19 จุดทั่วกรุง ค่าฝุ่นพิษเกินมาตรฐาน ‘สามย่าน-มไหศวรรย์-คลองสามวา’ สูงสุด คาดฟ้าเปิดลมแรง-อาจมีฝนช่วยสถานการณ์ดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังช่วง 15-16 ม.ค. ในพื้นที่กลางกรุงเทพฯ ฝั่งธนฯ ทั้งเหนือและใต้
เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นพบค่าระหว่าง 32-55 มคก./ลบ.ม. ตรวจพบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 19 พื้นที่ ขณะที่กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานผลการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 11-15 ม.ค. จะมีแนวโน้มสถานการณ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากอากาศที่เปิดมากขึ้น ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรงเข้าช่วย ประกอบกับวันที่ 11-12 ม.ค. จะมีโอกาสพบฝนตกร้อยละ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ส่วนระหว่างวันที่ 15-16 ม.ค. ควรเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่งและปิด โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพฯ กลาง กรุงธนเหนือและใต้
วันเดียวกัน เฟซบุ๊กกรุงเทพมหานคร (กทม.) เผยแพร่ข้อมูลค่าฝุ่น PM 2.5 ในเช้าวันนี้ว่า ผลการตรวจวัด PM 2.5 เวลา 05.00-07.00 น. ตรวจวัดได้ 34-56 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพฯ 46.2 มคก./ลบ.ม.
ทั้งนี้ มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับ เมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกัน และอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 19 พื้นที่ ได้แก่ 1.เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา มีค่าเท่ากับ 56 มคก./ลบ.ม. 2.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ มีค่าเท่ากับ 56 มคก./ลบ.ม. 3.เขตธนบุรีริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม. 4.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 5.เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 6.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบัง ข้างป้อมตำรวจ มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
7.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 8.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม. 9.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 10.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 11.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 12.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
13.เขตบางกอกใหญ่ บริเวณสี่แยกท่าพระ แขวงวัดท่าพระ มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 14.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม. 15.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม. 16.เขตสาทรสี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอย ถนนเซนต์หลุยส์ มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม. 17.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม. 18.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.และ 19.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
ทั้งนี้ปัจจัยที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ช่วงวันที่ 5-11 ม.ค. 66 อากาศไม่ยกตัว (มีเสถียรภาพ) ประกอบกับเกิดภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้นอย่างต่อเนื่อง และอัตราการระบายอ่อน/ ไม่ดีในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้การสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 ค่อนข้างทรงตัวในช่วงระหว่างช่วง 9-16 ม.ค.66 มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุม จะเริ่มมีกำลังอ่อนลง ทำให้อากาศอุ่นขึ้น มีหมอกในตอนเช้า และมีฝนเล็กน้อย และวันนี้กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีหมอกบางในตอนเช้า ดังนั้นจึงควรเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่ง และปิด โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่พื้นที่กรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ และใต้ ขณะเดียวกันระหว่าง วันที่ 11-15 ม.ค. จะมีแนวโน้มสถานการณ์ที่ดีในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากอากาศที่เปิดมากขึ้นประกอบกับลมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรงเข้าช่วย