นใจตั้งรัฐบาลได้แน่ใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ตนไม่อยากพูดทำนองว่ามั่นใจ เพราะคนอาจเข้าใจว่าเราอหังการเกินไป เรารู้แต่ว่าประชาชนอยากได้รัฐบาลใหม่ อยากได้แนวทางใหม่ เพื่อความหวังใหม่ๆ ของเขา ซึ่งทุกคนมองว่า พท.คือคำตอบ
แฉแผนช็อปส.ส.ดันนั่งเก้าอี้ต่อ
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรค พท. กล่าวว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ รัฐประหารมาก็หนักหนาสาหัสแล้ว เมื่อประชาชนยอม ท่านก็บอกว่าขอเวลาอีก ไม่นาน แต่นี่ 8 ปีแล้ว เมื่อครบวาระยังหาทางอยู่ต่ออีก หากพล.อ.ประยุทธ์ ยังเสพติดอำนาจ ชีวิตข้างหน้าจะไม่มีความสุข หากมีพรรคชนะเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง แต่พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจพิเศษเพื่อกลับ มาเป็นนายกฯ อีก ประเทศคงไม่สงบ ยกตัวอย่างหากพรรค พท. ได้ ส.ส.เกิน 200 ที่นั่ง และรวมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านจนเกิน 300 ที่นั่ง ความชอบธรรมจึงน่าจะอยู่กับพรรคที่ชนะเลือกตั้งเป็นอับดับหนึ่ง
“ส่วนพรรค รทสช. ที่จะเสนอพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ จะต้องมีส.ส.ไม่ต่ำกว่า 25 คน แต่มีข่าวว่าจะมาตกปลาในอ่าง คือการช็อป ส.ส.ที่สอบได้มาโหวตให้ตัวเองเป็นนายกฯ ด้วยราคาแพงๆ หากท่านอยากทำแบบนี้ก็ทำไป และต่อให้ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ ประเทศไทย ก็อยู่ได้ ท่านไม่ต้องคิดว่าประเทศไทยขาดท่านแล้ว ประเทศจะพังทลายไปต่อหน้าต่อตา วันนี้ถ้าไม่มีท่านมันอาจจะดีขึ้นก็ได้ ปล่อยให้คนไทยตัดสินอนาคตกันเองเถอะ พักได้แล้ว” นายพิเชษฐ์กล่าว
จวก‘บิ๊กตู่’ภาวะผู้นำเสื่อม
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โมโห ฉุนเฉียว หลังถูกจี้ถามปมนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดโปงหลักฐานแฉโยงชื่อหลานชายของพล.อ.ประยุทธ์ เข้าไปเอี่ยวคดีตู้ห่าวหรือไม่ว่า ดูเหมือนพล.อ.ประยุทธ์ ตอนถูกถามเรื่องหลานชายเอี่ยวคดีตู้ห่าว กับตอนพูดเรื่องจะไปเปิดตัวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ จะเป็นคนละคนกัน สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ซึ่ง 8 ปีที่ผ่านมา คนไทยต้องรับสภาพพล.อ.ประยุทธ์ ที่ภาวะผู้นำเสื่อมถอย พอนึกได้ก็บอกว่า จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น แต่พอเรื่องไหนจวนตัว เสี่ยงจะเขวี้ยงงูไม่พ้นคอ ก็ออกอาการโมโหฉุนเฉียวพาลใส่ประชาชน สภาพเหมือนคนควบคุมตัวเองไม่ได้ สื่อถามว่าหลานชายมีเอี่ยวหรือไม่ก็ตอบไป ไม่เห็นต้องโมโห ฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดขนาดนั้น
“ประชาชนตั้งคำถาม 8 ปีที่ผ่านมา ข้าราชการระดับสูงหลายคนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ได้รับอิทธิพลหรือถูกครอบงำจากพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ศึกอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 ภายใต้ยุทธการถอดหน้ากากคนดี 4 ปีแปดเปื้อน นอกจากจะมีประเด็นทุจริตคอร์รัปชั่น การจัดซื้อจัดจ้างผิดปกติมีปัญหา เชื่อว่าประเด็นภาวะผู้นำเสื่อมถอยของพล.อ.ประยุทธ์ จะต้องถูกนำมา ตั้งคำถามด้วย พล.อ.ประยุทธ์อย่าทำ เป็นโมโหฉุนเฉียว กลบเกลื่อนใส่ทุกคน ทุกครั้งที่จวนตัว ตอบไม่ได้ ไปไม่เป็น ถ้าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ภาวะผู้นำเสื่อมถอยก็ให้เก็บของกลับบ้าน” นายอนุสรณ์กล่าว
ธนกรอุ้มนายกฯ-โต้กลับพิธา
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุพล.อ.ประยุทธ์ สังกัดพรรค รทสช.นั้น ไร้ราคา แค่เหล้าเก่าในขวดใหม่ว่า คงเป็นความคิดจากประสบการณ์ตรงของนายพิธา เมื่อครั้งที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรค แล้วไหลมารวมกันที่พรรคก้าวไกล ซึ่งไม่ได้เป็นพรรคใหม่ที่มีอุดมการณ์ใหม่ นอกจาก สานต่ออุดมการณ์เดิม ซึ่งต่างจากนายกฯ ที่วันนี้ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ประชาชน ไปพื้นที่ไหนก็ได้รับเสียงตอบรับ และเรียกร้องให้กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย
ส่วนที่ระบุนายกฯ อาจจะตกหลุมรัฐธรรมนูญที่เขียนมาเอง เพราะต้อง มีส.ส.ให้ครบ 25 คนจึงมีสิทธิ์เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ได้นั้น ถ้าหากนายพิธาเปิดใจกว้าง มองความจริงโดยไม่ใช้อคติ จะพบว่าวันนี้ส.ส.พรรคก้าวไกลเองยัง เลิกหลงคารมนายพิธาแล้ว ย้ายไปสังกัดพรรคอื่น เพราะทนปากที่พูดเหมือนจะรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน แต่พฤติกรรมเห็นทำเพราะมีวัตถุประสงค์แอบแฝงไม่ได้ใช่หรือไม่ ดังนั้น ก่อนห่วงคนอื่น นายพิธาควรห่วงตัวเองก่อนดีกว่าว่าจะได้ ส.ส.กลับมาถึง 25 คนเพื่อสานฝันเป็นนายกฯ ได้หรือไม่
“คนที่มองคนเห็นต่างกับตัวเองว่า เป็นพวกส.ส.ถูกดูด หรือเป็นประชาธิปไตยแบบกล้วยนั้น คนที่ดูถูกแม้กระทั่ง ส.ส. ด้วยกันเองแบบนี้ ไม่น่าจะมีวุฒิภาวะพอจะพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยได้แล้ว ประชาชนจะกล้าฝากความหวังให้เป็น นายกฯ ได้หรือ หน้าที่ของฝ่ายค้าน ไม่คิดทำ กลับไปวิ่งประกันตัวแกนนำหมิ่นสถาบัน คนแบบนี้หรือที่เสนอตัว มาเป็นรัฐบาลมาบริหารประเทศ เชื่อว่าประชาชนรอให้บทเรียนในการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่อย่างแน่นอน” นายธนกรกล่าว
ชงกกต.เคาะคำนวณสส.400เขต
เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่เอกสาร ตารางคำนวณ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติ่ม (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2565 เรียงตามเศษราษฎรที่มากสุด ข้อมูลราษฎร วันที่ 31 ธ.ค.2565 โดยอ้างว่าเอกสารดังกล่าวมาจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมีการแบ่งจำนวนส.ส. 400 เขต จากฐานประชากร 66,090,475 คน จำนวนประชากรเฉลี่ย 165,226 คน ต่อส.ส. 1 ที่นั่ง
ประกอบด้วย กทม. ประชากร 5,494,932 คน ส.ส. 33 ที่นั่ง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา ประชากร 2,630,058 คน ส.ส. 16 ที่นั่ง จ.ขอนแก่น มีประชากร 1,784,641 คน ส.ส. 11 ที่นั่ง จ.อุบลราชธานี มีประชากร 1,869,806 คน ส.ส. 11 ที่นั่ง จ.บุรีรัมย์ มีประชากร 1,576,915 คน ส.ส.10 ที่นั่ง จ.ศรีสะเกษ ประชากร 1,454,730 คน ส.ส. 9 ที่นั่ง จ.อุดรธานี ประชากร 1,563,048 คน ส.ส. 9 ที่นั่ง จ.ร้อยเอ็ด ประชากร 1,291,131 คน ส.ส. 8 ที่นั่ง จ.สุรินทร์ ประชากร 1,372,910 คน ส.ส. 8 ที่นั่ง จ.ชัยภูมิ ประชากร 1,117,925 คน ส.ส. 7 ที่นั่ง จ.สกลนคร ประชากร 1,145,187 คน ส.ส. 7 ที่นั่ง
จ.กาฬสินธุ์ ประชากร 972,101 คน ส.ส. 6 ที่นั่ง จ.มหาสารคาม ประชากร 944,605 คน ส.ส. 6 ที่นั่ง จ.เลย ประชากร 637,341 คน 4 ที่นั่ง จ.นครพนม ประชากร 716,647 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.บึงกาฬ ประชากร 421,684 คน 3 ที่นั่ง จ.สระแก้ว ประชากร 562,816 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.ยโสธร ประชากร 531,599 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.หนองคาย ประชากร 515,795 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.หนองบัวลำภู ประชากร 508,325 คน 3 ที่นั่ง จ.มุกดาหาร ประชากร 351,588 คน ส.ส. 2 ที่นั่ง จ.อำนาจเจริญ ประชากร 375,382 คน ส.ส. 2 ที่นั่ง
ภาคเหนือ ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ มีประชากร 1,792,474 คน ส.ส.11 ที่นั่ง จ.เชียงราย ประชากร 1,299,636 คน ส.ส. 8 ที่นั่ง จ.ลำปาง ประชากร 718,790 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.ตาก ประชากร 684,140 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.น่าน ประชากร 474,539 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.พะเยา ประชากร 461,431 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.อุตรดิตถ์ ประชากร 442,949 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.แพร่ ประชากร 430,669 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.แม่ฮ่องสอน ประชากร 286,786 คน ส.ส. 2 ที่นั่ง จ.ลำพูน ประชากร 399,557 คน ส.ส. 2 ที่นั่ง
ภาคกลาง ประกอบด้วย จ.ชลบุรี มีประชากร 1,594,758 คน ส.ส. 10 ที่นั่ง จ.นนทบุรี ประชากร 1,295,916 คน ส.ส. 8 ที่นั่ง จ.สมุทรปราการ ประชากร 1,360,227 คน ส.ส. 8 ที่นั่ง จ.ปทุมธานี ประชากร 1,201,532 คน ส.ส. 7 ที่นั่ง จ.นครปฐม ประชากร 921,882 คน ส.ส. 6 ที่นั่ง จ.กาญจนบุรี ประชากร 894,283 คน ส.ส. 5 ที่นั่ง จ.พระนครศรีอยุธยา ประชากร 820,417 คน ส.ส. 5 ที่นั่ง จ.ราชบุรี ประชากร 865,807 คน ส.ส. 5 ที่นั่ง จ.สุพรรณบุรี ประชากร 830,695 คน ส.ส. 5 ที่นั่ง จ.ระยอง ประชากร 759,386 คน ส.ส. 5 ที่นั่ง จ.สระบุรี ประชากร 638,582 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง
จ.สมุทรสาคร ประชากร 589,428 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.ลพบุรี ประชากร 735,293 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.ฉะเชิงเทรา ประชากร 726,687 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.เพชรบุรี ประชากร 482,950 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.จันทบุรี ประชากร 536,144 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.ปราจีนบุรี ประชากร 497,778 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.อ่างทอง ประชากร 272,587 คน ส.ส. 2 ที่นั่ง จ.นครนายก ประชากร 260,406 คน ส.ส. 2 ที่นั่ง จ.ชัยนาท ประชากร 318,308 คน ส.ส. 2 ที่นั่ง จ.ตราด ประชากร 227,808 คน ส.ส. 1 ที่นั่ง จ.สิงห์บุรี ประชากร 202,797 คน ส.ส. 1 ที่นั่ง จ.สมุทรสงคราม ประชากร 189,453 คน ส.ส. 1 ที่นั่ง
ภาคกลางตอนบน ประกอบด้วย จ.เพชรบูรณ์ ประชากร 973,386 คน ส.ส. 6 ที่นั่ง จ.นครสวรรค์ ประชากร 1,028,814 คน ส.ส. 6 ที่นั่ง จ.พิษณุโลก ประชากร 844,494 คน ส.ส. 5 ที่นั่ง จ.สุโขทัย ประชากร 581,652 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.กำแพงเพชร ประชากร 708,775 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.พิจิตร ประชากร 525,944 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.อุทัยธานี ประชากร 323,860 คน ส.ส. 2 ที่นั่ง
ภาคใต้ ประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช ประชากร 1,545,147 คน ส.ส. 9 ที่นั่ง จ.สงขลา ประชากร 1,431,063 คน ส.ส. 9 ที่นั่ง จ.สุราษฎร์ธานี ประชากร 1,073,663 คน ส.ส. 7 ที่นั่ง จ.นราธิวาส ประชากร 814,121 คน ส.ส. 5 ที่นั่ง จ.ตรัง ประชากร 638,206 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.ปัตตานี ประชากร 732,955 คน ส.ส. 4 ที่นั่ง จ.กระบี่ ประชากร 480,057 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.ภูเก็ต ประชากร 417,891 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประชากร 553,298 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.ยะลา ประชากร 545,913 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.พัทลุง ประชากร 521,619 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.ชุมพร ประชากร 509,385 คน ส.ส. 3 ที่นั่ง จ.สตูล ประชากร 325,303 คน ส.ส. 2 ที่นั่ง จ.พังงา ประชากร 267,442 คน ส.ส. 2 ที่นั่ง จ.ระนอง ประชากร 194,226 คน ส.ส. 1 ที่นั่ง
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. เผยว่า ภายหลังสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่องจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร วันที่ 31 ธ.ค. 2565 สำนักงาน กกต.ได้มีการเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการคำนวณ ส.ส.ไว้เป็นที่เรียบร้อย และเสนอให้ กกต. พิจารณาแล้ว คาดว่า กกต.จะพิจารณาในวันที่ 9-10 ม.ค.นี้