เหลือ‘0คะแนน’ ห้ามขับรถ90วัน

เริ่มแล้วตัดแต้มใบขับขี่ ตร.กำชับ 20 ฐานความผิด ระบุทุกคนมี 12 คะแนน หากทำผิดจะถูกตัดคะแนนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทันที เริ่มตัดตั้งแต่ 1-4 คะแนน ไม่ว่าจะเป็น ขับรถเร็วเกินกำหนด- ไม่สวมหมวกกันน็อก-ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย- ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย-ฝ่าไฟแดง- ชนแล้วหนี-เมาขับ-ขับขณะเสพยา ถ้าโดนตัดจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใบขับขี่ 90 วัน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากต้องการขอคะแนนคืนต้องเข้าอบรมกับกรมการ ขนส่งทางบก ชี้เป็นผลมาจาก 4 หน่วยงาน บูรณาการกัน ทั้งตำรวจ-กรมการขนส่งทางบก- แบงก์กรุงไทย-บริษัทโทรคมนาคม มุ่งส่งเสริมให้เคารพกฎจราจรยึดหลักขับขี่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกตร. เปิดเผยถึง การตัดคะแนนใบขับขี่ ที่มีผลบังคับใช้วันที่ 9 ม.ค.2565 เป็นต้นไปว่า ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ พ.ศ.2565 ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 142/1 เป็นความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

“ผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่แต่ละคน จะมีคะแนนความประพฤติคนละ 12 คะแนน หากทำผิดตามกฎจราจรในข้อหาที่ระบุไว้ จะถูกตัดคะแนนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด เช่น กลุ่มความผิดหลักที่เป็นปัจจัย ในการเกิดอุบัติเหตุ (20 ฐานความผิด) จะถูกตัดคะแนนเมื่อทำผิดทันที ได้แก่ ตัด 1 คะแนน เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ไม่หยุดให้คนข้ามทาง ม้าลาย ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ, ตัด 2 คะแนน เช่น ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (ฝ่าไฟแดง), ตัด 3 คะแนน เช่น ขับรถชนแล้วหนี และตัด 4 คะแนน เช่น เมาแล้วขับ ขับรถในขณะเสพยาเสพติด” พล.ต.ต.อาชยนกล่าว

ส่วนกลุ่มความผิดอื่นๆ 42 ฐานความผิด ตามบัญชีท้ายระเบียบ พล.ต.ต.อาชยนกล่าวว่า ความผิดกลุ่มนี้จะถูกตัดคะแนนเฉพาะกรณี ไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่งในเวลาที่กำหนดเท่านั้น เช่น ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรในทาง จอดในที่ห้ามจอด และไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ขณะขับรถ สำหรับวิธีการตัดคะแนนนั้น จะดำเนินการโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ระบบฐานข้อมูลใบสั่ง ระบบบริการจัดการใบสั่งจราจร Police Ticket Management หรือ PTM ของ ตร. ในการบันทึกการทำผิดกฎจราจรและตัดคะแนนในแต่ละครั้ง

“เมื่อผู้ขับขี่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หรือห้ามขับรถ เป็นเวลา 90 วัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าว และหากฝ่าฝืนไปขับรถในขณะถูกสั่งพักใช้ ใบอนุญาตขับขี่ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พล.ต.ต.อาชยนกล่าว

พล.ต.ต.อาชยนกล่าวต่อว่า การตัดคะแนน มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนวินัยการขับขี่ จึงให้สิทธิผู้ที่ถูกตัดคะแนน สามารถขอคืนคะแนนได้ โดยการเข้าอบรมกับ ขบ. กรณีที่คะแนนเหลือน้อยกว่า 6 คะแนน ขอเข้ารับการอบรมได้ปีละ 2 ครั้ง ส่วนกรณีที่ถูกตัดคะแนน จนเหลือ 0 คะแนน และต้องการคะแนนกลับคืนมาทั้งหมด 12 คะแนน ก็ขอเข้ารับการอบรม ซึ่งคะแนนจะมีอายุความเพียง 1 ปี เมื่อครบ 1 ปีที่กระทำผิด ระบบจะคืนคะแนนให้โดยอัตโนมัติ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบคะแนนได้ 3 ช่องทาง 1.เว็บไซต์ E-Ticket PTM ซึ่งพัฒนาโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยตรวจสอบใบสั่งค้างชำระ จ่ายค่าปรับ ตรวจสอบคะแนนความประพฤติ และ ตรวจสอบสถานะใบขับขี่ 2.แอพพลิเคชั่น ขับดี (KHUB DEE) ซึ่งพัฒนาโดย NT เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสาร และตรวจสอบใบสั่งค้างชำระ และคะแนนความประพฤติ และดำเนินการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่อันเป็นประโยชน์ต่างๆ ที่ทันสมัย และ 3.แอพพลิเคชั่น เป๋าตัง ให้บริการชำระค่าปรับผ่านระบบออนไลน์

ส่วนการชำระค่าปรับ ธนาคารกรุงไทย ได้พัฒนาระบบ เพิ่มช่องทางการรับชำระค่าปรับผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอพฯ “Krungthai NEXT” และ “เป๋าตัง” โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และชำระค่าปรับใบสั่งผ่าน ทางเว็บไซต์ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน (e-Ticket) https://ptm.police.go.th/ ด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิต ซึ่งเป็นการ ยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประหยัดเวลาในการเดินทาง พร้อมบริการตรวจสอบแต้มจราจรผ่านระบบออนไลน์

พล.ต.ต.อาชยนกล่าวอีกว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับ การป้องกันและลดอุบัติเหตุ ความสูญเสีย บนท้องถนนตามนโยบายรัฐบาล ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ เป็นหนึ่งในมาตรการเสริมในการสร้างวินัยการขับขี่เพิ่มเติมจาก การออกใบสั่งเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการสร้างวินัยการขับขี่ปลอดภัย ให้โอกาสแก้ไขไม่กระทำผิดซ้ำ สร้างความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย และเป็นมาตรฐานสากล โดย ตร., ขบ. ธนาคารกรุงไทย และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งหมายให้ระบบบันทึกคะแนนดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างวินัยการขับขี่ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร ป้องกันอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืนต่อไป

ด้านน.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลย้ำ ผู้ขับขี่ใช้รถบนถนนขับขี่ด้วยความปลอดภัย รับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งวันเดียวกัน เป็น วันแรกที่ตร. เริ่มใช้มาตรการตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ หรือตัดแต้มใบขับขี่ เพื่อเสริมสร้างวินัยจราจร เป้าหมายเพื่อลด การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน สำหรับการ ตัดคะแนนเมื่อทำความผิดที่เป็นปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุ ตาม 20 ฐานความผิด ถูกตัดคะแนนเมื่อผิดทันที แบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้

แบบที่ 1 ตัดคะแนนทันทีที่ทำผิด ตัด 1 คะแนน ประกอบด้วย ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ขับรถเร็วเกินกำหนด ขับรถบนทางเท้า ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ไม่หลบรถฉุกเฉิน ขับรถโดยประมาท น่าหวาดเสียว ขับรถไม่ติดป้ายทะเบียน หรือเปลี่ยนแปลง ปิดบัง และไม่ติดป้ายภาษี, ตัด 2 คะแนน ประกอบด้วย ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถย้อนศร ขับรถระหว่างโดนพักใช้ หรือเพิกถอนใบขับขี่, ตัด 3 คะแนน ประกอบด้วย ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ ขับรถผิดวิสัยคนขับรถธรรมดา ขับรถชนแล้วหนี และตัด 4 คะแนน ประกอบด้วย เมาแล้วขับ ขับรถในขณะเสพยาเสพติด แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ส่วนแบบที่ 2 ตัดคะแนนเมื่อไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่ง” ค้างชำระ 1 ใบสั่ง ตัด 1 คะแนน

น.ส.รัชดากล่าวว่า หากผู้ขับขี่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หรือห้ามขับรถทุกประเภทเป็นเวลา 90 วัน โดยมีหนังสือแจ้งคำสั่ง หากฝ่าฝืนขับรถในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นครั้งที่ 3 ภายใน 3 ปี อาจถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่มากกว่า 90 วัน หากถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่อีกเป็นครั้งที่ 4 ต้องถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน