แย้ม‘เศรษฐา ทวีสิน’ด้วย มวลชนแห่ฟังล้นเวทีอุดร บิ๊กป้อมลุยลำปาง-พะเยา ธรรมนัสจ่อนำส.ส.รอรับ พิธาขอปักธงส้มฝั่งธนฯ
‘อิ๊ง’ นำทัพเพื่อไทย เปิดเวทีอีสานยามใด๋ เพื่อไทยทอนั่น ปราศรัยใหญ่ทุ่งศรีเมือง อุดรฯ ประกาศชัด พร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ นำเพื่อไทยแลนด์สไลด์ แย้ม ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ก็พร้อมช่วยหาเสียง ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกเข้าคูหา ดันเพื่อไทย 280 เสียง จุรินทร์ แอ่วเชียงใหม่ เปิดตัว 61 ผู้สมัคร 16 จังหวัดเหนือ โวลั่นได้ส.ส.มากกว่าเดิมแน่ ‘ประวิตร’ เซอร์ไพรส์ชาวมหาสารคาม วิดีโอคอลทักทายเอฟซีกลางงานหุ่นฟางยักษ์ โชว์ฟิตอีก วันนี้ลงพื้นที่พะเยา-ลำปาง ด้านธรรมนัสเตรียมนำส.ส.รอรับ เพื่อไทย-ปชป.-ก้าวไกล รุมจวก ส.ว.ชงแก้วาระ นายกฯ หวังเอื้อ ‘บิ๊กตู่’ อยู่ยาว ‘พิธา’ ย้ำไม่ร่วมงาน ‘พปชร.-รทสช.’ ด้านสุดารัตน์นำไทยสร้างไทย เปิดเวทีใหญ่กาฬสินธุ์ ชูอีสานมั่งคั่ง
‘บิ๊กป้อม’เดินสายถี่-ขึ้นเหนือ
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ลำปาง และจ.พะเยา ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจุดแรกเวลา 10.30 น. จะประชุมติดตามผลการดำเนินงาน ตามนโยบายรัฐบาล และมอบนโยบาย ให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุม อาลัมภางศ์ ศาลากลางจังหวัดลำปาง ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง และเยี่ยมชมนิทรรศการ ผลิตภัณฑ์ โอท็อป พร้อมพบ ปะประชาชน
จากนั้นพล.อ.ประวิตร เดินทางต่อไป ที่หอประชุมอ.แม่เมาะ (อาคารจำป่าแดด) เป็นประธานมอบเอกสารสิทธิ มอบเอกสาร ใบอนุญาตคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (คทช.) รวมถึงเอกสารส.ป.ก.4-01 ให้กับตัวแทนประชาชน พร้อมพบปะผู้นำชุมชนประชาชนในพื้นที่
‘ธรรมนัส’พาส.ส.ตบเท้าต้อนรับ
ในช่วงบ่ายพล.อ.ประวิตรจะเดินทาง ไปที่ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อ.เมือง จ.พะเยา เพื่อชมวีดิทัศน์ผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และการบริหารจัดการน้ำของ จ.พะเยา ก่อนมอบเอกสารสิทธิ เอกสารคทช. จำนวน 1 แปลง ให้ผู้ว่าฯพะเยา และมอบเอกสาร ส.ป.ก.4-01 ให้นายอำเภอ 9 อำเภอ ส่งมอบต่อให้เกษตรกรในพื้นที่
จากนั้นพล.อ.ประวิตรไปติดตามความคืบหน้าโครงการขุดลอกกว๊านพะเยา บ้านสันหนองเหนียว อ.เมือง พร้อมพบประชาชนในพื้นที่ ก่อนเดินทางกลับกทม.ในช่วงเย็นวันเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น่าจับตามองว่าการลงพื้นที่จ.พะเยา ครั้งนี้ มีรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) พร้อมส.ส.บางส่วนของพรรค จะมาต้อนรับพล.อ.ประวิตร ท่ามกลางกระแสข่าวร.อ.ธรรมนัส จะกลับมา ร่วมงานกับพรรค พปชร.
ป้อมเซอร์ไพรส์วิดีโอคอลเอฟซี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนสาธารณะเกาะแก้วหนองบัว หน้าที่ว่าการ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม จัดงานมหกรรมงานบุญคูณลาน เทศกาลหุ่นฟางยักษ์ มีผู้ร่วมงานประมาณ 2,000 คน ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตร ได้วิดีโอคอลผ่านทีมงาน มาทักทายประชาชน พร้อมอวยพรปีใหม่ และระบุว่าจะลงไปแก้ปัญหาในพื้นที่ด้วยตนเองแน่นอน เรียกเสียงฮือฮาจากประชาชน และส่งเสียงเชียร์ “เรารักลุงป้อม” ให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร และพรรค พปชร. พร้อมอวยพรขอให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้ง เพราะมั่นใจว่าจะต่อสู้เพื่อความ เป็นอยู่ที่ดีของชาวมหาสารคามด้วย
ทิพานันดอดลา‘ป้อม’-จ่อตาม‘ตู่’
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พปชร. ถึงการลาออกของส.ส.และสมาชิกพรรค ล่าสุดมีรายงานว่า น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และโฆษกพรรค ได้เข้ามูลนิธิป่ารอยต่อฯ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อกราบลาพล.อ.ประวิตร และแจ้งเหตุผลการตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรค ใช้เวลาพูดคุยกว่า 1 ชั่วโมง บรรยากาศพูดคุยเป็นไปด้วยดี พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาดว่า น.ส.ทิพานัน ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรค ที่สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อ วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนอนาคตทางการเมือง อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมงานกับพรรคใด เนื่องจากมีพรรคร่วมรัฐบาลทาบทามให้ร่วมงาน รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สมัครเป็นสมาชิก พรรค และมีแนวโน้มจะตัดสินใจไปร่วมกับ พรรคนี้
ทั้งนี้ ก่อนที่ น.ส.ทิพานัน จะเข้ากราบลาพล.อ.ประวิตร ปรากฏว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ได้เข้าพบพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร คาดว่าจะมาคุยความชัดเจนเรื่องตัวผู้สมัครส.ส.กทม.ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้

ปชป.เปิดตัว – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะผู้บริหารพรรค ร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 61 เขต ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ศูนย์ประชุม และแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 ม.ค.
ปชป.เปิด 61 ผู้สมัคร 16 จว.เหนือ
ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดโครงการ “จุรินทร์ ออนทัวร์” เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. 61 คน ใน 16 จังหวัดภาคเหนือ โดยเมื่อนายจุรินทร์ มาถึงพื้นที่จัดงานได้มีว่าที่ผู้สมัครส.ส. ภาคเหนือและการแสดงกลองสะบัดชัย มาร่วมต้อนรับ พร้อมกันนี้มีประชาชน มามอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจจำนวนมาก
นายจุรินทร์กล่าวก่อนขึ้นเวทีว่า พรรคยืนยันจะส่งครบทั้ง 71 เขตภาคเหนือ วันนี้ อาจยังเปิดตัวไม่ครบ และไม่ได้ตั้งเป้าว่า จะได้ส.ส.กี่ที่นั่ง แต่ในใจมีตัวเลขและมั่นใจว่าครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากชาวภาคเหนือมากกว่าครั้งที่ผ่านมา ซึ่งพรรคได้แค่ที่นั่งเดียว แต่ครั้งนี้ไม่เป็นเช่นนั้น และไม่เป็นศูนย์ มั่นใจเสียงตอบรับดีกว่าเดิมเพราะมาทำการบ้านในภาคเหนือ ทุกจังหวัดต่อเนื่อง

เชื่อนโยบายโดนใจคนทั้งประเทศ
นายจุรินทร์กล่าวว่า หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคจะเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ คือสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ มั่นใจว่ายุทธศาสตร์นี้สามารถทำได้และทำได้ไว ทำได้จริง เหมือนที่ได้พิสูจน์มาตลอด 3 ปีกว่าในการร่วมรัฐบาล ส่วนรายละเอียดนโยบายจะเปิดตามมาเป็นระยะ เช่น นโยบาย ด้านการเกษตรและหมู่บ้านชุมชนที่เปิด ไปแล้ว มั่นใจว่านโยบายครั้งนี้โดนใจไม่ใช่ แค่คนภาคเหนือ แต่โดนใจคนทั้งประเทศ
นายจุรินทร์กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า วันนี้ประชาธิปัตย์ถือโอกาสมาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้งหมด 61 คนจาก 16 เขต ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักอบอุ่นและยิ่งใหญ่เป็นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยประชาธิปัตย์ไม่ทิ้งคนเหนือ คนเหนือต้องไม่ทิ้งประชาธิปัตย์ เพราะอุดมการณ์และผลงานตลอดระยะเวลาที่ทำงานให้ ชาวเหนือมา 4 ปี ยืนยันว่าถ้าพรรคได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในประเทศไทยต้องได้รับสัญชาติคนไทย เพื่อจะได้รับสิทธิต่างๆ การเรียน การรักษาพยาบาลอื่นๆ เช่นเดียวกับคนไทยทุกคน นี่คือสิ่งที่เป็นนโยบายกับคนภาคเหนือ
ชี้ปลดล็อก 8 ปีสร้างปัญหาไม่รู้จบ
จากนั้นนายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีส.ว.เตรียมปลดล็อกรัฐธรรมนูญไม่จำกัดนายกฯ 8 ปีว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงและไม่ทราบรายละเอียด แต่เท่าที่ฟังก็ต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ เพราะอาจนำไปสู่การสร้างปัญหาไม่รู้จบในอนาคตได้ แต่ต้องมาดูรายละเอียดในร่างแก้ไขว่าเป็นอย่างไร จะแก้จริงหรือไม่ หรือแค่โยนหินถามทาง จะไปด่วนวิจารณ์ก็ไม่ได้
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่พล.อ.ประยุทธ์ จะได้รับเสียงโหวตจากส.ว.จนมาถึงการแก้วาระการดำรงตำแหน่ง นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ขอตอบไปไกลขนาดนั้นเพราะเร็วเกินไป ต้องรอดูว่ามีจริงหรือเปล่า และถ้ามีจริงรายละเอียดคืออะไร
หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญพรรคยังคงเดินหน้าต่อ แต่ยังต้องเป็นรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย ไม่แตะหมวด 1-2 และต้องแก้ เพื่อความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น นี่คือแนวการแก้ไขที่ชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง
ข้องใจส.ว.เสนอแก้เพื่อใคร
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึง ส.ว.ส่วนหนึ่งมีแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 158 เพื่อให้ไม่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ แค่ 8 ปีว่า เชื่อว่าคงแก้ไขไม่ทันในสภาชุดปัจจุบัน และตนไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไข ถ้าจะแก้ไขควรแก้หลังจากพล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ไปก่อน ถ้าแก้ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นนายกฯ อยู่อาจถูกมองได้ว่าแก้เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์มีโอกาสเป็นนายกฯ ไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเสนอแก้โดยส.ว.ชุดปัจจุบันซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยพล.อ.ประยุทธ์ ถูกมองได้ว่าแก้เพื่อพล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีส.ว.ท่านหนึ่งระบุว่าไม่ควรจำกัดวาระนายกฯ ไว้ 8 ปี เพราะนายกฯ เป็นคนดี ไม่ควรจะกำหนดวาระการทำงาน คนดีอยู่เกิน 8 ปีไม่เป็นไร
นายองอาจกล่าวต่อว่า ส่วนที่รัฐธรรมนูญ กำหนดให้นายกฯ มีวาระอยู่ 8 ปี ก็เป็นเหตุผลที่ไม่ต้องการให้ใครผูกขาดอำนาจนานเกินไป เพราะเวลา 8 ปีก็มากพอจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองตามสมควรอยู่แล้ว
มวลชนแห่รับ‘อิ๊งค์’นำทัพบุกอุดรฯ
ที่ จ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ “ครอบครัวเพื่อไทย : อีสานยามใด๋ เพื่อไทยทอนั่น” และลงพื้นที่ พบปะประชาชนในพื้นที่ โดยทันทีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และคณะ เดินทางมาถึงท่าอากาศยาน นานาชาติอุดรธานี มีมวลชนมารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างคึกคัก โดยมอบ ดอกกุหลาบสีแดงและผูกผ้าขาวม้าที่เอวด้วย
ต่อมาเวลา 13.30 น. น.ส.แพทองธาร และคณะ อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย รวมทั้งส.ส.ภาคอีสาน ร่วมลงพื้นที่พบปะชาวสวน ยางพารา ที่ อ.เพ็ญ โดยมีประชาชนมารอต้อนรับ จากนั้น น.ส.แพทองธารได้ทดลอง กรีดยางพารา ก่อนจะรับฟังปัญหาประชาชน ในพื้นที่

‘อิ๊ง’พร้อม – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำผู้บริหารพรรคและว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยประกาศตัวพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 30 เมื่อวันที่ 15 ม.ค.
ปลุกเลือกพท.ชนะยกจังหวัด
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า วันนี้ดีใจที่มาเจอกัน ตนไม่ได้มาคนเดียว แต่มากับครอบครัวเพื่อไทย และยังเอาเบบี๋ในท้องมาด้วย ซึ่งใกล้จะ 6 เดือนแล้ว วันนี้ มีประชาชนผูกผ้าขาวม้า แต่ตนบอกว่า ไม่ต้องผูกแน่น แต่ครั้งหน้าขอผ้าขาวม้า ให้ยาวกว่านี้ เกรงว่าจะพันไม่รอบตัว ยืนยัน ว่าพรรคพร้อมรับฟังปัญหา เราได้ศึกษาหาข้อมูลแล้วว่าประชาชนประสบปัญหาอะไร บ้าง หากได้เป็นรัฐบาล เราจะได้แก้ปัญหาอย่างตรงจุด เราตั้งใจอยากทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น และเพิ่มโอกาส พวกเรามาขอให้ความหวัง ให้กำลังใจ เมื่อเลือกเราเป็นรัฐบาล เราจะทำความหวังและความฝันให้เป็นจริง
ตัวแทนเกษตรชาวสวนยางได้สอบถามวิธีแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ปัญหายางพารา เราจะนำเทคโนโลยี มาช่วยทำการเกษตร เราจะทำให้ใช้ง่ายเหมือนใช้ไลน์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรและ จะเปิดตลาดให้กว้างขึ้น ตนขออาสาเป็นเซลส์แมนให้ รัฐบาลในยุคของเราเคยทำราคายางจาก 20 บาทไปถึง 100 บาท ขอถามว่าจะเอาอีกหรือไม่ ถ้าเอาต้องเลือกพรรค พท.ทั้งคนทั้งพรรค เลือกให้ชนะทั้งจังหวัดไปเลย
ณัฐวุฒิอ้อนขอเกิน 250 เสียง
ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า รัฐบาลอยู่มา 8 ปี ไม่ขายอย่างอื่น ขายขี้หน้าอย่างเดียว วันนี้พอได้แล้ว หากบ้านเมืองจะดี มันคงดีนานแล้ว หากจะดีขึ้น ต้องเปลี่ยนรัฐบาล เป็นพรรค พท. ดังนั้น เราจำเป็นต้องเลือก พท.ให้แลนด์สไลด์ จะแบ่งใจไม่ได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าพรรค พท.ไม่มีพรรคสำรอง ไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง ถ้าจะชนะ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเลือกพรรค พท.พรรคเดียวเพียวๆ ให้ได้เสียงส.ส.เกิน 250 เสียง ทั้งนี้ หลังยุบสภา หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ที่กรุงเทพฯ เพื่อประกาศนโยบายแลนด์สไลด์ ส่วนใคร จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคนั้น ตนได้ยินมาว่าจะเสนอชื่อ 3 คนเต็มตาม สิทธิ์ของกฎหมาย เผื่อจะโดนสอยกลางทาง และตนเข้าใจว่า 1 ใน 3 คนที่อยู่ในพื้นที่ตอนนี้ด้วย
จวกส.ว.แก้รธน.เอื้อ‘ตู่’อยู่ต่อ
นายประเสริฐให้สัมภาษณ์กรณีการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่า ขณะนี้เรายื่นญัตติเปิดอภิปรายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แล้ว ซึ่งไม่มี ส.ส.ในสภา ก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะยุบสภาหนีการอภิปราย ทั้งนี้ รัฐบาลแจ้งว่าจะให้อภิปรายช่วงหลังวันที่ 15 ก.พ. ทั้งที่เรายื่นญัตติก่อนปีใหม่ เวลา 40 กว่าวัน มันนานเกิน ปกติ 2 สัปดาห์จะรู้ผลแล้ว แต่คราวนี้มันผิด ปกติ อย่างไรก็ตาม เราประเมินสถานการณ์ตลอด
ส่วนที่ ส.ว.เตรียมจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องวาระนายกฯ 8 ปี นายประเสริฐกล่าวว่า แก้ให้นายกฯ อยู่ได้ 8 ปี พท.ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะเป็นการแก้เพื่อสืบทอดอำนาจ ขัดหลักการประชาธิปไตย เราก็เข้าใจว่า มีความพยายามอยู่และเราเฝ้ามองอยู่
ด้าน น.ส.แพทองธารกล่าวถึงกรณีส.ว.ว่า “เหมือนที่นายประเสริฐพูด จริงๆ อิ๊งค์ว่ามันควรเป็นประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุด เรามีการปกครองแบบประชาธิปไตย ฉะนั้น ควรยึดหลักนี้เป็นหลัก อะไรที่จะดึงประโยชน์ไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทุกคนควรเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง แล้วมองตรงนั้นมากกว่า”
ปัดดีลดัน‘บิ๊กป้อม’นั่งนายกฯ
น.ส.แพทองธารกล่าวถึงกระแสข่าว พท.พร้อมจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นนายกฯ ว่า ตนขอพูดในหลักการของพรรคก่อนว่า แน่นอนว่าเราต้องหาเสียงเพื่อการแลนด์สไลด์ เพื่อทำทุกนโยบาย ที่สัญญาไว้ให้สำเร็จ หากจะต้องจับมือจริงๆ เราจะจับมือกับคนที่ไม่ขัดกับประชาธิปไตย มีความคิดเห็นด้านนโยบายตรงกัน เพราะเราคิดนโยบายมาไม่ใช่แค่ให้ชนะเฉยๆ แต่เราต้องการทำให้สำเร็จ ถ้าคนที่จะมาจับมือ ไม่ได้เห็นด้วยกับนโยบาย หรือไม่ได้เห็นด้วย กับประชาธิปไตย ก็คงจะไม่ใช่แนวทาง
“เราต้องเคารพสิทธิ์ของประชาชนก่อน อยากให้เคารพเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนเลือกใครเป็นเสียงข้างมาก ก็ต้องได้จัดตั้งรัฐบาล” น.ส.แพทองธารกล่าว
เผยปรึกษา‘เศรษฐา’วางนโยบาย
น.ส.แพทองธาร กล่าวถึงรายชื่อแคนดิเดต นายกฯ ของพรรคว่า เราวางแผนเปิดตัวตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้ แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจน ส่วนความชัดเจนในตัวของนายเศรษฐา ทวีสิน ต่อพรรคนั้น ตอนนี้ นายเศรษฐา เป็นสมาชิกพรรค ถ้าจะมาช่วยหาเสียง ก็ถูกต้องตามกฎหมาย แต่วันนี้ ไม่ได้มาร่วมลงพื้นที่ด้วยกัน แต่หลังจากนี้ มีโอกาสที่นายเศรษฐาจะร่วมลงพื้นที่ด้วยอย่างแน่นอน สมาชิกพรรคทุกคนมาช่วยหาเสียงได้ เป็นเรื่องปกติ ซึ่งพรรคแอบขอคำปรึกษานายเศรษฐา อยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว ทั้งเรื่องนโยบายและเศรษฐกิจ เพราะนายเศรษฐาเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และยังปรึกษานักวิชาการ รวมทั้งคนที่มีความรู้ต่างๆ มากมาย เพื่อทำนโยบายของพรรคให้ตอบโจทย์ประชาชน
เมื่อถามว่านายเศรษฐาจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ต้องรอก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งนายณัฐวุฒิก็พูดแล้วว่า มีอยู่แถวๆ นี้ อีกหนึ่งคน
‘อิ๊งค์’ลั่นพร้อมเป็นแคนดิเดต
เมื่อถามว่าที่บอกว่าอยู่แถวๆ นี้ คือน.ส.แพทองธาร เองใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวด้วยน้ำเสียงหัวเราะว่า ตนก็ไม่ทราบ เป็นใครก็ไม่ทราบเหมือนกัน
เมื่อถามว่าตัวน.ส.แพทองธารมีความพร้อมแล้วหรือยังที่จะเป็นแคนดิเดต นายกฯ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “อิ๊งค์ พร้อมนะคะ เพราะอิ๊งค์รู้สึกว่าเราลงมา จุดนี้ เราอยากให้พรรคแลนด์สไลด์เพื่ออะไร เพื่อนำนโยบายต่างๆ ที่สัญญากับประชาชนทุกจังหวัดผลักดันให้เกิดขึ้นจริงๆ ให้ได้ นี่คือสิ่งที่อิ๊งค์คิด แต่แน่นอนว่าเป้าหมายของอิ๊งค์ คือนโยบายที่ผลักดันให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าสุดท้ายแล้วพรรคมีคนที่เหมาะสมกว่า อิ๊งค์ก็พร้อม เหมือนกัน”
ด้านนายประเสริฐกล่าวเสริมว่า รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ อยู่ในขั้นตอนการหารือของคณะกรรมการบริหารพรรค ส่วนจะเป็น เดือนก.พ.หรือไม่นั้น ต้องดูสถานการณ์การเมืองประกอบด้วย ซึ่งวันที่ 7 ก.พ.นี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ ส.ส.จะย้ายพรรค ส่งผล ให้สภามีปัญหาเรื่ององค์ประชุมและมีโอกาส ยุบสภาได้
เศรษฐาไม่มาบอกมีเตะบอล
นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ส่วนตัว ต่อกรณีที่มีรายงานข่าวร่วม เวทีครอบครัวเพื่อไทยอุดรธานี โดยระบุข้อความสั้น ว่า ไม่ได้ไป มีเตะบอลที่โปโลคลับบ่ายนี้ แล้วเป็นเจ้าภาพงานศพตอนเย็น ส่งกำลังใจไปให้

อุดรนับหมื่นแห่ร่วมฟัง
ต่อมาเวลา 16.20 น. ที่ทุ่งศรีเมือง อ.เมือง อุดรธานี พรรค พท. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดยน.ส.แพทองธาร นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และแกนนำพรรค เพื่อแนะนำตัว ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ ซึ่งเป็น การปราศรัยใหญ่กลางแจ้งครั้งแรกของ น.ส.แพทองธาร โดยมีประชาชน 3 หมื่นคน มาร่วมงาน
สุทินย้ำต้องสั่งสอนเผด็จการ
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรค ปราศรัยตอนหนึ่งว่า เมื่อก่อนมีคำพูดว่า น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก นายกฯ เป็นของประชาชน แต่ตอนนี้ ต้องบอกว่า น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก นรกจะเป็นของคนหน้าด้าน คนอีสาน กับไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย คือเนื้อเดียวกัน หัวใจเดียวกัน คนอีสาน ไม่ชอบคนโกหก ใครเคยบอกไม่ปฏิวัติ ยึดอำนาจ แต่กลับยึดอำนาจหน้าด้านๆ อยู่มา 8 ปี มาสังกัดพรรคใหม่ จะขอเป็นนายกฯ อีก ชอบหรือไม่คนแบบนี้
“เห็นว่าลูกสมุนจะแก้รัฐธรรมนูญวาระนายกฯ 8 ปี ให้พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อไปได้โดยไม่จำกัด ส.ว.แก้เลย แต่จะเดินเข้าอีสานไม่ได้ คนอีสานมีภารกิจใหม่ ที่เราต้องคิด ทำร่วมกัน เผด็จการยังไม่ตาย ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งหน้า คนอีสานต้องเกาะกันแน่นๆ สั่งสอน แล้วเอาเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล เพื่อปากท้องความกินดีอยู่ดีของเรา” นายสุทินปราศรัย
จากนั้นมีการเปิดตัวน.ส.แพทองธาร โดยมีประชาชนเข้ามารุมล้อมจำนวนมากก่อนจะเดินขึ้นเวที
มวลชนเชียร์ลั่นนายกฯคือ‘อิ๊ง’
ขณะที่นพ.ชลน่านปราศรัยว่า คำพูดเดียว ที่ตนอยากขอกับประชาชน คือ เพื่อไทยต้องแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน ถ้าไม่ได้ 250 เสียง เขาจะมาแย่งเราจัดตั้งรัฐบาลอีก ยืนยันว่าพอยุบสภา เราจะประกาศหมัดฮุกทันที แต่ไม่ได้ไปทุบหัวใคร ย้ำว่าวันนี้ถึงเวลา รวมใจเป็นหนึ่งเพื่อแลนด์สไลด์ อุดรธานีต้องเพื่อไทยยกจังหวัดเพื่อไล่ลุงคนนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนพ.ชลน่าน ปราศรัยว่า เรามั่นใจว่าจะมีนายกฯ เพื่อนำสู่อนาคตอันรุ่งเรือง เมื่อนพ.ชลน่าน ถามประชาชนว่า ว่าที่นายกฯ ของเราคือใคร ซึ่งประชาชนตะโกนว่า “อุ๊งอิ๊งๆ” ทำให้นพ.ชลน่าน ระบุว่า ชื่อนี้พี่น้องประชาชนเป็นคนพูดเอง ตนไม่ได้พูด
ปลุกดันเพื่อไทย 280 ที่นั่ง
ส่วนนายณัฐวุฒิปราศรัยว่า ปีนี้จะเป็นปี ขับไล่รัฐบาลออกไป ตะเพิด 3 ป. สั่งสอนคนไม่รู้จักพอ แค่ลุกออกมาเข้าคูหากา เพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ให้ได้ 280 ที่นั่ง อย่าไปนึกว่าเขาจะอยู่ไปอีก 2 ปี เห็นส.ว. บางคนมีแนวคิด ให้นายกฯ อยู่ยาวๆ ไม่มีวาระ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หวังได้ 25 ที่นั่ง แล้วให้ 250 ส.ว.เลือก นายกฯ ดังนั้น ถ้าเพื่อไทยไม่แลนด์สไลด์ รวมทั้งเขาแก้กติกาอยู่ยาวแน่นอน เรายอมไม่ได้แบ่งใจไม่ได้ เพื่อไทยไม่มีพรรคสาขา พรรคอะไหล่ มีแค่เพื่อไทยพรรคเดียว เพียวๆ อยากได้อุ๊งอิ๊งหรือเพื่อไทยทุกคน ต้องเลือกเพื่อไทยเท่านั้น
‘อิ๊ง’ไล่ลุงกลับไปเลี้ยงหลาน
จากนั้นเวลา 18.20 น. น.ส.แพทองธารปราศรัยว่า มีคนถามว่าเคยมาจ.อุดรฯ แล้วทำไมมาอีก ก็อุดรฯ เคยเป็นเมืองหลวงของ พท. การจะช่วยพี่น้องแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ แต่เราถูกขัดขวางบ่อยครั้ง มาครั้งนี้พท.ขออาสา ขอให้เลือกพท.ทั้งคน และพรรค เราอยากให้เด็กมีอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว คนไทยต้องมีเกียรติและศักดิ์ศรี ให้มีค่าแรง 600 บาท พท.ทำได้จริง ค่าแรง 600 บาทไม่ไกล เกินจริง เพราะเราเคยทำ 300 บาทมาแล้ว ภายในปี 2570 ค่าแรง 600 บาททำได้แน่นอน ทั้งนี้ อยากให้กลับไปบอกคน ที่ไม่ได้มาวันนี้ว่า พรรค พท.มาแล้ว มาเพื่อ บอกว่าเรามาสร้างความฝัน ความหวัง และต้องไม่ใช่แค่ความฝันแต่ต้องเป็นความจริง
“เอาลุงกลับไป พท.มาแล้ว เอาลุง กลับไปเลี้ยงหลาน ลุงโทนี่ก็จะได้กลับมาเลี้ยงหลาน รับเงินหมา กาเพื่อไทย ขอให้ชาวอุดรเลือกทั้งคนและพรรคทั้ง 9 เขต” น.ส.แพทองธารกล่าว
พิธามั่นใจปักธงทั้งฝั่งธนฯ-กทม.
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำทีมว่าที่ผู้สมัครส.ส. ในฝั่งธนบุรีของกทม. ลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อประชาสัมพันธ์ตัวผู้สมัคร ทั้ง 9 คนใน 10 เขต และแสดงความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง โดยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 9 คน ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ประกอบด้วย 1.นายสิริน สงวนสิน (เขตทวีวัฒนา) 2.นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ (เขตบางพลัด-บางกอกน้อย) 3.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร (เขตธนบุรี) 4.นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ (เขตจอมทอง) 5.น.ส.แอนศิริ วลัยกนก (เขตทุ่งครุ) 6.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ (เขตบางขุนเทียน) 7.น.ส.รัชนก ศรีนอก (เขตบางบอน) 8.น.ส.ทิสรัตน์ เลาหพล (เขตตลิ่งชัน) 9.น.ส.ปวิตรา จิตตกิจ (เขตภาษีเจริญ) 10.นายธัญธร ธนินวัฒนาธร (เขตบางแค)
นายพิธาให้สัมภาษณ์ว่า พรรคมั่นใจ ต่อผลการเลือกตั้งในฝั่งธนบุรีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อดูผลการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา คือในปี 2562 เมื่อครั้งเป็นพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ ส.ส. 6 จาก 9 เขต ส่วนการเลือกตั้ง ส.ก. พรรคได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งและอันดับสองอยู่หลายเขต ทำให้เห็นว่าธนบุรีเป็นพื้นที่ที่ประชาชน มีความต้องการเปลี่ยนแปลงสูง ทำให้พรรคก้าวไกลมั่นใจว่าจะสะบัดธงสีส้มให้ครบในทุกพื้นที่ฝั่งธนบุรี และกทม.ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
ซัด‘ประยุทธ์’ยาหมดอายุ
นายพิธากล่าวถึงสูตรการจัดตั้งรัฐบาล การเปิดตัวเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ของพล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้ง กระแสข่าวส.ว.บางกลุ่ม เสนอแก้ไขเกณฑ์การดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปีติดต่อกันของ นายกฯ ว่า พรรคยืนยันไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และพรรค รทสช. ถ้าประชาชนไม่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นยาหมดอายุมานานแล้วได้บริหารอำนาจต่อไป รวมทั้งไม่อยากเห็นการแก้เกณฑ์ 8 ปีเป็นผลสำเร็จ ก็อย่าเลือกพรรคที่มีความคิดเช่นนี้ หรือแสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และเครือข่าย
“พรรคก้าวไกลเห็นว่าสูตรที่ดีที่สุด ควรเป็นการร่วมกันระหว่างพรรคร่วม ฝ่ายค้านในปัจจุบันทั้งหมด โดยเอาภาพใหญ่ ของประเทศและประโยชน์ของประชาชนมาเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ด้วยเก้าอี้รัฐมนตรี ส่วนจะคาดการณ์ให้เป็นอย่างไรนั้น คงไม่มีประโยชน์ เพราะเป็นเรื่องของประชาชน เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว สูตรการจัดตั้ง รัฐบาลจะถูกถอดออกมาเองโดยอัตโนมัติ” หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว

รับอบอุ่น – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ทักทายชาวบ้านที่มาให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ก่อนขึ้นเวทีนำผู้บริหารพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปราศรัยใหญ่ ที่วัดโพธิ์ชัย อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เมื่อ 15 ม.ค.
‘หน่อย’เปิดปราศรัยใหญ่กาฬสินธุ์
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัครส.ส. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ศูนย์ประสานงานพรรคไทย สร้างไทย ของนางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา รองเลขาธิการพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กาฬสินธุ์ โดยมีประชาชนร่วมฟังการปราศรัย กว่า 20,000 คน
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ในฐานะ ลูกอีสาน ขอทำให้ชาวอีสานหายจนภายใน 3 ปี ด้วยนโยบายอีสานมั่งคั่ง ให้คนอีสานบอกลาความแห้งแล้ง และความยากจน ที่สำคัญคือ นโยบายที่ได้ประกาศไปแล้ว เช่น บำนาญประชาชน เดือนละสามพันบาท หรือนโยบายเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี อย่างมีคุณภาพ ซึ่งมั่นใจว่าทุกนโยบาย พูดจริง และทำได้
ประกาศเป็นรัฐบาล-ลดค่าไฟทันที
หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า รู้หรือไม่ว่าคนไทยทั้งประเทศถูกปล้นค่าไฟฟ้า เพื่อไปสร้างความร่ำรวยให้นายทุน ทำให้คนไทยต้องจ่ายค่าไฟแพงกว่า ความเป็นจริง โดยรัฐเอื้อนายทุนโรงไฟฟ้า ทำสัญญาผลิตไฟล่วงหน้าเกินจำเป็น สูงถึง 53,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง แต่ประชาชนใช้ไฟฟ้าจริง ไม่เคยเกิน 33,000 กิโลวัตต์ชั่วโมงเป็นสัญญาทาสทำค่าไฟแพง ปล้นคนไทยทั้งประเทศ แบบนี้ส่อทุจริตหรือไม่ พรรคจะนำประเด็นนี้ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยกเลิกสัญญาทาส
“ถ้าพี่น้องเลือกไทยสร้างไทยให้เป็นรัฐบาล ขอประกาศลดค่าไฟฟ้าทันที ให้เหลือไม่เกิน 3.5 บาท/หน่วย เรามั่นใจเราพูดจริง ทำได้” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวและว่า เลือกไทยสร้างไทย ค่าไฟถูกลงแน่ มั่นใจว่าจะปักธงในพื้นที่ภาคอีสานได้เป็นจำนวนมาก มั่นใจว่าจะได้รับแรงสนับสนุน และกวาดส.ส.เข้าสู่สภาเป็นตัวแทนเข้าไปแก้ปัญหาให้พี่น้องหายจน ตามที่ได้ประกาศ นโยบายว่าจะดูแลตั้งแต่เกิดจนแก่เป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน
โพลชี้สภาล่ม-แจกกล้วยทำเสื่อม
นายนพดล กรรณิกา ผอ.สํานักวิจัย ซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสํารวจ เรื่อง ผู้แทนราษฎร กับความหวังใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จํานวน 1,137 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 12-13 ม.ค.ที่ผ่านมา ถึงความเข้าใจของประชาชนต่อหน้าที่ของส.ส. พบว่า ร้อยละ 51.0 ระบุ ส.ส.มีหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ร้อยละ 44.9 ระบุ เห็นชอบกฎหมาย ร้อยละ 32.7 พิจารณากฎหมาย ร้อยละ 30.3 พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี และร้อยละ 28.7 เสนอกฎหมาย ร้อยละ 23.7 ระบุช่วยเหลือ งานศพ งานบวช พบปะประชาชน ในงานต่างๆ ร้อยละ 21.6 ระบุ ตั้งคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ และร้อยละ 14.8 ระบุเห็นชอบ ตั้งคนเป็นนายกรัฐมนตรี
ที่น่าเป็นห่วงคือ ร้อยละ 94.8 ระบุความเสื่อมของ ส.ส. คือสภาล่ม ซ้ำซาก แจกกล้วย พฤติกรรมไม่เหมาะสม ดูหนังโป๊ในสภา เสียบบัตรแทนกัน รองลงมา ร้อยละ 91.9 ระบุรัฐสภา ไม่เป็นต้นแบบของความรักความสามัคคีของคนในชาติ แบ่งขั้ว แบ่งข้าง มุ่งแต่หาผลประโยชน์ ร้อยละ 91.0 ระบุ ส.ส. ต้นตอทุจริต แสวงหาผลประโยชน์ จากการประมูลโครงการต่างๆ และร้อยละ 90.5 ระบุความเป็น ส.ส.หรือผู้แทนราษฎร เป็นสมบัติประจําตระกูล สืบทอดต่อกันได้
ร้อยละ 67.3 ยังหวังมาก ถึงมากที่สุด ต่อผู้แทนราษฎรคนใหม่ ทําหน้าที่ที่ดีในสภา ร้อยละ 25.0 หวังปานกลาง และร้อยละ 7.7 หวังน้อยถึงไม่หวังเลย
ศาลนัดคดีทักษิณฟ้องหมิ่น‘ชวน’
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 ม.ค. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดตรวจหลักฐานในคดีที่ พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นจำเลยความผิด หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2555 เวลากลางวัน จำเลยหมิ่นประมาท นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยจำเลย ได้บรรยายในงานเปิดงานโรงเรียนการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงแรมรามาดาพลาซ่า แม่น้ำริเวอร์ไซด์ กรุงเทพมหานคร โดยมีข้อความใส่ความผู้เสียหาย กล่าวหาเป็นคนจุดไฟใต้ จำเลยมีเจตนาเพื่อให้สื่อมวลชน นำข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ออกอากาศ กระจายเสียง และตีพิมพ์เผยแพร่ ทางหนังสือพิมพ์ไปทั่วราชอาณาจักร ทำให้ นายทักษิณ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง เหตุเกิดที่แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร
ต่อมาวันที่ 25 ต.ค.2565 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลย และสอบสวนแล้ว ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างสอบสวน จำเลยไม่ถูกควบคุมตัว ได้ส่งตัวจำเลยมาศาลพร้อมฟ้องนี้แล้ว คดีนี้ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในอายุความตามกฎหมายแล้ว การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ทางฝ่ายคู่ความเคยนัดไกล่เกลี่ยกันเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา เเต่ไม่สำเร็จ โดยในวันนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 16 ม.ค. นายทักษิณจะมอบอำนาจให้ทนายความเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้
ลุ้นเติมเงินเพิ่มสิทธิบัตรคนจน
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้า โครงการบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐ รอบใหม่ โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มสิทธิสวัสดิการในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยอยู่ระหว่างการของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาเพิ่มสิทธิอื่นให้ครอบคลุมความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด และจะเตรียมประกาศผลตรวจสอบ คุณสมบัติภายในเดือนม.ค.นี้ และเริ่มต้นการใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.นี้
นายอนุชากล่าวว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเติมสิทธิสวัสดิการในบัตร สวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่เดิม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและครอบคลุมความต้องการของประชาชนมากขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการฯ มีสิทธิ ดังนี้
ทุกวันที่ 1 ของเดือน วงเงินซื้อสินค้า 200/300 บาท ต่อเดือน (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป) วงเงินซื้อสินค้า ตามมาตรการช่วยเหลือเงินพิเศษ 200 บาทต่อเดือน เฉพาะเดือนม.ค.นี้ ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อ 3 เดือน ตั้งแต่ม.ค.-มี.ค. ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน, ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน, ค่าโดยสารรถ ขสมก. รถไฟฟ้า (MRT/BTS/ARL) 500 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อาศัยอยู่ในเขต กทม. และปริมณฑล
ทุกวันที่ 18 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้) เงินชดเชยค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้ลงทะเบียนกับ กฟน. กฟภ. และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน เงินชดเชยตามจำนวนเงินที่ชำระค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้ลงทะเบียนกับ กปน. กปภ. ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ที่ได้ชำระเงินแล้ว) ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรฯ เป็นผู้ชำระเอง
ทุกวันที่ 22 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้) เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการ
นายอนุชากล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th/ ภายในเดือนม.ค.นี้ หากมีผู้ที่ตรวจสอบสิทธิแล้ว พบว่า ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก สามารถอุทธรณ์การตรวจสอบสิทธิได้ โดยใช้ระยะเวลา ตรวจสอบ 15-30 วัน และหากอุทธรณ์แล้วผ่าน จะยังคงได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการย้อนหลัง