พรบ.ซ้อมทรมาน ตำรวจอ้างไม่มีงบ

ภาคประชาสังคมชายแดนใต้ ข้องใจตำรวจขอชะลอบังคับใช้ พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ อ้างไม่มีงบประมาณและบุคลากรไม่พร้อม ขณะที่ล่าสุดหน่วยงานความมั่นคงควบคุมตัวชาวบ้านปัตตานี 2 พ่อลูก เข้าค่ายทหาร จี้เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการเข้าถึงสิทธิต่างๆ อย่างเสมอภาค – เท่าเทียม

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. เครือข่ายผู้ได้รับ ผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD) เปิดเผยว่าจากเหตุการณ์เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงหลายสิบคันรถกระบะ เข้าไปปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่บ้านสายหมอ (แซมอ) ม.6 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายมะหะมะ เจะหลง อายุ 57 ปี อาชีพค้าขาย และนายอันวา เจะหลง อายุ 18 ปี กำลังศึกษา ซึ่งทั้งสองคนเป็นพ่อลูกกัน ไปที่ สภ.หนองจิก เพื่อสอบสวนบันทึกทำประวัติก่อนนำตัวทั้งสองเข้าสู่กระบวนซักถามที่ค่ายทหาร หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งสองพ่อลูกไปควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ทางเครือข่ายฯ (JASAD) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติต่อ ผู้ถูกเชิญตัว/ควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ/ป.วิอาญาฯโดยเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human Dignity)ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และเข้าถึงสิทธิต่างๆ อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมและคืนทรัพย์สินที่ถูกยึดโดยเร็วที่สุดหากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้นับได้ว่าอยู่ในช่วงของการเริ่มบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ ถึงแม้จะมีการยื้อเวลาของฝ่ายบังคับใช้กฎหมายแล้วก็ตาม จากกรณีที่ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายในหมวด 3 การป้องกันการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายแห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 เนื่องจากยังปัญหาข้อขัดข้อง 3 ด้าน ที่อาจจะก่อให้เกิดผลร้ายต่อสังคม คือ

1.การจัดเตรียมงบประมาณกว่า 3.4 พันล้านบาทในการจัดซื้อกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวและวางระบบ ซึ่งไม่ได้อยู่ในงบประมาณปี 2566 2.ด้านการเตรียมความพร้อมของบุคลากร เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจยังขาดความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องตามกฎหมาย 3.ปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติ อันเนื่องมาจากความไม่ชัดเจนและคลุมเครือในบทบัญญัติของกฎหมาย และยังไม่มีแนวปฏิบัติอันเป็นมาตรฐานกลางนั้น

น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ ตัวแทนภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่เคยออกมาเคลื่อนไหวให้มีกฎหมาย พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ ได้แสดงท่าทีต่อกรณีการชะลอบังคับใช้ พ.ร.บ. ซ้อมทรมานในครั้งนี้ว่า ถือเป็นการยื้อเวลาด้วยการอ้างรองบประมาณ และการอ้างความไม่พร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งที่กฎหมายฉบับนี้กว่าจะผ่านกลไกต่างๆ ก็ใช้เวลามานานแล้ว แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความตั้งใจและมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ทั้งที่มีประโยชน์กับประชาชน และเจ้าหน้าที่เองเป็นการป้องกันไม่ให้ เจ้าหน้าที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ในสายตาประชาชนมากขึ้นด้วย

“เราเห็นว่าการเร่งบังคับใช้กฎหมายโดยเร็วที่สุดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้มาตรฐานในระดับสากล โดยเฉพาะการเคารพสิทธิมนุษยชน ป้องกันการถูกครหาเรื่องการซ้อมทรมานและอุ้มหายที่มีเรื่องร้องเรียนกันมาตลอด” ประธานกลุ่มด้วยใจกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน