ผู้กองยันก่อน7กพ.-ชัดเจนแน่ เสธ.อ้นไขก๊อกสว.พร้อมช่วยตู่ ‘กานต์กนิษฐ์’ย้ายเข้าเพื่อไทย ชลน่านดักคอชิงยุบสภา3ช่วง

‘ป้อม’ ลุยตรวจราชการลำปาง-พะเยา กองเชียร์แน่น-ป้ายพรึบ ชูนายกฯ คนต่อไป ‘ธรรมนัส’ ชัดเจนแล้ว ยกทีมส.ส.เศรษฐกิจไทยแห่รับ คุกเข่าไหว้กลางเวที ขอกลับพลังประชารัฐ ‘ตู่’ แนะเลือกตั้งต้องใคร่ครวญให้ดี เสธ.อ้น-พล.อ.กนิษฐ์ ไขก๊อกส.ว. เตรียมช่วยงานประยุทธ์ ‘ทิพานัน’ ย้ายพรรค จ่อซบรวมไทยสร้างชาติอีกคน เพื่อไทยเปิดตัว 45 ว่าที่ ผู้สมัครส.ส.เขต ‘กานต์กนิษฐ์’ ทิ้งพรรคเดิม โผล่ร่วมโชว์ตัว ฝ่ายค้านติงรัฐบาลให้เปิดอภิปรายไม่ลงมติ 15 ก.พ.ช้าเกินไป ‘ชวน’ เห็นด้วย น่าจะเร็วกว่านี้ ‘ชลน่าน’ จับตา 3 ช่วงเวลา รัฐบาลถือฤกษ์ชิงยุบสภา หนีศึกอภิปรายมาตรา 152 ส.ว.เสรีเผยเองวุฒิสภาเสียงแตก เลือก ‘ตู่-ป้อม’ นายกฯ

ตู่ชี้เลือกตั้ง-ใคร่ครวญให้ดี
เวลา 09.30 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่หอประชุมคุรุสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีงานวันครู ครั้งที่ 67 พ.ศ.2566 ภายใต้แนวคิด “พลังครู คือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานช่วงหนึ่งว่า ตนพยายามทำตัวให้อยู่ในกรอบวินัยมาโดยตลอด ครูสอนให้ตนเป็นคนดีและสุจริต ขอยืนยันทุกอย่างต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทั้งสิ้น ไม่มีละเว้นใครทั้งสิ้น ตราบใดที่มีคดีเกิดขึ้นมา และทุกเรื่องกำลังขับเคลื่อนตรงนี้ และต้องย้อนดูที่ผ่านมาเป็นอย่างไรและวันนี้เกิดอะไรขึ้น เมื่อเกิดขึ้นมาก็ต้องสอบสวนดำเนินคดี แต่ที่ผ่านมาทำไมไม่ดำเนินคดีก็ไม่ทราบเหมือนกัน วันนี้ยังมีปัญหาหากขัดแย้งกันก็ไปต่อไม่ได้ จะทำอย่างไรให้เข้มแข็ง ไม่มีใครทำได้คนเดียว รัฐบาลแก้ไขปัญหาคงไม่พอ ต้องทำให้ทุกคนเข้มแข็ง ตนอาจพูดเยอะนิดหนึ่งเนื่องจากประเทศของเรามีปัญหา การเลือกตั้งขอให้ทุกคนคิดใคร่ครวญให้ดีก็แล้วกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติอยู่ได้ บ้านเมืองมีเสถียรภาพ การเงินการคลังอยู่ได้ การช่วยเหลือให้มากๆ เป็นไปไม่ได้ ให้ย้อนไปดูว่าใช้จ่ายงบประมาณอะไรไปบ้าง ตนพูดในนามนายกฯ ตนเป็นห่วงเรื่องเหล่านี้

คารวะครู – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีงานวันครู ครั้งที่ 67 พ.ศ.2566 ภายใต้แนวคิด “พลังครู คือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา” โดยทำพิธีคารวะ พล.อ.เกษม นภาสวัสดิ์ ครูที่เคยสอนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่หอประชุมคุรุสภา เมื่อวันที่ 16 ม.ค.

ปลื้มเด็กกระซิบสู้ๆ
ก่อนเดินทางกลับ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวว่า วันนี้พูดเยอะแล้ว ก่อนขึ้นรถกลับ นายกฯ อุ้ม “น้องปรีม” ด.ญ.สรินทร์ธยา จินดามุกข์ อายุ 3 ขวบ ลูกของเจ้าหน้าที่คุรุสภา พร้อมกล่าวว่า “ที่ทำงานก็เพื่อพวกเขา เราทำเพื่อคนเหล่านี้ ในวันข้างหน้าเขาโตมา บ้านเมืองเราก็ทำงานให้พวกเขา ก่อนจะส่งน้องปรีมให้พ่อ พร้อมชมว่า “น้องปรีมน่ารัก ลูกของลุงก็โตหมดแล้ว” จากนั้นน้องปรีมกระซิบว่า “สู้ๆ” พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับยิ้มแก้มปริ พร้อมกล่าวย้ำว่า “สู้ๆ คนไทยต้องช่วยกันเพื่อประเทศชาติ” ก่อนที่จะขึ้นรถ พล.อ.ประยุทธ์ ทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูและโบกมือให้ครูและ เจ้าหน้าที่ที่มายืนส่ง

สภาแจงวาระถก 18-19 ม.ค.
เวลา 11.20 น. ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการประชุมสภา ว่า การประชุม 18-19 ม.ค. จะไม่เหมือนระเบียบวาระสัปดาห์ก่อนหน้า 18 ม.ค.จะเป็นการประชุมระเบียบวาระปกติ หลังให้สมาชิกหารือความเดือดร้อนของประชาชนเสร็จ จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กันชง พ.ศ…. ที่ค้างคามาหลายสัปดาห์ เชื่อว่าไม่จบในสัปดาห์นี้แต่ถ้าพิจารณาจบจริงจะนำร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต และร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาพิจารณาต่อ

ส่วน 19 ม.ค. นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เห็นว่ายังมีร่าง พ.ร.บ.ที่มีประโยชน์และคิดว่าใช้เวลาพิจารณาไม่นานรออยู่ จึงอยากให้นำมาพิจารณาต่อจากวาระกระทู้ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน คือ ร่าง พ.ร.บ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่..) พ.ศ….. ร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ….. และ ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ….. ซึ่งเป็นกฎหมายของ ครม. วิปทั้งสองฝ่ายตกลงและให้คำมั่นว่าจะให้ครบองค์ประชุม และจะผ่านกฎหมายทั้ง 3 ฉบับไปให้ได้ เชื่อว่าจะพิจารณาวาระ 2-3 ทันสภาชุดนี้ ถ้าไม่มีอุบัติเหตุเสียก่อน

ชวนดันผ่านกฎหมาย 10 ฉบับ
นอกจากนี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้านในสภา เสนอให้เพิ่มเติมระเบียบวาระการประชุม 19 ม.ค.อยากให้เพิ่มการพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับการประมง ซึ่งมีร่างที่คล้ายกัน 7 ฉบับ ส่วนใหญ่เป็นร่างกฎหมายของส.ส.จากทุกพรรคทั้ง ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ดังนั้นจึงมีร่างกฎหมายที่ต้องพิจารณารวมทั้งหมด 10 ฉบับ กฎหมายเหล่านี้ไม่มีความซับซ้อน นายชวนจึงไม่ยอมแพ้และจะทำทุกวิถีทางให้กฎหมายผ่านเพื่อให้สภามีผลงานให้มากที่สุด ในวันที่ 24-25 ม.ค. ทราบว่านายชวนจะนัดประชุม ร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ต่อจากครั้งที่ผ่านมา ซึ่งต้องหารือกับวิปทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง เพราะเป็นกฎหมายที่ยาว มีผู้สงวนความเห็นและแปรญัตติจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลามากพอสมควร

ส่วนการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา จะนัดประชุมกับวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน ในวันที่ 25 ม.ค.นี้ และอาจเชิญฝ่ายรัฐบาลมาหารือด้วยตอนนี้รอนานไม่ได้เพราะมีเวลาจำกัด นายชวนเห็นด้วยกับฝ่ายค้านอยากให้เลื่อนการอภิปรายมาก่อน 15 ก.พ.

พท.จับตา 3 ช่วงรบ.ชิงยุบสภา
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ว่า ครม.ตอบกลับว่ามีความพร้อมตั้งแต่ 15 ก.พ.เป็นต้นไป ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านและผู้เสนอญัตติปรึกษาหารือเสนอไปว่า มันเนิ่นนานเกินกว่าเหตุที่จำเป็น นายชวน ก็เห็นด้วยว่าอภิปรายควร ไม่เกิน 1 เดือนเมื่อเสนอญัตติไปแล้ว ยืนยันว่าเราจะอภิปรายครอบคลุมทุกเนื้อหา และเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคม อาทิ ยาเสพติด ทุนจีนสีเทา การแต่งตั้งโยกย้าย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน จะดูแลดูเนื้อหาสาระการอภิปราย ตั้งเป้าได้เวลาไม่ต่ำกว่า 22 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าครั้งที่ผ่านมา

เมื่อถามกลัวรัฐบาลชิงยุบสภาก่อนหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นประเด็นที่วิตก พอสมควร เพราะช่วงที่กำหนดวันอภิปรายทิ้งเวลาเนิ่นนานเกรงว่าจะหนีอภิปราย และมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะยุบสภาก่อน 15 ก.พ. จริงหรือไม่ต้องติดตาม โดยเฉพาะหลัง 6 ก.พ. หากส.ส.ยังคงทำหน้าที่ต่อโอกาสยุบสภามีสูง ได้ข่าวมาว่ามีการดูฤกษ์งามยามดีในการยุบสภาเพื่อให้ได้กลับมาสืบทอดอำนาจ คือ 14 ก.พ., 24 ก.พ. และ 7 มี.ค. หากตรงตามข่าวยุบสภาก่อน 15 ก.พ. ก็คือ 14 ก.พ.

เมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการชิงความได้เปรียบของรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นการชิงความได้เปรียบอย่างแน่นอน แต่เราก็ดีใจกับประชาชนได้เงินเพิ่มในภาวะวิกฤตที่รัฐบาลสร้างไว้แบบนี้ แต่เชื่อว่าประชาชนรู้ว่าเงินที่ได้คือภาษีของเขาเอง และทำไมเพิ่งมาได้ตอนนี้ทั้งที่ยากลำบากมาก่อนหน้านี้

แจงปมจับมือพปชร.
เมื่อถามถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ประกาศพร้อมจับมือพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นพ.ชลน่านกล่าวว่า น.ส.แพทองธารพูดโดยหลักการ การประกาศจับมือกับพรรคอื่นก่อนเลือกตั้ง ถือเป็นมารยาทไม่ดีทางการเมือง ไม่เคารพประชาชน เพราะยังไม่รู้เลยว่าประชาชนจะมอบอำนาจให้ใคร ถ้าประชาชนมอบอาณัติให้เรา 250 เสียงขึ้นไป ก็สามารถตั้งรัฐบาลของประชาชนได้อย่างแน่นอน โดยเราจะร่วมมือกับพรรคที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้เป็นหลัก ต้องดูเสียงที่ประชาชนมอบให้พรรคนั้นๆ และถ้าจะจับกับพรรคใดต้องถามประชาชนก่อน และพรรคที่จะจับต้องเป็นพรรคที่เคารพหลักการประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนและเป็นนั่งร้านให้เผด็จการ

เมื่อถามย้ำว่าเวลานี้ พปชร.มีอุดมการณ์เดียวกันกับ พท.หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ก็ต้องถามกลับไปยัง พปชร.มีอุดมการณ์เดียวกันหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนรู้ดี

เปิดอีก 45 คน – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค แถลงเปิดตัว ผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในภาคเหนือ กทม. อีสาน กลาง และใต้อีก 45 คน เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย

เปิดเพิ่ม 45 ว่าที่ผู้สมัคร
เวลา 10.30 น. ที่ทำการ พท. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมือง พื้นที่กทม. น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค แถลงเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งส.ส. ภาคเหนือ กทม. อีสาน กลางและใต้อีก 45 คน

นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรค วันนี้เรามีว่าที่ ผู้สมัคร 45 คน ที่เหลือจะประกาศตัวให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ม.ค.นี้หรือไม่เกินต้นก.พ.

ด้านนายประเสริฐกล่าวว่า การเปิดตัววันนี้จะส่งผลให้การเปิดตัวผู้สมัครส.ส.แตะเกือบ 90% จะเหลืออีกแค่ประมาณ 10% หรืออีก 40-50 คน ที่เราจะเปิดตัวสัปดาห์แรกของเดือนก.พ. เพื่อสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์

ส.ส.เขตแห่ส่งทายาท
การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.รอบนี้ ส.ส.เขตของพรรคหลายคน ส่งทายาทลงสมัครแทน อาทิ นายรัฐ คลังแสง บุตรชายนายสุทิน, น.ส.จิรัชยา สัพโส ลูกสาวนายพัฒนา สัพโส น.ส.วงศ์อะเคื้อ บุญศล ลูกสาวนางอนุรักษ์ บุญศล ส.ส.สกลนคร, น.ส.ภัทรพร ราชป้องขันธ์ ลูกสาวนายเชิดพงษ์ ราชป้องขันธ์ ส.ส.บึงกาฬ, นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ลูกชายนายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร, นายกรวีร์ สาราคำ บุตรชายนางอาภรณ์ สาราคำ, นายวัชรพล ขาวขำ บุตรชายนางเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี

นอกจากนี้ ส.ส.ที่มีกระแสข่าวอาจจะย้ายพรรค เช่น นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม ยังเดินทางมาเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส. ในนามพท.ต่อไป

ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มส.ส.ที่ย้ายมาจากพรรคเดิม อาทิ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีตส.ส.กทม. พปชร. อดีตภรรยานายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส นายภัทร ภมรมนตรี หลานชายนายยุรนันท์ ภมรมนตรี ที่ย้ายมาจากพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)

กานต์กนิษฐ์แจงเหตุผลย้ายซบพท.
น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีตส.ส.กทม.พปชร. ซึ่งประสงค์ลงส.ส.กทม. กล่าวถึงการย้ายมาร่วมงานกับ พท.ว่าตนเลือกอยู่กับพรรคที่ทำงานแล้วสบายใจ มองว่าพื้นที่กทม.เขต 1 เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ มีพ่อค้าแม่ค้าทำธุรกิจค้าขายจำนวนมาก นโยบายของ พท.ให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจ ยืนยันว่าจะรักษาเก้าอี้ในพื้นที่ไว้ได้ ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้า พปชร.ทราบเรื่องที่ตนย้ายมา พท. แล้ว ไม่ได้ว่าอะไร

ด้านนายเกรียงไกร จงเจริญ ซึ่งประสงค์สมัครส.ส.กทม. พท. กล่าวว่า ที่ตัดสินใจ ลาออกจาก ผอ.สำนักการศึกษา กทม. เพื่อมาลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขตบางแค มองว่าการศึกษาของกทม.ทั้งระบบต้องปฏิรูป เพราะเด็กไทยเสียโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีมามากแล้ว เฉพาะใน กทม.มีเด็กและเยาวชน 2.6 แสนคน เพิ่งเข้าถึงคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน ขณะที่แพลตฟอร์มต่างๆ ไม่สามารถเรียนรู้ได้โดยง่าย เด็กรุ่นนี้ต้องเรียนรู้นอกกรอบ ต้องเรียนในสิ่งต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ เด็กยุคนี้ต้องล้มและลุกขึ้นเร็ว เรื่องนี้มีความสำคัญมาก ปัญหาใน กทม.เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นต่อจากนี้ไปภาพการศึกษาไทยทั้งหมดต้องมีความชัดเจน ตอบโจทย์เด็กทั้งประเทศ เด็กในพื้นที่หลายจังหวัดยังได้รับโอกาสน้อย พวกเขาต้องได้รับโอกาสมากขึ้น เป็นสิ่งที่อยู่ในใจที่ต้องการเปลี่ยนแปลง

เปิดตัว – นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดตัวนายธนธัส ขุนนุช ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สมุทรสงคราม แทน น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ที่เตรียมย้ายไปอยู่พรรค รวมไทยสร้างชาติ เคยดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม รองนายกอบจ.สมุทรสงคราม และอดีตผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อชาติ ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.

ทิพานันลาพปชร.จ่อซบรทสช.
ที่หอประชุมคุรุสภา น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและอดีตโฆษก พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นหนังสือลาออกจาก พปชร.ว่า ตนได้เข้าไปกราบลาพล.อ.ประวิตร เมื่อ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งท่านให้ความเมตตาที่จะไปทำงานในเส้นทางการเมืองต่อไป ส่วนพรรคที่จะไปอยู่เป็นฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล แต่ย้ำว่ายังอยู่ระหว่างการพูดคุย เชื่อว่าเร็วๆ นี้ก็จะชัดเจน ส่วนความเป็นไปได้ที่จะไปร่วมงานกับพล.อ.ประยุทธ์ ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นั้น ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในพรรคที่อยู่ระหว่างการพูดคุยกันอยู่

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ออกจากพปชร. มาจากการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม.ใช่หรือไม่ น.ส.ทิพานันกล่าวว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่เป็นเรื่องแนวทางวิธีการทำงานและโอกาส

สันติทิ้งเก้าอี้บริหาร-แต่ยังอยู่สอท.
ขณะเดียวกัน นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค และประธานนโยบายพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ยื่นหนังสือลาออกที่เขียนด้วยลายมือถึง นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าสอท. เพื่อลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้า เหรัญญิก และประธานคณะกรรมการนโยบาย

จากนั้นนายสันติโพสต์หนังสือลาออก ดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ระบุการลาออกจากมีผล 16 ม.ค.2566 พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า แม้จะลาออกจากเหรัญญิกพรรค และตำแหน่งบริหารอื่นๆ ทุกตำแหน่งในพรรค แต่ยืนยันว่ายังเป็นสมาชิกพรรค และทำงานอยู่กับ สอท. การลาออกไม่ใช่การตัดสินใจกะทันหัน ได้ใช้เวลาคิดอยู่พอสมควร ยืนยันไม่มีอะไรน้อยใจ ส่วนกระแสข่าวการควบรวมพรรค ถ้ามีเวลาซัก 6 เดือนตามที่กฎหมายกำหนดก็ยังสามารถเป็นไปได้เหมือนกัน แต่ถ้ามีเวลาน้อยการรวมพรรคคงต้องเป็นในรูปแบบอื่น

ที่ทำการ สอท. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีนายสันติ ว่า เป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ทางการเมือง ส่วนตัวตนรู้สึกเสียดาย แต่ก็เคารพในการตัดสินใจ จากการที่ได้พูดคุยกันในวันนี้ นายสันติแจ้งว่ายังสามารถทำงานร่วมกับสอท.ต่อไปได้

เสธ.อ้นไขก๊อกส.ว.คาดช่วยตู่
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธาน ก่อนเข้าสู่วาระนายศุภชัยแจ้งต่อสมาชิกทราบว่า พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา หรือ เสธ.อ้น สมาชิกวุฒิสภา ได้ลาออกจากตำแหน่งส.ว. แล้ว ตั้งแต่ 9 ม.ค. 2566 ทำให้ปัจจุบันมี ส.ว. 248 คน การประชุมวุฒิสภาต้องมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 124 คนขึ้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.กนิษฐ์ ถือเป็นสายตรงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มีบทบาททำงานทางการเมืองให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จึงคาดว่า การลาออกของพล.อ.กนิษฐ์ในครั้งนี้จะไปช่วยงาน พล.อ. ประยุทธ์ ที่ไปทำงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)

รับส.ว.เสียงแตกเลือกนายกฯ
ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการแบ่งฝั่งของ ส.ว. เลือกหนุน พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ว่า ส.ว.แบ่งเป็น 2 ฝั่งจริง และยอมรับตามสภาพว่า ส.ว.ชุดนี้มาจาก คสช. ซึ่งใน คสช.มีผู้ใหญ่หลายคน ฉะนั้นการเสนอชื่อในการเลือกนายกฯ ไม่ได้มาจากคนคนเดียว ขณะนี้อาจมีแนวทางความเห็นหลายกลุ่ม หลายพวก แต่เชื่อว่าในท้ายที่สุดจะมีเสียงแตกออกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยรวมส่วนใหญ่วุฒิสภาต้องเอาประเทศ เอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

การที่จะเลือกใครเป็นนายกฯ เป็นหน้าที่สำคัญของ ส.ว. ดังนั้นต้องมีสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่ หากเสนอคนดีเข้ามาก็ต้องสนับสนุน แต่หากดูแล้วมีปัญหาสร้างความแตกแยก อยู่ในกลุ่มทุจริตคอร์รัปชั่น เล่นการเมืองไม่ได้เห็นผลประโยชน์ของบ้านเมือง สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลในการตัดสินใจ ย้ำว่าส่วนใหญ่ ส.ว.จะเป็นไปในทางทิศทางเดียวกัน

โต้ศึกษาแก้รธน.ไม่ได้เอื้อตู่
นายเสรี ในฐานะประธานกมธ.การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนของวุฒิสภา กล่าวว่า ในการประชุม กมธ. 17 ม.ค. หนึ่งในวาระการพิจารณาเรื่องรายงานการปฏิรูปประเทศ และรายงานจากสถาบันพระปกเกล้าเรื่องการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ทั้งประเด็นการแก้มาตรา 158 เรื่องวาระ 8 ปีของนายกฯ มาตรา 159 เรื่องคุณสมบัติของนายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. และมาตรา 272 เกี่ยวกับยกเลิก ส.ว. ร่วมโหวตนายกฯ หรือเรื่องการแก้ปัญหาองค์ประชุมสภาล่ม จะศึกษาทุกประเด็นอย่างรอบด้าน ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา

ประเด็นการศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้เจาะจงหรือเอื้อประโยชน์ให้แก่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้ว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ไม่รู้พรรคไหนจะได้เสียงส.ส.เท่าไร เป็นเพียงประเด็นการศึกษาและนำสู่สาธารณะเพื่อแสดงความเห็นจากนักการเมืองและประชาชน โดยยังไม่ได้เสนอแก้ในเวลานี้ กระบวนการแก้ไม่ได้ดำเนินการได้โดยง่าย มีขั้นตอนตามที่เงื่อนไขกำหนดทั้งเสียงวุฒิสภาเห็นชอบ 1 ใน 3 เสียงพรรคฝ่ายค้านร้อยละ 20

ฟันธงร่างปิดสวิตช์ส.ว.ไม่ผ่าน
เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นตัดอำนาจ ส.ว. โหวตเลือกนายกฯ และคุณสมบัตินายกฯต้องมาจาก ส.ส. จะไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา เพราะยังมีความเห็นไม่ตรงกัน และเชื่อว่าข้อเสนอนั้นเป็นประเด็น เป้าหมายสำหรับการหาเสียง สร้างความด่างพร้อยให้วุฒิสภา สร้างปัญหาให้รัฐบาล แต่เป็นสิทธิของแต่ละพรรคจะนำเรื่องการแก้วาระ 8 ปีนายกฯ เป็นนโยบายหาเสียง

นโยบายค่าแรง 600 บาท ทำได้ในปี 2570 ยังนำมาหาเสียงได้ อยู่ที่กลยุทธ์ของแต่ละพรรค และไม่ห่วง ส.ว.จะถูกมองเป็นส่วนหนึ่งกลยุทธ์หาเสียงของพล.อ.ประยุทธ์ เพียงแต่ ย้ำว่าทำตามหน้าที่ และมองว่าทุกพรรคได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน และไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ได้ประโยชน์คนเดียว เพราะหากน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้เป็นนายกฯ ก็สามารถเป็นได้ยาวเช่นกัน

ป้อมยิ้มแป้นธรรมนัสรอรับ
เวลา 09.30 น. ที่ท่าอากาศยานลำปาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้า พปชร. เดินทางถึงจ.ลำปาง ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล มีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) พร้อม น.ส.ธนพร ศรีวิลาศ สวมชุดพื้นเมือง นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง พปชร. นางระพีพรรณ โพธิ์ทอง เขต 1 นายจินดา วงศ์สวัสดิ์ เขต 2 นายดาชัย เอกปฐพี 3 และนายสมเกียรติ ตันตระกูล เขต 4 รอต้อนรับ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ บางส่วน นำมาลัยดาวเรืองมามอบต้อนรับ

พล.อ.ประวิตรมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดี โดยการลงพื้นที่มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้า พปชร. รวมถึงนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ทีมโฆษก พปชร. ร่วมคณะ

เวลา 10.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง พล.อ.ประวิตรประชุมติดตามการขับเคลื่อนที่ดินทำกินและการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมมอบนโยบายรัฐบาล มีผู้ว่าฯ พะเยา ลำปาง และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ก่อนเดินทางไป อ.แม่เมาะ เพื่อมอบหนังสืออนุญาตหรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนฯ ในการทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าแม่โป่ง กว่า 1,200 ไร่ และมอบสมุดประจำตัว ผู้ได้รับคัดเลือกให้ทำกินในที่ดินแปลงรวมกับผู้แทนประชาชนในพื้นที่

กองเชียร์-ป้ายพรึบ
หลังประชุมร่วมกับส่วนราชการ ระหว่างพล.อ.ประวิตร ชมนิทรรศการและสินค้า โอท็อป มีประชาชนมารอต้อนรับถือป้ายมาเชียร์ “ลุงป้อมใจบันดาลแรง แซงทุกโพล” “ลุงป้อม นายกฯ คนต่อไป” ขณะที่บางส่วนนำเสื้อคลุมผ้าพื้นเมืองและเสื้อชาวกะเหรี่ยงมาสวมให้ บ้างนำผ้าขาวม้าผูกเอว ต้อนรับ พร้อมปรี่เข้าสวมกอด พล.อ.ประวิตร ยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี

ขณะที่บรรยากาศที่สันหนองเหนียว อ.เมือง จ.พะเยา พื้นที่โครงการขุดลอกกว๊านพะเยา ซึ่งพล.อ.ประวิตรจะเดินทางมาตรวจราชการช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ติดป้ายต้อนรับขนาดใหญ่บริเวณทางเข้า ขณะที่บริเวณเวทีเปิดงานขึ้นป้ายไวนิลสกรีนรูปพล.อ.ประวิตร และข้อความ “ชาวบ้านต๋อม ยินดีต้อนรับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี” ที่สะดุดตาคือคำว่า “รอง” พิมพ์ขนาดเล็กกว่า “นายกรัฐมนตรี” สอดคล้องกับเสียงสนับสนุนจากลูกพรรคที่จะผลักดันให้เป็นนายกฯ คนที่ 30

แห่รับแน่นลานพ่อขุนงำเมือง
เวลา 13.45 น. บรรยากาศที่ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อ.เมือง จ.พะเยา เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัสนำส.ส.ศท. นายจีระเดช ศรีวิลาศ ส.ส.พะเยา นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก และนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. มารอต้อนรับ ยังมีข้าราชการ ฝ่ายปกครอง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กว่า 1 พันนายจาก อ.เมือง อ.แม่ใจ รวมถึงประชาชนที่ถือป้ายมาเชียร์พล.อ.ประวิตร อาทิ อยากให้ลุงป้อมเป็นนายกฯ, เรารักลุงป้อม, เคียงข้างลุงป้อม, Love ลุงป้อม, ลุงป้อม สู้สู้, ฮักลุงป้อม จากใจ

ช่วงหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัสปราศรัยกับประชาชนที่มารอต้อนรับพล.อ.ประวิตร ว่า วันนี้พานายกฯ คนที่ 30 มาพบชาวพะเยา พร้อมถามชาวบ้านว่าเอานโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเพิ่มวงเงินใช้จ่ายซื้อของ โดยวันที่ 17 ม.ค.นี้ พล.อ.ประวิตรจะแถลงนโยบายพรรคและมีรายละเอียดเรื่องนี้

ป้อมเปย์ทุกโครงการ
จากนั้นเวลา 15.30 น. พล.อ.ประวิตรนั่งรถกอล์ฟมายังลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง โดยมีชาวบ้านและกลุ่มชาติพันธุ์มอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง บางส่วนชมว่าตัวจริงหล่อมากและเชียร์ให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 เพราะมองว่าทำงานได้ มีวิสัยทัศน์ที่ดี และบอกด้วยว่าวันนี้มีคนพะเยามาต้อนรับกว่า 1 หมื่น ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้า พปชร. ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า ขอต้อนรับว่าที่ นายกฯ คนที่ 30

จากนั้น พล.อ.ประวิตรมอบเอกสารสิทธิที่ดิน คทช.และส.ป.ก.4-01 เพื่อส่งมอบต่อให้ประชาชนใช้ทำประโยชน์ต่อไป ก่อนกล่าวกับประชาชนว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งทุกปี เพื่อให้ทุกภูมิภาคมีน้ำกิน น้ำใช้ ทำให้การเพาะปลูกอุดมสมบูรณ์ในทุกพื้นที่ วันนี้มาตรวจติดตามโครงการพัฒนากว๊านพะเยา มอบให้หน่วยงานเร่งรัดให้สัมฤทธิผลอย่างเร่งด่วน ให้กรมชลประทานเร่งทำนบดินและราดยางรอบกว๊านพะเยา ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ส่วนกรมประมงและกรมธนารักษ์เร่งรัดการอนุญาตใช้พื้นที่กว๊านพะเยา จัดทำสวนสาธารณะ ต.บ้านต๋อม ต.บ้านสาง และ ต.แม่ใจ ให้กรมโยธาธิการฯ สนับสนุนงบก่อสร้างปรับปรุงภูมิทัศน์ริมกว๊านพะเยา สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้ให้กรมชลฯ เร่งรัดการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงานโดยเร็ว

“โครงการเหล่านี้ผมไม่ขัดข้องเลย เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอมาก็ให้ไปตามที่ต้องการ และไม่ขัดข้องที่ผู้ว่าฯ พะเยาขอดำเนินการ 5 โครงการ และต้องเสร็จในปี 2568 ส่วนที่ของบ 75 ล้านบาท ก็จะได้ตามนั้น รัฐบาลมีความตั้งใจแก้ไขปัญหาให้ประชาชนให้ดีที่สุด งบทำนบดินและราดยางรอบกว๊านพะเยา 1.3 ก.ม.ที่ขอกว่า 20 ล้านบาทเราไม่ขัดข้อง กรมชลฯ ก็เตรียมเงินไว้เรียบร้อยแล้ว” พล.อ.ประวิตรกล่าว

คุกเข่า – ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า คุกเข่าไหว้ต้อนรับพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขณะลงพื้นที่จ.ลำปาง โดยนำว่าที่ผู้สมัครส.ส. พปชร.ลำปางและเชียงใหม่ มาแนะนำตัว เมื่อวันที่ 16 ม.ค.

ส.ส.คุกเข่ามอบพวงมาลัย-กลับพปชร.
ภายหลัง พล.อ.ประวิตรกล่าวบนเวทีจบ ร.อ.ธรรมนัสและส.ส.ในกลุ่มถือพวงมาลัยขึ้นไปบนเวที พร้อมคุกเข่ามอบพวงมาลัยและยกมือไหว้พล.อ.ประวิตร ขณะที่นายวิรัชกล่าวแทรกว่า “เวลานี้ลุงป้อมเปรียบเหมือนพ่อ วันนี้ลูกกลับมาบ้าน มาช่วยพาบ้านพลังประชารัฐให้เข้มแข็งและแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ จ.พะเยา ยกทีม ให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไว้เลยว่าลูกๆ กลับมาบ้านแล้ว พ่อดีใจมากและ หุงข้าวไว้รอแล้ว”

ก่อนที่ทั้งหมด จะเดินลงจากเวที โดย ร.อ. ธรรมนัสเดินประคองไปส่งพล.อ.ประวิตร ท่ามกลางประชาชนที่กรูเข้ามามอบดอกกุหลาบและขอถ่ายรูป บางส่วนเข้ามา หอมแก้ม ตะโกนให้กำลังใจให้สู้ๆ ก่อนจะเดินตามไปส่งพล.อ.ประวิตร ถึงที่รถ เดินทางไปติดตามความคืบหน้าโครงการขุดลอกกว๊านพะเยา เป็นจุดสุดท้ายก่อนเดินทางกลับกทม.

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความชัดเจน ที่ร.อ.ธรรมนัสจะกลับ พปชร. พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ตอบคำถาม หันไปทักทายประชาชนแทน

ผู้กองชี้ 7 ก.พ.ชัดเจน-คืนรังหรือไม่
ด้าน ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการกลับมาอยู่พปชร.ว่า เรื่องการเมืองไม่ปฏิเสธว่าเคารพรัก พล.อ.ประวิตร มาอย่างสม่ำเสมอ เพราะมีพระคุณกับตน ฉะนั้นทุกอย่างทางการเมืองตนได้บอกกับพล.อ.ประวิตรว่า ขึ้นอยู่กับพล.อ.ประวิตร ว่าจะให้เดินไปทางไหนต่อ

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรอยากให้กลับพปชร.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเมืองเวลานี้ผู้ใหญ่หลายคนบอกว่ายังมีเวลาในการตัดสินใจ และตนในฐานะที่เป็นแกนนำศท.ยังรักบ้านเดิมอยู่ แต่ถ้าพล.อ.ประวิตร สั่งอย่างไรก็พร้อมทำตาม ส่วนจะลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ ต้องฟังเสียงประชาชน และจะลงสมัครในนามพรรคใดขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประวิตร ก่อน 7 ก.พ.นี้น่าจะชัดเจน

ไม่หวั่นรทสช.ตัดคะแนน
เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรส่งสัญญาณจะให้กลับมาพปชร.เมื่อไร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ในส่วนส.ส.ศท.เราให้อิสระในการตัดสินใจ เมื่อถามว่าพี่น้อง 2 ป. แยกกันเดินเหมือน แย่งคะแนนกันเอง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้มองอย่างนั้น แต่เป็นรูปแบบของประชาธิปไตย แต่ละคนมีบ้านเป็นของตัวเอง การแยกกันเป็นสีสันทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคอะไรก็ตามจะง่ายกว่าเดิมเพราะจำนวนพรรคไม่มากเท่าปี 2562 ส่วนที่มองว่าจะเป็นการตัดคะแนนกันเองนั้น ถ้าเป็นการเมืองแบบพวกตนที่เป็น ส.ส.ต่างจังหวัด ไม่มีผล เพราะยังมั่นใจในพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบ

เมื่อถามว่าที่ระบุกับประชาชนว่าพา นายกฯ คนที่ 30 มาพบชาวพะเยา หมายความว่าอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า มั่นใจบุคลิกและนิสัยใจคอของ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้นำของพี่น้องประชาชน ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับประชาชนตัดสินใจ มั่นใจ ผลการทำงานช่วงที่ผ่านมาของ พล.อ.ประวิตรจะทำให้ประชาชนเห็น

‘ทานตะวัน-แบม’ยื่นถอนประกัน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน อดีตสมาชิกกลุ่มทะลุวัง และ น.ส.อรวรรณ หรือ แบม ภู่พงษ์ นักกิจกรรมเคลื่อนไหวต่อต้านมาตรา 112 พร้อมทนายความ เดินทางมาศาลอาญาเพื่อยื่นหนังสือและคำร้องขอถอนประกันตัวเอง ซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อประท้วง ที่ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้มีคำสั่งเพิกถอนประกัน น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือใบปอ และนายโสภณ ฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ จำเลยคดีดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เมื่อวันที่ 9 ม.ค.

ทั้งสองออกเเถลงการณ์สรุปเพื่อสื่อให้เห็นว่าศาลอาญาปล่อยตัวผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับคดีทางการเมืองทั้งหมด ในระหว่างการพิจารณาโดยยึดหลักสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาในการต่อสู้คดี โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “เลือดต้องแลกด้วยเลือด” และขยายความว่า ยื่นถอนประกันตัวเอง เพื่อประท้วงและเสริมกระดูกสันหลังให้พรรคการเมือง และพร้อมยกระดับหากข้อเรียกร้องไม่เป็นผล โดยมีมวลชนมาร่วมประมาณ 50 คน มาให้กำลังใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ทานตะวันและน.ส.อรวรรณได้ไปที่หน้าป้ายศาลอาญา พร้อมอ่านแถลงการณ์ 1 ฉบับ มีใจความว่า ศาลไม่ให้ประกันผู้ต้องขังจำนวนมาก และยังเรียกถอนประกันนักกิจกรรมอีกหลายราย จึงขอเรียกร้องว่า 1.ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ศาลต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออกเป็นอย่างแรก ต้องเป็นอิสระปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ผู้บริหารศาลต้องไม่แทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดี 2.ยุติการดำเนินคดีกับประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพแสดงทางการเมือง 3.พรรคการเมืองทุกพรรคต้องเสนอนโยบายเพื่อประกันสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยต้องยกเลิกมาตรา 112 และ 116 จากนั้นน.ส.ทานตะวันและน.ส.อรวรรณก็ยกขวดบรรจุน้ำผสมสีแดงราดใส่ศีรษะ แสดงออกว่ากิจกรรมต้องล้างด้วยเลือด

ต่อมา น.ส.ทานตะวันได้ยื่นคำร้อง 1 ฉบับแก่ผู้พิพากษาในคดีที่ตกเป็นจำเลย คดี อ.1237/2565 ส่วนน.ส.อรวรรณได้ให้ทนายความไปยื่นที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งมีคดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลดังกล่าว

จากนั้นศาลอาญาได้ไต่สวนคำร้องขอถอนประกันของทานตะวัน และต่อมามีคำสั่งว่าผู้ร้องประสงค์ให้ถอนประกันจึงอนุญาตตามคำขอ ผู้ร้องออกหมายขังไปเรือนจำต่อไปส่วนน.ส.อรวรรรณที่ไปยื่นคำร้องขอถอนประกันที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ อยู่รอระหว่างยื่นคำร้องต่อไป

ช่วงบ่าย ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ทนายความของ น.ส.อรวรรณ หรือแบม ภู่พงษ์ จำเลยที่ 7 คดีหมายเลขดำ อ.785/2565 ยื่นคำขอว่าจำเลยซึ่งได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาโดยกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวไว้ด้วยแต่จำเลยเห็นว่าการกำหนดเงื่อนไขเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของจำเลย ดังนั้นจำเลยจึงไม่มีความประสงค์ที่จะขอปล่อยชั่วคราว จึงขอถอนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนับตั้งแต่เวลาที่ยื่นคำร้องนี้เป็นต้นไป

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ศาลสอบผู้ร้องแล้ว ยืนยันว่าเป็นจำเลยที่ 7 ในคดีนี้โดยไม่ประสงค์ประกันตัว จึงให้รับตัวไว้และออกหมายขังไว้ระหว่างพิจารณา หลังศาลมีคำสั่งแล้ว จำเลยได้ถอดอุปกรณ์กำไลข้อเท้าอีเอ็มส่งคืนศาล และถูกนำตัวไปคุมยังทัณฑสถานหญิงต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน