ชี้ทำจริงก็ไม่ทันเวลา พีระพันธุ์เมินจม.ป้อม ยันไม่กระทบประยุทธ์ ‘อิ๊ง’ปราศรัยอุดรวันนี้ เศรษฐาร่วมแจมด้วย

ส.ว.รีบออกตัว วุฒิสภายังไม่มีมติแก้รัฐธรรมนูญเปิดทางนายกฯ อยู่เกิน 8 ปี ชี้เป็นแค่ความเห็นของสมาชิกบางคนยันเสนอจริงก็ไม่ง่าย ไม่ทันเวลาแน่ ‘วันชัย’ ชี้แก้ยากยิ่งกว่าทำรัฐประหาร ‘หมอระวี’ เตือนความปรารถนาดีจะกลายเป็นร้าย เพื่อไทยสับ ส.ว.ตรายาง ทำเพื่อเอาใจนาย ‘อุ๊งอิ๊ง’นำทัพปราศรัยใหญ่ที่อุดรฯ วันนี้ ‘เศรษฐา’ ร่วมสังเกตการณ์ ก่อนเปิดตัวในฐานะแคนดิเดตนายกฯ เดือนก.พ. พีระพันธุ์เชื่อจดหมายเปิดผนึก ‘ป้อม’ ไม่ได้ทำเอง ยันไม่ส่งผลกระทบ‘ตู่’ กลุ่มนักเรียนเลวบุกกระทรวงศึกษาฯ ชู 3 นิ้ว ตะโกนไล่นายกฯ ระหว่างเปิดงานวันเด็ก

สว.แจงแก้รธน.ต่ออายุนายกฯ
วันที่ 13 ม.ค. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ในฐานะรองประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวถึงกระแสข่าวที่กมธ.คณะดังกล่าวเตรียมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขยายอายุการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีให้เกิน 8 ปี ว่า ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ ไม่ว่าจะทางการหรือในวาระประชุมของคณะกมธ.ที่เกี่ยวข้อง อาจเป็นเพียงแนวคิดของส.ว. บางคน ยังไม่ปรากฏในนามของวุฒิสภา

“น่าจะเป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ ในบรรดาเพื่อนฝูงหรืออะไรมากกว่า เพราะทั้ง 2 ท่าน ในเรื่องของความเห็นตอนวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ท่านก็มีความเห็นของท่าน และในแนวคิดทางการเมือง ท่านก็ไม่เห็นประโยชน์ที่จะไปจำกัดเวลาดำรงตำแหน่ง ดีไม่ดีประชาชนก็เป็นคนตัดสินใจอยู่แล้ว เป็นแนวคิดของ 2 ท่านนั้น แต่ยังไม่ได้นำเรื่องนี้ประชุมกันอย่างเป็นทางการ” นายดิเรกฤทธิ์กล่าว

เข้าชื่อ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ควง ‘น้องจินนี่’ ลูกสาว พร้อมว่าที่ผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่ เปิดโต๊ะเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชนให้มีการเลือกตั้งส.ส.ร.มายกร่าง ที่ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 ม.ค.

ชี้แค่ความเห็นส.ว. 2 คน
ในฐานะที่ตนเป็นนักกฎหมาย การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งต้องขึ้นอยู่กับสภาพสังคมและวัฒนธรรมการเมืองของแต่ละประเทศ ส่วนตัวไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องไปกำหนด ในเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดไว้อย่างนี้แล้ว คนที่เห็นต่างก็มีมุมมองว่าอาจเป็นการกีดกัน ไม่เคารพประชาชน ถ้าประชาชนจะเลือกคนดีซ้ำเข้ามาก็เป็นการจำกัดสิทธิ จึงมีความเห็นได้ 2 ฝ่าย คงไม่ใช่เรื่องการโน้มเอียง อคติ เชียร์ไม่เชียร์ใคร ช่วยไม่ช่วยใคร ควรเอาเรื่องความดี ความสามารถของนายกฯ มาเป็นตัวตั้งดีกว่า อย่าใช้เรื่องวาระ 8 ปี มาเป็นประเด็น เพราะเป็นบทบัญญัติที่คนเขียนขึ้นมาคนก็ย่อมแก้ได้ แต่ความเห็นของ ส.ว. 2 คน ไปสรุปเป็นวุฒิสภาทั้งหมดไม่ได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเสนอแก้ไขจริงก็คงแก้ไม่ทันเวลา เพราะเป็นการแก้ไขคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากต้องขอความเห็นชอบจากเสียงข้างมากของรัฐสภาแล้ว ยังมีเงื่อนไขต้องมีเสียง 1 ใน 3 ของ ส.ว. และเสียง 20% ของฝ่ายค้านมาร่วมด้วย รวมถึงเมื่อเข้าเงื่อนไขของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ จึงต้องไปทำประชามติทั่วประเทศ ในกระบวนการไม่ได้ง่าย ขั้นตอนการกำหนดวาระดำรงตำแหน่งนี้ก็บัญญัติขึ้นด้วยเหตุผลและประชามติเช่นกัน การจะแก้ไขต้องมีเหตุผลที่ดีพอมาหักล้างให้สภาเห็นด้วยให้ประชาชนที่เห็นชอบรัฐธรรมนูญมามีประชามติ ให้แก้ไขด้วยเหมือนกัน จึงเป็นเรื่องยาก

เย้ยสส.กลัวผี 250 สว.
เมื่อถามว่า วาระของ พล.อ.ประยุทธ์ที่เหลือ 2 ปี จะส่งผลต่อการยกมือเลือกนายกฯ ของ ส.ว.ครั้งต่อไปหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า ส.ว. เป็นปลายน้ำ ต้องดูกันว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ต้นน้ำคงไม่ถึงปลายน้ำ หากประชาชนเลือกตั้งได้ส.ส.เสียงข้างมาก แล้วเสนอใครเป็นนายกฯ ที่ไม่ได้มีตำหนิเป็นที่ประจักษ์ว่าไม่เหมาะสมกับคู่แข่ง ก็เป็นไปไม่ได้ที่ ส.ว.จะไปเลือกคนที่ประชาชน และคนที่ ส.ส.เสียงข้างมากไม่ได้เลือกมา

ด้านนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โพสต์ข้อความ “ทำการปฏิวัติง่ายกว่าแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นนายกฯ ได้เกิน 8 ปี” ระบุ ระยะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.250 จะโหวตให้ใครเป็นนายกฯ มีการแบ่งสาย แบ่งกลุ่ม บ้างก็ ปูดข่าว ส.ว.วางแผนจะแก้รัฐธรรมนูญให้ นายกฯ ดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปีได้โจมตี ส.ว.สารพัด “บรรดานักวิจารณ์ ทั้ง ส.ส.และพรรคการเมืองติดกับดักรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 หรือกลัวผี 250 ส.ว.จนขี้ขึ้นสมองเกินไป ส.ส 500 คนด้อยค่าตัวเอง ทั้งปากว่าตาขยิบในอำนาจ ไม่ยึดมั่นในเสียงประชาชน แค่รวมกันเกินกว่า 250 คน หรือยิ่งได้เกินกว่า 375 คนก็เป็นรัฐบาลได้ด้วยพลังของส.ส.เพียวๆ ไม่เกี่ยวกับส.ว.เลย” นายวันชัยกล่าว

