เพื่อไทยเย้ยตู่-รทสช.เหล้าเก่าในขวดแตกสุชาติโวนำยึด40สส.ทั้งภาคกลาง-ออก-ตก
‘วิรัช’ ปลุกใจผู้สมัคร พปชร. ร่วมใจเข็นหัวหน้าพรรคนั่งนายกฯ คนที่ 30 ‘บิ๊กป้อม’ อารมณ์ดี แต่ปัดตอบเรื่องการเมือง ‘บิ๊กตู่’ โอดพูดติดกันหลายงาน จนเสียงแหบ ‘สุชาติ’ โว เตรียมนำทีมกวาดส.ส. 3 โซน กลาง-ตะวันออก-ตะวันตก รวม 40 คน ดัน ‘ประยุทธ์’ คัมแบ๊กนายกฯ รอบ 3 วอนเลิกจับ ‘2 ป.’ มาชนกัน ‘เต้น’ ตีปี๊บ ‘อุ๊งอิ๊ง’ เตรียมนำปราศรัยใหญ่กลางแจ้งครั้งแรก 15 ม.ค.นี้ ที่อุดรฯ เย้ย ‘ตู่’ เข้ารทสช. เหมือนเหล้าเก่าในขวดแตก วิปรัฐบาลเผย ครม.พร้อมสู้ศึกซักฟอกตั้งแต่ 15 ก.พ. ฝ่ายค้านจี้อภิปรายไม่เกิน 1-3 ก.พ.
‘บิ๊กตู่’เสียงหาย-เหตุพูดเยอะ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายธนากร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ร่วมงาน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มี 2 คำที่ตนใช้อยู่เสมอคือความเท่าเทียมด้านโอกาส และเท่าเทียมด้านกฎหมาย จึงขอเน้นย้ำจะทำอะไรก็ตามต้องไม่สร้างภาระระยะยาว ต้องทำอย่างระมัดระวัง ดำเนินการภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเหมาะสม ถ้าใช้งบประมาณที่ถูกต้องคุ้มค่าสุจริตโปร่งใสและเป็นธรรมตรวจสอบได้ ถือหลักการของตนในฐานะนายกฯ หัวหน้ารัฐบาล ฉะนั้นต้องไม่มีการทุจริต ถ้ามีต้องถูกลงโทษตนไม่เคยละเว้นใครทั้งสิ้น ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งต้นทางกลางทางและปลายทาง ขอให้ช่วยกันให้เรียบร้อยทุกเรื่อง อย่าให้เกิดความแตกแยก ชิงชัง ตนไม่ต้องการแบบนั้นบ้านเมืองไปกันไม่ได้ เราใช้กลไกที่มีอยู่แล้วเดิมแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้ ขอบคุณทุกคนที่ฟัง คำพูดของตนอาจไม่น่าฟังมากนัก แต่ทั้งหมดนี้คือจิตใจของตน
ช่วงหนึ่งระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวมอบนโยบายไอเป็นระยะ มีอาการคอแห้งจนเสียงหายไปในลำคอ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ‘พูดเยอะ’ ก่อนหันไปดื่มน้ำ หลังจบงานผู้สื่อข่าวถามว่าไม่สบายหรือไม่ เห็นว่าเจ็บคอ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ‘ก็ทำงานเยอะและหนัก’ และก่อนขึ้นรถกลับทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับนายสุชาติ ว่า ไม่ได้ป่วย แต่เป็นเพราะพูดติดกันหลายงาน จึงทำให้มีอาการดังกล่าว
‘เฮ้ง’วอนอย่าจับ’2ป.’ชนกัน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในรทสช.ว่า ตนได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค เมื่อวันที่ 9 ม.ค.มาพร้อมกับพล.อ.ประยุทธ์ ตนมั่นใจคะแนนเสียงในพื้นที่ของตนแม้จะเปลี่ยนพรรค เพราะอยู่ที่ตัวผู้สมัคร ที่สามารถจับต้อง โทร.หาและช่วยเหลือได้ เชื่อว่าชาวบ้านจะเลือกผู้แทนที่จับต้องได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้มีการเปรียบเทียบกันระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสุชาติกล่าวว่า สื่อก็จับไปชนอย่างนี้อย่าไปมองเลย เมื่อถามว่าจะไม่มองได้อย่างไรเพราะคนจากพปชร.ไหลไปอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ นายสุชาติกล่าวว่า ‘นิดเดียว แต่ไปที่อื่นเยอะมากกว่านี้อีก’
ต่อข้อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์วางไว้ให้มีตำแหน่งสำคัญใดใน รทสช.หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เชื่อว่าไม่ เพราะตนจะลงสมัคร ส.ส.เขตเหมือนเดิม หากเป็นเลขาธิการพรรคจะเอาเวลาตรงไหน และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการรทสช.เป็นน้องตนอยู่แล้ว สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง และคิดว่านายเอกนัฏมีความเหมาะสมที่สุดแล้ว
โวนำทีมกวาดส.ส.3โซน40คน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลกับกระแสข่าวพปชร.จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ในอนาคต และรทสช.จะถูกเทหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เราไม่สามารถคิดแทนคนอื่นได้เพราะยังไม่ถึงวันนั้น เลือกตั้งจบก็รู้กัน ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ได้ ส.ส.100 คน ใครๆ ก็ต้องโหวตให้เป็นนายกฯ ต่อข้อถามว่า มองอย่างไรกับเสียงวิจารณ์ว่ารทสช.จะได้ส.ส.ไม่ถึง 25 คน นายสุชาติกล่าวว่า มันสามารถเป็นการวิเคราะห์ได้แต่จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร เพราะคนที่จะเดินไปข้างหน้าต้องมั่นใจตัวเอง ถ้าเราไม่มั่นใจตัวเรา ไม่มั่นใจพรรคไม่มั่นใจพล.อ.ประยุทธ์ จะมากันทำไม
ต่อข้อถามว่า มั่นใจว่าส.ส.ในกลุ่มนายสุชาติจะได้กี่เสียง นายสุชาติกล่าวว่า ตนมีความรู้สึกว่าต้องทำให้ได้ ซึ่งในกลุ่มที่ตนชวนมามีทั้งภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก เชื่อว่าจะได้ 40 เสียง ซึ่งตนจะทำในส่วนของตัวเอง พูดไปก็เหมือนว่าจะโม้แต่หลังเลือกตั้งจะรู้เองว่าจริงหรือเท็จ เมื่อถามว่า มั่นใจจะคว้า 40 เก้าอี้มาให้พล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ตนต้องทำและจะมียุทธศาสตร์ในการดำเนินการ ไม่ต้องถามว่าทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของตน อยู่ที่ว่าตนจะทำอย่างไรเพื่อให้ถึงเป้าหมายของพล.อ.ประยุทธ์
‘เสธ.หิ’นำ2กลุ่มเหนือคุย’พีระพันธุ์’
วันเดียวกัน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้ารทสช. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิ พบปะพูดคุย รับฟังปัญหาจากแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ (ชาวไทยภูเขา) นำโดย นายชินกร ก้าววิทยาคม นายกสมาคมลัวะแห่งประเทศไทย แกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่ภาคเหนือ
นายพีระพันธุ์เปิดเผยว่า หลังจากการพูดคุย ทราบว่า ปัญหาของคนชาติพันธุ์มี 4 เรื่อง คือ 1.เรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน มีความขัดแย้งกันระหว่างกฎหมายกับสภาพป่าตามข้อเท็จจริง คือ ป่าสิ้นสภาพแล้ว แต่กฎหมายยังใช้อำนาจอยู่ และในพื้นที่เดียวกันมีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรมป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นต้น
2.เรื่องกฎหมาย ที่แบ่งแยกคนออกเป็นประเภทต่างๆ เช่น หมายเลขบัตรประชาชนที่ขึ้นต้นด้วยเลข 8 ซึ่งส่งผลต่อการใช้สิทธิด้านต่างๆ ต้องได้รับการแก้ไข 3.เรื่องการเข้าถึงสิทธิการบริการของรัฐต้องทั่วถึงและเป็นธรรม และ 4.เรื่องการเดินทางต่างประเทศเพื่อการทำมาหากิน ควรมีระเบียบ กฎหมายที่เอื้อต่อข้อเท็จจริงตามสภาพของแต่ละบุคคล
จากข้อปัญหาเหล่านี้ จึงควรมีกฎหมายว่าด้วยการทำมาหากินในพื้นที่สูง ที่ครอบคลุมกฎหมายต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อสภาพการใช้ชีวิตคนบนดอย เพื่อให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ในการนี้ควรมีกองทุนฉุกเฉินเพื่อให้ผู้ยากไร้กู้ยืมเงิน อีกทั้งบริการตามสภาพปัญหาของแต่ละคนด้วย เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจให้กู้เป็นเงินก้อนแล้วทยอยจ่ายคืนเป็นรายเดือน โดยการหักหนี้คืนในระบบการจ่ายเงินสวัสดิการฯ
จากนั้น นายพีระพันธุ์ นายเอกนัฏ และนายหิมาลัย พร้อมคณะ พบปะพูดคุยรับฟังปัญหาจากประธานกลุ่มลำไยจาก 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พร้อมตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ โดยประเด็นสำคัญ เรื่องการเยียวยาและเรื่องประกันรายได้ รวมทั้งปัญหาลำไยตกต่ำ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ซึ่งนายพีระพันธุ์มอบให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาต่อไป
‘สมัคร’ชิ่งภท.-หันเข้ารทสช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมัคร ป้องวงษ์ อดีตส.ส.สมุทรสาคร พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ซึ่งย้ายเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อกลางเดือนธ.ค.2565 ได้ลาออกจากสังกัด ภท. เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ผ่านสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสมัครเป็นสมาชิก รทสช. โดยนายสมัครสังกัด ภท.ไม่ถึงเดือน
นายสมัครให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลการย้ายสังกัดอีกครั้งว่า ภท.มีมติส่งนายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ให้ลงสมัครส.ส.อุบลราชธานี เขต 7 แทนตน เพราะมองว่าตนเป็นอดีตส.ส.นอกพื้นที่ ทำให้ตนต้องหาสังกัดใหม่ มองว่ากระแสของ รทสช.ยังพอไปได้ใน จ.อุบลราชธานี และเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ตนได้เข้าร่วมงานเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ และคาดว่าจะมีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในโอกาสต่อไป
‘ป้อม’ปัดตอบการเมือง-ลุย2จว.
เวลา 12.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพปชร.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เดินลงมาจากตึกบัญชาการ 1 อย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเปิดแมสก์และยิ้มให้กับสื่อมวลชน เมื่อสื่อมวลชนขอสัมภาษณ์ประเด็นการเมือง พล.อ.ประวิตรปฏิเสธว่า ‘ไม่ได้’ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการเตรียมวางคิวลงพื้นที่หาเสียงของพปชร. พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถามใดๆ และขึ้นรถยนต์ออกจากทำเนียบอย่างอารมณ์ดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตรมีกำหนดลงพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม และจ.สมุทรสาคร ติดตามการดำเนินการโครงการด้านทรัพยากรน้ำ ในวันที่ 13 ม.ค. โดยจะรับฟังข้อมูลจากผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม จากนั้นลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการแก้มลิงทุ่งหิน และพบประชาชนในพื้นที่ ต.ยี่สาร อ.อัมพวา ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก และระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมืองสมุทรสงคราม (ระยะที่ 1) เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขตเมือง บริเวณหน้าวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ต.แม่กลอง อ.เมือง
นอกจากนี้ยังไปตรวจติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สาคัญในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ทั้งการติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำท่าจีน อบต.พันท้ายนรสิงห์ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง และตรวจเยี่ยมโครงการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำคลองอ้อมตัน ต.ท่าทราย อ.เมือง
‘วิรัช’ปลุกใจเข็นหน.นั่งนายกฯ
ที่พรรคพลังประชารัฐ นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพปชร. กล่าวก่อนการอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.ว่า มีการอบรมต่อเนื่องหลายรุ่น เพื่อจะได้ทำหน้าที่รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้แน่นอน ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมที่ดีที่สุดจึงต้องแนะนำให้ว่าที่ผู้สมัครส.ส.รู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร พปชร.สร้างนายกฯมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2562 วันนี้เราต้องร่วมแรงร่วมใจร่วมผลักดันให้หัวหน้าพปชร.ขึ้นเป็นนายกฯคนที่ 30 ให้ได้ และการที่จะขึ้นมาได้ ก็ขึ้นอยู่กับพปชร.จะได้คะแนนเสียงเท่าไหร่ ถ้าเราได้มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะช่วยกันให้พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ ก็เริ่มแจ่มใสขึ้น
เมื่อมี ส.ส.เข้ามาร่วมงานกับพรรคเยอะ ส.ส.ที่ลาออกก็มี เป็นไปตามธรรมชาติ บางครั้งจะเห็นขบวนการเปลี่ยนแปลงก่อนมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นทุกสมัย ครั้งนี้ก็ไม่แปลก ตนผ่านการเมืองมาหลายครั้งหลายรอบ เห็นสภาพแบบนี้ มองว่าเป็นสิทธิ ใครจะเข้าใครจะออก และส่วนมากวันนี้พรรคเราเข้ามากกว่าออก
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. นายวิรัชกล่าวว่า ช่วงนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมผู้สมัครอีก 1 ชุด ที่ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่เรายังไม่ได้เปิดตัว และถ้ามารวมในชุด กทม.คิดว่าคงไม่แพ้พรรคอื่น รวมถึงเรื่องนโยบายและการทำงานของ พล.อ.ประวิตรน่าจะเป็นแรงผลักดันให้กทม. มีโอกาสได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.
บลัฟภท.-ได้กทม.เยอะกว่าแน่
นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ พท. กล่าวกรณีที่ภท. เตรียมรุกพื้นที่กทม.นำทีมโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ว่า ไม่เป็นปัญหา ช่วงนี้เป็นช่วงที่เขาโยกย้ายกัน ก่อนเดือนก.พ.ทุกคนคงต้องโยกย้ายพรรคกัน เท่าที่ทราบส่วนมากจะเป็นส.ส.พปชร. ที่ย้ายไปอยู่ภท. ซึ่งเราไม่ได้ซีเรียสอะไร และเราประกาศตัวผู้สมัคร ส.ส.ไปเกือบครบทุกเขตแล้ว โดยวันที่ 16 ม.ค. จะประกาศเพิ่มอีก ขณะนี้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนของเราต่างทำงานหนักในการลงพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามว่าพท.ประเมินว่าจะได้ ส.ส.ในกทม.เท่าไหร่ นางพวงเพ็ชรกล่าวว่า คิดว่าได้เยอะ แต่ไม่อยากบอกตัวเลขตอนนี้ เพราะกฤษฎีกาเลือกตั้งยังไม่ออก และยังไม่มีการยุบสภา หากมีการยุบสภา เราก็ลงพื้นที่กันต่อเนื่องอย่างละเอียดกันอีกครั้ง ไม่มีอะไรเป็นที่น่ากังวลเลย เมื่อถามว่าจะปรับกลยุทธ์เพื่อให้ได้คะแนนนิยมเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นางพวงเพ็ชรกล่าวว่า ไม่ต้องห่วงเลย เพราะมีการปูมาตั้งแต่ ส.ก.ที่หาเสียงไว้ ในส่วนของ ส.ส.ยังเน้นย้ำว่านโยบายทุกอย่างของพท.นั้น คิดใหญ่ ทำเป็น และทำได้จริง ไม่ได้สนใจว่าใครจะออกนโยบายอย่างไร แต่อยากให้ประชาชนได้เห็นว่าสิ่งที่พท.หรือตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนออกมานั้น เป็นนโยบายที่ทำได้จริงมาตลอด และเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เชื่อว่าครั้งนี้เช่นกันที่นโยบายของพรรคจะนำมาเพื่อแก้ปัญหาของประชาชนให้ลุล่วงไปได้

ปราศรัยใหญ่ – นายณัฐวุุฒิ ใสยเกื้้อ ผอ.ครอบครัวเพื่่อไทย แถลงเตรียมจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่่อไทย “อีสานยามใด๋ เพื่่อไทยทอนั่่น” ที่่ทุ่งศรีเมือง จ.อุุดรธานี วันที่่15 ม.ค.นี้้ โดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะขึ้้นเวทีปราศรัยใหญ่กลางแจ้งครั้้งแรก
‘เต้น’อวย’อิ๊ง’นำปราศรัยอุดรฯ
