จนท.พยานให้การตร. เรียกสอบรวด15ราย

ตร.สอบเจ้าของเงินใส่ซองอธิบดีกรมอุทยานฯ อ้างเป็นค่าเช่าพระ เงินทำบุญ ไม่ใช่เงินส่วย แต่ทีมสอบยังไม่ปักใจเชื่อ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ผบก.ปปป.เผยออกหมายเรียกสอบเจ้าหน้าที่อุทยานฯ 15 ราย แต่ตอบรับมาเพียงแค่ 3 ราย ถ้าออกหมายเรียกครั้งที่ 2 แล้วยังไม่มา จะไปสอบปากคำถึงที่หน่วยงาน คาดอาจยังกังวล ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายไม่กลั่นแกล้ง

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรียกรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชาว่า ออกหมายเรียกพยานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกรมอุทยานฯ จำนวน 15 ราย ให้มาเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยนัดหมายให้มาพบในวันที่ 11 ม.ค. 3 ราย, วันที่ 12 ม.ค. 4 ราย และวันที่ 13 ม.ค. 8 ราย มีผู้ตอบรับว่าจะเข้ามาให้การ 3 ราย ส่วนที่เหลือนั้นยังไม่ตอบรับ หากพยานยังไม่ตอบ รับหมาย จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ถ้ายังไม่ตอบรับอีก จะพิจารณาว่าจะเดินทางไปขอสอบปากคำและตรวจสอบที่หน่วยงานนั้นๆ ด้วย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า นอกจากนี้จะนำซองเงินของกลางส่งไปตรวจพิสูจน์ทราบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าใครเป็นเจ้าของ หลังรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนจะสรุปสำนวนส่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมทั้งจะตั้งคณะทำงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และบก.ปปป.เข้าร่วมด้วย เพราะเป็นคดีใหญ่ และอยู่ในความสนใจของสังคม จึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและชัดเจน

ผบก.ปปป.กล่าวอีกว่า หลังจากนี้หากนายรัชฎาประสงค์จะเข้าให้ปากคำเพื่อชี้แจงเพิ่มเติมอีก ก็สามารถทำได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของ ผู้ต้องหา นอกจากนี้ ขอฝากไปถึงพยานบุคคลต่างๆ ที่ถูกออกหมายเรียก ถ้าเป็นไปได้ขอให้เข้ามาชี้แจงกับพนักงานสอบสวนจะดีกว่า ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุที่พยานหลายรายยังไม่ยอมตอบรับนั้น อาจเป็นเพราะยังมีความกังวล จึงขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความเป็นธรรม แก่ทุกฝ่าย ไม่มีการกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับพยานเจ้าของซองเงินสดรายแรกที่เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในวันที่ 11 ม.ค. เป็นเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ประจำอยู่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี จากการสอบปากคำพยานอ้างว่าเงินสด 100,000 บาท ในซองเป็นเงินค่าเช่าพระและเงินทำบุญ ไม่ใช่เงินส่วยแต่อย่างใด พร้อมกับนำภาพพระบูชามามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณาด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การแต่อย่างใด และจะตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน