‘นิโรธ-สัญญา’จ่อเข้ารทสช. ป้อมนำแถลงนโยบาย17มค. ต่อด้วยประชุมใหญ่-ระดมทุน นายกไฟเขียวซักฟอกแค่2วัน
พปชร.เลือดไหลอีก ส.ส.นครสวรรค์แห่ลาออก ‘วีระกร’ ย้ายซบภูมิใจไทย ‘สัญญา’ เตรียมย้ายไปอยู่กับประยุทธ์ ‘นิโรธ’ ยังกั๊ก ยอมรับอึดอัด ‘ตู่’ เลี่ยงตอบถึงกระแส หลังเปิดตัวเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ‘ป้อม’ ย้ำสัมพันธ์ 2 ป.ยังเหมือนเดิม ปัดดีล รทสช.สับหลีกพื้นที่ชิงส.ส. ลั่นใช้ใจบันดาลแรง ปลุกกระแสหัวหน้าพรรคได้แน่ ‘ณัฐวุฒิ’ ส.ส.หนองบัวลำภู น้อยใจเพื่อไทย ไม่ส่งลงเขต ตัดสินใจย้ายไปสังกัดไทยสร้างไทย นายกฯ ให้ฝ่ายค้านอภิปรายตามมาตรา 152 แค่ 2 วัน ช่วงกลางก.พ. วิษณุอ้างกกต.ไฟเขียว รัฐมนตรีใช้รถหลวง-ทีมรปภ.ช่วงหาเสียงได้ แต่อย่าเว่อร์ ส.ส.-ส.ว.โดดร่ม ทำประชุมร่วมรัฐสภาล่ม
นายกฯไม่ตอบคำถามสื่อ
วันที่ 10 ม.ค. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ตอบเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อคืนนอนหลับหรือยัง หลังระบุนอนไม่หลับมาหลายวันก่อนตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยนายกฯ ยังคงมีสีหน้านิ่ง เรียบเฉย แต่ยังไปพักผ่อนที่ห้องรับรองสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ก่อนประชุมครม.โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมวงสนทนาเป็นการ ส่วนตัวเหมือนทุกสัปดาห์

วันครู – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้อนรับ นักเรียนที่น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นำเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานวันครู ประจำปี 2566 ที่โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 10 ม.ค.
เวลา 13.10 น. หลังประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทักทายสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดีว่า “สวัสดีจ้ะ” เมื่อถามว่าวันนี้อยากพูดอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่อยากเลย” เมื่อถามว่า 9 ม.ค.เปิดตัวกับ รทสช.ประเมินกระแสตอบรับอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “วันนี้เป็นนายกฯ วันนี้เป็นนายกฯ” เมื่อถามว่า เป็นนายกฯ แล้วมีอะไรจะพูดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบแต่เร่งฝีเท้าขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า
เมื่อถามว่าวิเคราะห์กันว่าคดีใหญ่ๆ ที่ เกิดขึ้นทั้งคดีตู้ห่าว ส่วยกรมอุทยานแห่งชาติฯ เหมือนเป็นสงครามตัวแทนระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม
ป้อมยันคบตู่เหมือนเดิม
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้า พปชร.ก็ไม่ตอบ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรหลังฟังการปราศรัยครั้งแรกของพล.อ.ประยุทธ์ บนเวทีรทสช. จะมีคำแนะนำอะไรหรือไม่ในฐานะนักการเมือง รุ่นพี่ พล.อ.ประวิตรยกมือรับไหว้สื่อมวลชนและยิ้มให้โดยไม่ตอบอะไร
พล.อ.ประวิตรกล่าวหลังประชุมครม.กรณีได้พูดคุยกับนายกฯ หลังเปิดตัวกับรทสช.หรือยังว่า คุยทั้งวัน คุยตั้งแต่เช้า แต่ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง เมื่อถามว่ามีโอกาสจะคุยเรื่องการเมืองกับนายกฯ ก่อนถึงการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่ายังคบกันเหมือนเดิมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คบกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไร เมื่อถามว่า พปชร.จะเปิดตัวพล.อ.ประวิตรเช่นเดียวกับรทสช.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อยู่พรรคมาตั้งกี่ปีแล้ว จะมาเปิดตัวอะไร
พปชร.ไม่หวั่น
ที่ทำเนียบฯ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการ พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือเพื่อประกาศให้พล.อ.ประวิตรเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้เมื่อไรว่า น่าจะภายในม.ค.นี้ เมื่อถามว่าจะมีชื่อพล.อ.ประวิตร คนเดียว หรือเสนอครบทั้ง 3 ชื่อ นายสันติกล่าวว่า แน่นอนว่าต้องชูหัวหน้าพรรค เพื่อให้ประสบความสำเร็จและมีความมั่นใจควรชูเพียงคนเดียว แต่ทั้งหมดก็ต้องอยู่ที่กก.บห.พรรค ขณะนี้ยืนยัน พปชร.มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เมื่อถามว่าต้องมาแข่งกับพล.อ.ประยุทธ์จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า อย่าเรียกว่าแข่ง อยู่ที่ประชาชนจะเห็นว่าใครเป็นที่พึ่งที่หวังไปสร้างอนาคตในชนบท เมื่อถามว่าแสดงว่าพล.อ.ประวิตรเหมาะสมจะเป็นนายกฯ คนต่อไป นายสันติกล่าวว่า ใช่ เหมาะมาก และจะบอกว่าพล.อ.ประวิตรเป็นทหารแล้วเรื่องเศรษฐกิจจะเก่งอะไรหรือไม่นั้น พวกเรายังไม่เห็นว่าพล.อ.ประวิตรมีความสามารถคือการใช้คนแต่ละภาคส่วน อย่างเรื่องน้ำ ที่ดิน พล.อ.ประวิตรใช้ใครทำก็ประสบความสำเร็จทั้งสิ้น
ปัดดีลเลี่ยงพื้นที่รทสช.
เมื่อถามว่า รทสช.เปิดตัว 9 ม.ค. ดูแล้วหวั่นไหวหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า ไม่มีอะไรหวั่นไหว ในอนาคตถ้าใครทำดี เราต้องทำดีให้ได้มากกว่า เมื่อถามว่าในพื้นที่เลือกตั้งเหลื่อมกันระหว่าง พปชร. และรทสช. บางพื้นที่เป็นฐานเสียงเดียวกัน ถ้าส่งชนอาจแพ้ทั้งคู่ นายสันติกล่าวว่า เรื่องชนมันชนกันทุกพรรคอยู่แล้ว ถ้าหลีกให้กันประชาชนจะยอมหรือ ไปตัดอำนาจประชาชน เมื่อถามว่าจะสู้เต็มที่ทุกเขต นายสันติ กล่าวว่า สู้เต็มที่ เมื่อถามว่าไม่มีดีลระหว่าง รทสช. กับ พปชร.เป็นพรรคพี่พรรคน้อง หลบให้กัน นายสันติกล่าวว่า ไม่มีแน่นอน
เมื่อถามว่าจะจับมือกับ รทสช.ได้หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า หัวหน้าพรรคเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีน่าจะกับทุกคน เรื่องไปรังเกียจพรรคนั้นพรรคนี้ ส.ส.พรรคนั้นพรรคนี้ รังเกียจได้อย่างไรเมื่อประชาชนเลือกมา เมื่อถามว่าแสดงว่ายินดีร่วมงานกับทุกพรรคแม้แต่พรรคเพื่อไทย (พท.) ใช่หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคิดตรงนั้น ให้ประชาชนเลือกเรามามากๆ ก่อน ถ้าเลือกมาเป็นอันดับหนึ่งได้เสียงเกินครึ่งก็ไม่มีความจำเป็นต้องร่วมกับใคร เมื่อถามว่าเป็นการปลุกกระแสพปชร.เเลนด์สไลด์ได้เลยหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า พยายามอยู่ แต่เราไม่คุย
สามมิตรกั๊กตอบอนาคต
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์ พปชร. ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของกลุ่มสามมิตร หลัง พล.อ.ประยุทธ์เปิดตัวกับ รทสช.ว่า “เรื่องการเมืองผมยังไม่รู้ และตอนนี้ผมมีนัดหมายไปพบแพทย์ เดี๋ยวจะไปไม่ทัน ขออนุญาตเถอะนะ” จากนั้นแหวกกลุ่มสื่อมวลชนออกไปขึ้นรถทันที
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้า พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนจะไปร่วมงานกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่ รทสช.หรือไม่ และที่ยังไม่ตัดสินใจไม่ถือว่าช้าเกินไปหรือไม่ โดยนายสุริยะกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ถามหลายครั้งไม่เบื่อหรือ”
ปชป.ไม่หวั่นกระทบฐานภาคใต้
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์เปิดตัวกับ รทสช.ว่าเป็นเรื่องดี จะได้มีความชัดเจน เมื่อถามว่า ถือเป็นคู่แข่งทางการเมืองกันแล้วใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่าความจริงไม่อยากจะพูดเช่นนั้น แต่ทุกพรรคย่อมเป็นคู่แข่งทางการเมืองกันโดยปริยาย เมื่อถามว่า 9 ม.ค. มีส.ส.ปชป.หลายคนไปร่วมเปิดตัว ได้แจ้งพรรคทราบแล้วหรือยัง นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ พรรคทราบอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าประเมินว่าพล.อ.ประยุทธ์จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกสมัยหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำวันนี้ และจะส่งผลในอนาคต
เมื่อถามว่าการที่ รทสช.มุ่งเน้นพื้นที่ ภาคใต้ ปชป.หวั่นไหวหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสำหรับเป้าหมายของปชป.ในภาคใต้ ทุกอย่างมั่นคงเหมือนเดิม ไม่กระทบอะไรแน่นอน
พท.เย้ยตู่ 2 พรรค
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พท. กล่าวกรณี รทสช.จัดอีเวนต์เปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ ว่า เป็นนายกฯ ของพปชร. ดันสมัครเป็นสมาชิกพรรคอื่น แต่ขอเป็นนายกฯ ต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่เหนือความรับผิดชอบทางกฎหมาย นโยบายที่ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเวทีประกาศตอนอยู่ พปชร.แล้วทำไม่ได้จะรับผิดชอบอย่างไร
ตั้งคนใน รทสช.มารับตำแหน่งในรัฐบาลแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่คำนึงถึงหลักคุณธรรมจริยธรรม ไม่มีธรรมาภิบาล ดูดลูกพรรคจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองแบบไม่เกรงใจใคร ถ้ามั่นใจว่า รทสช.พร้อมแล้ว ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่
อยู่ต่อเกินรับได้-จี้รู้จักพอ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัว เพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า หากลาออกหรือเกษียณอายุราชการ เดินเข้าสนามการเมืองถือเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่การฝังตัวในกองทัพและแฝงกายเข้ามีบทบาททางการเมืองกว่า 10 ปี ก่อรัฐประหาร เขียนกติกาสืบทอดอำนาจ ถึงวันนี้ยังดื้อด้านจะอยู่ต่อเป็นเรื่องเกินรับไหว สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำอยู่เลวร้ายกว่านักการเมืองที่เคยเหยียดหยาม ไร้ความสามารถ เอาแต่ได้ เป็นนายกฯ จากพรรคหนึ่งแล้วไปสมัครสมาชิกอีกพรรคก็ยังทำ ไม่รู้จักพอ ตั้งพรรคโดยรู้ว่าแพ้แน่ แต่คิดเป็นนายกฯ ด้วยเสียงส.ว.ที่ ตั้งไว้
“ประเทศไทยต้องไปต่อ แต่ต้องไม่ไปทางเดียวกับที่ท่านลากถูลู่ถูกังมา 8 ปี ผมเขียนหวังให้ท่านได้อ่าน เผื่อจะได้ทบทวนว่าเป็นจริงตามนี้หรือไม่ และตัดสินใจพอเสียตอนนี้” นายณัฐวุฒิระบุ
กก.ปลุกสกัดสืบอำนาจ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า จริงๆ พล.อ.ประยุทธ์ และพวกเป็นนักการเมืองตั้งแต่วินาที ที่ตัดสินใจใช้กำลังยึดอำนาจ ที่แย่คือเป็นนักการเมืองที่ไม่ได้มาตามครรลองประชาธิปไตย เมื่อแสดงเจตนารมณ์จะอยู่ต่อให้นานที่สุด ก็เป็นอำนาจของประชาชนที่จะพิพากษาผ่านการลงคะแนนเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงสำคัญมาก ประชาชนจะปฏิเสธสิ่งแปลกปลอม ยืนยันหลักประชาธิปไตย โดยไม่เลือกพรรคสืบทอดอำนาจอย่างพรรคสังกัดของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร
เป็นการเลือกระหว่าง อดีต และอนาคต ถ้าอยากให้ประเทศไปต่อแบบเดิม พล.อ.ประยุทธ์ ประวิตร คือทางเลือก แต่ถ้าเชื่อมั่นและศรัทธาในวิถีก้าวไกล ทางรอดทางเดียวของประเทศก็จะไม่ใช่การไปต่อแบบเดิม แต่คือการต้องสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้ให้สำเร็จจงได้ ดังนั้น กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม
อนุทินยังไม่เลือกฝั่ง
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ สมัครเข้า รทสช. ว่า ขอให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการเมือง เราให้กำลังใจทุกคนที่มาทำงานการเมือง ดูแล้วมีความพร้อมเพรียงในการจัดอีเวนต์ จัดงานได้มีสีธงชาติไทย
เมื่อถามว่าจะเลือกใครระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เลือกข้างใคร เป็นหัวหน้า ภท.สร้างพรรคให้เข้มแข็ง ทำงานให้ประชาชนเชื่อมั่นเราเองดีกว่า เมื่อถามว่า หลังเลือกตั้ง ภท.จะกำหนดทิศทางอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ต้องดูผลการเลือกตั้ง ตอนนี้อย่าเพิ่งรีบคิดอะไรมาก พล.อ. ประยุทธ์ลงมาทำงานการเมืองก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของประชาชน
เมื่อถามว่า ดูแล้วนายกฯ มีความพร้อมเป็นนายกฯ อีกสมัยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “โอ้ย ต้องไปถามท่าน เป็นนายกฯ มานานแล้ว จะบอกไม่พร้อมได้อย่างไร ทุกคนที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญต้องพร้อม
ยันร้องยุบพรรคที่ใส่ร้าย
นายอนุทินกล่าวกรณี ภท.เตรียมยื่นร้อง กกต.ให้ตรวจสอบ พท., ก.ก. และพรรคเสรีรวมไทย เพื่อเอาผิดกรณีใส่ร้ายป้ายสี ภท. และหัวหน้าพรรค ว่า ตนไม่ได้ใส่ใจ แต่เป็นเรื่องฝ่ายกฎหมายของพรรคพิจารณาว่ามีการให้ร้าย หรือนำข้อมูลเท็จไปเผยแพร่ในสื่อสาธารณะ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสียหาย เอาผิดตั้งแต่คนโพสต์ คนพูด รวมไปถึงการพิจารณาถึงขั้นยุบพรรค
วีระกรลาออกส.ส.-ทิ้งพปชร.
เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…..ระหว่างการอภิปรายมาตรา 5 ซึ่งมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธาน นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. กล่าวทิ้งท้ายหลังอภิปรายจบว่า “ผมขออภิปรายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จึงถือโอกาสขอกราบลาประธานไว้ ณ ที่นี้ด้วย”
นายวีระกรให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นส.ส.เรียบร้อยแล้ว มีผลเวลา 16.00 น. วันที่ 10 ม.ค. และจะแถลงเปิดตัวเป็นสมาชิก ภท.ในวันที่ 11 ม.ค. เวลา 09.00 น. เหตุผลที่ย้ายพรรคเนื่องจาก พล.อ.ประวิตร จะเป็นคนใจดี แต่การเข้าถึงค่อนข้างยาก ถูกบรรดาเสธ.รอบตัวคอยกีดกัน เดือนหนึ่งได้คุยแค่ครั้งเดียว เพราะคนเยอะ ทำให้ทำงานไม่ถนัดไม่คล่องตัว ถูกกีดกัน ต้องแลกบัตรไปนั่งรอ ไม่สามารถโทร.คุยหาหัวหน้าพรรคได้ การที่อยู่กับคนที่เป็นนายทหารเก่า เราพบปะลำบาก เหตุผลที่สองจากการสำรวจคะแนนในพื้นที่เลือกภท. หากย้ายพรรคคิดว่าจะมีโอกาสได้คะแนนเพิ่มขึ้น ตนจึงจะไปสมัครเข้าเป็นสมาชิก ภท.ในวันที่ 11 ม.ค.นี้ เวลา 09.00 น. และเปิดตัวทันที มาคนเดียว ไม่ได้ชวนใคร
สัญญาตามตู่-นิโรธยังกั๊ก
“ส่วนส.ส.นครสวรรค์ คนอื่นคือ นายนิโรธ (สุนทรเลขา) และ นายสัญญา (นิลสุพรรณ) ทราบว่าจะย้ายออกจากพรรคพลังประชารัฐเช่นกัน และน่าจะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ” นายวีระกรกล่าว
ขณะที่นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นคร สวรรค์ พปชร. ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะออกจากพปชร.ว่า ไม่ขอให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าอึดอัดกับสถานการณ์เวลานี้ ทั้งในสภาก็มีความตึงเครียดที่ต้องนั่งอยู่ในช่วงที่เสนอกฎหมายของรัฐบาล ส่วนที่บอกว่าตนจะย้ายไปอยู่ รทสช.นั้น เป็นการคาดการณ์ เป็นการแหย่กันไปกันมา แต่ไม่ควรมาบอกหรือพาดพิงว่า พล.อ.ประวิตร มี เสธ.อยู่รอบตัว เป็นเรื่องที่ไม่ใช่
ด้านนายสัญญากล่าวยอมรับว่า ตนจะย้ายไปอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ แต่ขณะนี้ยังเป็นสมาชิก พปชร.อยู่ ยังไม่ลาออก จะอยู่ทำหน้าที่ส.ส.ต่อไปก่อน
ชัยวุฒิอยู่กับป้อม
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันยังทำงานกับพปชร. และเตรียมจะเข้าสู่การเลือกตั้ง เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์กับพล.อ.ประยุทธ์ เป็นอย่างไร นายชัยวุฒิกล่าวว่า สนิทกับทุกคน เพราะทำงานทั้งกับนายกฯ และพล.อ.ประวิตร อยู่แล้ว เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ ชวนไปร่วมงานกับ รทสช.หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่มี
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ที่พปชร.จะผลักดันให้พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ คนที่ 30 นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไปถามนายไพบูลย์ ดีกว่า เมื่อถามว่าจะกลายเป็นการแข่งขันระหว่างพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตรหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า เชื่อว่าสุดท้ายเขาไม่แข่งกัน เขาคุย ทำงานด้วยกันอยู่แล้ว
ส.ส.หนองบัวฯลาออกพท.
นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ส.ส. หนองบัวลำภู เขต 3 พท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในฐานะ ส.ส. แต่เมื่อ พท.เปิดตัวผู้สมัคร 4 คน มีบุคคลขึ้นป้ายเปิดตัวเป็นผู้สมัครส.ส.เขต 3 ในนาม พท. โดยพรรคมิได้ชี้แจง ซึ่งพอทราบว่าจะให้ตนลงสมัครบัญชีรายชื่อ ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ตนและประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับฟังความเห็นเสียงส่วนใหญ่แนะนำให้ลงสมัครในนามพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โดยการนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตนจึงตัดสินใจลาออกจากสมาชิก พท.นับแต่นี้เป็นต้นไป
รายงานข่าวเผยว่า เหตุที่ พท.ไม่ส่งนาย ณัฐวุฒิ ลงเขต 3 เนื่องจากภรรยานายณัฐวุฒิเป็นรองเลขาธิการ ทสท. และยังเป็นสมาชิก ทสท.โดยไม่ยอมลาออก หากทั้งคู่ยังดำเนินกิจกรรมทางการเมืองคู่ขนานแบบนี้จะสร้างความสับสนให้ประชาชน พรรคแจ้งปัญหา ให้นายณัฐวุฒิรับทราบแล้ว แต่ไม่ยอมแก้ปัญหา พท.ต้องการให้ชัดเจนว่าไม่ได้จับมือ กับ ทสท.
รมต.วีรศักดิ์ขอวางมือ
รายงานข่าวจาก ภท. แจ้งว่านายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม แจ้งกับ ผู้บริหารพรรคจะยุติบทบาททางการเมือง เพราะมีปัญหาด้านสุขภาพ เป็นโรคหัวใจ แต่จะยังอยู่กับภท. สนับสนุนผู้สมัครใน จ.นครราชสีมา เหมือนเดิม การถอนตัวของนายวีรศักดิ์ ไม่ได้มีผลกระทบกับพรรคและผู้สมัคร เพราะเกือบ 2 ปี นายอนุทินเข้ามาดูแลพื้นที่ในฐานะหัวหน้าทีมนครราชสีมา ส.ส. และผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่เป็น เป้าหมาย 6 คน ยังอยู่ครบ มีผู้สมัครที่มีโอกาสอีก 3-4 คน การเลือกตั้งหน้า ภท. ตั้งเป้าจะได้ส.ส. 6-8 เขต
ด้านนายวีรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมีปัญหาสุขภาพ หมอแนะนำไม่อยากให้เล่นการเมือง จึงไปแจ้งต่อนายอนุทิน และนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ภท. ว่าหลังจากนี้จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ โดยจะให้คนอื่นรับแทน และส่วนตัวจะยังสนับสนุน ภท.เหมือนเดิม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า ภท. ให้สัมภาษณ์ว่า นายวีรศักดิ์บ่นว่าจะยุติการเมืองเพราะสุขภาพไม่แข็งแรง ตนจึงแจ้งให้ไปฟิตร่างกายเพราะเป็นคนมีความสามารถ ส่วนจะยุติหรือไม่ยังไม่ได้คุยกัน เพราะระยะหลังคุยกันแต่เรื่องสุขภาพไม่ได้คุยเรื่องการเมืองที่จะไม่อยู่กับพรรค ที่ผ่านมานายวีรศักดิ์มาร่วมกิจกรรมต่างๆ ของพรรคโดยตลอด ปัจจุบันพรรคยังมอบหมายภารกิจให้นายวีรศักดิ์อยู่โดยเฉพาะเป็นแกนหลักในพื้นที่ จ.นครราชสีมา

แลกเปลี่ยน – พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) จัดกิจกรรม แลกเปลี่ยนความรู้ หัวข้อแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม…พร้อมการสร้างอาชีพในท้องถิ่น มีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค แกนนำพรรค และนายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคโอกาสไทย (อท.) ร่วมบรรยาย โดย สอท.สนใจทาบนายดำรงค์ร่วมงาน แต่นายดำรงค์ ยังไม่ตัดสินใจ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.
ป้อมยิ้มร่าประชุมกก.บห.
เวลา 14.30 น. ที่ทำการ พปชร. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เข้าประชุม กก.บห. ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร ระบุว่าถามอะไรอีก ถามอีกแล้ว เมื่อถามว่าลูกพรรคพร้อมสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ คนที่ 30 แข่งกับ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตรยิ้มแย้มโดยไม่ได้ตอบคำถาม
นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมกก.บห. และคณะกรรมการนโยบายพรรควันนี้มี นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นางนฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค รวมถึงตนเป็นกรรมการ วันที่ 17 ม.ค.จะมีการแถลงนโยบายรณรงค์หาเสียง จากนั้นจะเริ่มติดป้ายนโยบายพรรค 21 ม.ค.ประชุมใหญ่ ใช้สถานที่ที่ทำการพรรค ส่วนการระดมทุนกำลังดูช่วงเวลาที่เหมาะสมและวิธีการ เนื่องจากช่วงนี้ไม่เหมาะจัดงานรื่นเริง อาจต้องปรับรูปแบบให้เหมาะสม
เชื่อปลุกกระแสป้อมขึ้น
นายวิรัชกล่าวว่า ขณะนี้มีนักการเมืองทยอยมาสมัครสมาชิกพรรค เช่น นพ. ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ตัวหลักใน จ.ชัยภูมิ จาก 7 เขต เป้าหมายพรรคคือ 5 ที่นั่ง จ.นครราชสีมา 16 เขต เป้าหมาย 12 ที่นั่ง สายอีสานบางคนบอกจะสู้ไม่ได้แต่ไม่มีใครคิดว่าพปชร.จะได้ถึง 8.4 ล้านเสียง มาจากการเน้นนโยบายบัตรประชารัฐ ครั้งนี้จะปรับปรุงบัตรประชารัฐทั้งต่างจังหวัดและกทม. ทำให้เกิดความชัดเจน
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า พปชร.จะเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ อย่างยิ่งใหญ่ นายวิรัชกล่าวว่า พปชร.เอาแรงเรา เอาใจมาบันดาลแรง ส่ง พล.อ.ประวิตร ไปเป็นนายกฯ คนที่ 30 พปชร.คือผู้สร้างนายกฯ มาแล้ว ครั้งนี้จะสร้างหัวหน้าพรรคของเราให้เป็น นายกฯ คนที่ 30 ต้องทำให้สำเร็จ “กระแสของลุงป้อม เกิดจากบรรดาลูกพรรคร่วมแรงช่วยกัน จะเกิดบันดาลแรงเอง ไม่ต้องห่วง เชื่อว่าจะมีกระแสขึ้นมา”
เมื่อถามว่า การจะดันหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ ตั้งเป้าส.ส.ไว้เท่าไร นายวิรัชกล่าวว่า “ต้องให้ประชาชนตัดสินใจ แต่เกินร้อยอยู่แล้ว เฉพาะ จ.นราธิวาส อย่างน้อย 4 ที่นั่ง” เมื่อถามว่าหลายคนมอง พปชร. กับ รทสช.ตัดคะแนนกัน นายวิรัชกล่าวว่า คงไม่เพราะเขตใครเขตมัน เมื่อถามว่าจะดีลกันเพื่อแบ่งพื้นที่หรือไม่ นายวิรัชกล่าวยืนยันไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ เมื่อถามว่า 2 พรรคปราศจากข้อผูกมัดกัน นายวิรัช กล่าวว่า บอกแล้วว่า เราเป็น พปชร.ยุคใหม่
ประชุมใหญ่ 21มค.-ระดมทุน 30มค.
การประชุมกก.บห.หารือถึงความ พร้อมเรื่องเตรียมแถลงนโยบายของพรรคแต่ละด้าน 17 ม.ค.นี้ และการจัดประชุมใหญ่พรรค 21 ม.ค. ที่จะมีการแก้ไขข้อบังคับ และแต่งตั้งกก.บห.ทดแทนตำแหน่งที่ว่างเท่านั้น โดยไม่มีเงื่อนไขห้ามไม่ให้ ส.ส.เขต เป็นกก.บห. และยังเตรียมการจัดงานระดมทุน 30 ม.ค. ที่ห้องบางกอก คอนเวนชั่น ฮอลล์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็น ทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในรูปแบบดินเนอร์ทอล์ก
เบื้องต้นจะเปิดให้ผู้สนับสนุนพรรคซื้อโต๊ะในราคาโต๊ะละ 3 ล้านบาท ในงานจะมีการปาฐกถาพิเศษและโชว์วิสัยทัศน์ของ พล.อ.ประวิตร และเชิญวิทยากรมาบรรยายเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อาทิ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิกพรรค นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์
17 มค.ป้อมนำแถลงนโยบาย
ส่วนเรื่องแคนดิเดตนายกฯไม่มีการหารือกัน เนื่องจากวาระให้น้ำหนักเรื่องการเตรียมจัดงานระดมทุนของพรรค ซึ่งพล.อ.ประวิตร เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบที่มาของบุคคลที่บริจาคเงินเข้าพรรค ต้องถูกกฎหมาย เป็นไปอย่างโปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมาภายหลังเพราะมีประสบการณ์มา แล้ว ส่วนเรื่องบุคคลที่จะเสนอเป็น แคนดิเดตนายกฯจะสรุปหลังจากการประชุมใหญ่เสร็จสิ้น จึงจะหารืออีกครั้ง
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมกก.บห.เสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตรได้ประชุมคณะกรรมการนโยบายพรรคต่อทันที นานกว่า 3 ชั่วโมง เนื่องจากมีวาระต่างๆ จำนวนมาก
เวลา 18.15 น. พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า การแถลงนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ 17 ม.ค. จะมาแถลงด้วยตัวเอง
รัฐบาลให้ซักฟอก 2 วันกลางก.พ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม ครม.ให้น้ำหนักการประชุมไปที่การเตรียมความพร้อมรับการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ได้ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ ในฐานะรัฐมนตรีประสานงานวิปรัฐบาลและรัฐสภา รายงานว่า ฝ่ายค้านยื่นขอเปิดอภิปราย สภาจึงหารือมายังครม.เพื่อกำหนดวัน ที่ประชุมระบุควรให้เวลาอภิปราย 2 วัน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ เห็นด้วย อาจเป็นช่วงกลางก.พ. โดยให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนจะเป็นเมื่อไรให้วิปไปคุยกัน พร้อมกล่าวติดตลกว่า อยากให้ผ่าน 14 ก.พ.ก็จะดี ผ่านวันแห่งความรักไปก่อนค่อยมาฟาดฟันกัน ไม่เช่นนั้นจะอาบเลือดกันไปเสียก่อน แต่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ขอให้ ทุกคนเตรียมความพร้อมไว้เสมอ ให้ช่วยเหลือกัน เพราะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้าย ให้ช่วยกันตอบ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกพรรค
ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านแบ่งย่อยได้ 20 เรื่อง ใครรับผิดชอบอันไหนก็ให้ดูข้อมูลไว้ เพราะเกี่ยวกับทุกกระทรวงไม่ใช่เรื่องอภิปรายรายบุคคล
รมต.ใช้รถหลวง-รปภ.หาเสียงได้
นายวิษณุระบุอีกว่า มีคนสอบถามตนมากว่าการหาเสียงจะใช้รถหลวง ใช้ทีมรักษาความปลอดภัยที่ใช้ตามปกติเหมือน ทุกวันนี้ได้หรือไม่ ซึ่งตนสอบถามไปยังเลขาฯ กกต. ได้ความว่า สามารถใช้ได้ตามปกติ เหมือนวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ที่เราไป เพียงแต่ขออย่าให้เว่อร์เกินความจำเป็น
นายอนุชา บูรพชัยศรี ในฐานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลัง ครม.ถึงข้อสั่งการนายกฯ ว่า การอภิปรายของฝ่ายค้าน นายกฯ ขอให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงเตรียมความพร้อมในส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตน และขอให้ใช้โอกาสนี้เป็นการชี้แจงประชาชนทราบถึงการทำงานของรัฐบาล ส่วนการกำหนดวันเวลาที่เหมาะสมนั้น คาดจะเป็นกลางก.พ. โดยจะให้ฝ่าย วิปรัฐบาลเป็นผู้กำหนด
ประชุมรัฐสภาล่มซ้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธาน พิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ….. ที่กมธ.วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายพิจารณาได้เพียง 6 มาตรา จาก 110 มาตรา บรรยากาศโหรงเหรง เป็นไปอย่างทุกลักทุเล มีสมาชิกเป็นองค์ประชุมแบบเฉียดฉิว กระทั่งเวลา 16.30 น.เป็นการลงมติในมาตรา 6 แต่นายชวนกดออดเรียกสมาชิก และใช้เวลารอประมาณ 25 นาที สมาชิกจึงครบ 343 เสียง ถือว่าครบองค์ประชุม ทำให้ที่ประชุมดำเนินการต่อได้
ต่อมาเวลา 17.20 น. เป็นการลงมติในมาตรา 7 โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ใช้เวลารอสมาชิกอยู่นาน จนเวลา 17.28 น. นายพรเพชรแจ้งที่ประชุมว่าขณะนี้มีผู้แสดงตนประมาณ 290 คน ยังขาดอีกประมาณ 50 คนจึงจะครบองค์ประชุม ซึ่งตนอยากจะให้พิจารณาอีก 2 มาตรา คือมาตรา 8 และ 8/1
เวลา 17.35 น. นายพรเพชร ได้พูดขึ้นว่า “ถ้าจะไปลำบาก แต่ผมจะนั่งไปเรื่อยๆ นะครับ” และจะรอจนถึงเวลา 17.45 น. พร้อมระบุว่า ที่ตนพูดว่าจะให้พิจารณาจบมาตรา 8 และ 8/1 นั้นอาจจะเป็นปัญหา ดังนั้นวันนี้ขอแค่ลงมติมาตรา 7 แล้วไปประชุมพรุ่งนี้ต่อ และขอให้สมาชิกที่อยู่ช่วยเข้ามากดแสดงตนด้วย
จนกระทั่งเวลา 17.45 น. นายพรเพชร ได้แจ้งที่ประชุมว่า มีสมาชิกอยู่เพียง 321 คน ดังนั้นเพื่อรักษาคำพูดของตนตามกำหนดเวลา และเห็นใจผู้ที่นั่งรออยู่ ตนจึงขอปิดการประชุมในเวลา 17.47 น.
วันเด็กเปิดทำเนียบ-นั่งเก้าอี้นายก
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า วันเด็กประจำปี 2566 ในวันเสาร์ที่ 14 ม.ค.จะมีการจัดงานระหว่างเวลา 08.00-15.00 น. ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีเปิดงานและร่วมกิจกรรมกับเด็กและเยาวชน รวมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กได้นั่งเก้าอี้นายกฯ เข้าเยี่ยมชมตึกไทยคู่ฟ้า ห้องทำงานนายกฯ และตึกภักดีบดินทร์ ทั้งนี้กิจกรรมปีนี้จัดภายใต้คำขวัญวันเด็กของนายกฯ และมีกิจกรรม ส่งเสริม ความเป็นไทย ใจรักชาติ พลังอำนาจของเด็กไทย โดยเน้นกิจกรรมสร้างสรรค์ ทั้งในรูปแบบของนิทรรศการ สถานการณ์จำลอง การแข่งขันกีฬา และเกมต่างๆ เพื่อ ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนไทยในทุกมิติเพื่อปลูกฝังให้รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดีรักความเป็นไทย รักชาติ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนมีจิตสำนึกรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ยังเปิดศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร จำลองห้องแถลงข่าวให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกฝึกทดลองอ่านข่าว พร้อมร่วมสนุกเล่นเกมและรับแจกของขวัญ/ของที่ระลึก อาหารและเครื่องดื่มอีกมากมาย จึงขอเชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองพาบุตรหลาน เด็กและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กประจำปี 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล