แต่ให้ปท.ไปต่อ เวที‘รทสช.’คึก ตั้ง‘แรมโบ้-ชัช’ที่ปรึกษานายก

‘ตู่’ ตั้งรวด 3 สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ‘แรมโบ้-ชัช-ชุมพล’ นั่งที่ปรึกษานายกฯ ก่อนลากิจครึ่งวันไปสมัครเป็นสมาชิก รทสช.อย่างเป็นทางการ ลั่นไม่ได้อยากมีอำนาจ แต่มีงานทำอีก ประเทศไทยต้องไปต่อ สมาชิกพรรค-แฟนคลับแห่ต้อนรับล้นหลาม ‘ดอน-โฆษกรัฐบาล’ โผล่ให้กำลังใจ ‘เฮ้ง’ ยัน 15 ส.ส. ทิ้งพปชร.ตามมาแน่ ‘ธนกร’ จูงมือส.ส.ใต้ มาเป็นกำลังใจ ยันยังไม่ทิ้งเก้าอี้ส.ส. ‘อัศวิน’ โผล่สมัครเข้าพรรคด้วย ‘เจ๊โอ๋’ ขอรอยุบสภาก่อน ‘ชวน’ กังวลองค์ประชุมมีปัญหา จับตาส.ส.แห่ลาออกอีกระลอก ภท.ตั้งขุนพลสู้ศึกเลือกตั้งรายภาค ฮึ่มร้องกกต. 3 พรรคฝ่ายค้านใส่ร้าย

ตู่ลากิจเปิดตัวรทสช.
เวลา 09.30 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2565 ก่อนประชุมได้ยกมือรับไหว้สื่อมวลชนด้วยสีหน้าปกติ ไม่มีท่าทีตื่นเต้นหรือหงุดหงิด เช่นเดียวกับหลังเสร็จสิ้นพิธีพล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเรียบเฉยปกติ และปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยเมื่อถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ในการที่จะเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในเย็นวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์รับไหว้พร้อมยกมือทักทาย ก่อนเดินขึ้นไปทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า

วันเดียวกัน สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งรัฐมนตรีว่าพล.อ.ประยุทธ์มีความประสงค์ลากิจในวันเดียวกันนี้ (9 ม.ค.) ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

กระชับสัมพันธ์ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้อนรับ นายนาเคศ สิงห์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเข้ารับหน้าที่ พร้อมจะยกระดับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และผลักดันความร่วมมือทุกด้านของทั้งสองประเทศ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 ม.ค.

สำหรับการลากิจดังกล่าวคาดว่าเพื่อป้องกันคำครหาว่าใช้เวลาราชการไปเปิดตัวทางการเมือง ซึ่ง รทสช.จะเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมงานเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้กกต.จับตาการเปิดตัวของพล.อ.ประยุทธ์ หากใช้เวลาราชการและใช้รถหลวง มีรถตำรวจนำทาง เป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อหาเสียงหรือไม่

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หลังเปิดงานสัมมนาที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ก็ไม่ตอบคำถามว่าได้พูดคุยให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนไปสมัครสมาชิก รทสช.หรือไม่

ตั้ง‘แรมโบ้-ชัช-ชุมพล’ที่ปรึกษา
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ลงนามในหนังสือคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2566 แต่งตั้งนายเสกสกล อัตถาวงศ์ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือ ข้อเสนอแนะต่างๆ ตามที่นายกฯ มอบหมาย ให้ส่วนราชการสนับสนุนการดำเนินงานของที่ปรึกษาฯตามที่ได้รับการร้องขอ และให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของที่ปรึกษาฯ สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ โดยให้เบิกจ่ายจากสำนักเลขาธิการนายกฯ

และลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2566 แต่งตั้งชัชวาลล์ คงอุดม เป็นที่ปรึกษาของ นายกฯ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและพิจารณา เสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่างๆ และได้มีคำสั่งฉบับที่ 4/2566 แต่งตั้งนายชุมพล กาญจนะ เป็นที่ปรึกษาของ นายกฯ ด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เมื่อ 9 พ.ย.2565 พล.อ.ประยุทธ์ลงนามคำสั่งนายกฯ แต่งตั้งนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นที่ปรึกษาของนายกฯ มาแล้ว ซึ่งบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาทั้งหมดเป็นแกนนำของ รทสช.ทั้งสิ้น

รทสช.เมินเสียงวิจารณ์
ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ สถานที่จัดงาน “รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ” นายชัชวาลล์ คงอุดม สมาชิก รทสช. กล่าวหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ ว่า มีการพูดคุยกันมาหลายเดือนแล้วว่าจะมาช่วยเรื่องการพัฒนาท้องถิ่น เพราะเคยสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์จากฝ่ายการเมืองว่า การตั้งพรรคหรือคนของ รทสช.ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ปูทางให้ประโยชน์ในการเลือกตั้ง นายชัชวาลล์กล่าวว่า ฝ่ายการเมืองพูดได้ทุกอย่าง พอได้เปรียบก็เฉย พอเสียเปรียบก็พูด

เมื่อถามว่าการเข้าไปครั้งนี้ไม่ได้เป็นการ ปูทางให้พรรคตัวเองใช่หรือไม่ นายชัชวาลล์กล่าวว่า เราต้องการทำงานให้ประเทศชาติ และตนกับพล.อ.ประยุทธ์เหมือนกัน รักสถาบัน มีความซื่อสัตย์สุจริต จึงถือว่าเข้ามาเพื่อจะช่วยท่านทำงาน

ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้า รทสช. ให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ.ประยุทธ์แต่งตั้งคนในรทสช.เป็นที่ปรึกษานายกฯ ถึง 3 คนว่า ตนยังไม่ทราบ เมื่อถามว่าการแต่งตั้ง ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการหวังผลอะไรทางการเมืองหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า คงไม่เกี่ยว แต่ละคนก็มีคุณสมบัติพอที่จะทำงานต่างๆ ได้อยู่แล้ว ส่วนการตั้งคำถามและข้อสังเกตต่างๆ ของฝ่ายการเมืองก็เป็นเรื่องปกติ ฝ่ายการเมืองก็ตั้งคำถามอยู่แล้ว ถ้าไม่ตั้งคำถามก็ผิดปกติ

ตุ๋ยโวแห่สมัครสมาชิกพรรค
นายพีระพันธุ์กล่าวถึงการจัดงาน “รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ” ว่า วันนี้มีการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี พล.อ.ประยุทธ์จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ทำให้สมาชิกจาก ทั่วประเทศอยากมาเจอพล.อ.ประยุทธ์ จึงทำให้มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก วันนี้เรามีสมาชิกเยอะมาก โดยตัวเลขสมาชิกในบัญชีของกกต. 27,000 กว่าคน และอยู่ระหว่างรอการยืนยันอีก โดยรวมแล้วประมาณกว่า 30,000 คน

เมื่อถามว่าวันนี้พล.อ.ประยุทธ์จะเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ เลยหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ใช่ วันนี้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และเป็นวันที่มีการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคพอดี สมาชิกก็อยากพบนายกฯ และพล.อ.ประยุทธ์เองก็อยากพบปะสมาชิกด้วยเท่านั้นเอง ไม่ได้มีการเปิดตัวอะไรในลักษณะแคนดิเดตนายกฯ และยังไม่มีการดำรงตำแหน่งใดๆ ยังไม่ถึงเวลา

เมื่อถามว่าการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จะมีเมื่อไร นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา และยังไม่มีกำหนดเลือกตั้งอะไร ต้องไปว่ากันตรงนั้น วันนี้พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นสมาชิกเท่านั้นเอง อย่างอื่นเดี๋ยวค่อยไปว่ากันทีหลัง เมื่อถามว่าตำแหน่ง กก.บห.ยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เหมือนเดิม ข้อบังคับพรรคมี 9 คนเท่านั้น

ร่วมเชียร์ตู่ – บรรยากาศกิจกรรม “รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ” และประชุมใหญ่วิสามัญพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าร่วมพรรค คึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย มีสมาชิกพรรคมารอเข้าร่วมล้นหลาม เมื่อวันที่ 9 ม.ค.

รทสช.แห่ต้อนรับ
สำหรับบรรยากาศการจัดกิจกรรม “รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ” และประชุมใหญ่วิสามัญ รทสช. ที่จะเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์เป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิกพรรคมารอเข้าร่วมกิจกรรมล้นหลาม ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ที่จัดงานยังไม่เปิด โดยเตรียมป้ายไปรอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ มีการซ้อมตะโกนเชียร์ “ลุงตู่สู้ๆ” เป็นระยะ รวมถึงวางสแตนดี้ของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ หัวหน้ารทสช. และพล.อ.ประยุทธ์ ที่ใส่เสื้อ รทสช. ซึ่งได้รับความสนใจ มีคนเข้าไปร่วมถ่ายรูปกับสแตนดี้นายกฯ จำนวนมาก

ด้านการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และการ์ดอยู่รอบบริเวณ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ EOD เข้ามาดูความเรียบร้อยรอบงาน

อัศวินโผล่สมัคร-เจ๊โอ๋รอยุบสภา
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. เดินทางมาร่วมงาน โดยยอมรับว่า มาสมัครเป็นสมาชิก รทสช. ต้องการมาช่วยงานเฉยๆ ไม่ได้ต้องการมีตำแหน่งใดๆ จะไม่ลงสมัคร ส.ส.เขต ไม่ลงบัญชีรายชื่อเพียงแค่มาช่วยเฉยๆ เพราะต้องการมาช่วยเจ้านายเก่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้พูดคุยอะไรใดๆ แม้แต่นายกฯ ก็ยังไม่ทราบว่าตนมา เมื่อถามว่าจะพาลูกชายมาอยู่พรรคนี้ด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ลูกชายโตแล้ว อายุเกือบ 30 ปี คงตัดสินใจเอง ตนเคยชวนแต่เขาไม่ได้ตอบอะไร จึงไม่ได้เซ้าซี้

ด้าน น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม ปชป. ซึ่งเดินทางมาร่วมงาน เผยว่า ยังไม่ได้ลาออกจาก ปชป.และยังทำหน้าที่ในสภา คิดว่าจะลาออกหลังนายกฯ ยุบสภา ยังไม่ได้แจ้งให้ ปชป.ทราบ แต่คิดว่าพรรครู้แล้ว เพราะเคยพูดแล้วถ้าโพลออกมาว่าอยู่กับใครแล้วได้เป็น ส.ส.ก็จะอยู่ที่นั่น ซึ่งโพลออกมาชัดเจนแล้วว่าให้มาอยู่ รทสช. รวมทั้งโพลยังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เพราะบ้านเมืองสงบ ซื่อสัตย์ รักสถาบัน วันนี้มาให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์

เฮ้งยัน 15 สส.ตามมาด้วย
เวลา 16.20 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน อดีตส.ส.ชลบุรี พปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า ตนลาออกจากส.ส.พปชร.ตั้งแต่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา และสมัครเป็นสมาชิก รทสช.เมื่อเช้าวันนี้ จะพาส.ส.มาครบทั้ง 15 คน แต่วันนี้ ส.ส.ยังไม่ได้มา เพราะมีหน้าที่ต้องพิจารณากฎหมายอีกเยอะ วันนี้ตนจึงมานับหนึ่งพร้อมกับนายกฯ ก่อน ตามที่รับปากไว้ว่านายกฯ ไปที่ไหนก็จะไปที่นั่น นอกจากนี้ยังมีพี่น้องชาวชลบุรีมาให้กำลังใจนายกฯ 5,000 กว่าคน เมื่อถามว่าเวลานี้มียอด ส.ส.ทั้งหมดในมือเท่าไร นายสุชาติกล่าวว่า กลุ่มเพื่อนตนประมาณ 15 คน วันนี้เพื่อนก็มาให้กำลังใจ นายกฯ และมาให้กำลังใจตน แต่ยังไม่ลาออกจากพปชร.เพราะสภายังต้องทำงานอยู่

ส่วนตนที่ต้องลาออกจากส.ส.เพราะต้องมาขับเคลื่อนพรรค ช่วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ช่วยรทสช. และตนไม่ได้มีตำแหน่งใดๆ ในพรรค เพราะไม่ต้องการตรงนั้น และไม่น้อยใจ ตนกับนายเอกนัฏ รู้จักกันมา จึงมาช่วยกัน มั่นใจว่าทุกคนพี่ตนพามาจะได้กลับไปเป็นส.ส.อีกครั้งแน่นอน และจะมีเพิ่มขึ้นด้วย

ธนกรจูงสส.พปชร.ร่วมแจม
เวลา 16.30 น. นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนายกรัฐมนตรี และส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. เดินทางมาพร้อม 2 ส.ส.สงขลา พปชร. คือ นายศาสตรา ศรีปาน และ นายพยม พรหมเพชร นายธนกรกล่าวว่า วันนี้ตนกับส.ส.พปชร.ภาคใต้ 6-7 คน เดินทางมาให้กำลังพล.อ.ประยุทธ์ด้วย เมื่อถามว่า จะลาออกจากพปชร.ช่วงไหน นายธนกรกล่าวว่า ส่วนตัวจะขอทำหน้าที่ ส.ส.พปชร.ต่อ จะดูเวลาที่เหมาะสมเพื่อลาออกจากพปชร.

ส่วนตัวเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ สามารถไปต่อได้ เพราะผลงานต่างๆ ชัดเจน เชื่อว่าประชาชนจะให้โอกาสนายกฯ อีกครั้ง มั่นใจ พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ รอบ 3 แน่นอน โดยเฉพาะผลโพลในภาคใต้กระแส ดีมาก ภาคอื่นๆ ก็ติด 1 ใน 3 ตลอด เมื่อถามว่าหากนายธนากรย้ายมาอยู่กับ รทสช.จะได้ดูพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ นายธนากรกล่าวว่า มีการคุยกัน แต่ก็คงมีคนรับผิดชอบหลายคน เช่น นายชุมพล จุลใส อดีตส.ส.ชุมพร ปชป. นายวิสุทธิ์ ธรรมเพรช นายกอบจ.พัทลุง เป็นต้น

‘อนุชา-ดอน’มาให้กำลังใจ
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.ปชป.เดินทางมาร่วมงาน โดยปฏิเสธว่าจะสมัครสมาชิก รทสช.หรือไม่ มาวันนี้เป็นการมาช่วยงานพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนเท่านั้น

เวลา 17.30 น. นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ เดินทางมาร่วมงาน พร้อมกล่าวว่ามาให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเคยทำงานร่วมกันมานานเกือบ 9 ปี ส่วนจะสมัครสมาชิก รทสช.หรือไม่นั้น นายดอนกล่าวว่า ยังไม่สนใจ เมื่อถามว่ายังไม่เหนื่อยใช่ไหมที่จะร่วมงานกับพล.อ.ประยุทธ์ในสมัยหน้า นายดอนหัวเราะและไม่ตอบคำถามนี้

ตู่เปลี่ยนรถหลวงใช้รถส่วนตัว
เวลา 17.24 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทาง ถึงศูนย์ฯสิริกิติ์ โดยมี นายพีระพันธุ์ พร้อม แกนนำพรรครอต้อนรับ และพาเข้าห้องรับรอง ก่อนขึ้นเวที ขณะที่สมาชิกตะโกน ลุงตู่สู้ๆ พร้อมมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ยังคงไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ โดยมีสีหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมาก

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ออกจากทำเนียบเวลา 15.00 น. กลับเข้าบ้านพักเพื่อเปลี่ยนรถยนต์ จากรถประจำตำแหน่ง ทะเบียน 4 กต. 29 กรุงเทพมหานคร เป็นรถยนต์ส่วนตัว ทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร พร้อมเปลี่ยนชุดจากเครื่องแบบข้าราชการสีกากี เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวคลุมด้วยแจ๊กเกตลำลองสีดำ เดินทางร่วมงานโดยไม่มีรถนำและ ไม่มีรปภ.ติดตามเหมือนตอนปฏิบัติหน้าที่ นายกฯ มีเพียงรปภ.ส่วนล่วงหน้าแต่งกายนอกเครื่องแบบมาดูความเรียบร้อยสถานที่จัดงานเท่านั้น

สมัครสมาชิก‘รทสช.’ตลอดชีพ
เวลา 17.35 น. ที่ห้องรับรอง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงนามสมัครเป็นสมาชิก รทสช. โดยจ่ายค่าสมาชิก 2,000 บาท เป็นสมาชิกตลอดชีพ โดยมีนายพีระพันธ์ุ และนายเอกนัฏ เป็นสักขีพยาน จากนั้นนายพีระพันธ์ุ ในฐานะหัวหน้าพรรค สวมแจกเก็ตสีขาวของพรรคให้กับ พล.อ.ประยุทธ์

พีระพันธุ์เปิดตัวตู่นำทัพเลือกตั้ง
เวลา 18.15 น. บนเวที มีการแนะนำแกนนำและกก.บห. รวมถึงว่าที่ผู้สมัครส.ส. ทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ อาทิ นายไตรรงค์ นายชัชวาลล์ นายชุมพล รวมทั้ง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ นายปรีชา มุสิกกุล นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายโกวิทย์ ธารณา นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายวิทยา แก้วภราดัย นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล นายสยาม บางกุลธรรม นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง

เวลา 18.30 น. นายพีระพันธุ์ขึ้นเวทีกล่าวถึงแนวคิดและจุดยืนของรทสช. ยังไม่เคยเห็นภาพการประชุมใหญ่ของพรรคไหนที่มีสมาชิกและผู้สนับสนุนมาร่วมจำนวนมากเท่าวันนี้ วันนี้เราประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2566 เตรียมวางตัวผู้สมัครและเป็นพรรคหลักของประเทศต่อไป ตนจะนำพรรคเป็นพรรคหลักในการเลือกตั้ง วันนี้มีสมาชิกกว่า 30,000 คนแล้ว รทสช.จะหลอมรวมคนไทยให้กลับมามีความรักความสามัคคีเหมือนเดิม 3 ส.ค.2565 ตนประกาศจะนำทัพลงสนามเลือกตั้ง วันนี้เรามี พล.อ.ประยุทธ์ มาร่วมนำทัพ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการสร้างพรรคให้เป็นพรรคที่สร้างความสามัคคีปรองดอง ขอให้ทุกคนช่วยกัน เพื่อให้ลุงตู่ชนะเลือกตั้งให้ได้

เปิดตัว – พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ชูมือบนเวทีระหว่างเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกาศลั่นอ้างไม่ได้อยากมีอำนาจ แต่ประเทศ ไทยต้องไปต่อ ท่ามกลางกองเชียร์ล้นหลามศูนย์ ประชุมฯ สิริกิติ์ เมื่อ วันที่ 9 ม.ค.

ตู่ลั่นไม่ได้อยากอยู่ต่อ
เวลา 18.50 น. นายพีระพันธุ์ลงจากเวทีไปรับ พล.อ.ประยุทธ์ ในห้องรับรอง และนำเดินโชว์ตัวทักทายสมาชิกพรรค ท่ามกลางเสียงเชียร์ “ลุงตู่สู้ๆ ลุงตู่อยู่ต่อ เป็นกำลังใจให้นะ”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวนานกว่า 30 นาที ว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตนลบภาพลักษณ์ไม่ได้เป็นทหารมาทั้งชีวิตแต่พยายามปรับตัวมาตลอด ตื้นตันใจ ตนไม่เคยตื่นเต้นมาก่อน วันนี้ได้พูดกับผู้บริหารว่าตื่นเต้น ปกติไม่กลัวอะไรเพราะเป็นทหารมาทั้งชีวิต แต่วันนี้กลัวความรักที่ให้ท่านจะเพียงพอกันไหม เพราะรักทุกคนจริงๆ ยืนยันจะทำเพื่อความเจริญก้าวหน้าประเทศ วันนี้ไม่ได้มาในฐานะนายกฯ แต่มาเพื่อบอกว่าทำไมตนต้องอยู่ หลายคนสงสัยว่าตนอยากเป็นต่อหรือไม่ ตนไม่ได้อยากเป็นใหญ่ ไม่ได้อยากมีอำนาจ อำนาจมีเยอะแล้วมีมาทั้งชีวิต แต่อำนาจมาพร้อมความรับผิดชอบ การมีอำนาจต้องใช้ให้ถูกต้องเป็นธรรม ตามกระบวนการ

“ที่มาวันนี้ไม่ได้อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่อยากรับผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ที่มายืนตรงนี้เพราะเคารพในกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทย ไม่ได้มาเพราะอยากอยู่ต่อ แต่อยากพูดกับทุกคนว่าประเทศไทยต้องไปต่อ บนพื้นฐานความมีศักยภาพ ความมั่นคง เพื่อเดินหน้าสู่การเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ตลอดจนการพัฒนาประเทศ วันนี้ถ้ารวมใจ รวมคนไทย รวมไทยสร้างชาติ ทุกอย่างเราแก้ได้แน่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

มีงานต้องสาง-ไทยต้องไปต่อ
ตนไม่สามารถแก้คนเดียว ต้องมีทีมงานที่เรียกพรรคการเมือง หลายคนหาว่าไม่เคารพกระบวนการ วันนี้จำเป็นด้วยเหตุผลประเทศไทยต้องไปต่อ สู่อนาคตที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน จึงตัดสินใจเข้าพรรค ซึ่งตนคิดแล้วคิดอีกมาหลายเดือน ถ้ารู้แบบนี้มานานแล้วเพราะไม่แน่ใจจะมีคนรักตนอีกหรือไม่ อย่าเป็นคนขี้เบื่อเร็วนัก

ช่วงหนึ่งกองเชียร์ตะโกน “รักลุงๆ” พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เหมือนสามีภรรยา อย่าเบื่อกัน ต้องรักมากขึ้นตามเวลา ยิ่งแก่ก็ยิ่งรักมากขึ้นทุกวัน ตนปากหวานแต่จริงใจ ตั้งแต่ปี 2562 เราเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่มีงานที่ทำไม่จบจำเป็นก้าวมาตรงนี้ หลายอย่างต้องทำต่อ ทำใหม่ ทำเพิ่ม ทำอย่างไรให้เดินหน้าไปให้ได้ เมื่อตัดสินใจทางการเมืองร่วมกับพรรคนี้หวังว่ามีโอกาสทำเรื่องต่างๆ ได้ มีงานที่ตนต้องทำต่อจำเป็นต้องมายืนตรงนี้ หลายอย่างๆ ค้างอยู่เราต้องเดินหน้าสานต่อให้ได้ ตนตัดสินใจมายืนตรงนี้ แม้เหนื่อยเครียดก็พยายามอดทนเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า

“จริงๆ คิดมาหลายวันหลายเดือนว่าไปตรงไหนดี กลับบ้านนอนเลยดีกว่า แต่ก็คิดว่าแล้วจะนอนหลับหรือไม่ ขอฝากหัวใจน้อยๆ ไว้ด้วย และขอสัญญายืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อชาติ ศาสนา ประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดประเทศไทยต้องไปต่อ วันนี้นอนหลับแล้ว นอนไม่หลับมาหลายวัน ตัดสินใจไม่ได้ แต่วันนี้นอนหลับแล้ว ทุกคนน่ารัก”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ร้องเพลง ศรัทธา ของโป่งหินเหล็กไฟ ท่อนที่ว่า “ใจสู้หรือเปล่า ไหวมั้ยบอกมา” ก่อนตะโกนคำว่า รวมไทยสร้างชาติ 3 ครั้ง

หนุ่มเสกยันลุงต้องอยู่ต่อเท่านั้น
นายเสกสรร ชัยเจริญ หรือ หนุ่มเสก นักร้องนักแสดงชื่อดังยุค 90 เปลี่ยนชื่อเป็นนายจงรักภักดี ญาณวินะโย กล่าวว่า วันนี้มาให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์ และจะสมัครเป็นสมาชิก รทสช. ภายหลัง ยืนยันว่านายกฯ ต้องอยู่ต่อ ตนจะมาช่วยเรื่องการประชาสัมพันธ์ และการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และแล้วแต่ผู้ใหญ่จะให้ลงสมัครส.ส.กทม. เขตประเวศ หรือไม่ ตนอยากให้คนไทยเลือกตั้งได้คนดี ขี้โม้ไม่เอา ดังนั้นต้องลุงตู่อยู่ต่อเท่านั้น

รองเลขาฯปชป.ซบพปชร.
นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือซ้อเจน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาฯ ปชป. เผยว่า ได้เข้าพูดคุยกับผู้ใหญ่ใจดี เรื่องการทำงานทางการเมืองในจ.กาญจนบุรี จึงมั่นใจว่าในอนาคตถ้าได้ร่วมงานกับ พปชร. จะได้แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ จึงตัดสินใจตอบรับร่วมงานกับพปชร. ส่วนจะลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือระบบเขต ต้องปรึกษาหารือกันอีกครั้งหนึ่ง

ภท.ตั้งขุนพลสู้ศึกรายภาค
เวลา 17.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค แถลงหลังการประชุมส.ส. และว่าที่ผู้สมัครว่า พรรคจะส่งผู้สมัครแบบเขตครบทั้ง 400 เขต วันนี้เมื่อสถานการณ์การเมืองชัดเจนจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์เปิดตัวสมัครสมาชิกพรรค การเมือง ถือว่าเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอย่างชัดเจนขึ้น พรรคจึงต้องประชุมเตรียมความพร้อม

การประชุมพรรคยังเน้นแนวนโยบายการเลือกตั้งในการแก้ปัญหาการดำรงชีวิต ปากท้อง เพิ่มรายได้ลดรายจ่าย เพิ่มโอกาสในการประกอบธุรกิจ วันนี้สิ่งที่พรรคกำหนดเป็นนโยบายเพิ่ม คือ ให้ผู้สมัครลงพื้นที่ปราศรัยย่อยในหมู่บ้าน ให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้นหลังซูเปอร์โพลระบุ ภท.มีคะแนนนิยมเป็นอันดับสอง พรรคได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่หาเสียงแต่ละภาค ภาคอีสาน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค, ภาคกลาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค และนายมณเฑียร สงค์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท, ภาคเหนือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์, ภาคใต้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวฯ ส่วนกทม. ในวันที่ 11 ม.ค.นี้ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จะมาเปิดตัวพร้อมกับทีมกทม. และเปิดตัว ผู้สมัครส.ส.อีกบางส่วน

ฮึ่มฟ้องรูด 3 พรรคฝ่ายค้าน
นายศุภชัยแถลงกรณีปลายปีที่ผ่านมา มีการแสดงความเห็นกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พท. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯ พท. ให้สัมภาษณ์ลักษณะใส่ร้ายตัวผู้สมัคร และภท.ว่า เราจะปกป้องสิทธิ โดยจะร้องต่อ กกต.ว่าเป็นพฤติการณ์ผิดตาม พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.พรรค การเมือง เพื่อให้กกต.สอบสวนหาผู้กระทำผิดต่อไป ถ้าพฤติการณ์ถึงขั้นยุบพรรค จะขอให้กกต.ดำเนินการด้วย เพราะกรณีใส่ร้ายกระทบคะแนนนิยมและผู้สมัครของพรรค ยังรวมถึงพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ให้สัมภาณ์กรณีนายเดชทวี ศรีวิชัย อดีต ส.ส.ลำปาง ลาออกมาสังกัด ภท. และกล่าวหาพรรคที่มาสังกัดมีการทุจริต เราจะดำเนินการเช่นเดียวกับพท.ภายในสัปดาห์นี้

ขณะเดียวกัน มีประเด็นที่หัวหน้า พท.ให้สัมภาษณ์ลักษณะใส่ร้ายหัวหน้า ภท.ซึ่งเป็นรมว.สาธารณสุข ในการชะลอเบิกเงินประกันสุขภาพนอกสิทธิสปสช. ด้วยถ้อยคำที่ใส่ร้าย มีผลกระทบต่อ ภท. รวมถึงกรณีนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ให้สัมภาษณ์เรื่องเดียวกัน และมีการกล่าวหาถึงขนาดว่ารมว.สาธารณสุข เป็นผู้โง่เขลา ถือเป็นการใส่ร้ายป้ายสี

‘ชวน’ห่วงองค์ประชุม
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีการลาออกของส.ส.ล็อตใหญ่ ที่อาจนำไปสู่การยุบสภาก่อน 6 ก.พ.นี้ว่า ส.ส.ที่ลาออกน่าจะยังมีอยู่ หากมีการเปิดตัวพรรคใหม่แบบนี้อาจมี ส.ส.ลาออกชุดใหญ่จากหลายพรรค แต่ไม่แน่ใจจะมีสักเท่าไร ส่วนจะกระทบกับองค์ประชุมหรือไม่นั้นตนก็ติดตามอยู่ว่าที่สุดแล้วตัวเลข ส.ส.ของฝ่ายรัฐบาลเหลือเท่าไร หากตัวเลขของฝ่ายรัฐบาลเปลี่ยนแปลงก็อาจมีผลเรื่องเสียงข้างมาก และจะนำไปสู่การยุบสภา 6 ก.พ.หรือไม่ ไม่สามารถไปคาดหมายได้ แต่เคยบอกแล้วว่ารัฐบาลน่าจะตัดสินใจช่วงก่อน 23 มี.ค. และยังไม่แน่ใจว่าสภาจะประชุมได้จนถึง 28 ก.พ. ถ้าไม่มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ

ถ้ามีความเห็นจะเปิดสมัยวิสามัญเดือนมี.ค.ก็ยังมีระยะเวลาอีกเกือบเดือน จนถึง 23 มี.ค. ดังนั้นหากประสงค์ให้กฎหมายผ่านพ้นไปได้รวดเร็วก็สามารถทำได้ 20 ม.ค.นี้ ตนจะขอหารือกับฝ่ายผู้ควบคุมเสียงเรื่องนัดประชุมพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เห็นว่ามีความจำเป็น เช่น ร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัย ถ้าเป็นไปได้จะขอนัดประชุมนัดพิเศษ 1 วันในเดือนนี้ แต่ถ้าไม่พร้อมก็จะไม่นัด

ยินดี‘มติชน’ – พรรคเพื่อไทย นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นายเศรษฐา ทวีสิน พร้อมด้วยแกนนำพรรค และพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรค ได้แก่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ และพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ร่วมแสดงความยินดีกับหนังสือพิมพ์มติชน เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 46 โดยมีนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการ ต้อนรับ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.

จับตาสส.แห่ย้ายพรรค
ส่วนการเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นายชวนกล่าวว่า รัฐบาลยังไม่แจ้งมายังสภา แต่ได้ส่งเรื่องไปแล้ว การหารือเบื้องต้นฝ่ายเสนอคาดว่า เป็นปลาย ม.ค. แต่ทราบจากนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) รองประธานวิปรัฐบาลว่ารัฐบาลอยากให้เป็นช่วงต้น ก.พ. ซึ่งจะมอบหมายนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา หารือกับวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านเพื่อความชัดเจนในวันอภิปราย จำนวนวันและระยะเวลาอภิปรายของแต่ละฝ่าย

เมื่อถามถึงมีความเห็นกรณีพล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวกับ รทสช.ว่า ขอไม่ไปวิจารณ์อะไร แต่ได้ติดตามข่าวสารว่าวันนี้จะมีสมาชิกพรรคต่างๆ ออกไปเท่าไร ปชป. ที่มาลาตนก็มีรายชื่ออยู่บ้าง เช่น จ.นครปฐม หรืออย่างกรณี น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม ปชป. ที่มีข่าวจะย้ายไปแต่ก็ยังไม่แจ้งแต่อย่างใด จึงต้องรอดูอีกครั้งว่าจะมีสมาชิกปชป.ไปปรากฏตัวที่ รทสช.กี่คน หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะยังมี ส.ส.ทยอยลาออกอยู่บ้าง แต่คงไม่ใช่ชุดใหญ่

ศาลรธน.ชี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แผนลดพลังงานไฟฟ้าภาครัฐ
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล อดีตอธิการ บดีม.อัสสัมชัญ ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ม.51 ว่า กระทรวงพลังงานกำหนดยุทธศาสตร์กระทรวงพลังงาน (พ.ศ.2559-2563) และแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580 ทำให้สัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของรัฐลดลงต่ำกว่าร้อยละ 51 เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ม.56 ประกอบมาตรา 3วรรคสอง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้องที่ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ม.56 วรรคสอง ประกอบ ม.3 วรรคสอง และศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้องที่ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ม.56 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ให้มีข้อแนะนำว่า รัฐโดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ต้องดำเนินการกำหนดกรอบหรือเพดานของสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนในระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศ และกำหนดปริมาณไฟฟ้าสำรองอันเกี่ยวกับสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชน อันส่งผลต่ออัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนให้สอดคล้องและใกล้เคียงกับความเป็นจริงตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของทั้งประเทศในแต่ละช่วงเวลา หากกำหนดกำลังไฟฟ้าสำรองสูงเกินสมควร และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะอาจถูกดำเนินการโดยองค์กรอื่นหรือศาลอื่นได้ ดังนั้นอาศัยเหตุผลข้างต้นจึงวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ถูกร้องที่ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ม.56 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบ ม.3 วรรคสอง

ศาลถอนประกัน‘ใบปอ-เก็ท’
เวลา 10.00 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 912 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟัง คำสั่ง เพิกถอนการประกันตัวรวม 2 คดี คดีดำ อ.1788/2565 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ณัฐนิช หรือใบปอ ดวงมุสิทธิ์ น.ส.สุพิชฌาย์ หรือเมนู ชัยลอม (หลบหนี) และน.ส.เนติพร หรือบุ้ง เสน่ห์สังคม นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานดูหมิ่นสถาบัน และคดีดำ อ.1691/2565 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องน.ส.ณัฐนิช หรือใบปอ ดวงมุสิทธิ์ และน.ส.สุพิชฌาย์ หรือเมนู ชัยลอม เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานดูหมิ่นสถาบัน

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานจากการไต่สวนแล้วเห็นว่า ภายหลังการได้รับปล่อยชั่วคราวจากศาลแล้ว ต่อมาวันที่ 17 พ.ย.65 น.ส.ณัฐนิช จำเลยที่ 1 ได้เข้าร่วมชุมนุมกับพวก และเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพากลุ่มผู้ชุมนุมไปประท้วงหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยานหลักฐานของจำเลย ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานผู้ร้องได้ ถือว่าผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล ศาลจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ออกหมายขัง

ส่วนคดีดำ อ.1447/2565 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ เป็นจำเลยฐานดูหมิ่นสถาบัน

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานจากการไต่สวนแล้วเห็นว่า ภายหลังการได้รับปล่อยชั่วคราวจากศาลแล้ว ต่อมาวันที่ 17 พ.ย.65 นายโสภณจำเลย ได้เข้าร่วมชุมนุมกับพวก และเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพากลุ่มผู้ชุมนุมไปประท้วงหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานผู้ร้องได้ ถือว่าผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล ศาลจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายโสภณ ออกหมายขัง จากนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัวทั้งใบปอ และเก็ท เพื่อเข้าไปคุมขังที่เรือนจำต่อไป

ต่อมานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัหน้าพรรคก้าวไกล และส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เดินทางมา ศาลเพื่อเป็นนายประกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ณัฐนิช หรือใบปอ ดวงมุสิทธิ์ และนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท นักกิจกรรมที่ถูกเพิกถอนการประกัน

ต่อมานายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ มูลค่า 90,000 บาท และ 100,000 บาท ตามลำดับขอปล่อยชั่วคราว

อย่างไรก็ตามศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีพฤติการณ์ผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว จนศาลมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว เชื่อว่า หากปล่อยชั่วคราว จำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประกันอื่นและกระทำในลักษณะที่ถูกกล่าวหาอีก รวมทั้งผิดเงื่อนไขที่ศาลกำหนดแก่จำเลย กรณีจึงยังไม่มีเหตุให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน