พรรครัฐบาล-ฝ่ายค้านต้าน‘ป้อม’เปิดใจ-แฉเบื้องหลังดันประยุทธ์นั่งนายกฯปี 62
ส.ว.เล็งเสนอแก้รธน. ปลดล็อกนายกฯ อยู่เกิน 8 ปี ปัดเปิดทาง ‘ประยุทธ์’ อยู่ยาว เหน็บเพื่อไทย ถ้าคิดแลนด์สไลด์ก็ไม่ต้องกลัว ‘บิ๊กตู่’ ลั่น ‘ไม่เกี่ยวกับผม’ ขณะที่พรรคการเมืองรุมต้าน พปชร.โพสต์จดหมายเปิดใจ ‘บิ๊กป้อม’ เบื้องหลังดัน ‘บิ๊กตู่’ นั่งนายกฯ ปี 62 อวยพรแยกทางไปอยู่ รทสช. แต่ยังย้ำ‘3 ป.’ฟอร์เอเวอร์ ลั่นไม่ทิ้ง พปชร. สมัยหน้านำพรรคเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลอีกรอบ ลงพื้นที่สมุทรสงคราม เขินชาวบ้านเรียกนายกฯ ด้าน ‘บิ๊กตู่’ หงุดหงิดสื่อจี้ถามเรื่องพี่ป้อม ยืนยันรักกันอยู่แล้ว ‘วิรัช’ ฟุ้งพปชร.กวาด 12 ที่นั่ง ‘3 สมุทร’ ปชป.เปิด 8 นโยบายสู้เลือกตั้ง
จดหมายเปิดใจ‘บิ๊กป้อม’
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. เพจเฟซบุ๊ก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นเพจทางการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ใช้โพสต์ความเคลื่อนไหวและ การปฏิบัติภารกิจของ พล.อ.ประวิตร โพสต์จดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า
“เป็นที่ทราบกันดีว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยครั้งใหญ่ หลังการรัฐประหารโดย คสช. เมื่อ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ด้วยความจำเป็นของกองทัพภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในขณะนั้น ต้องออกจากกรมกองมายุติวิกฤตการณ์ของบ้านเมืองที่ก่อตัวมานานนับปี จนสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ชื่อเสียงประเทศ และบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ
ขณะนั้น ผมเกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. ไปตั้งแต่ พ.ศ.2548 จึงทำได้เพียงเฝ้าติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จัดตั้งรัฐบาลเพื่อปฏิรูปบ้านเมืองและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมก็ได้ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่ง รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เพื่อหวังจะช่วยประคับประคองสถานการณ์ให้คืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
ต้องยอมรับความจริงว่า คสช.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านการเมือง เพราะต่างก็เป็นทหารอาชีพมาทั้งชีวิต ฝึกฝนเรียนรู้มาในด้านการปกป้องอธิปไตยของชาติ ตัวผมเองก็ เช่นกัน แม้จะเคยเป็น รมว.กลาโหม ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการเมือง จึงทำได้เพียงช่วยดูแลเหล่าทัพให้มีเสถียรภาพเท่านั้น
เปิดเบื้องหลัง‘บิ๊กตู่’นั่งนายกฯ
ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้รีบจัดการเลือกตั้งทั่วไป รัฐบาลในขณะนั้นก็ตระหนักดีถึงความต้องการของประชาชน และความชอบธรรมของรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รวมไปถึงการยอมรับจากประชาคมโลก จึงเร่งผลักดันกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว
เมื่อกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นเตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ก็แสดงความประสงค์จะทำงานการเมือง โดยอ้างว่าเพื่อสานต่อภารกิจที่ดำเนินการไว้ให้สำเร็จ ผมจึงตัดสินใจสนับสนุนให้มีการตั้งพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งและเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ให้กลับมาเป็นนายกฯ ตามที่เจ้าตัวปรารถนา
ในช่วงเวลาของการเป็นแกนนำรัฐบาล มีทั้งเรื่องที่ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจใน ครม. แต่จำเป็นต้องสงวนท่าทีตามมารยาททางการเมือง ประกอบกับยังไม่มีอะไรชัดเจนว่ามติในเรื่องใดๆ จะก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นกับบ้านเมือง
มาบัดนี้ ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ แสดงจุดยืนทางการเมืองเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2566 ว่าจะแยกทางจากพรรค พลังประชารัฐที่เคยสนับสนุนขึ้นเป็นนายกฯ เพื่อไปร่วมงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ตรงกับที่สื่อมวลชนไปสืบข่าวมาก่อนหน้านี้ ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นพรรคสำรองให้กับ พล.อ.ประยุทธ์
ย้ำ‘3 ป.’Forever
ผมเคยกล่าวไว้ว่า “3 ป. Forever” มาวันนี้ ผมก็ยังมีความรู้สึกเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในเมื่อท่านตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ผมก็ ไม่สามารถจะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็น คำพูดได้ คงจะบอกได้เพียงว่า ผมขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย ขอให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางการเมืองใหม่ที่ท่านได้ตัดสินใจเลือกแล้ว
สำหรับผม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขอประกาศในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าจะขอรับผิดชอบและจะไม่มีวันทอดทิ้งสมาชิกพรรคทุกคน ที่เคยทำงานการเมืองมาด้วยกัน และพร้อมจะเดินนำทุกคนที่มีความเชื่อมั่นในความตั้งใจอันแน่วแน่ของผม เข้าสู่การเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยต่อไป เพื่อกลับมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง” พล.อ.ประวิตรระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเพจโพสต์ข้อความข้างต้นทำให้เกิดกระแสวิจารณ์จาก ผู้เข้าไปติดตามเพจดังกล่าว พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกฯ ได้ส่งข้อความผ่านไลน์สื่อมวลชนเมื่อเวลา 11.03 น. ยืนยันเพจดังกล่าวเป็นเพจปลอม โดยอยู่ระหว่างแจ้งความดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง แต่ 20 นาทีต่อมา พล.อ.คงชีพ ได้ส่งข้อความถึงสื่อมวลชนเพื่อแก้ไขว่า “เพจดังกล่าวเป็นของพรรคจริง ขออภัยเข้าใจคลาดเคลื่อน”
ระบุไม่ได้สื่อถึงน้องรัก
ที่จ.สมุทรสงคราม พล.อ.ประวิตรลงพื้นที่ตรวจราชการ ได้เดินทางเข้าสักการะหลวงพ่อบ้านแหลม และเข้ากราบนมัสการพระสมุทรวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ต.แม่กลอง อ.เมือง สมุทรสงคราม โดยพล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า ไม่ได้ขอพรอะไร แต่เจ้าอาวาสให้พรว่าให้มีพลังแข็งแรง ทำงานต่อไปได้ จากนั้นพล.อ.ประวิตรนั่งรถกอล์ฟ ตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก และระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมืองสมุทรสงคราม และลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการแก้มลิงทุ่งหิน และพบประชาชนในพื้นที่ ต.ยี่สาร อ.อัมพวา
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงจดหมาย เปิดใจผ่านเพจเฟซบุ๊กว่าเพจดังกล่าว เป็นเพจของพปชร.จริง และข้อความที่อยู่ในเพจเป็นเรื่องจริง ส่วนข้อความไม่ใช่เป็นการเปิดใจ แต่เป็นการตอบข้อซักถามที่ทางพรรคสอบถามมา โดยเรื่องจริงเป็นแบบนั้นตามที่เห็น ส่วนเนื้อหาในเพจดูแล้วไม่มีอะไร และจะไม่มี เปิดใจฉบับที่ 2 แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า 3 ป.ยัง forever เหมือนเดิมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เหมือนเดิม และ forever อยู่แล้ว ต่อข้อถามว่าเป็น การส่งจดหมายให้น้องรักพล.อ.ประยุทธ์ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เป็นการส่งให้ประชาชน รู้ว่าเราทำงานอะไรบ้าง ผู้สื่อข่าวถามว่าความสัมพันธ์ระหว่าง กับพล.อ.ประยุทธ์ ยังดีอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังดีกันอยู่ ไม่มีอะไรหรอก เมื่อถามถึงการเตรียมแผนงานลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เริ่มเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น โดยจะใช้เรื่องน้ำ เป็นนโยบายหลักในการหาเสียง
เขินคนเรียกนายกฯ-ฟุ้งยึด3สมุทร
ระหว่างลงพื้นที่จ.สมุทรสงคราม มีประชาชนสองข้างทาง เข้ามาทักทายขอถ่ายรูป และชื่นชมพล.อ.ประวิตร ว่า เป็นคนใจดี ขณะที่เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวบริเวณใกล้เคียง ได้ทักทายพล.อ.ประวิตร ว่า “สวัสดีท่าน นายกฯ ทำให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร. บอกย้ำว่าเขาเข้าใจถูกแล้ว
จากนั้นพล.อ.ประวิตรเดินทางไปตรวจติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญ ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ทั้งการติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำท่าจีน อบต.พันท้ายนรสิงห์ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง และตรวจเยี่ยมโครงการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำคลองอ้อมตัน ต.ท่าทราย อ.เมือง
นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้า พปชร. ให้สัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจราชการกับพล.อ.ประวิตร ที่จ.สมุทรสงคราม ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า พปชร.จะสามารถเหมาชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ 3 สมุทร 12 เขตเลือกตั้งได้ทั้งหมดประกอบด้วย จ.สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสมุทรปราการ เนื่องจาก ผู้สมัครของพรรคใหม่สด ยิ่งกว่าขนมปังอบใหม่ออกมาจากเตาเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่พล.อ.ประวิตร มาถึง นายวิรัชได้เข้าคุกเข่าหารือกับพล.อ.ประวิตร ว่าตนเองได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงประเด็น 3 สมุทร ตั้งเป้าและมั่นใจอย่างยิ่งทำให้พล.อ.ประวิตร ยิ้มออก
‘ประยุทธ์’หงุดหงิดถูกสื่อจี้ถาม
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่โรงเรียนโพธิสารพิทยากร เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์หงุดหงิดถึงกรณีเพจ พล.อ.ประวิตร โพสต์เฟซบุ๊กจดหมายเปิดใจ พาดพิงถึงพล.อ.ประยุทธ์ว่า ท่านเปิดก็เป็นเรื่องของ พล.อ.ประวิตร เปิด ท่านทำก็เป็นเรื่องของท่าน ตนไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น แล้วเป็นอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการอวยพรให้พล.อ. ประยุทธ์ ประสบความสำเร็จทางการเมือง ในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมยังไม่ได้ฟังและไม่ได้ยิน และคิดว่าความปรารถนาดี มีให้กันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาท่านก็อวยพรผม ตลอด รักกันอยู่แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ทำไมจะต้องให้มันแตกแยกกันล่ะ”
ต่อข้อถามว่า ที่เคยบอกว่า 3 ป. จะไม่มีวันแตกแยกแสดงว่ายังดีกันอยู่ใช่หรือไม่ เพราะพล.อ.ประวิตรเขียนย้ำลงมาในจดหมายเปิดผนึก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ใช่น่ะสิ ทำไมแล้วมันจะแตกกันหรือไง แล้วจะแตกกันได้ยังไง และสิ่งนี้พูดกันมาตั้งนานแล้ว ผมก็พูด ใครๆ ก็พูด พล.อ.ประวิตรก็พูดมา 10 รอบ แล้วมั้ง ถามกันอยู่นั่นแหละ” ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อความดูเหมือนพล.อ.ประวิตร น้อยใจ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เหรอ ไม่รู้สิ ผมยังไม่ได้ฟังเลย ท่านน้อยใจได้อย่างไรล่ะ เรา ต่างคนไม่ใช่คนขี้ใจน้อยกันอยู่แล้ว”
โวยขุดคุ้ยทำไม-แต่ทนได้
ต่อข้อถามว่าทุกเช้าปกติจะไปร่วมดื่มกาแฟกันที่บ้านป่ารอยต่อฯ ทุกวันนี้ยังไป หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้ามีเวลาก็ไป เวลาตนก็มี แต่ไม่ใช่จะว่างไปทุกที่ทุกวันเมื่อไร ตนก็มีงานของตน ว่างเมื่อไรตนก็ไป วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ว่างก็ไป ทำไมต้องล็อกตรงนั้นตรงนี้ ชีวิตส่วนตัวของตนก็คือของตน ตนก็มีเวลาส่วนตัวของตน มีครอบครัวของตนใช่หรือไม่ จะมองทุกอย่างเป็นการเมืองทั้งหมดได้อย่างไร “ผมอยู่กับท่านมา 40-50 ปีแล้ว ไม่ใช่ว่าจะต้องไปวันนี้หรอก ร่วมเป็นร่วมตายในสนามรบกันมาแล้ว ชายแดนก็อยู่มาด้วยกันแล้ว อะไรกันนักหนา ไม่เข้าใจทำไมต้องถามทุกอย่าง”
เมื่อถามว่า นายกฯ มีอะไรจะพูดผ่านสื่อหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี จะให้พูดอะไร ทำไมต้องฝากอะไรกับใคร ตนพูดกับท่านโดยตรงได้อยู่แล้ว ทำไมต้องฝากใคร และทำไมต้องขุดคุ้ยเรื่องพวกนี้ออกมาให้เป็นประเด็น ไม่เข้าใจจริงๆ แต่ตนก็ทนได้ แต่ไม่จำเป็นต้องตอบทุกคำถาม เรื่องดีๆ มีเยอะแยะ
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์รีบเดินขึ้นรถเพื่อกลับทำเนียบรัฐบาล พร้อมบ่นอย่างหงุดหงิดว่า “คำพูดมีตั้งเยอะ คำพูดดีๆ ก็มี แต่ก็มาถามโน่นถามนี่กัน แล้วก็คิดกันไปเอง”
พท.แซะเปลือยล่อนจ้อน
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่รู้ว่าพล.อ.ประวิตรเขียนจดหมายฉบับนี้ ด้วยเลือดหรือน้ำตา การบอกว่าไม่สามารถจะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ หลังรู้ว่าพล.อ.ประยุทธ์แสดงจุดยืนทางการเมืองไปอยู่กับรทสช. สะท้อนความกระอักกระอ่วนใจจนสุดจะบรรยาย คิดไม่ถึงว่าอดีตลูกน้องที่เคยฟูมฟักตั้งแต่เป็นทหารเด็กๆ จะทำกับพี่ใหญ่ 3 ป. ได้ถึงเพียงนี้ การบอกว่า 3 ป. Forever ไม่แน่ใจว่า หมายถึง 3 ป. จากกันตลอดไป หรือทิ้งให้ 3 ป. เหลือแค่ตำนานตลอดไป โดยไม่มีใครทำอะไรเพิ่มเติม
จดหมายพล.อ.ประวิตรยิ่งกว่าเปลือยตัวตนของ พล.อ.ประยุทธ์จนล่อนจ้อนว่าเป็นคนเช่นไร มักใหญ่ใฝ่สูงเพียงไร การเขียนชัดขนาดนี้เป็นการตีแสกหน้ากระแทกกลางใจคนไร้ความรับผิด ถ้าพล.อ.ประวิตรไม่เหลืออด ไม่เจ็บปวดจนสุดจะบรรยาย คงไม่เขียนจดหมายจัดหนักพล.อ.ประยุทธ์ ถึงเพียงนี้
“พล.อ.ประยุทธ์ทำกับอดีตนายทหาร รุ่นพี่ ผู้มีพระคุณที่คอยสนับสนุนได้ถึงเพียงนี้ การไปร่วมกับเครือข่ายนกหวีดชัตดาวน์ประเทศสถานีต่อไปจะจบอย่างไร ให้ทีม รวมดาว กปปส.ไปศึกษาจดหมายเปิดใจของพล.อ.ประวิตรให้ดี” นายอนุสรณ์กล่าว

เปิดนโยบาย – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เปิด 8 นโยบายสู้เลือกตั้ง ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.
ปชป.เปิด8นโยบายสู้เลือกตั้ง
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค พร้อมผู้บริหารพรรค ส.ส. อดีตส.ส. ส.ก. และอดีตส.ก. และว่าที่ผู้สมัครส.ส. ร่วมเปิดตัวนโยบายพรรค 8 นโยบายหลักด้านการเกษตร ในหมวดนโยบาย “สร้างเงิน” ซึ่งเป็นการเสนอภาพรวมที่ใช้ในการหาเสียง
นายจุรินทร์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการเปิดยุทธศาสตร์ไปแล้ว หาก ปชป.เป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล จะเป็นยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ประเทศไปสู่อนาคตที่สดใส คือสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ วันนี้ปชป.เปิดตัว 8 นโยบายด้านการเกษตร และนโยบายหลักในการพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชน ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศและในกทม. เหตุที่ปชป.เล็งเห็นว่า นโยบายที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและหมู่บ้าน เป็นนโยบายที่พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะนโยบายด้านการเกษตร ที่เป็นดีเอ็นเอของประเทศต่อไป เพราะประชากรไม่ต่ำว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของประเทศมีอาชีพเกษตรกรรม
นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เวลา 2 ปี เราทำและสอบถามความพึงพอใจจากประชาชน วันนี้จะเป็นนโยบายเริ่มต้นฐานรากของชาวไทย เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นรูปธรรม ทั้ง 8 นโยบายคือ 1.การประกันรายได้เกษตรกร เป็นการจ่ายเงินส่วนต่างทั้งข้าว มัน ยาง ปาล์ม และข้าวโพด สานต่อนโยบายเดิมที่พรรค ทำอยู่ 2.นโยบายให้ชาวนา รับ 3 หมื่นบาทต่อ 1 ครัวเรือน วันนี้ปชป.ทำนโยบายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนา มากกว่าจะให้เงินเพื่อให้เขาเลือกเรา แต่เป็นการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั้งยืน
3.ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน พัฒนาเด็กที่เป็นทรัพยากรในวันข้างหน้า และให้เกษตรกรโคนมได้ผลิตนมด้วย 4.ประมงท้องถิ่น ให้เงินอุดหนุนประมง 1 แสนบาทต่อปี ทั้ง 2,800 กลุ่ม
เดือนก.พ.โชว์อีกชุดใหญ่
5.ปลดล็อกประมงพาณิชย์ ต้องอยู่ภายใต้ไอยูยู 6.สิทธิที่ดินทำกิน ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลงภายใน 4 ปี แก้ปัญหาพี่น้องที่ไม่มีที่ดินทำกิน 7.ออกกรรมสิทธิ์ที่ดินทำกินให้ประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ ของรัฐ และ 8.ธนาคารหมู่บ้านและชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาททั้งประเทศ รวมทั้งในกทม. ทุกชุมชนด้วย นโยบายทั้งหมดจะชี้แจง รายละเอียดให้ทราบต่อไป เพราะต้องแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันนโยบายทั้งหมดเราคิดมาแล้ว และต้องมีมาตรการควบคุมเพื่อให้หน่วยงานรัฐบางหน่วยเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนา
ด้านนายนิพนธ์กล่าวว่า วันนี้เป็นการแถลงนโยบายภาพรวม อยู่ในยุทธศาสตร์หลักหมวดสร้างเงิน กลุ่มเกษตร ซึ่งจะสามารถ ช่วยเหลือประชาชนได้ 9.7 ล้านครัวเรือน หลังจากนี้พรรคจะเตรียมเปิดนโยบายหมวด “สร้างคน” ปลายเดือนม.ค.นี้ และหมวด “สร้างชาติ” ประมาณต้นก.พ. จากนั้นจะได้ลงรายละเอียดของนโยบายทั้งหมดในเดือนก.พ.ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่านโยบายชาวนารับ 30,000 บาท จะสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนาเพียงพอหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า นโยบายนี้เรา คิดแล้วว่าต้องมีมาตรการควบคู่ไม่ใช่มีแค่มาตรการนี้ ถึงบอกว่าจะมีภาค 2 โดยจะมีหน่วยงานของรัฐบาลบางหน่วยเป็นพี่เลี้ยง ในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวเพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต ซึ่งต้องทำควบคู่กันไป ตนขอเวลาแล้วจะแถลงภาพรวมให้เห็นมากขึ้น
เมื่อถามว่านโยบายดังกล่าวจะนำงบประมาณจากส่วนใดมาใช้ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนจะเรียนให้ทราบต่อไป แต่ตอนคิดได้คิดครบแล้ว และเป็นหน้าที่ของพรรคที่ต้องแจ้งต่อ กกต.เรื่องของเงิน ดังนั้นไม่ต้องห่วง ปชป.คิดนโยบายบนพื้นฐานของสิ่งที่ได้ทำมาแล้วส่วนหนึ่ง และทำได้จริงเพราะอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ
ส่วนเรื่องความพร้อมในการเปิดตัวผู้สมัครรายจังหวัดและกทม. นายจุรินทร์กล่าวว่า จะเปิดได้ช่วง ก.พ. และอีก 2-3 วันนี้พรรค จะไปเปิดตัวในภาคเหนือ ยืนยันว่ามีความพร้อมเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ครบทั้ง 400 เขต

รุกเชียงใหม่ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อม แกนนำ จัดสัมมนาว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคเหนือ หวังนำไทยสร้างไทยคว้าชัยเลือกตั้ง 17 จังหวัด ที่โรงแรมเชียงใหม่ ออร์คิด จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.
‘เจ๊หน่อย’นำทสท.ลุยเชียงใหม่
ที่โรงแรมเชียงใหม่ ออร์คิด จ.เชียงใหม่ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) จัดสัมมนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคเหนือนำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค พร้อมคณะผู้บริหาร ว่าที่ผู้สมัครภาคเหนือ ร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ผู้สมัคร ส.ส. ต้องทำงานหนักให้พี่น้องทุกคนมั่นใจว่า ทสท.จะทำนโยบายที่ได้ประกาศไว้สำเร็จ เป็นรูปธรรมได้ภายใน 3 ปี หากได้รับโอกาสเป็นรัฐบาล สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือประชาชน อุดมการณ์ของทสท.คือการปลดปล่อยและเพิ่มพลังให้คนตัวเล็ก เพื่อให้พี่น้องประชาชนหายทุกข์ หายจน หมดหนี้ มีรายได้อย่างยั่งยืน
“ทุกคนต้องสร้างความรักความศรัทธากับประชาชน ให้ประชาชนมั่นใจว่า เลือกทสท. ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลง เราจะสร้างประเทศที่ดีกว่านี้เพื่อคนรุ่นต่อไป ต้องให้ประชาชนเข้าใจและซื้อนโยบายของเรา อย่างนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท ต่อเดือน ซึ่งเราเสนอเป็นกฎหมายไปรอไว้ในสภาแล้ว เหมือนรถไปจอดรอแล้ว เหลือ แค่คนขับ คือพวกท่านทุกคน พี่จะเข้าสภา ไปยกมือให้กฎหมายบำนาญประชาชน” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
ทสท.ได้เสนอกฎหมายเข้าสู่สภาไปแล้ว 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจประชาชนเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างกฎหมาย, ร่าง พ.ร.บ.บำนาญประชาชน, ร่าง พ.ร.บ.จะแขวนหรือพักใช้กฎหมายหรือใบอุมันติด ใบอนุญาตที่เป็นอุปสรรคในการทำมาหากิน กว่า 1,300 ฉบับ ไว้ชั่วคราว 3-5 ปี ให้เหลือไม่เกิน 200 ฉบับเฉพาะที่จำเป็น ที่เกี่ยวกับความมั่นคง ปลอดภัยต่างๆ ซึ่งร่างกฎหมายทั้งหมดอยู่ในการพิจารณาของสภาแล้ว แม้ทสท.จะยังไม่มี ส.ส.แม้แต่คนเดียวก็ตาม
ส.ว.แบไต๋ปลดล็อกนายกฯ8ปี
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ระบุกมธ.พัฒนาการเมืองฯ พบปัญหา รัฐธรรมนูญมาตรา 158 กำหนดอายุนายกฯ 8 ปี อาจนำไปสู่การแก้ไขเพื่อยกเลิกว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องการเสนอประเด็นการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ซึ่งมี 5 หัวข้อใหญ่ หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาปรับปรุงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันว่ามีข้อที่ต้องพัฒนาแก้ไขอย่างไร หรือไม่ ซึ่งเป็นหัวข้อเดิมหลักของการรายงานในสภาอยู่แล้ว หน่วยงาน ที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือสถาบันพระปกเกล้า ที่จะเสนอมาหลายประเด็น แต่ กมธ.จะพิจารณาว่ามีประเด็นอื่นอีกหรือไม่
เมื่อดูแล้ว กมธ.จึงเสนอประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ที่กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ที่รัฐธรรมนูญเดิมก่อนฉบับ พ.ศ.2550 ไม่มีการกำหนด แต่ปัจจุบันเมื่อมาศึกษาดูพบว่าการกำหนดเวลา 8 ปี ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เพราะบางประเทศยอมรับเสียงประชาชนเป็นผู้กำหนด ดังนั้น ใครจะเป็นนานเท่าไร หรือจะเป็นนานกี่ครั้ง อยู่ที่เสียงประชาชน ไม่จำเป็นต้องไปกำหนด 8 ปี จึงเห็นว่าเมื่อมีข้อเสนอจะแก้ไขเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ใช้กับทุกพรรคเพราะยังไม่รู้ เลยว่าใครจะชนะเลือกตั้ง พท.บอกว่าจะ แลนด์สไลด์ แล้วจะมาบอกว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อพล.อ.ประยุทธ์ แสดงว่าคิดจะเป็นฝ่ายค้านตลอดหรืออย่างไร กลัวพล.อ.ประยุทธ์ ไปเองหรือเปล่า
ปัดเปิดทาง‘ตู่’อยู่ยาว-เหน็บพท.
หากมีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่จำกัดวาระ 8 ปีได้จริง ใครเป็นรัฐบาลในสมัยเลือกตั้งคราวต่อไปก็ใช้กติกานี้ได้ หรือจะไปแก้ไข ตอนหลังก็ทำได้ ขณะนี้เป็นเพียงข้อศึกษาและข้อเสนอ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ว่ากมธ.เสนอแล้วจะแก้ได้เลยที่ไหน เพราะต้องใช้เสียงของทั้ง 2 สภา อย่างน้อยต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 และ เสียงส.ส. ฝ่ายค้าน 20% การแก้ไขต้องใช้เวลานานเท่าใด เสร็จรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลหน้า อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเสียงในสภา จะเอาอย่างไร ถ้าสภา ไม่อยากได้ก็ล่มไปล่มมา
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลสังคมจะกล่าวหาว่าส.ว.ทำงานรับใช้ เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ สืบทอดอำนาจหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า ไม่หรอก เราต้องยอมรับว่า ถ้ามีประเด็นกี่เรื่องเราต้องเสนอให้หมด และ พท.ก็เสนอให้ลด อำนาจส.ว. ไม่ให้เลือกนายกฯ โดยไม่ห่วงว่าใครจะคิดอย่างไร ส่วนประเด็นไม่จำกัดวาระนายกฯ เป็นเพียงแค่เงา แต่พรรค พท.ก็กลัวแล้ว
ส่วนหลักการที่บอกว่านายกฯ ควรมาจากพรรคที่ได้เสียงมากที่สุดของสภานั้น นายเสรีกล่าวว่า โดยหลักควรเป็นอย่างนั้น แต่ที่ผ่านมาแต่ละพรรคใหญ่ ถึงเวลาจริงยังไปเสนอแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเล็กเป็นนายกฯ เลย ไม่ได้เอาเสียงของตัวเองเป็นหลัก คราวที่แล้ว พท.ยังไปเสนอนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)
ดังนั้น วัฒนธรรมนี้จึงไม่มีใครยึดเป็นแบบอย่างในแนวทางนี้ จึงอยู่ที่ว่าใครมีเสียงในสภาเกินกว่ากึ่งหนึ่ง และสนับสนุนให้บุคคลนั้นเป็นนายกฯ ยกตัวอย่าง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อยู่พรรคกิจสังคม มี 18 เสียง สภายังให้เป็นนายกฯ ได้เลย นายอานันท์ ปันยารชุน ไม่มี ส.ส.ก็เป็นนายกฯ ได้ การยกหลักการนี้ขึ้นมาพูด เป็นเพียงการกล่าวอ้างเป็นหลักการสำคัญเท่านั้น ถึงเวลาจริงเปลี่ยนแปลงได้หมด นี่คือการเมืองไทย
‘ประยุทธ์’ระบุไม่เกี่ยวกับผม
ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า ถึงเวลาที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญครั้งใหญ่ จะแก้ทั้งทีควรจะปลดล็อกกฎหมายหลายอย่าง ยกเว้นมาตรา 1 และ 2 ที่เกี่ยวกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ หากจะมีการแก้รัฐธรรมนูญจริงต้องมาหารือร่วมกันจาก สมาชิกวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรี
“ส่วนตัวคิดว่านายกฯ ที่ดี ไม่ควรมีการกำหนดให้ดำรงตำแหน่งแค่ 8 ปี ควรจะแก้รัฐธรรมนูญข้อนี้ด้วย หาก พล.อ.ประยุทธ์ พ้นวาระไปแล้ว แต่เป็นคนดี ก็ไม่ควรจะจำกัดวาระการทำงาน แต่ถ้าได้นายกฯ ไม่ดี ผม ไม่ขอเจาะจงว่าเป็นใคร ให้ประชาชนเป็น ผู้ตัดสินเอง”
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ที่ทำงานเพื่อประเทศและประชาชน สามารถอยู่ได้เกิน 8 ปี ฝั่งคู่ขนานจะมองว่าเป็นการยึดติด ในอำนาจหรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า หากแก้รัฐธรรมนูญข้อนี้จริง ตนไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่หรือไม่ และรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขใหม่มีผลบังคับใช้กับพรรค การเมืองทุกคนทุกพรรค ที่เป็นแคนดิเดต นายกฯ ไม่ใช่เฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์
สำหรับรัฐธรรมนูญข้ออื่นๆ ที่ต้องการแก้ไขนั้น ต้องดูว่าทางฝ่ายนักการเมืองต้องการในประเด็นอะไรบ้าง ซึ่งตนขอเพียงอย่าแตะต้องมาตรา 1 มาตรา 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์และราชอาณาจักรไทย ส่วนมาตราอื่นต้องลงรายละเอียด หรือตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ ตนไม่ขัดข้อง แต่เห็นด้วยที่จะแก้ไขธรรมนูญ
“ส.ว. หลายท่านสนับสนุนให้แก้ไข รวมทั้งการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ที่กำลังหมดวาระ จะต้องปิดล็อกห้ามเป็น ส.ส. 2 ปี หรือไม่ นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ ส.ว. กำลังคิดและทำ ส่วนนักการเมือง ส.ส. มีประเด็นใดที่ต้องการแก้ไข ต้องร่วมมือกันหาจุดร่วมที่จะไปด้วยกันได้” นายกิตติศักดิ์กล่าว
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องนี้สั้นๆ ว่า “ไม่เกี่ยวกับผม”
พปชร.ประสานเสียงค้าน
ที่จ.สมุทรสงคราม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีส.ว.หนุนปลดล็อกนายกฯ 8 ปี ว่า ไม่ได้มองเรื่องนี้ เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไร หากส.ว.จะเสนอแก้ไขจริง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ถ้าคุณรู้ก็ตอบเอง ผมไม่รู้ เมื่อถามย้ำว่าการเสนอแก้ไขเหมาะสมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้
ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้า พปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า ขอให้ผ่านการเลือกตั้งและได้เข้ามาก่อน ส.ส. จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หากรัฐธรรมนูญยังไม่ได้แก้ไข ก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ผู้สื่อข่าวถามถึง จุดประสงค์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อต้องการขยายเวลาอยู่ต่อของพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า หากถามส่วนตัวไม่รู้จะแก้ไขเพื่ออะไร เพราะรัฐธรรมนูญ กำหนดชัดว่าให้อยู่ 8 ปี เมื่อถามว่าเป็นเพราะ พปชร.ไม่ได้เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดต นายกฯ สมัยหน้า หรือไม่ จึงไม่เห็นด้วย นายวิรัชปฏิเสธตอบคำถาม แต่ย้ำว่าจนถึงขณะนี้ แคนดิเดตนายกฯ ของพปชร. จะเป็นชื่อพล.อ.ประวิตร เพียงคนเดียว
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขในประเด็นดังกล่าว ของส.ว. เพราะจะเป็นการแก้ไขให้กับบุคคลเพียงคนเดียว
ทสท.ซัดถ่วงความเจริญปชต.
นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส รองเลขาธิการ ทสท. กล่าวว่า ตนขอต่อต้าน และไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งของนายกฯ เพราะกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ผิด เนื่องจากแนวคิดให้นายกฯ มีวาระได้ไม่เกิน 8 ปีนั้น เพื่อป้องกันการมีอำนาจที่มากเกินไปของนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายที่รวมศูนย์ และเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางการเมือง ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่พวกพ้อง อาจนำไปสู่การลดทอน ถ่วงความเจริญของระบอบ ประชาธิปไตยได้
“ผมขอแนะนำว่า กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ของวุฒิสภา ควรเอาเวลาราชการไปศึกษาถึงแนวทางการพัฒนาการเมืองของประเทศ เพื่อยุติวงจรเผด็จการรัฐประหาร เพราะนั่นคือสาเหตุที่แท้จริงของการถ่วงการเดินหน้าของประเทศ ผมเข้าใจดีว่าเวลาของวุฒิสภานั้น เหลือน้อยลงทุกที ต้องใช้เวลาที่เหลือเพื่อตอบแทนบุญคุณลุงใช่หรือไม่” นายตรีรัตน์กล่าว
ตนอยากให้ ส.ว. ลองเปิดใจรับฟังเสียงของประชาชนบ้าง มากกว่าการเอื้อประโยชน์เพื่อคนใดคนหนึ่ง ซึ่งพรรคได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน โดยมี ส.ส.ร.มาจากภาคประชาชน ด้วยการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะสามารถตัดวงจรอุบาทว์ได้ การล้มล้างรัฐธรรมนูญผิดกฎหมาย เป็นกบฏต้องรับโทษ หากเป็นเช่นนี้ได้ จะไม่มีใครกล้านำอำนาจของประชาชนไปใช้อีก ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว จึงขอเชิญชวน ส.ว.ทุกท่านร่วมลงชื่อ เพื่อคืนประชาธิปไตยคืนอนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลาน
ก้าวไกลฉะส.ว.ต่อท่ออำนาจ
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล(ก.ก.) กล่าวว่า ตนเชื่อว่า ส.ว. ไม่ได้คิดในเชิงหลักการอะไร นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ในฐานะกมธ.พัฒนาการเมืองฯ คงไม่ได้คิดถึงหลักการว่า ตามหลักการที่ ถูกต้องไม่ควรมีการจำกัดวาระนายกฯ แต่เขาต้องการช่วยให้พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเป็นนายกฯต่อไปได้ ประเด็นนี้ต่างหากที่เป็น สาระสำคัญ
หากพูดถึงรัฐธรรมนูญในฝัน ในความเป็นจริง ไม่ควรกำหนดระยะเวลาดำรงตำแหน่งของนายกฯแค่ 8 ปี แต่ปัญหาของสังคม ไทยวันนี้ ดันมีเรื่อง ส.ว. 250 คน ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สามารถสั่งซ้ายหันขวา หันได้ เห็นได้จากการเลือกตั้งปี 2562 ที่ไม่มี ส.ว.คนใดโหวตแตกแถวแม้แต่คนเดียว ดังนั้น ทั้งหมดนี้ชัดเจนว่ากระบวนการของ ส.ว. ที่กำลังทำกันอยู่ มีเพียงเรื่องเดียวคือ การต่อท่ออำนาจให้กับพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร
‘วิษณุ’หวด‘เต้น’ตีปลาหน้าไซ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เคยได้ยินใครพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญขยายเวลานายกฯ 8 ปี นอกจากนายณัฐวุฒิ และไม่มีทางจะแก้ในรัฐบาลสมัยนี้ หากแก้สมัยหน้าจะอยู่ที่ ส.ส. หากคิดว่าแลนด์สไลด์คุมได้ ไม่มีใคร จะไปแก้อะไรได้ ต่อให้ ส.ว.รวมกัน 250 คน อีกทั้ง 250 ส.ว.ในอนาคตจะไม่เหมือนส.ว.ในปัจจุบัน เพราะปี 2567 จะมีการเลือกตั้งส.ว.ทั่วประเทศ มองว่าการมาพูดเรื่องนี้ ตอนนี้เป็นการหาเรื่องพูดให้ด่ากันเล่น เขาเรียกว่าตีปลาหน้าไซ คือกันไว้ก่อนก็ดีแล้ว
นายวิษณุกล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) 2 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือกฎหมายลูก โปรดเกล้าฯ ลงมาหรือยัง ว่า ยังไม่ลงมา กรอบ 90 วัน ที่กฎหมายอยู่ในพระราชอำนาจ ซึ่งจะครบ วันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวถามว่าหากยุบสภาและถึงกรอบเวลาต้องเลือกตั้งแล้วยังไม่มีกฎหมายลูกจะมีปัญหาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับกกต. ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะทำอย่างไร ไม่ใช่เรื่องของผู้สมัคร พรรคการเมือง เป็นเรื่องที่กกต.จะเลือกใช้วิธีไหน ทำอย่างไร หากไม่สามารถจะทำอย่างไรได้และให้รัฐบาลช่วยก็บอกว่า จะออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือออกอะไรก็บอกมาให้ร่างมา
เมื่อถามกรณีรัฐบาลประกาศวันหยุดพิเศษ 5 พ.ค.ทำให้เกิดวันหยุดยาว 4 วัน ต่อเนื่องถึง 7 พ.ค. ซึ่งตรงกับตุ๊กตาวันเลือกตั้งของกกต. หากรัฐบาลอยู่ครบเทอม จะส่งผลต่อการ เลือกตั้งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนได้หารือกับกกต.แล้ว แต่กกต.กลับคิดตรงกันข้าม ประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดจะได้กลับบ้านไปเลือกตั้ง เราคิดว่าคนกรุงเทพฯ ออกไปเที่ยว แต่ไม่ใช่ เขาไม่ได้เที่ยว 4 วัน 4 คืนขนาดนั้น และช่วงใกล้ๆ มีวันหยุดเยอะ อยู่แล้วทั้งวันสงกรานต์และวันฉัตรมงคล คงไม่ใช่กระทบวันเลือกตั้ง อีกทั้งยังไม่ได้กำหนดว่า 7 พ.ค.จะเป็นวันเลือกตั้ง เพราะยังไม่มีใครรู้
กกต.เตือนห้ามแจกของ-แต๊ะเอีย
นายสำราญ ตันพานิช ผอ.กต.กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงข้อห่วงใยการหาเสียงเลือกตั้ง ในวันปกติทั่วไปและการหาเสียงเลือกตั้งช่วง วันสําคัญตามประเพณีต่างๆ โดยเฉพาะช่วง 180 วันก่อนครบอายุสภาในวันที่ 23 มี.ค.2566 ว่า ขอให้พึงระมัดระวังมิให้ฝ่าฝืนพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 อาทิ ให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคํานวณเป็นเงินได้ การจัดมหรสพ การรื่นเริง การจัดเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยง หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม
ส่วนวันสําคัญตามประเพณี ยกตัวอย่าง วันเด็กแห่งชาติ 14 ม.ค. และวันตรุษจีน 22 ม.ค.2566 หรือการไปงานบวช งานแต่งงาน งานบุญต่างๆ ไปร่วมงานได้ หาเสียงเลือกตั้งได้ แต่ต้องพึงระมัดระวังและต้องงดการ ช่วยเหลือเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้ ให้แก่ผู้ใด เช่น ให้ของขวัญ แต๊ะเอีย อั่งเปา ช่วยเหลืองาน โดยการสนับสนุนเครื่องเล่น เต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ อย่างเด็ดขาด
การแจกจ่ายเอกสารหาเสียงเลือกตั้ง ห้ามวางหรือโปรยในที่สาธารณะ ขณะที่ แผ่นประกาศ แผ่นป้าย และเอกสารการหาเสียงต่างๆ สามารถระบุชื่อ รูปถ่าย ชื่อพรรค สัญลักษณ์พรรค นโยบายพรรค คติพจน์ คําขวัญหรือข้อมูลประวัติเฉพาะที่เกี่ยวกับ ผู้ประสงค์จะสมัครหรือพรรค ภาพผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ หัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค พร้อมต้องระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จํานวนและวันเดือนปีที่ผลิตไว้อย่างชัดเจนที่ด้านหน้าให้เรียบร้อยครบถ้วนด้วย