เอาผิดทุกข้อหา ไม่ติดใจ‘ชูวิทย์’

‘บิ๊กเด่น’ เผยเบาใจ หลังส่งสำนวนคดีตู้ห่าวถึงมืออัยการ มั่นใจสมบูรณ์เอาผิดได้แน่ทุกข้อหา ไม่ติดใจ ชูวิทย์ตำหนิการทำงาน เชื่อหวังดีอยากให้สำเร็จ ด้านชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้ตัวเองเป็น “องคุลิมาล” กลับใจ ขอทำงานคืนให้สังคม ลั่นหากได้เงินรางวัลนำจับ 417 ล้าน จะบริจาคให้การกุศลทั้งหมด

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.เปิดเผยถึงความมั่นใจว่าสามารถดำเนินคดีเอาผิดกับนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าว กับพวก หลังจากเมื่อวานนี้ (13 ม.ค.) ได้นำสำนวนคดีกว่า 67 แฟ้ม จำนวน 26,892 แผ่น แยกเป็นสอบสวนพยานบุคคล 444 ปาก สืบพยานล่วงหน้า 20 ปาก ตรวจยึดทรัพย์สิน 5,345 ล้านบาท ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมด 43 คน แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 38 คน นิติบุคคล 5 ราย ส่งให้กับอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปแล้วว่า

รู้สึกเบาใจ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อเอาผิดผู้ต้องหาในทุกข้อกล่าวหา ซึ่งพยานหลักฐานที่พบมีความเกี่ยวพันกันแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากทางตัวผู้ต้องหาเองก็เตรียมพร้อมที่จะสู้คดี และเชื่อว่าภายในวันที่ 20 ม.ค. อัยการสูงสุดจะส่งสำนวนให้กับศาลเพื่อพิจารณาตามขั้นตอน

ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าของสถานบันเทิงและอดีตนักการเมือง ออกมาขอโทษหลังจากที่ผ่านมามีการตำหนิและไม่มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนตัวไม่ได้ติดใจ เชื่อว่านายชูวิทย์หวังดี อยากให้คดีสำเร็จ แต่อาจจะได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจนเห็นว่าสำนวนอาจจะอ่อน แต่ตนในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนอยากให้สำนวนออกมาสมบูรณ์ที่สุด จึงอาจจะเห็นว่าการทำงานล่าช้า แต่ตอนนี้มั่นใจว่าสำนวนทั้งหมดสมบูรณ์แล้ว

วันเดียวกันนายชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊กชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุว่า “ยึดทรัพย์ “ตู้ห่าว” หมื่นล้าน การทลาย “จินหลิง” ที่มีนายตู้ห่าว เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ ยึดอายัดทรัพย์สินไปแล้วประมาณ 5,345 ล้านบาท และยังมีทรัพย์สินให้ยึดต่ออีก 3,000 ล้านบาท รวมประมาณ 8,345 ล้านบาท หากเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงไว้ว่า “ผู้ชี้เบาะแสอย่างนายชูวิทย์ จะได้เงินรางวัลนำจับ 5 เปอร์เซ็นต์ จากยอดทั้งหมด”

ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงแถลงไขให้ประชาชนทราบว่า หากผมได้รับรางวัล 5 เปอร์เซ็นต์จริง จากยอด 8,345 ล้านบาท จะตกอยู่ประมาณ 417 ล้านบาท ขอยืนยันไว้เป็น “สัญญาประชาคม” ตรงนี้ว่า “จะขอนำเงินจำนวนนี้ทั้งหมด บริจาคเป็นกุศลผลบุญให้แก่คนไทยทั่วไป ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย โดยไม่ขอนำเงินใส่กระเป๋าใช้ส่วนตัวแม้แต่บาทเดียว”

ผมมีมากพอแล้ว ลูกหลานก็มีให้หมดแล้ว ผมเคยทำอะไรไว้ ตอนนี้เป็น “องคุลิมาล” กลับใจ ขอทำงานคืนให้สังคม ตอบแทนโดยไม่หวังผลใดๆ ตามที่เคยบอกไว้กับสังคมสาธารณชน สิ่งที่ทำไป ต้องการให้ประชาชนได้เรียนรู้ เข้าใจถึงการต่อสู้ครั้งนี้ เป็นตัวอย่างให้ได้จดจำว่า ไม่ใช่แค่แฉเปิดโปงเท่านั้น แต่การจะทำให้ภาครัฐหันมาเอาใจใส่แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ต้องใช้แรงกดดันของสังคม

ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ แต่ผมถือว่าหน้าที่นี้เป็นของพลเมืองทุกคนที่ต้องช่วยกัน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ และกระบวนการเกี่ยวพันไปถึงแหล่งผลิตที่อยู่นอกประเทศไทย เราไม่มีทางหยุดได้ ยกเว้นจะจัดการที่ “ต้นตอ” นายตู้ห่าว และเครือข่าย เป็นคนต่างชาติที่อาศัยผืนแผ่นดินไทยทำมาหากิน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดการตามกฎหมายไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ขั้นตอนสอบสวนของตำรวจและอัยการจบสิ้นลง จากนี้อัยการสูงสุดจะเป็นผู้ลงนามสั่งฟ้องตามกระบวนการศาลยุติธรรมต่อไป หวังว่าประชาชนจะประสบชัยชนะร่วมกัน อย่างน้อยมันเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า “คนทำผิดร้อยครั้ง แม้หลุดรอดไปได้ทุกครั้ง แต่เมื่อพลาดเพียงครั้งเดียวเราสามารถล้มกระดานได้ทั้งหมด”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน