พฐ.เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้สปีดโบ๊ต รับส่งนักท่องเที่ยวเกาะหมาก จ.ตราด 6 ลำ รวมทั้งเรือไม้วอดอีก 1 ลำ เบื้องต้นสันนิษฐานไฟฟ้าลัดวงจร ประกอบกับคลื่นลมแรง จึงลามไหม้เรือที่จอดติดกันรวม 7 ลำ กำชับเรือโดยสารที่เดินทางไปเกาะต่างๆ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เหตุช่วงนี้คลื่นลมแรง
วันที่ 8 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 7 ม.ค. นายเสริมศักดิ์ สุขสถิตย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เรือจำนวน 7 ลำ ได้แก่ เรือซีเทล 2 ลำ เรือปาหนัน 2 ลำ เรือสวนสุข 1 ลำ เรือเกาะหมาก 1 ลำ และเรือไม้โชคบุญชู 1 ลำ ซึ่งจอดไว้ที่อ่าวทองหลาง หมู่ที่ 1 ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด จึงแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งอบต.เกาะหมาก นายอำเภอเกาะกูด และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทราบ พร้อมนำชาวบ้านและ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 100 คนเข้าไปช่วยกันดับเพลิง ในที่เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้รุนแรงเนื่องจากมีลมพัดแรงต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดับเพลิงที่กำลังโหม ได้ทัน กระทั่งนำอุปกรณ์ดับเพลิงต่างๆ ทั้งในพื้นที่เกาะหมาก และจากอบต. เกาะหมาก รวมทั้งทางโรงแรมและ รีสอร์ตเข้ามาช่วยเหลือจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ระดับหนึ่งในเวลา 21.00 น. โดยเรือทั้ง 7 ลำเสียหายทั้งหมด เจ้าหน้าที่อบต.เกาะหมากและฝ่ายปกครองอำเภอเกาะกูดเข้ามาควบคุม ไม่ให้เพลิงขยายวงกว้างออกไปไหม้บ้านเรือนใกล้เคียง
นายนล สุวัจนานนท์ นายก อบต. เกาะหมากที่ส่งกำลังไปช่วยเหลือกล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบก่อน แต่เรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุหรืออุบัติภัย ไม่ได้มีการวางเพลิงหรือ เรื่องอื่นๆ ที่ไม่ดี และไม่มีผู้บาดเจ็บหรือทรัพย์สินอื่นๆ เสียหาย ประเมินความ เสียหาย 12-15 ล้านบาท ผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยวไม่มี นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะหมากได้
ด้าน พ.จ.อ.สุริยา ภูสวัสดิ์ นายอำเภอเกาะกูดเผยว่า เรือที่ไฟไหม้นั้นเป็นเรือ สปีดโบ๊ตที่ใช้เป็นเรือโดยสารรับนัก ท่องเที่ยว 6 ลำ และเรือไม้อีก 1 ลำ เพลิงยุติลงในเวลา 21.30 น. และสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองควบคุมเฝ้าระวังตลอด 24 ช.ม. ช่วงนี้มีพายุลมแรง ง่าย ต่อการเกิดเพลิงไหม้
วันเดียวกัน ที่ท่าเรืออนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง อ.แหลมงอบ จ.ตราด ซึ่งเป็นท่าเรือโดยสารสปีดโบ๊ตที่เดินทางไปยังเกาะหมากและเกาะหวาย มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวในต.เกาะหมากจำนวนหนึ่ง ขณะที่เรือสปีดโบ๊ตจาก เกาะหมากเดินทางกลับมาจำนวน 2 ลำ มีนักท่องเที่ยวกว่า 80 คน ร้อยละ 90 เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางต่อไปยังกรุงเทพฯ และจังหวัดในภาคตะวันออก
นายนล สุวัจนานนท์ นายก อบต. เกาะหมาก เผยว่า วันเดียวกันนี้ทางอำเภอเกาะกูดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเดินทางไปที่เกิดเหตุในเวลา 12.00 น. ถึง เกาะหมากในเวลา 13.00 น. เพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ ส่วนเรือสปีดโบ๊ตที่เป็นเรือโดยสารรับส่งนักท่องเที่ยวทั้ง 6 ลำนั้นไม่มีผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว ตนประสานกับนายสุทัศน์ ทศดารา สมาชิก อบจ.เกาะกูด ที่มีเรือโดยสารสปีดโบ๊ตขนาดใหญ่เข้ามาช่วยรับส่งนักท่องเที่ยวแล้ว รวมทั้งเรือโดยสารบริษัทอื่น เช่น ลีลาวดี
นายสมพร หอยสังข์ ผู้ขับเรือสปีดโบ๊ตเอ็มมารีน เกาะหมาก กล่าวว่า เหตุการณ์ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ตที่เกาะหมากเมื่อค่ำวานนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงเพราะไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ แต่หากเป็นไฟฟ้าลัดวงจรในเครื่องยนต์ลุกไหม้ขึ้นแล้วลามไปยังเรือโดยสารลำอื่นๆ ก็เป็นไปได้ เพราะคืนเกิดเหตุลมแรงตลอดทั้งวัน
ทั้งนี้ ในแต่ละวันมีเรือโดยสาร สปีดโบ๊ตออกจากท่าเรือทั้งฝั่งอ.แหลมงอบ และฝั่งเกาะหมากวันละ 4-6 เที่ยว มี นักท่องเที่ยวเดินทางไป 400-500 คนต่อวัน หากเป็นช่วงวันหยุดจะมีมากกว่าเท่าตัว ขณะที่ค่าเสียหายนั้นเรือสปีดโบ๊ต 1 ลำ มีมูลค่ารวมทั้งเครื่องและค่าตกแต่งราว 3-4 ล้านบาท
ขณะที่นายสุทธิวงศ์ จันทรสูตร อดีตกำนันตำบลเกาะหมาก เจ้าของเรือโดยสารลีลาวดี เกาะหมาก กล่าวว่า เพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ตยังไม่สามารถบอกได้ถึงสาเหตุที่แท้จริง ต้องรอการพิสูจน์จาก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตราดให้แน่ชัด แต่สิ่งที่ทางอบต.เกาะหมากต้องเตรียมความพร้อมคือการป้องกันความปลอดภัยทั้งโรงแรมและนักท่องเที่ยว เพราะหากเกิดเพลิงไหม้โรงแรมหรือรีสอร์ตขึ้นมาอาจส่งผลกระทบมากกว่านี้ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
พ.จ.อ.สุริยา ภูสวัสดิ์ นายอำเภอเกาะกูด กล่าวว่า เหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลายลงแล้ว บ่ายวันนี้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.ตราด ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้ ทางอำเภอเกาะกูดสั่งการให้ฝ่ายปกครองดูแลและควบคุมปัญหาต่างๆ และกำชับ เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง และทางอบต.เกาะหมาก ให้เฝ้าระวังเรื่องเพลิงไหม้ให้ดีเพราะช่วงนี้คลื่นลมแรง เรือโดยสารที่ เดินทางไปเกาะต่างๆ ต้องติดตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาให้ดี