ไม่ยอมดำเนินคดีทันที บิ๊กเด่นให้ตั้งกก.เอาผิด จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มเสี่ยจั๊บ พบสารเสพติดในเลือด

ผบ.ตร.ฮึ่ม ต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเสี่ยเบนท์ลีย์ หลังผลตรวจเลือดพบสารเสพติด ขณะที่ ในส่วนของพนักงานสอบสวน ทางบช.น.ตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว กรณีไม่ตรวจแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุทันที ชี้เคยมีคำสั่งและแนวทางปฏิบัติเอาไว้แล้ว แต่ตอนเป็นรองผบ.ตร. หากพบมีความผิด ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ต้องมีส่วนรับผิดชอบ

จากกรณีรถหรูเบนท์ลีย์ ทะเบียน 7 กค 3822 กรุงเทพฯ ขับบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร จากถนนสุขสวัสดิ์ประมาณ 9-10 ก.ม. มุ่งหน้าดินแดง โดยกล้องหน้ารถคันอื่นจับภาพรถหรูเบนท์ลีย์ขับมาด้วยความเร็ว แซงซ้ายแล้วเบี่ยงขวาก่อนจะพุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ที่วิ่งอยู่เลนกลาง จนรถยนต์มิตซูบิชิเสียหลักหมุนพุ่งชนขอบทางติดช่องทางขวาสุด ก่อนมีรถดับเพลิง อปพร.บางรักที่ขับอยู่ช่องทางขวา ขณะจะไปเหตุไฟไหม้ย่านอุดมสุขชนซ้ำจนรถยนต์มิตซูบิชิพลิกคว่ำ เสียหายพังยับเยินทั้ง 3 คัน ส่งผลให้มี ผู้บาดเจ็บหลายราย เป็นหญิง อายุ 29 ปี กับเด็กชายอายุ 4 ขวบที่นั่งมาในรถยนต์มิตซูบิชิ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครดับเพลิงชายอีก 2 คนเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 7 ม.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 8 ม.ค.

ต่อมาพบว่าคนขับรถเบนท์ลีย์คันดังกล่าว คือนายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ หรือเสี่ยจั๊บ อายุ 52 ปี หลังเกิดเหตุไม่ยอมให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ทันที ภายหลังจึงยอมมาตรวจเลือดที่ร.พ.ตำรวจ พบว่าอยู่ระดับ 10 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งตามกฎหมายถือว่าไม่เข้าข่ายเมาแล้วขับ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเมาขับเนื่องจากการฝ่าฝืนไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ให้สันนิษฐานว่า เมาแล้วขับ

ขณะที่เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. และโฆษกบช.น. เปิดเผยผลการตรวจเลือดของนายสุทัศน์ ว่า พบสารเสพติดประเภท “เมทแอมเฟตามีน” (ไอซ์) เคตามีน (ยาเค) และพบในปัสสาวะ คือไดอะซีแพม (ยานอนหลับ), นอร์ไออะซีแพม (ยานอนหลับ) และโอปิออยด์ (ยาแก้ปวด) ขณะนี้อยู่ระหว่างการแยกสารประกอบว่าเป็นยาเสพติดประเภทใด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดขณะขับรถ และข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ม.ค. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงคืบหน้าว่า พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ หรือเสี่ยจั๊บ ผู้ขับขี่รถยนต์หรูเบนท์ลีย์ หลังแพทย์โรงพยาบาลตำรวจตรวจพบสารเสพติดในเลือด ส่วนการที่พนักงานสอบสวนไม่มีการตรวจแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุทันที ที่ผ่านมาตนเคยออกคำสั่งตั้งแต่ตอนเป็นรองผบ.ตร.ว่าต้องมีการตรวจแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุทันทีจากการเป่า แต่หากมีอาการบาดเจ็บและไม่สามารถเป่าได้ ต้องนำตัวไปตรวจเลือดเพื่อหาระดับแอลกอฮอล์ แต่หากไม่ยอมตรวจวัดให้ถือว่ามีอาการมึนเมา

สำหรับพนักงานสอบสวนในกรณีดังกล่าวที่ไม่ตรวจ ทราบว่าทางบช.น.ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบความผิดต้องดำเนินการทางวินัยส่วนจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่ต้องดูข้อเท็จจริง ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ต้องมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้บังคับบัญชา ยืนยันว่าไม่มีการช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน