เสพขับชนสนั่นทางด่วน จ่ออ่วม-รอผลความเร็ว
‘เสี่ยจั๊บ’ โดนเพิ่ม 3 ข้อหาหนัก ‘เสพ-เสพขับ-ประมาท’ จ่อเรียกมาแจ้งข้อหา ผบช.น. ตั้งรอง ผบก.จร.เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีเสพเพราะอยู่นอกอำนาจตำรวจทางด่วน พร้อมให้พงส.ทุ่งมหาเมฆร่วมด้วยในฐานะเจ้าของท้องที่เกิดเหตุ รอพฐ.พิสูจน์ความเร็ว ขณะชน ส่วนรถหรูพบจดทะเบียนถูกต้อง แต่รอตรวจละเอียดว่าปลอมแปลงส่วนไหน หรือไม่ จ่อโดนข้อหาเพิ่มด้วย
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. เปิดเผยตามที่ได้เกิดเหตุรถเบนท์ลีย์เฉี่ยวชนรถยนต์ของผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ สาหัส บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.38 น. บช.น.ได้แถลงความคืบหน้า ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ไปแล้วนั้น
จากการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผลการตรวจเลือดของผู้ต้องหามีสารเสพติด ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำแพทย์ผู้ตรวจประกอบไว้เรียบร้อยแล้ว บช.น. จึงขอประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการเพิ่มเติม โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเรียกตัวผู้ต้องหามาแจ้ง ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 3 ข้อหา
ได้แก่ 1.เสพวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) โดยผิดกฎหมาย 2.เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย เป็นเหตุ ให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส 3.ขับรถโดยประมาท หรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สิน
กรณีข้อหา เสพวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) โดยผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่นอกอำนาจการสอบสวนของงานควบคุมจราจรทางด่วน 1 นั้น พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.สุกิจ อรุณฤกษ์ถวิล รอง ผบก.จร.เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมีพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ร่วมเป็นพนักงานสอบสวนด้วย
สำหรับในเรื่องของความเร็วนั้น อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐาน หากพบว่าเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป กรณีการตรวจสอบรถยนต์เบื้องต้น พบว่ามีการจดทะเบียนถูกต้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจของกองพิสูจน์หลักฐานเช่นเดียวกัน ว่ามีการปลอมแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งหรือไม่
บช.น. ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการเพิ่มเติม ในคดีดังกล่าว และขอเรียนย้ำว่า ทางบช.น. จะดำเนินการเร่งรัดเกี่ยวกับการดำเนินคดีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และเป็นที่เชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนต่อไป
วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน 1 เรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย มาไกล่เกลี่ยกัน จนมีข้อยุติ โดยนายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ ยินยอมชดใช้ค่าสินไหมให้กับ คู่กรณี รถมิตซูบิชิ ปาเจโร ให้นายศราวุธ รีรักษ์ ดูแลร่างกาย อนายมัย จิตใจ 29,767 บาท นางสาวณิชชาวีณ์ ชาติสุริยพัฒน์ 30,419 บาท นางวรพรรณ รีรักษ์ ดูแลร่างกาย อนายมัย จิตใจ 65,820 บาท นายสมรักษ์ รีรักษ์ ดูแลร่างกาย อนายมัย จิตใจ 570,000 บาท นางสาวธนานิษฐ์ จิตรเสรีพงศ์ ดูแลร่างกาย อนายมัย จิตใจ 127,976 บาท และเด็กชายปน (นามสมมติ) ดูแลร่างกายนายมัย จิตใจ 22,034 บาท
นอกจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์สินอีก 374,900 บาท รวมกว่า 1,220,916 บาท ตลอดจนเปลี่ยนสัญญา เช่าซื้อเป็นชื่อคู่กรณี และให้คู่กรณีจ่ายค่าปิดงวดกับไฟแนนซ์ทั้งหมด รวมค่าเสียหาย ทั้งหมดกว่า 2,000,000 บาท ส่วนทาง เจ้าหน้าที่กู้ภัย ผู้ก่อเหตุยินยอมชดใช้ ค่าเสียหาย 800,000 บาท