เมื่อเวลา 10.45 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า พท.เตรียมจัดกิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทย : อีสานยามใด๋ เพื่อไทยทอนั่น’ ที่ จ.อุดรธานี วันที่ 15 ม.ค. ช่วงเช้าทีมครอบครัวเพื่อไทยจะลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ที่ อ.บ้านดุง และ อ.เพ็ญ เพื่อนำเสนอนโยบายและรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน เวลา 16.30 น.เป็นต้น ไปจัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ทุ่งศรีเมือง อ.เมือง นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค และจะเป็นครั้งแรกที่อุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ขึ้นปราศรัยใหญ่เวทีกลางแจ้ง ในบรรยากาศของการเตรียมการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ที่จะนำเสนอนโยบายและเป้าหมายไปสู่การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจากฝ่ายประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
หลังการจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยที่ จ.อุดรธานี แล้ว จะจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ ภาคกลาง อีสานใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ จนกว่าจะมีการยุบสภา เมื่อมีการยุบสภาแล้ว พท.จะจัดเวทีปราศรัยในพื้นที่กทม. เพื่อประกาศคิกออฟนโยบายชุดใหญ่ เป็นนโยบายในโค้งสุดท้ายเพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เป้าหมายของพท.คือการชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ เพื่อเอาชนะกติกาที่พล.อ.ประยุทธ์ วางเอาไว้ให้ได้ ส่วนตัวคาดว่าการยุบสภาจะเกิดขึ้นกลางมี.ค.นี้ คาดคะเนจากตัวตนของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ยึดติดกับอำนาจ จะกอดอำนาจไว้ให้นานที่สุดจนวินาทีสุดท้าย
เย้ยรทสช.เหล้าเก่าในขวดแตก
นายณัฐวุฒิ กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวเข้าเป็นสมาชิกรทสช. ว่า นึกว่าพล.อ.ประยุทธ์จะแสดงแสนยานุภาพทางการเมืองอย่างน่าตื่นตาตื่นใจหลังยึดครองอำนาจต่อเนื่องมา 8 ปี แต่พบว่าไม่ใช่เหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่เป็นเหล้าเก่าในขวดแตก รวมเอาคนที่แตกออกจากพรรคต่างๆ ทั้งจากพปชร. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคเล็กมาอยู่ด้วยกัน และไม่พบว่ามีบุคคลที่เป็นที่รู้จักหรือเป็นที่ยอมรับกันในสังคม เป็นคนใหม่ทางการเมืองปรากฏตัวร่วมงานกับพล.อ.ประยุทธ์ จึงมองไม่เห็นอนาคต เห็นแต่อดีต เพราะเต็มไปด้วยอดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรีจึงเชื่อว่าจะส่งผลให้พล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นอดีตนายกฯ ในไม่ช้า
การตัดสินใจเข้าสู่การเมืองเต็มตัวของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เป้าหมายแค่การเป็นนายกฯต่ออีก 2 ปี มี ส.ว.กลุ่มหนึ่งเคลื่อนไหวสับไพ่รอหรือไม่ เพราะไม่นานมานี้ได้มีกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ได้ศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ระบุมีปัญหาที่น่าสนใจในบทบัญญัติ มาตรา 158 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ส.ว.กลุ่มนี้ชี้ว่าเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาแก้ไข
ย้ำวิธียุติอำนาจ’ประยุทธ์’
ตนตั้งข้อสังเกตว่าการกำหนดบทบัญญัตินี้ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ผ่านมา ส.ว.ไม่เคยมีปฏิกิริยา ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ ไม่เคยมีท่าทีที่แสดงออกว่าไม่เห็นด้วย ส.ว. 250 คนยกมือตามสั่งมาตลอด แต่เมื่อพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ครบ 8 ปีจริง กลับมีมติเห็นตรงกันว่ามาตรานี้มีปัญหา หมายความว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะอาศัยเสียง ส.ว. 250 คนเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯได้ ต้องใช้เสียงในสภาและเสียง ส.ว.แก้ไขมาตรานี้แน่นอน ถ้าไม่ได้เตรียมกันไว้ก็ขอให้พล.อ.ประยุทธ์พูดให้ชัดว่าไม่ใช่เตรียมกันไว้ ไม่ใช่การสับไพ่รอ กะว่าเลือกตั้งให้เสร็จแล้ว พล.อ.ประยุทธ์มาจั่วน็อกชนะ
‘ผมขอส่งสัญญาณให้ประชาชนรู้เท่าทัน วันนี้เส้นทางที่จะยุติ พล.อ.ประยุทธ์มีทางเดียวคือการได้มาซึ่งรัฐบาลประชาธิปไตย จะเกิดได้จำเป็นต้องมีพรรคใดพรรคหนึ่งในฟากฝั่งประชาธิปไตยชนะเกินครึ่งในสภา ยืนหนึ่งเอาไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นไม่ใช่แค่ 2 ปี แต่จะเป็น 4 ปี ที่พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อ ขอเรียกร้องโดยตรงถึงพล.อ.ประยุทธ์ หวังใจว่าคนที่ประกาศตัวไม่เคยกลัวอะไร เป็นลูกผู้ชาย สง่าผ่าเผยมาตลอดคงไม่อ้ำอึ้ง พูดให้ชัด เพราะคนทั้งประเทศรู้อยู่แล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างไร’ นายณัฐวุฒิกล่าว
ลูก-หลานกำนันป้อซบเพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ รมช.คมนาคม และคณะกรรมการบริหารภท. ประกาศจะยุติบทบาททางการเมือง เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ แต่ยังคงสนับสนุน ภท.อยู่นั้น
ล่าสุด มีรายงานว่า นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล กำนัน ต.กุดโบสถ์ ต.เสิงสาง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา บุตรชายนายวีรศักดิ์ มีแนวโน้มสมัครเป็นสมาชิกพท. และจะลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา ในพื้นที่ อ.เสิงสาง เพื่อแข่งกับนายพรชัย อำนวยทรัพย์ ส.ส.นครราชสีมา ภท.
นายนรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล รองนายก อบจ.นครราชสีมา หลานชายนายวีรศักดิ์ ก็มีแนวโน้มสมัครเข้า พท.เช่นกัน ซึ่งจะลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา ในพื้นที่ อ.ปักธงชัย พื้นที่ของนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ภท. ซึ่งทั้งนายอาทิตย์ และนายนรเสฏฐ์ ได้มาลานายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า ภท. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
‘ชพก.เปิดตัว3ผู้สมัครสุราษฎร์
ที่จ.สุราษฎร์ธานี พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) จัดเวทีเปิดวิสัยทัศน์ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สุราษฎร์ธานี ชื่อ ‘งานดี มีเงิน ของไม่แพง รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจสุราษฎร์ธานี’ นำโดย นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าชพก. นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค นายเอราวัณ ทับพลี รองเลขาธิการพรรค นายอรัญ พันธุมจินดา ผอ.พรรค นายวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค สำหรับว่าผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี 3 คน ที่ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ คือ เขต 1 นายอนุวัตร์ รจิตานนท์ เขต 2 นางพงศ์ศรี นาคเมือง เขต 5 นายวศุธน เรืองขนาบ
นายกรณ์กล่าวว่า สุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ทั้งด้านการเกษตรและท่องเที่ยว ในแง่ทรัพยากรธรรมชาติได้เปรียบหลายจังหวัด แต่ขาดแรงผลักดันที่จะไปต่อ ทั้งที่ทำได้ดีกว่านี้มาก เช่นเดียวกับสะพานข้ามเกาะสมุย ตนก็เห็นด้วยที่ต้องสร้าง เพราะต้นทุนความเป็นอยู่ของชาวเกาะสมุยสูงกว่าแผ่นดินใหญ่มาก ทุกข้อเสนอ จะมีโอกาสผลักดันให้เป็นจริงได้ ถ้าประชาชนไว้วางใจว่าที่ผู้สมัคร 3 คน ของ ชพก.
ที่ผ่านมานโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล เน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ ยกตัวอย่างนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกร ไม่เคยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน นับวันนับปีเงินภาษีก็ใช้ไปเรื่อยๆ แต่คนยังจนเหมือนเดิม ถึงเวลาที่ต้องรื้อโครงสร้างหลายๆ ระบบ พรรคจะออกชุดนโยบายมาอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ เพื่อปลดแอกให้ประชาชน แต่ละนโยบายจะสร้างความสั่นสะเทือนให้หลายวงการ เราไม่ได้แค่ต้องการคะแนนเสียง แต่มีโอกาสได้นำเสนอ เพราะอยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี สร้างสรรค์ นี่คือโอกาสที่จะแสดงให้คนไทยเห็นว่ามีเรื่องอะไรที่ต้องแก้ ขออย่ากะพริบตา
เผยยอดส.ส.เหลือ 434 คน
เมื่อเวลา 12.15 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ทำหน้าที่เป็นประธาน ได้แจ้งที่ประชุมรับทราบเรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส. คือนายสุชาติ ชมกลิ่น มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นส.ส.ชลบุรี พปชร. เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2566 นายวีระกร คำประกอบ มีหนังสือลาออกจากส.ส.นครสวรรค์ พปชร.ตั้งแต่ 10 ม.ค.2566 และน.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ มีหนังสือลาอกจากส.ส.กทม.พปชร.ตั้งแต่ 11 ม.ค.2566
พร้อมรับทราบประกาศสภาเรื่องให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ตั้งแต่ 3 ม.ค.2566 เป็นเหตุให้สมาชิกภพสิ้นสุดลง นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ลำดับที่ 30 เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. และได้ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และปฏิบัติหน้าที่ได้ ณ เวลานี้ 434 คน องค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 217 คน
นายศุภชัยแจ้งให้รับทราบคำพิพากษาของศาลฎีกา เรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พท. พ้นจาก ส.ส.นับแต่วันที่ 15 ธ.ค.2564 อันเป็นวันที่ศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปและไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายอนุรักษ์ 10 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา
กกต.เช็กความพร้อมเลือกตั้ง
วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดทำแผนเตรียมการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 23 มี.ค.2566 เพื่อให้การจัดการเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำนักงาน กกต. ได้ประสานการปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการการเลือกตั้ง สำรวจจำนวนหน่วยเลือกตั้ง โดยให้ กกต.ประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ประสานข้อมูลกับสำนักทะเบียนในพื้นที่ เพื่อขอทราบจำนวนหน่วยเลือกตั้ง โดยประมาณในภาพรวมของจังหวัด เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมทุกด้าน รวมทั้งนำข้อมูลการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งล่าสุดมาประกอบพิจารณา กรณีกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล ที่มีการขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งครั้งล่าสุดเป็นจำนวนมาก แต่สถานที่ลงคะแนนคับแคบ และมีสภาพปัญหาการจราจร ให้พิจารณากำหนดสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งกลาง ในพื้นที่ใกล้เคียง ภายในเขตเลือกตั้ง เพื่อเป็นสถานที่ลงคะแนนกลาง (สำรอง) หากเกิดกรณีมีผู้มาขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ที่ลงคะแนนเลือกตั้งกลาง (หลัก) ในระบบการลงทะเบียนทางอิเล็กทรอนิกส์เต็มตามจำนวนที่กำหนดไว้แล้ว จะได้มีสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งกลางที่อยู่ใกล้เคียงรองรับจำนวน ผู้ที่ขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง
การเตรียมการจัดให้มีการเลือกตั้งสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ได้ประสานไปยังผู้อำนวยการ กกต.ประจำจังหวัด ที่มีสถานสงเคราะห์ของรัฐ ตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อสำรวจความพร้อม ทั้งด้านสถานที่ และบุคลากรที่ทำหน้าที่คณะกรรมการประจำที่เลือกตั้งพิเศษ ในการจัดที่เลือกตั้งพิเศษสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ซึ่งผลสำรวจข้อมูลเมื่อวันที่ 14 พ.ย.2565 พบว่ามีสถานที่ที่พร้อมจัดเป็นที่เลือกตั้งพิเศษ สำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ 28 แห่ง ในพื้นที่ 23 จังหวัด
ครม.พร้อมสู้ซักฟอกเริ่ม 15 ก.พ.
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) แถลงถึงญัตติการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีหนังสือกลับมาที่สภาว่า ครม.มีความพร้อมตอบชี้แจงญัตติดังกล่าววันที่ 15 ก.พ.2566 เป็นต้นไป วิปรัฐบาลเห็นว่าเหมาะสม เนื่องจากมีประเด็นฝ่ายค้าน 20 ประเด็น ทุกประเด็นที่ฝ่ายรัฐบาลได้ติดตามมาสามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจน โดยได้เตรียมข้อมูลในประเด็นสำคัญไว้ทั้งหมด 40 ประเด็นสำคัญ แต่จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับน้ำหนักของแต่ละฝ่าย จึงขอเชิญชวนประชาชนติดตามการอภิปรายที่สำคัญครั้งนี้
นายชินวรณ์กล่าวว่า นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาที่ได้รับมอบหมายจากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมวิปทั้ง 2 ฝ่ายในวันที่ 25 ม.ค.เพื่อหารือกำหนดวันอภิปราย คาดว่าน่าจะได้อภิปราย 15-16 ก.พ. หรือวันที่ 23-24 ก.พ. ซึ่งวิปรัฐบาลยืนยันให้ใช้เวลาประมาณ 2 วัน ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านและนักวิชาการขอให้นายกฯ อย่ายุบสภาหนีการอภิปรายนั้น เมื่อมีหนังสือจาก ครม.มา จึงอยากเรียนด้วยความมั่นใจว่า คงไม่ยุบสภาหนีการอภิปรายแน่นอน และการอภิปรายครั้งนี้เป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายของสภาในสมัยนี้ ขอให้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ไม่ควรนำเรื่องส่วนตัวมาอภิปราย
‘ฝ่ายค้านจี้ไม่เกิน 3 ก.พ.
ที่รัฐสภา นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า การที่ครม. มีมติส่งหนังสือแจ้งกลับมายังสภาเรื่องอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่าสะดวกที่จะประชุมญัตติดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.เป็นต้นไป โดยมอบให้นายอนุชา นาคาสัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ มาประชุมหารือกับประธานเพื่อกำหนดวันเวลาที่จะอภิปรายกับวิปทั้ง 2 ฝ่ายอีกครั้ง
ฝ่ายค้านเห็นว่าการที่ครม.ให้เริ่มอภิปรายวันที่ 15 ก.พ.นั้น ถือว่าล่าช้า ซึ่งท่านไม่ได้แจ้งเหตุผล ทราบเพียงเหตุผลจากสื่อมวลชนเท่านั้นว่า ท่านอ้างว่าวันที่ 14 ก.พ.เป็นวันแห่งความรัก อยากให้คนรักกัน จากเหตุผลดังกล่าว ฝ่ายค้านเห็นว่าการที่มีหนังสือเช่นนี้ น่าจะคลาดเคลื่อน น่าจะขาดเหตุผล จึงขอให้กำหนดวันประชุมใหม่ ไม่เกินวันที่ 1-3 ก.พ.นี้
ด้านนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า ตนมี 3 ประเด็นที่อยากเน้นย้ำ 1.อย่าดึงนาน 2.อย่ายุบสภาหนี 3.อย่าปิดกั้น คือต้องให้เวลาอภิปรายอย่างเต็มที่ เนื่องจากฝ่ายค้านมีประเด็นที่จะต้องอภิปรายหลายเรื่องตั้งแต่ที่รัฐบาลแถลงนโยบายมา แม้จะไม่มีการลงมติในสภา แต่ประชาชนจะลงมติในคูหา เราต้องการอภิปรายเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกตั้งครั้งหน้า