ชี้ยากกว่าการปฏิวัติ
ข่าวที่ว่า ส.ว.จะแก้รัฐธรรมนูญให้คนเป็นนายกฯ ได้เกิน 8 ปี จะโหวตให้คนนั้นคนนี้เป็นนายกฯ เป็นคำพูดแลนด์สไลด์ ทำลายความน่าเชื่อถือ ดิสเครดิตส.ว. หาเรื่องกันทางการเมือง เป็นการจับแพะชนแกะ ตีปลาหน้าไซ เพราะเรื่องอย่างนี้รวมทั้งกลไกที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เป็นไปได้ยากยิ่ง และใครขืนทำได้จริงถือว่ายิ่งกว่าการปฏิวัติเสียอีก สถานการณ์ช่วงนี้เป็นการชิงนำทางการเมือง ทั้งข้อมูลจริงข้อมูลเท็จใส่กันเข้ามา แท้ที่จริงมีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วหลายกลุ่มหลายฝ่าย เห็นพ้องต้องกันว่าใครรวมเสียงส.ส.ได้เกินกว่ากึ่งหนึ่งคนนั้นควรจะเป็นรัฐบาล และส.ว.ก็ควรจะโหวตให้คนคนนั้นอันเป็นไปตามมติมหาชน

นับแต่นี้อยากให้ทุกพรรคมุ่งมั่นทุ่มเทหาเสียงให้เต็มที่ เลิกพะวงหน้าพะวงหลังกับเสียงของส.ว. 250 กับเงาของพล.อ.ประยุทธ์ และคสช.ที่เบาบางไปมากแล้ว และส.ว.ก็ไม่ได้อยู่ในบ่วงเงานั้น ยุคนี้ สถานการณ์นี้ไม่มีใครจะมาสวนกระแสประชาชน “สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดคือ ส.ส.ด้วยกันเอง วิ่งหาอำนาจกันจนลืมประชาชน หักหลังกันเองเพื่อมีอำนาจ ตระบัดสัตย์เพื่อให้มีอำนาจก็ทำกันมาแล้ว เลวร้ายกว่าสิ่งที่กล่าวหาโจมตีส.ว. 250 เสียอีก”

พท.สับส.ว.แค่ตรายาง
นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณี ส.ว.บางคน มีแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วาระดำรงตำแหน่งนายกฯ ไม่ควรจำกัดแค่ 8 ปี ว่า ก่อนที่บรรดา ส.ว.จะแก้ไขมาตรา 158 สิ่งที่ ส.ว.ควรทำคือแก้ไขมาตรา 272 ที่กำหนดให้ ส.ว.มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ที่ถือเป็นเมล็ดพันธุ์ของความขัดแย้งในสังคม เนื่องจาก ส.ส.ที่ประชาชนเลือกเข้าสู่สภาไม่อาจเอาชนะเสียงของ ส.ว.ที่มีที่มาจากการสรรหาของ คสช.ได้ เชื่อมโยงมาตรา 269 ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งโดย คสช. ออกแบบไว้ให้ ส.ว.มีวาระดำรงตำแหน่งยาวถึง 5 ปี เป้าหมายเพื่อให้สามารถโหวตนายกฯ ได้อีกครั้งหนึ่ง และสอดรับมาตรา 256 ที่บัญญัติให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากที่สุด ถึงกับขนาดที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติจริง

การที่ ส.ว.มีความพยายามแผ้วถางเส้นทางรอ พล.อ.ประยุทธ์ โดยอ้างว่ามีสิทธิ์ที่จะอยู่ต่อได้เพราะเป็นคนดีนั้น เท่ากับคนกลุ่มนี้ไม่เคารพเสียงประชาชน หากอยากจะอยู่ต่อต้องไม่เอาเปรียบคนอื่น เข้าสู่อำนาจอย่างเท่าเทียม การที่ ส.ส.พท. 101 คน เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยกเลิกมาตรา 272 และแก้ไขมาตรา 159 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว. ให้เฉพาะ ส.ส. มีอำนาจเลือกนายกฯ ก่อนหน้านี้ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ต้องร่วมมือกันผลักดันให้เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง

“คำพูดที่ว่าคนดีอยู่เกิน 8 ปีก็ได้ พยายามแก้ไขกฎหมายต่ออายุอำนาจ จึงสงสัยว่า ส.ว.กลุ่มนี้รับงานมาหรือไม่ ส.ว.กลุ่มนี้มีที่มาจากการสรรหา กินเงินเดือนเท่ากับ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกเข้ามา แทนที่จะทำงานเพื่อประชาชนบ้าง แต่กลายเป็นว่าทำงานตอบสนองต่ออำนาจเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน บ่งบอกว่า ส.ว.บางคนเป็นตรายางหรือไม่” นายชุมสายกล่าว

ทำเพื่อประยุทธ์คนเดียว
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พท. กล่าวว่า ส.ว.บางคนแค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ อายุ ส.ว.เหลือเพียงอีก 1 ปีกลัวจะไม่ได้กลับเข้ามาเป็นอีก เลยต้องออกแอ๊กติ้งโชว์พาว ทั้งๆ ที่ 4 ปีมานี้มีกฎหมายสำคัญระดับชาติ ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตย และเรื่องดีๆ ที่สังคมนี้ต้องการผ่านการแก้ไข ปรับปรุงกฎหมายสำคัญมาตั้งแต่ต้นปี 62 ไม่เคยเห็น ส.ว.ลงความเห็น หรือเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญใดๆ ในสภา ที่เสนอมาจากฝั่งคนที่ไม่ใช่พรรคพวกตนเอง นอกจากการโหวตนายกฯ ครบถ้วนทุกคน แต่พอ พล.อ.ประยุทธ์จะลงสมัครรับเลือกตั้งกลัวอยู่อีก 2 ปีครบ 8 ปี ไม่หนำใจพอ เลยรีบเสนอเอาใจนาย

ส.ว.ลูกศิษย์ก้นกุฏิ คสช.ยังออกมาบอกว่าพท.กลัว อยากถามกลับว่า พท.ต้องกลัวอะไร คนที่ควรกลัวคือ พล.อ.ประยุทธ์ หรือ ส.ว.บางคน เพราะหากแก้ไขจริงจะให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อไปตลอดชาติก็เป็นเรื่องของ ส.ว.แต่คนที่รับกรรมคือประชาชนและประเทศชาติ ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 57 จนถึงปัจจุบัน อาการของประเทศเข้าขั้นโคม่ายังไม่พออีกหรือ ส.ว.อย่าทำเพื่อคนคนเดียว สงสารประเทศไทยบ้าง

หมอระวีเห็นด้วย-เปลี่ยนผู้นำ
นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรค พลังธรรมใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะว่าระยะเวลา 8 ปี น่าจะเหมาะสมสำหรับผู้มาเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติของประชาชน ถ้าจะแก้ก็ต้องไปโหวตกันใหม่ รอให้ผ่านการทำประชามติ ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาร่างใหม่ ถ้าประชาชนทั้งประเทศเห็นด้วยก็ไม่ว่ากัน

ในทางการเมือง ไม่มั่นใจว่าการเสนอแก้รัฐธรรมนูญแบบนี้จะเป็นผลดีกับพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ทำแล้วจะเกิดผลเสียต่อนายกฯ ด้วยซ้ำ ปรารถนาดีกลายเป็นปรารถนาร้าย แต่ถ้าให้ตั้งส.ส.ร. หรือเลือกตั้งเสร็จครั้งหน้าทำประชามติถามประชาชนไปพร้อมกันว่า ตั้งส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็โอเค เวลาประมาณ 2 ปีก็พอดี ก่อนที่นายกฯ หมดวาระ ส.ส.ร.อาจทำเสร็จ ได้รัฐธรรมนูญใหม่ออกมาโดยประชาชนทั่วประเทศก็เห็นด้วย ก็เป็นความชอบธรรมที่จะไปต่อได้ แต่อย่ามองว่าประเทศต้องผูกขาดโดย พล.อ.ประยุทธ์คนเดียว การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคใดจะได้เป็นรัฐบาล ใครจะเป็นนายกฯ ขึ้นกับเสียงของประชาชน ส่วนตัวคิดว่า 8 ปีก็เหมาะสมแล้ว ต้องเปลี่ยนให้คนอื่นเข้ามาเป็นนายกฯ แทนบ้าง

น.ร.เลว – กลุ่มนักเรียนเลวชู 3 นิ้ว ในงานวันเด็กที่กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมแจกคู่มือเอาตัวรอดในโรงเรียนแก่เด็กๆ ที่มาร่วมงาน เรียกร้องยุติความรุนแรง แก้ไขหลักสูตรการศึกษา กฎระเบียบที่ล้าหลัง และเคารพสิทธิเด็กให้มากขึ้น เมื่อวันที่ 14 ม.ค.

กลุ่มนักเรียนเลวชู 3 นิ้ว-ไล่ตู่
เวลา 07.40 น. บริเวณทางเข้ากระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีกำหนดเดินทางมาเป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ปรากฏว่าระหว่างที่เด็กเยาวชนและกลุ่มผู้ปกครองทยอยเดินทางมาร่วมงาน กลุ่มนักเรียนเลว นำโดย น.ส.อันนา อันนานนท์ กลุ่มตัวแทนนักเรียนเลวและสมาชิก เดินทางมาทำกิจกรรม แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาร่วมในพิธีเปิด จึงได้แจกคู่มือ “การเอาตัวรอดในโรงเรียน” ที่ทางเข้ากระทรวงศึกษาธิการ ในคู่มือแนะนำการดูแลและรักษาสิทธิเสรีภาพ วิธีรับมือกับการถูกละเมิดสิทธิต่างๆ และกระบวนการตามกฎหมายเพื่อต่อสู้เรียกร้องสิทธิ รวมทั้งยังมีโปสเตอร์ข้อความ “เสรีภาพการแต่งกาย” และ “ต่อต้านระบบอำนาจนิยม” แนบอยู่ภายในคู่มือดังกล่าวด้วย

ตัวแทนนักเรียนเลวระบุว่า ใครอยากด่า ด่าได้ว่ามาป่วนงานวันเด็ก แต่พวกตนก็เป็นเด็กขอมาทำกิจกรรมอยากเจอลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์) อยากเจอน.ส.ตรีนุช เทียนทอง (รมว.ศึกษาธิการ)

ก่อนที่เวลา 08.00 น. กลุ่มนักเรียนเลวร่วมยืนร้องเพลงชาติ พร้อมชู 3 นิ้ว และตะโกนคำขวัญวันเด็กของกลุ่ม จากนั้นเวลา 08.30 น. ขบวนรถของพล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงกระทรวง ตำรวจได้ตั้งแนวเรียงแถวป้องกัน ขณะที่กลุ่มนักเรียนเลวที่ถูกกองร้อยน้ำหวานยืนตีกรอบในวงล้อม ตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่เกิดเกตุการณ์อะไรรุนแรง

พีระพันธุ์ชี้จม.ป้อมไม่กระทบตู่
วันเดียวกัน พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้นำเสนอคลิปเพลงวันเด็ก “สุขสันต์วันเด็กแห่งชาติ 2566” มีภาพการ์ตูนประกอบ และมีเนื้อหาว่า ในคืนพระจันทร์เต็มดวง พระจันทร์ทั้งกลมทั้งใหญ่ สว่างจ้า ชัดเจน ทั้งผีและหมาป่าออกล่าเหยื่อ สนุกสนาน เราได้แต่แอบอยู่ ซุ่มดู อยู่ไกลไกล ลุงเห็นความเดือดร้อนใจ ลุงทนไม่ได้ มะเรามาช่วยกัน (ช่วยกัน) ลุงเห็นความเดือดร้อนใจ เลือกลุงเข้าไป ช่วยกัน ช่วยกัน ลัล ลัล ลัล ลันล้า เรามาเลือกลุงตู่ ลัล ลัล ลัล ลันล้า ลัล ลัล ลัล ลันล้า พวกเรามาช่วยกัน ช่วยกัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า รทสช. ให้สัมภาษณ์กรณีจดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะส่งผลกระทบอะไรกับพล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะสมาชิก รทสช.หรือไม่ ว่า เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับ พล.อ.ประยุทธ์ และ ส่วนตัวเชื่อว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ทำเอง

ป้อมตีปี๊บ-ต่อยอดบัตรคนจน
ที่จ.นครศรีธรรมราช นางนฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ เหรัญญิก พปชร. เป็นประธานประชุมสัมมนาโครงการพลังประชารัฐ พลังชาติไทย และเปิดศูนย์ประสานงานพรรค เขต 4 อ.ทุ่งสง และเขต 2 อ.เมือง พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช อาทิ นางสุภาพ ขุนศรี ว่าที่ผู้สมัคร เขต 2, นายสุธรรม จริตงาม ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4, นายคมเดช มัชฌิมวงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6, นายสุนทร รักษ์รงค์ ว่าที่ผู้สมัครเขต 7, นายประจวบ รามณีย์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พัทลุง เขต 7 มี นายนิยม คำแหง อดีต ส.ส.นครศรี ธรรมราช ต้อนรับ

นางนฤมล เผยว่า วันที่ 17 ม.ค.นี้ พล.อ.ประวิตรจะเริ่มแถลงนโยบายพรรค เช่น บัตรประชารัฐ ที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 และสุดท้ายการเลือกตั้งปี 2562 พรรคพปชร.ได้ทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ได้จริง โดยนโยบายบัตรสวัสดิการฯ ต้องเข้าถึงได้จริง เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและนำประโยชน์ไปต่อยอดทำธุรกิจ ให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ส่วนรายละเอียดจำนวนเงินในบัตร ขอให้รอฟังการแถลงจากหัวหน้าพรรคอีกครั้ง

เมธีลาบานูน-รองโฆษกปชป.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีคำสั่งแต่งตั้งรองโฆษกพรรคเพิ่ม 1 คน คือ นายเมธี อรุณ หรือเมธี ลาบานูน อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.หาดใหญ่ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 นราธิวาส

ส่วนการเปิดตัวผู้สมัครนั้น ในวันที่ 15 ม.ค.เวลา 10.30 น. นายจุรินทร์พร้อมแกนนำจะไปเปิดตัวผู้สมัครภาคเหนือ ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่

สร้างคน – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำร่วมทำกิจกรรมงานวันเด็ก ที่พรรคจัดขึ้น ในโครงการ “ฟัง-คิด-ทำ” ตอน คิด-สร้างคน เมื่อวันที่ 14 ม.ค.

ปชป.ย้ำ 8 นโยบายซีซั่น 1
นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการ ปชป. กล่าวถึงการเปิดตัวนโยบายพรรคซีซั่น 1 ซึ่งส่วนใหญ่เน้นเรื่องเกษตรกรรมและการประมง รวมทั้งหมด 8 นโยบาย ว่า พรรคเริ่มทยอยเปิดตัวนโยบายไปแล้ว การเปิดนโยบายซีซั่น 1 ที่มุ่งเน้นเรื่องการเกษตรและการประมงนั้น เนื่องจากทั้ง 2 อาชีพมีประชาชน 1 ใน 4 ของประเทศประกอบอาชีพดังกล่าว และยังต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างต่อเนื่องครบวงจร เช่น การต่อยอดนโยบายประกันรายได้เกษตรกร เพราะเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในแง่ความพึงพอใจของเกษตรกร การบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องที่เรียกง่ายๆ ว่า ‘น้อยแต่มาก’ และในแง่ของเศรษฐกิจสังคมที่ทำให้เกษตรกรมีกำลังซื้อมากขึ้น

ส่วนนโยบายชาวนารับ 30,000 บาทต่อครัวเรือน แม้ยังไม่ทราบว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร แต่คาดว่าน่าจะเป็นหลักประกันสำหรับการดูแลช่วยเหลือเกี่ยวกับการปลูกข้าวแบบครบวงจร ตั้งแต่การหว่าน การปักชำ การป้องกันศัตรูพืช จนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต และส่งขายไปยังชุมชนและต่างประเทศ ส่วนนโยบายนมโรงเรียนฟรี 365 วัน นอกจากจะช่วยเหลือเกษตรกรโคนม ยังเกี่ยวพันกับนโยบายการสร้างคนของพรรคที่ทำกันมาอย่างยาวนาน โดยการจัดสรรนมโรงเรียน 365 วัน จะเป็นการจัดสรรอย่างถ้วนหน้า

ยันเสียงตอบรับดี
สำหรับนโยบายประมง เชื่อว่าปชป.เป็นพรรคแรกที่มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการประมง พี่น้องชาวประมงร้องเรียนว่ามีความเดือดร้อนเนื่องจากกติกาที่จะต้องปฏิบัติตามกฎของไอยูยู ที่เคร่งครัดมากเกินไป จึงมีนโยบายที่สร้างสมดุลเพื่อให้อยู่ภายใต้ไอยูยู ชาวประมงจะไม่เดือดร้อนเกินควร และจะมีการอุดหนุนกลุ่มประมงท้องถิ่น กลุ่มละ 100,000 บาทต่อปี เพื่อสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานราก

ส่วนเรื่องที่ดินทำกิน หากปชป.ได้รับโอกาสจากประชาชนให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะดำเนินการออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง ภายใน 4 ปี เป็นการแก้ปัญหาของพี่น้องที่ไม่มีที่ดินทำกิน อยู่ในที่รกร้างว่างเปล่า และการสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชนด้วยนโยบายธนาคารหมู่บ้านและชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาททั้งประเทศ โดยจะแถลงให้ทราบถึงการดำเนินนโยบายดังกล่าว ยืนยันได้ว่า มีข้อแตกต่างจากนโยบายที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในอดีตอย่างแน่นอน

การเริ่มต้นเปิดตัวนโยบายของพรรค 8 ข้อ เน้นหนักไปที่รากฐานสำคัญของประเทศ คือ การเกษตร ที่ดินทำกิน การประมง และความเข้มแข็งของชุมชน มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี และมีประชาชนเข้ามาสอบถามมากมาย ทุกนโยบายที่พรรคคิดออกมาจะมีการแสดงถึงแหล่งที่มาของเงินงบประมาณในการทำนโยบายแต่ละข้อ และอธิบายถึงผลจากการทำนโยบายอย่างละเอียด ตามที่ กกต.กำหนด

‘เศรษฐา’แจมงานครอบครัวพท.
สำหรับความเคลื่อนไหวของ พท. ต่อการจัดกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย: อีสานยามได๋ เพื่อไทยทอนั่น” ในวันที่ 15 ม.ค. ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งจะมีการปราศรัยใหญ่ที่ทุ่งศรีเมือง อ.เมือง โดยที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พท. จะขึ้นปราศรัยใหญ่บนเวทีกลางแจ้ง เป็นครั้งแรกนั้น

รายงานข่าวจากพท.เผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในฐานะว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ของพท. อาจไปร่วมสังเกตการณ์ที่ข้างเวทีด้วย ก่อนที่จะมีการเปิดตัวนายเศรษฐาช่วง ก.พ.

ยกทัพใหญ่ปราศรัย-อิ๊งปิดเวที
สำหรับกำหนดการลงพื้นที่และเปิดปราศรัยวันที่ 15 ม.ค.ของครอบครัวเพื่อไทย เวลา 13.15-14.00 น. เป็นการลงพื้นที่พบปะประชาชน ที่ อ.เพ็ญ ซึ่งเป็นพื้นที่ของนายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรฯ จากนั้นจะเปิดให้สัมภาษณ์ ก่อนที่เวลา 14.15-15.00 คณะจะออกเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมือง เวลา 16.15 น. เริ่มเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ทุ่งศรีเมือง โดยมี นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล เป็นพิธีกร เวลา 16.40-16.50 เป็นการแนะนำตัว ส.ส.ในพื้นที่

จากนั้นเวลา 16.50 น. เริ่มปราศรัยโดย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ต่อด้วยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม, นายอดิศร เพียงเกษ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ปิดท้ายเวทีด้วยการปราศรัยของ น.ส.แพทองธาร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน