‘บิ๊กโจ๊ก’ หวดเต็มข้อจัด 3 ข้อหาหนักเอาผิด ตร.-ดีเอสไอ โทษสูงสุดประหารชีวิต รีดเงินปล่อยจีนสีเทาแก๊งปลอมพาสปอร์ต ผู้ต้องหาหมายแดงตำรวจสากล ระหว่างบุกค้นบ้านพักที่อดีตกงสุลนาอูรูที่ย่านทุ่งมหาเมฆ ส่วนทหารศรภ.และล่ามโดนข้อหาสนับสนุน หลังผลสอบสวนชัดเจน แต่จนท.รัฐทั้ง 15 นายยังปากแข็งปฏิเสธทุกข้อหา ขณะที่ล่ามรับสารภาพ จ่อคุ้ยอีกว่าอดีตกงสุลรู้เห็นให้คนร้ายข้ามชาติเข้าไปอาศัยบ้านด้วยหรือไม่ ขณะที่ยธ.ตั้งสอบวินัยร้ายแรง 5 ดีเอสไอร่วมแก๊ง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมนายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม แถลงความคืบหน้า คดี เจ้าหน้าที่ดีเอสไอร่วมกับตำรวจ 191 และทหาร เข้าตรวจค้นสถานกงสุลนาอูรูย่านสาทร เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2565 จับกุมชาวจีน 2 คน ก่อนเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ต้องหาทั้งสองเป็นเงินถึง 4,000,000 บาท แล้วยักยอกของกลางในที่เกิดเหตุมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวนมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เชื่อได้ว่าบุคคลที่เข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าวรวม 16 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 5 นาย ตำรวจ 9 นาย ทหาร 1 นาย และล่ามชาวจีนอีก 1 คน กระทำผิดจริงตามที่ถูกร้องเรียน ล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ สรุปสำนวนพร้อมนำพยานหลักฐานบางส่วนขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา ทั้ง 16 คนแล้ว

โดยผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 15 นาย ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ล่ามภาษาจีนซึ่งถูกจับได้ในระหว่างหลบหนีข้ามด่านไปประเทศมาเลเซียรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่ามีการนัดให้เพื่อนของผู้ต้องหาซึ่ง เป็นชาวจีน นำเงินจำนวน 4 ล้านบาท มามอบให้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งจำนวน 4 ล้านบาท มีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน คดีนี้หากผลการสอบสวนไปถึงใครจะดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น และเตรียมสรุปรายงานส่งให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ดำเนินการพิจารณาตำรวจทั้ง 9 นาย หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

“อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีดังกล่าว ผู้ต้องหาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอกับตำรวจรวม 14 นาย ถูกดำเนินคดีในข้อหา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข้อหาตามมาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานเรียกหรือรับผลประโยชน์ มีอัตราโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต และมาตรา 187 ทำลายวัตถุและของกลาง กลุ่มที่ 2 เป็นทหารและล่ามภาษาจีนถูกดำเนินคดีในข้อหาสนับสนุนให้เจ้าพนักงานเรียกรับประโยชน์ สนับสนุนให้เจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเพื่อที่จะช่วยเหลือ ผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

รอง ผบ.ตร. ยังเผยว่า สำหรับบ้านหลัง ดังกล่าวไม่ใช่สถานกงสุลนาอูรูอย่างที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ แต่เป็นบ้านพักที่อดีตกงสุลนาอูรูเช่าพักอาศัยเอาไว้ แต่ตอนนี้ไม่ได้ อยู่อาศัยแล้ว ต้องสืบสวนต่อไปว่ากลุ่มคนจีนเข้าพักอาศัยที่นี่ได้อย่างไร อดีตกงสุลมีส่วน รู้เห็นด้วยหรือไม่ ต้องยอมรับว่าคนจีนที่ พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักดังกล่าวทั้ง 2 คน มีหมายแดงจากทางการจีนและเดินทางเข้าประเทศไทยได้อย่างไร

ด้านนายวัลลภระบุว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอทั้ง 5 นาย กระทำผิดหรือไม่ ทำควบคู่ไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ได้ตั้ง คณะกรรมการดำเนินการด้านวินัยร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้ง 5 นายแล้ว ส่วนจะถึงขั้นให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอธิบดีดีเอสไอซึ่งตนในฐานะรองปลัดกระทรวงยุติธรรมยืนยันจะไม่มีการให้การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดสร้างความเสื่อมเสียให้กับองค์กรอย่างแน่นอน นอกจากนี้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้สั่งการให้แถลงความคืบหน้าคดีนี้ต่อสื่อมวลชนและประชาชนทั้งประเทศสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้เห็นว่ากระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับคดีนี้

ฟันไม่เว้น – พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ประชุมชุดสอบสวนคดีเรียกรับผลประโยชน์ กรณีค้นสถานรับรองสถานกงสุลนาอูรูประจำประเทศไทย ในท้องที่สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.สปพ.และกรมสอบสวนคดีพิเศษเกี่ยวข้องรวม 16 คน ยืนยันจะเอาผิดจนถึงที่สุด เมื่อวันที่ 16 ม.ค.

สำหรับกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ดำเนินการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็นกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ในทางทุจริต เพื่อทำข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวให้กระจ่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จึงให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เรียก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณี ดังกล่าวโดยด่วน รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ รวบรวมพยาน หลักฐานประกอบตามกรณีดังกล่าว

จากการสืบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสายตรวจ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยล่ามคนจีน ได้รับการประสานจากสถานกงสุลนาอูรูประจำประเทศไทยในกรณีที่ นายโอนาซิส ซานริค ดาเม่ อดีตกงสุลนาอูรูประจำประเทศไทย เช่าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. แต่กลับมีชาวจีนเข้าออกบ้านหลังดังกล่าวจำนวนมาก จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวในวันที่ 22 ธ.ค.65 ผลการตรวจค้นพบชาวจีน 2 คน พร้อมด้วยคนงานในบ้าน มีทั้งชาวไทย จีน และเมียนมาอีก 6 คน รวมทั้งพบสุรา ต่างประเทศ และบุหรี่ซิการ์จำนวนหนึ่ง และยังพบเงินสดไทยจำนวนประมาณ 8 ล้านบาท

หนึ่งในชาวจีนดังกล่าวคือ นายเหมา เติ้ง เผิง เป็นผู้ต้องหาตามหมายแดงของตำรวจสากล ในกรณีเกี่ยวข้องกับแก๊งปลอมพาสปอร์ตสัญชาติหมู่เกาะมาร์แชลและประเทศนาอูรู แต่เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการปล่อยตัว โดยให้ล่ามเป็นคนไปรับเงินจากตัวแทนของชาวจีนดังกล่าว บริเวณปั๊มน้ำมันใกล้เคียงกับที่ เกิดเหตุ จำนวน 4 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ทำบันทึกตรวจยึดเงินสดเพียง 2.5 ล้านบาท และส่งตัวน.ส.เซี่ยง หยาง ผู้ดูแลบ้านดังกล่าว พร้อมเงินที่ตรวจยึดให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินคดีในกรณีไม่พกพาหนังสือเดินทาง

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมของกองกำกับการสายตรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 16 ราย ประกอบด้วย 1. นายตฤณ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้อำนวยการส่วนกลั่นกรองและการข่าวคดีพิเศษภาค 2. นายอนัน (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 3. นายอดิศร (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 4. นายอำนาจ (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 5. นายศุภชัย (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ

6. ร.ต.อ.ณรงค์เดช (ขอสงวนนามสกุล) 7. ร.ต.ท.สุรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) 8. ด.ต.สุภชัย (ขอสงวนนามสกุล) 9. ด.ต.ปกิต (ขอสงวนนามสกุล) 10. จ.ส.ต.จีระ (ขอสงวนนามสกุล) 11. จ.ส.ต.อรรถรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) 12. จ.ส.ต.ธรรมนูญ (ขอสงวนนามสกุล) 13. จ.ส.ต.สิทธิพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) 14. ส.ต.อ.ธวัชชัย (ขอสงวนนามสกุล)

ดำเนินคดีในข้อหา เป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดย มิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเพื่อจะช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหายทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐาน ในการกระทำความผิด

15. ส.อ.มนตรี (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ 16. นายอู่ จิน หลง สัญชาติจีน ทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาจีนของดีเอสไอ ดำเนินคดีในข้อหา สนับสนุนให้เจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ, สนับสนุนเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเพื่อจะช่วยเหลือผู้อื่น มีให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

ต่อมาผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจและ ทหาร ทั้งหมด เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีหลักประกัน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวย้ำอีกว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอได้รับการประสานให้เข้าไปตรวจสอบบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรู ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งซ่องสุมของชาวจีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย แต่เมื่อมีการตรวจค้นพบผู้ต้องหาแล้วกลับเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ จึงได้สั่งการให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด หลังจากนี้จะขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ต้องหาที่หลบหนี นำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน