ตู่ลงพื้นที่ราชบุรีสส.มาโหรงเหรง
‘บิ๊กตู่’ปฏิบัติภารกิจนายกฯ ที่ราชบุรี ชาวบ้านแห่ใส่เสื้อสกรีนชื่อ ‘รทสช.’ ให้กำลังใจสู้ๆ ส่วนส.ส.พปชร.มีมาต้อนรับแค่คนเดียว ‘บิ๊กป้อม’ ปิดปากประเด็นปาดหน้าลงพื้นที่ กับเรื่อง แย่งผลงานบัตรคนจน ‘พีระพันธุ์’ ยันนายกฯ เป็นคนคิด แต่ใจกว้างให้พรรคร่วมรัฐบาล ใช้หาเสียงได้ ไม่ติดใจถูก ‘พี่ป้อม’ ตัดหน้า เตรียมจัดคิวเดินสายหาเสียงทั่วไทย ‘สมชัย-วีระ’ หอบเอกสาร 26 หน้า ร้องกกต.สอบ รทสช. จัดประชุมใหญ่ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ขีดเส้น 1 เดือน ถ้าไม่รู้ผลขู่ฟ้องมาตรา 157 สภาถูลู่ถูกัง ล่มติดต่อกันสองวันซ้อน ‘ชวน’ ถกด่วน 3 วิป สวดยับส.ส. หนีปัญหา
‘บิ๊กตู่’ลงพื้นที่ราชบุรี
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ม.ค. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ. เขตพญาไท กทม. ไปยังจุดจอด ฮ. กรมการทหารช่าง (ค่ายภาณุรังษี) ต.พงสวาย อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี เพื่อตรวจราชการในจ.ราชบุรี พร้อมคณะ ได้แก่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพีระพันธุ์ สาลี รัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และนายสยาม บางกุลธรรม ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ
เวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมายังวัดโขลงสุวรรณคีรี ต.คูบัว อ.เมืองราชบุรี มีนายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ กรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายมานิต นพอมรบดี กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และน.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต้อนรับ เมื่อมาถึงได้สักการะพระพุทธศรีสุวรรณภูมิ และนมัสการพระครูใบฎีกาสุพจน์ ธีรวังโส เจ้าอาวาสวัดโขลงสุวรรณคีรี พร้อมถวายจตุปัจจัยให้พระครูใบฎีกา ซึ่งพระครูใบฎีกาให้ศีลให้พร พร้อมมอบรูปหล่อจำลองขุนหญิงกวักทองมา พระแม่ผู้ปันโชคลาภ รุ่นบันดาลโชคลาภให้นายกฯ
ชาวบ้านใส่เสื้อ-ป้ายรทสช.พรึบ
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ตรวจเยี่ยมการพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมชุมชน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีวัฒนธรรมชุมชนไท-ยวน ที่วัดโขลงสุวรรณคีรี มีชาวบ้านให้กำลังใจพร้อมชมว่านายกฯ หล่อมาก ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณที่ให้กำลังใจ และกระเซ้ากลับว่า “อย่าชมมากเดี๋ยวผมเหลิง” และยังได้ลองทำลายขลุ่ย (ลายบนไม้ไผ่รวก) พร้อมกล่าวว่า ต้องใช้ความพยายามสูง ต้องใจเย็นๆ เรามันใจร้อนไปหน่อย ลายเลยออกมาไม่สวย ตอนเด็กๆ ตนก็เคยเป่าขลุ่ย ต้องไปหัดใหม่ และเคยเล่นอังกะลุงด้วย และกำชับว่า “สิ่งดีๆ มีเยอะ อย่าทำลายกัน”
การลงพื้นที่ครั้งนี้แม้จะมาในนามนายกฯ เพื่อตรวจราชการ แต่ที่จุดแรกมีประชาชนสวมเสื้อรทสช.มาต้อนรับ ขณะที่กลุ่มอาสาสมัครแรงงานสวมเสื้อสีเหลือง ด้านหลัง ปักชื่อ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พร้อมถือป้ายข้อความ อาทิ ลุงตู่ของประชาชน, เรารักลุงตู่ อาสาสมัครแรงงานจังหวัดราชบุรี, ลุงตู่สู้ๆ, ลุงตู่อยู่นานๆ, นายกฯ ในดวงใจ ต้อนรับด้วย รวมทั้งบริเวณทางเข้ามีการขึ้นป้ายรทสช. มีรูปนายพีระพันธุ์ และนายเกชา ด้วย

เปิดตรุษจีน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สวมชุด มังกรทองเป็นประธานเปิดงานตรุษจีนราชบุรี โชว์ผัดหมี่ซั่วมงคล กระทะยักษ์ อวยพรชาวไทยเชื้อสายจีนขอให้สุขสมหวังและร่ำรวยตลอดปี เมื่อวันที่ 19 ม.ค.
ส.ส.มาต้อนรับโหรงเหรง
ต่อมาเวลา 17.30 น. บริเวณริมเขื่อน รัฐประชาพัฒนา ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี พล.อ.ประยุทธ์ สวมชุดเสื้อคอจีนสีทอง เข้าธีมตรุษจีน เป็นประธานเปิดงานเทศกาลตรุษจีนจังหวัดราชบุรี ซึ่งบริเวณงานมีกองทัพเรือมาลอยเรือรักษาความปลอดภัยทางน้ำในแม่น้ำ แม่กลอง ซึ่งติดกับเวทีจัดงาน ส่วนทางบก ทหาร ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ผู้เข้าร่วมงานต้องผ่านเครื่องสแกนระเบิด และตรวจค้นกระเป๋า
นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้สนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ และรทสช. มาพร้อมป้ายสนับสนุนจำนวนมาก ขณะที่ภายในงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มารอต้อนรับด้วยชุดเสื้อสีแดง ร่วมกับชาวไทยเชื้อสายจีนที่พร้อมใจกันสวมชุดสีแดง
จุดนี้ยังมีส.ส.มาร่วมงาน เช่น น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พปชร. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายสาธิต อุยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี เขต 2 พปชร. รวมทั้งน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี พปชร. พร้อมนายสีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชาย
ส่วนนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ส.ส. ราชบุรี เขต 3 ปชป. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่ได้มา ขณะที่นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พปชร. ก็ไม่ได้หลังจาก ที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพปชร. เดินทางมาพบ คนใกล้ชิดระบุว่าที่ไม่ได้มาต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์เนื่องจากไม่ใช่พื้นที่ของตนเอง
หลังกล่าวเปิดงาน พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวอวยพร เป็นภาษาจีนว่า “ซินเจิ้งหรูอี้ ซิน เหนียนฟาไฉ สุขสมหวังและร่ำรวยตลอดปี” จากนั้น เดินชมบูธร้านอาหารภายในงาน โดยมีประชาชนส่งเสียงเชียร์ นายกฯสู้ๆ, ลุงตู่สู้ๆ, ลุงตู่อยู่ต่อ และขอเข้ามาถ่ายรูปตลอดทาง ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ เชิญชวนอุปทูตจีน ชิมชาอู่หลง ด้วยภาษาจีนว่าว่า “เจี๊ยะเต๊ๆ” แล้วแวะชมการแสดงงิ้วโบราณ
พล.อ.ประยุทธ์ยังได้โชว์ฝีมือผัดหมี่มงคล (หมี่ซั่ว) กระทะยักษ์ ความกว้าง 2.5 เมตร ตรงบริเวณจุดโอ่งมังกรพ่นน้ำ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของราชบุรี พร้อมอวยพรให้ทุกคน เฮงๆๆๆ รวยๆๆๆ และยกมือคำนับแบบชาวจีน เสร็จแล้วแวะทักทายชาวบ้านร้านตลาดในบริเวณจัดงานอย่างอารมณ์ดี และเดินทางกลับกทม.
‘พีระพันธุ์’เผยนายกฯไม่ติดใจ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้ารทสช. ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีเสียงวิจารณ์กรณีพล.อ. ประวิตร ปาดหน้าพล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ในหลายจังหวัด ว่า เรื่องนี้ไม่ได้มองว่าเป็นการปาดหน้ารทสช. หากใครจะมองเช่นนั้นก็แล้วแต่ สำหรับตนไม่ได้สนใจ การเมืองใหญ่ไม่ควรคิดเล็กคิดน้อย ตนไม่ได้ติดใจ และไม่ได้มีปัญหาใดๆ เข้าใจดีว่าทุกพรรคการเมืองต้องลงพื้นที่กันทั้งนั้น เพียงแต่ใครจะลงแบบไหนอย่างไรก็แล้วแต่ เป็นนักการเมืองต้องหัดใจกว้างกันบ้าง ไม่ใช่มาคิดอะไรจุกจิกๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ คิดกับเรื่องนี้อย่างไร นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ได้คิด นายกฯ ไม่ได้คิด นายกฯ เข้าใจว่าทุกคนต้องทำงาน เข้าใจดีถึงภาระหน้าที่ของพรรค การเมือง และหน้าที่การเป็นนักการเมืองก็ต้องแบบนี้ ทุกคนต้องหาเสียง ต้องมีความใกล้ชิดประชาชน ทุกพรรคมีสิทธิที่จะทำแบบนี้เหมือนกัน
ยัน‘ประยุทธ์’คิดบัตรคนจน
ส่วนการแย่งผลงานโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระหว่างรทสช.กับพปชร. นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ได้แย่ง โครงการนี้ที่มาจริงๆ มาจากนายกฯ แต่ทำในนามของรัฐบาลต้องถือเป็นของรัฐบาล ฉะนั้นทุกพรรคร่วมรัฐบาลสามารถใช้ได้หมด ที่สำคัญคือเริ่มต้นมาจากนายกฯ แต่จะเป็นอย่างไรสุดท้าย ขอให้ประชาชนได้ประโยชน์ ก็พอแล้ว เรื่องแบบนี้อย่างที่ตนบอกแล้วว่าต้องใจกว้างกันบ้าง เพียงแต่ข้อเท็จจริงคือมาจากไหน สุดท้าย ขอให้ประชาชนได้ประโยชน์
ต่อข้อถามว่า นายกฯ ไม่ซีเรียสใช่หรือไม่หากพปชร.จะนำไปใช้ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เราก็ใช้ได้ เขาก็ใช้ได้ เพราะมาจากรัฐบาลเหมือนกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรทสช.จะใช้ต้องนำมาเปลี่ยนชื่อก่อนหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ต้องมาดูกันอีกทีแต่บัตรนี้เริ่มต้น มาจากนายกฯ และคงจะเดินหน้าต่อ เพียงแต่ในรายละเอียดจะเป็นอย่างไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน
เมื่อถามว่า หากเดินหน้าต่อ เรื่องจำนวนเงินจะบลัฟพปชร.หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าจะบลัฟอะไร แต่การหาเสียงต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่พูดจนสุดท้ายฐานะการเงินของประเทศไปไม่ได้ หลักการคือการจะเอาเงินใส่ไปในบัตรต้องไม่กระทบ งบประมาณแผ่นดิน ต้องพยายามให้อยู่ในกรอบวงเงินเดิมให้มากที่สุด ไม่ใช่ใช้วิธีเกทับบลัฟกันไป ใครๆ ก็สามารถเบิ้ลกันได้ทั้งนั้น ที่สำคัญทำได้หรือไม่ได้ และกระทบงบหรือไม่
จัดคิว‘ตู่’เดินสายทั่วไทย
นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงกรณีรทสช.วางแผนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่จ.ชุมพรในวันที่ 28 ม.ค.ว่า กำลังจัด เป็นการลงพื้นที่พบประชาชนซึ่งตรงกับวันเสาร์ วันหยุดราชการ เป็นครั้งแรกที่พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมในนามรทสช. เหตุผลที่เลือกชุมพรเป็นพื้นที่แรก เพราะชุมพรมีความพร้อม คงไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์เป็นพิเศษ เป็นการพบประชาชนในแบบปกติ นอกจากชุมพรจะมี จังหวัดอื่นๆ อีก รวมถึงภาคอีสาน จะพยายามลงพื้นที่ทั่วประเทศ ส่วนนโยบายพรรคจะเริ่มทยอยออกตั้งแต่เดือนก.พ.
“การลงพื้นที่หาเสียงของพล.อ.ประยุทธ์ ท่านสอบถามว่าพร้อมให้ลงพื้นที่หาเสียงได้เมื่อใด พรรคเห็นว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายใกล้จะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น จากนี้ไปพรรคจะจัดให้มีการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์นอกเวลาราชการ ทั้งวันเสาร์-อาทิตย์และวันธรรมดา ในหลายๆพื้นที่ทั้งต่างจังหวัด และกทม.”
ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ หาเสียงชุมพรจะมีการปราศรัยบนเวทีด้วยหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ท่านต้องพบและทักทายประชาชนอยู่แล้ว คงต้องมีเวทีให้ เมื่อถามว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์สามารถเป็น นายกฯได้อีก 2 ปี ทำให้ลำบากหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว การทำงานการเมืองเรื่อง 2 ปีเป็นแค่ตำแหน่งนายกฯ แต่ไม่ได้ห้ามทำงานการเมือง หากท่านมีความปรารถนาจะทำงานให้ส่วนรวม ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นนายกฯตลอดไป เราจะต้องช่วยกันพัฒนาคนใหม่ และเด็กใหม่ขึ้นมาทำพรรคให้ดี เพื่อรองรับอนาคตข้างหน้า
มั่นใจกระแสในกทม.ยังดี
เมื่อเวลา 14.10 น. ที่รทสช. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการ รทสช.เป็นประธานการประชุมคณะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. โดยให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่กทม.ได้ชัดเจนเมื่อไหร่ รทสช.พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 33 เขต แต่ถ้ากกต.ประกาศแบ่งเขตล่าช้ามาก เราอาจเปิดตัว ผู้สมัครก่อนก็ได้ ยืนยันว่าต้องการเปิดกว้างให้ทุกคนในพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมงานที่ไปลงพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดและออกแบบแนวทางการสื่อสารกับประชาชน และนโยบายที่ถูกใจคนกทม.
“ผู้สมัครของเราในพื้นที่กทม.ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นนักการเมืองเท่านั้น แต่เปิดกว้างพร้อมต้อนรับไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในทางธุรกิจ นักวิชาการ นักการทูต นักการสื่อสาร นักการศึกษา เราเน้นกำลังคนที่มีความสามารถหลากหลาย”
เมื่อถามว่าในการเลือกตั้งส.ส. เมื่อ 4 ปีที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ มีกระแสการตอบรับที่ ดีมากในพื้นที่กทม. คิดว่าครั้งนี้กระแสดังกล่าวจะยังใช้ได้อยู่หรือไม่และจะทำให้รทสช.ได้ กี่ที่นั่ง นายเอกนัฏกล่าวว่า รทสช.เห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดในการผู้นำประเทศในสภาวะขณะนี้ และเชื่อว่าแม้กติกาการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่คนกทม. ส่วนมากจะตัดสินใจจะเลือกผู้สมัครส.ส.ของรทสช. เพื่อให้คนเหล่านี้ไปเลือกพล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ ตนจึงยังมั่นใจในกระแสความนิยมของพล.อ.ประยุทธ์
‘ป้อม’รูดซิปปาดหน้า-ชิงผลงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจ ที่ตึกบัญชาการ 1 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจบภารกิจปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนถึงข้อสังเกตการลงพื้นที่ตรวจราชการของตนเอง ที่มีกำหนดการไปล่วงหน้า พล.อ.ประยุทธ์ หลายครั้ง จนถูกมองว่าเป็นการปาดหน้า
รวมถึงกรณีนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ตอบโต้หลังพปชร. เปิดนโยบายเพิ่มเงินในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” เป็น 700 บาทต่อคนต่อเดือน ว่านโยบายดังกล่าวเป็นแนวคิดและผลงานของพล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ต้น โดยพล.อ.ประวิตร มีท่าทีเรียบเฉยและส่ายหัว ก่อนเดินขึ้นรถออกจากทำเนียบ
พปชร.จ่อเปิด‘ที่ดินประชารัฐ’
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิก พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 700 บาทต่อเดือน ในปี 2566 จะมีประชาชนได้รับสิทธิ 18 ล้านคน ใช้งบประมาณเดือนละ 1.2 หมื่นบาท หรือปีละ 1.5 แสนล้านบาท และได้คำนวณแหล่งที่มาของงบใช้จ่ายในส่วนบัตรประชารัฐที่ทำมาตั้งแต่ปี 2561 ไม่ใช่มีแค่เงินรายเดือน 200 หรือ 300 บาท แต่ยังมีสวัสดิการอื่นอีก เช่น ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าเดินทาง จิปาถะ เราพยายามจัดการสิ่งเหล่านี้ให้สอดคล้องกับความเหมาะสมแต่ละพื้นที่ บางคนได้ไปก็ไม่ได้ใช้ ค่าเดินทางไม่ได้ใช้ แก๊สหุงต้มไม่ได้ใช้
“พปชร.ให้ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาวะกับทางเศรษกิจและปัจจุบัน ให้สู่กับสภาวะเงินเฟ้อได้ และจริงๆ ในนโยบาย ทั้งหมดไม่ใช่มีแค่ 700 บาท เรายังคงมุ่งหน้าแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน หมายความว่าต้องมีการฝึกอบรมให้ 700 บาทเป็นการให้ปลาไปเฉยๆ ต้องให้เบ็ดเขาด้วย แล้วก็สอนวิธีตกปลา คาดว่านโยบายต่อไปที่น่าจะมีการประกาศก็คือ นโยบายที่ดินประชารัฐ” นางนฤมลกล่าว
‘ธนกร’ได้ฤกษ์ไขก๊อกพปชร.
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่ตนร่วมงานกับ พปชร. ต้องขอบคุณ พล.อ.ประวิตร รวมถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่มอบโอกาสทางการเมืองให้ เมื่อวันหนึ่ง ที่เดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมือง ตนยังมีความรู้ความสามารถที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ จึงจำเป็นต้องตัดสินใจว่า จะไปทำการเมืองกับพรรคไหน ที่จะทำให้อุดมการณ์และความมุ่งหวังของตนประสบผลสำเร็จได้มากที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ที่ทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบ มีความเจริญก้าวหน้า มีผลงานมากมายจับต้องได้ ที่สำคัญคือ ความเมตตาและความไว้วางใจที่มอบให้ตนตลอดมาทำให้วันนี้ตัดสินใจลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. เพื่อไปช่วยงานนายกฯ ร่วมกับรทสช. เพื่อสานต่อนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการไว้ ไม่ว่าอย่างไรผมก็ยังคงเคารพรักพล.อ. ประวิตร ท่านสมศักดิ์และท่านสุริยะอยู่เสมอ เชื่อว่าท่านจะเข้าใจ และยังคงเมตตาต่อไป
กกต.เตือนขรก.เอี่ยวหาเสียง
นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวกรณีสั่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กต.จว.) ทั่วประเทศ จับตาการลงพื้นที่หาเสียงของรัฐมนตรี พรรคการเมืองและผู้สมัคร หากพบมีการ กระทำที่เข้าข่ายขัดกฎหมายให้รายงานทันที ว่า ตามกฎหมายขณะนี้ถือว่าเป็นช่วงที่ให้หาเสียงได้ ในส่วนตัวบุคคล อาจยัง ไม่ชัดเจนว่าจะ สมัครส.ส.หรือไม่ แต่ต้องเก็บเป็นข้อมูลไว้ ถ้าสมัครต้องนำข้อมูลมาพิจารณา แต่หากเป็นการกระทำของพรรคถือว่าเกี่ยวข้องกับผู้สมัครอยู่แล้ว การสั่งการดังกล่าวจึงเป็นการเตรียมข้อมูลของกกต. และในข้อเท็จจริง ผอ.กต.ทุกจังหวัดทราบและติดตามความเคลื่อนไหวของว่าที่ ผู้สมัครอยู่แล้ว เพราะเป็นหน้าที่ แต่ได้กำชับว่าหากมีการกระทำที่ สุ่มเสี่ยงเป็นปัญหาให้รายงานมายังตนทันที แต่ถ้าเป็นลักษณะปกติให้เก็บเป็นข้อมูลไว้
“ช่วงนี้อาจมีการลงพื้นที่ถี่ ไม่อยากให้ใครครหาว่ากกต.ทำหน้าที่หรือไม่ ในการดูแลรักษากติกาการแข่งขัน ถ้าท่านไปทำหน้าที่ตามปกติก็ไม่เป็นไร แต่จริงๆ ที่ลงไปไม่ใช่แค่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้นที่ต้องระวัง ข้าราชการในพื้นที่ก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องอย่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการให้คุณให้โทษกับผู้สมัครหรือพรรคการเมือง” นายแสวงกล่าว
‘สมชัย-วีระกร’ร้องสอบรทสช.
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานกกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) พร้อมนายวีระ สมความคิด ยื่นหนังสือให้ กกต.ตรวจสอบกรณีการจัดประชุมใหญ่ของรทสช. มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่
นายสมชัยกล่าวว่า มีหลักฐานเป็นคลิป 8 คลิป ภาพถ่าย 19 ภาพ และพยานบุคคล 1 คน ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค และเอกสารคำร้อง 26 หน้า ขอให้กกต.ตรวจสอบ 5 ประเด็น 1.การใช้รถหรือยานพาหนะ รถบัสหรือรถตู้มากกว่า 100 คัน ขนคนข้ามจังหวัดมาฟังปราศรัยเมื่อ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ในกฎหมายเลือกตั้งระบุใช้ ยานพาหนะขนคนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมีความผิด แต่การขนคนไปฟังการปราศรัยไม่มีการระบุไว้ชัดเจน จำเป็นขอให้กกต.วินิจฉัย อีกทั้งยังสงสัยว่าอาจมีการจัดเลี้ยง เช่น ข้าวกล่อง น้ำดื่ม หรือการจ่ายค่ายานพาหนะ ค่าเสียเวลาในการมาฟังปราศรัยหรือไม่
2.การแจกเสื้อ หมวกและธง เพื่อใช้ในการปราศรัยและไม่เรียกคืนทำได้หรือไม่ ตรวจสอบพบมีการแจกประมาณ 4 พันชุด มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท แม้ที่เสื้อเขียนว่าเป็นทรัพย์สินของพรรค แต่เมื่อเสร็จกิจกรรมไม่มีการเรียกคืน
3.การจัดมหรสพ การนำศิลปินระดับชาติ นายชัชชัย สุขขาวดี หรือหรั่ง ร็อคเคสตร้า ขึ้นเวทีปราศรัย มาช่วยหาเสียงร้องเพลงของพรรค 3 เพลง ในช่วงการพักเบรก แม้ไม่ใช่เพลงมหรสพหรือบันเทิงทำได้หรือไม่
4.การปราศรัยของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี สมาชิก รทสช. กล่าวถ้อยคำหยาบคาย รุนแรงและพาดพิงสถาบัน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทางที่ไม่เหมาะสม ถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อระเบียบการหาเสียง ของกกต.อย่างชัดเจน
5.เกี่ยวกับการจัดประชุมใหญ่วิสามัญของ รทสช. จากการดูป้าย การกล่าวปราศรัยของหัวหน้าพรรค ระบุว่าวันไหนเป็นประชุมวิสามัญของพรรค แต่หากติดตามรายละเอียดการประชุมวันนั้น ไม่มีการลงชื่อผู้เข้าร่วมประชุม ไม่มีการประชุมตามวาระ เพียงแต่ ใช้ชื่อการประชุมเพื่อบังหน้า จัดประชุมเพื่อ หาเสียง
ขีดเส้น 1 เดือนรู้ผล-ขู่ฟ้องม.157
นายสมชัยกล่าวว่า อยากให้กกต.มี คำวินิจฉัย 5 ประเด็นที่ชัดเจน เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้พรรคอื่นๆ หากไม่สามารถทำได้กกต.ต้องมีมติส่งต่อไปยังศาลฎีกาเพื่อให้มีคำพิพากษาและลงโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งมองว่าเป็นความผิด มาตรา 73(1) ถึง (5) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งกำหนดโทษพรรคการเมือง ผู้สมัคร คณะกรรมการบริหารพรรคหรือผู้หนึ่งผู้ใด จำคุก 1-10 ปี ปรับ 2 หมื่นถึง 2 แสน และตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 20 ปี และแม้จะมีการยุบสภา คดีไม่สิ้นสุด กกต.ต้องเดินหน้าต่อไป และระหว่างนี้แสดงความกระตือรือร้นทำคดี มิใช่ล่าช้า รอให้เลือกตั้งเกิดขึ้นก่อน ถือเป็นการจงใจ ให้เกิดความล่าช้า ซึ่งอาจมีโทษถึงขั้นจำคุก
ด้านนายวีระกล่าวว่า จะให้เวลา กกต. ไม่เกิน 1 เดือน ต้องมีความชัดเจนในการวินิจฉัย เพราะไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย แต่ถ้า กกต.ไม่ดำเนินการเราจะดำเนินการตามกฎหมาย อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ย้ำว่าไม่เกิน 1 เดือนถ้ากกต.ยังเพิกเฉยเราจะดำเนินคดีกับ กกต.
รทสช.มั่นใจไม่ได้ทำผิดกม.
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้ารทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่า รทสช.ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายกกต. เรื่องเสื้อเรียกกลับคืนหมดแล้ว เราไม่ได้หาเสียงเลือกตั้งและไม่ได้แจก ให้นำมาวางคืนเพราะเป็นทรัพย์สินของพรรค ต้องส่งคืน การดำเนินการได้ถามกกต.แล้ว
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการรทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่เห็นว่าการร้องของทั้งนายวีระและนายสมชัยจะเป็นประโยชน์อะไรกับประเทศชาติบ้านเมือง ที่จริงควรไปช่วยกันจับทุจริตการเลือกตั้งมากกว่า โดยเฉพาะนายสมชัย ต้องแสดงเจตนาให้ชัดว่า ที่ไปร้องนั้นร้องด้วยความบริสุทธิ์ใจในฐานะอดีตกกต. หรือ ร้องในฐานะสมาชิกพรรค การเมือง ที่เป็นคู่แข่งกับรทสช. ซึ่งพรรคไม่เห็นว่าประเด็นที่ร้องนั้นจะมีความสำคัญอะไร หรือไม่มีประโยชน์อะไรกับประเทศชาติบ้านเมือง คนเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ควรไปคิดอะไรที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์กับประเทศมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่าการ เปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ ในวันดังกล่าวไม่มีสิ่งใดที่กระทำผิดกฎหมาย นายเอกนัฏกล่าวว่า ยืนยันทุกอย่างทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทุกประการ และยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับกกต. ในการชี้แจงเรื่องนี้ เพราะทำทุกอย่างด้วยความเปิดเผย ไม่ได้ทำอะไรที่ลับๆ ล่อๆ หรือผิดกฎหมาย และกกต.เข้ามาสังเกตการณ์ตั้งแต่การร่วมประชุม ขณะเดียวกันตนเห็นว่า พรรคการเมืองอื่นก็ทำกิจกรรมกับสมาชิกเหมือนกัน จัดเวทีปราศรัยตามต่างจังหวัด คนก็มากันเยอะแยะ มีการเปิดเพลงบางเพลงที่ ไปใช้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่เพลงของพรรคตัวเองด้วย ฉะนั้นกกต. ต้องให้ความเป็นธรรม ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกพรรคการเมือง
ต่อข้อถามว่าผู้ยื่นร้องได้นำหลักฐานเป็นเสื้อและหมวก ที่แจกให้ผู้มาร่วมงาน ไปยื่นร้องต่อกกต.ด้วย นายเอกนัฏกล่าวว่า ถ้าเป็นแบบนี้รทสช.จะต้องไปร้องหรือไม่ว่า ทั้งสองคนลักลอบเอาทรัพย์สินของพรรคออกจากห้องประชุม เพราะถือเป็นหลักฐานได้เช่นกัน
‘ไตรรงค์’ว้าก-ช่างหัวปะไร
ด้านนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี สมาชิก รทสช. ให้สัมภาษณ์ที่ตกเป็นประเด็นที่ 4 ที่ถูกร้องสอบ ว่า “เรื่องไม่เป็นเรื่อง แล้วจะให้เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาเป็นเรื่องได้อย่างไร ไปร้องก็ช่างหัวมันปะไร นี่แหละคำตอบผม เพราะผมเป็นคนอย่างนี้ ช่างหัว ไปร้องที่ไหนก็เชิญ ก็ผมมันเด็กบ้านนอก ผมไม่ใช่ลูกผู้ดีนะ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่กระทบอะไรต่อรทสช.ใช่หรือไม่ นายไตรรงค์กล่าวว่า ไม่กระทบ จะด่าก็ได้ จะเตะก็ได้ผมทำได้หมด
ต่อข้อถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่าจะยังปราศรัยในลักษณะนี้ นายไตรรงค์กล่าวว่า ถ้าเป็นที่ปักษ์ใต้ ผมด่าแม่เลย ไปถามคนที่ปักษ์ใต้ก็ได้ นี่แหละไตรรงค์ ผู้สื่อข่าวถามว่าหาก กกต. เชิญไปให้ข้อมูลจะไปหรือไม่ นายไตรรงค์กล่าวว่า ถ้าเชิญมาก็ไป แต่ดูก่อนว่าถ้าไม่ไปผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ผิดก็ไม่ไป เมื่อถามว่า จะฝากอะไรถึงผู้ที่นำเรื่องไปร้องหรือไม่ นายไตรรงค์กล่าวว่า “ไม่ฝาก ไม่อยากพูดด้วย หมั่นไส้ว่ะ ไอ้บ้านี่พูดมาก”
‘ชวน’สวดยับพวกหนีปัญหา
เมื่อเวลา 12.17 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ เรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพของผู้แทนราษฎร ด้วยนายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นส.ส. ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.2566 จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพส.ส. ของนายธนกรสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (3) ดังนั้นขณะนี้ ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ มี 431 คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง 216 คน
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) หารือเกี่ยวกับวาระการประชุม และเสนอให้ประธานพิจารณาเวลาที่เหลือจะผ่านกฎหมายสักฉบับจริงๆ ไปได้อย่างไร และหากผ่านวาระ 1 ก็ไม่สามารถผ่านวาระ 3 ได้ในระยะเวลาที่เหลือของสภา
นายชวนชี้แจงว่า วิธีแก้ปัญหา โดยการทำให้ไม่ครบองค์ประชุม ไม่ใช่วิธีการของพวกเรา แต่เป็นการหนีปัญหา แสดงออกถึงความกลัว ถ้าไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจกฎหมายใด ก็แค่ลงมติไม่รับ มิเช่นนั้นจะเกิดความเสียหายกับพวกเรา บางครั้งมีสมาชิก อยู่ในห้องประชุมครบ แต่ไม่ยอมแสดงตน ขอให้สู้อย่าหนีปัญหา
เวลาที่เหลือ 5 สัปดาห์หลังจากนี้ขอให้สมาชิกมาประชุมอย่างพร้อมเพรียง แม้กฎหมายจะยาว แต่ก็จบได้ถ้าร่วมมือกัน ขอให้ใช้เวลาที่เหลือยู่ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ส่วนร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ… และร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่หลายคนไม่เห็นด้วย ขอให้มาลงมติ อย่าหนี หวังว่าจะได้รับความร่วมมือ และตั้งใจผ่านกฎหมายไปให้ได้
ภท.ค้านคว่ำร่างกม.กัญชา
ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. ฉะเชิงเทรา พปชร. ในฐานะเลขาธิการ คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายพิจารณ์ และยืนยันว่า ควรพยายามทำตาม สิ่งที่เลื่อนขึ้นมา ตนไม่ค่อยสบายใจเวลาที่สภาเดินต่อไปลำบาก อย่างไรก็ตาม พปชร.และพรรคร่วมรัฐบาลจะพยายามช่วยพิจารณากฎหมายให้มากที่สุด
นายชวนกล่าวว่า ตนไม่ได้ตำหนิใคร เพียงแต่ขอความร่วมมืออย่างเดียว แต่ถ้าเราอยู่กันยาว กฎหมายกัญชา และอื่นๆ จะสามารถทำได้ภายใน 5 สัปดาห์นี้ ทุกอย่างอยู่ที่เราทั้งหมด
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พท. กล่าวว่า การอ้างถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านเรื่ององค์ประชุมล่ม แม้ พท.จะอยู่ประชุมสภา แต่บางเรื่องคิดว่าไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน พรรครัฐบาลมีมากกว่า 221 คนอยู่แล้ว เป็นองค์ประชุมได้ ท่านอย่ามาโยนฝ่ายค้านว่า ไม่ให้ความร่วมมือ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. กล่าวว่า กฎหมายบางฉบับสมาชิกมีความเห็นต่าง จึงติดเดดล็อก ตนจึงเสนอว่า กฎหมายฉบับใดที่ทำท่าจะเดินไม่จบ ให้สภาชุดหน้าเป็นผู้ตัดสิน หรือเลื่อนระเบียบวาระที่อยู่ลำดับถัดไปมาพิจารณา เพื่อให้สามารถออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อไป
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภท. ประธานกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ…. กล่าวว่า ตนกำลังสงสัยว่าการเสนอการเลื่อนวาระ จะไม่เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม และวิถีของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะมีร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ค้างการพิจารณา ตนเห็นด้วยกับนายชวน ที่บอกว่า กฎหมายที่เหลืออยู่สามารถพิจารณาได้ทันถ้าทุกคนให้ความร่วมมือกัน ก็สมควรจะเป็นเช่นนั้น วันนี้ประชาชนเรียกร้องให้กฎหมายแล้วเสร็จ และมีผู้เกี่ยวข้องมากมายที่รอกฎหมายอยู่ ถ้าจะปล่อยให้ล้มไปจะเป็นปัญหาระหว่างประเทศ จึงควรจะเป็นไปตามลำดับ ไม่ควรเลื่อนกฎหมายอื่นขึ้นมาแทน
นายชวนกล่าวสรุปว่า ตนเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนพรรค แต่ภารกิจเรายังไม่พ้นจนกว่า จะถึงวันที่ 23 มี.ค.2566 ที่หมดวาระของสภา เราต้องทำหน้าที่แทนประชาชนที่เลือกมา
จากนั้นที่ประชุมพิจารณาตามระเบียบ วาระต่อไป
สภาโคม่า-ล่มทุกวัน
ช่วงบ่ายการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. …. และร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. …. วาระ 1 การประชุมเป็นไปอย่าง ราบรื่น แต่เมื่อถึงช่วงตรวจสอบองค์ประชุม มีเพียง 217 เสียง ซึ่งเกินองค์ประชุมเพียง 1 เสียง และใช้เวลารอนานกว่าองค์ประชุมจะครบ รวมถึงช่วงการลงมติคะแนนก็เกินองค์ประชุมเพียง 1 เสียงเช่นกัน โดยใช้เวลานานในการเรียกสมาชิก ทั้งกดออด และขอให้สมาชิกไปตามส.ส.ที่อยู่ในห้องประชุมกมธ.เข้ามาในห้องประชุมเพื่อช่วยให้มาลงมติให้ครบองค์ประชุม
กระทั่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. …. ยังติดปัญหาในช่วงนับองค์ประชุมเช่นกัน โดยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่ 1 ที่ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้กดออดเรียกสมาชิกเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม แต่ยังขาดอีกจำนวนมาก จนพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. พูดขึ้นว่า ความน่าจะเป็นไม่เกิดขึ้นเลย ตอนนี้มีสมาชิกแค่ 150 คนเอง นายสุชาติ จึงพูดขึ้นว่า “ขาดอีกเพียง 70 คนเอง” จนเรียกเสียงหัวเราะจากสมาชิกบางส่วน
ต่อมา นายสุชาติพูดขึ้นว่า “คงจะกลับบ้านเร็วอีกวันหนึ่งแล้ว เอาไว้ลงมติคราวหน้า” จากนั้นปิดการประชุมเวลา 17.04 น.
ประธานถก 3 วิปแก้ปัญหา
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เป็นประธานการประชุมร่วมกับวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และ ตัวแทนจากครม.
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช ปชป. รองประธานวิปรัฐบาล เผยหลังการประชุมว่า กรณีองค์ประชุมสภาล่ม นายชวน ขอความร่วมมือให้สมาชิกแสดงตนเป็นองค์ประชุมและร่วมลงมติ การมีความเห็นที่แตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากไม่เห็นด้วยก็ขอให้แสดงออกโดยการไม่เห็นด้วย เพราะสภาล่มเหมือนหนีปัญหา ซึ่งฝ่ายค้านชี้แจงว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายค้านแต่อยู่ที่ ฝ่ายรัฐบาล ที่ประชุมยังกำหนดการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษา แห่งชาติ ที่ค้างวาระอยู่ ในวันที่ 24 ม.ค. ส่วน 25 ม.ค. เป็นการประชุมร่วมรัฐสภานัดพิเศษ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญา ข้อตกลงระหว่างประเทศ และพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เสนอให้ตัดอำนาจ ส.ว. โหวตเลือกนายกฯ และคุณสมบัตินายกฯ ต้องมาจากส.ส.
ฝ่ายค้านยังขอให้ฝ่ายรัฐบาลเลื่อนวันอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ขึ้นมาให้เร็วกว่าที่รัฐบาลเสนอ คือ เร็วกว่าวันที่ 15 ก.พ. แต่นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อม 15-16 ก.พ. เนื่องจากรัฐมนตรีบางคนมีภารกิจไปต่างประเทศ
ส่วนร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่ยังค้างอยู่นั้น การประชุมสภาสัปดาห์ที่ 1 และ 2 ของเดือน ก.พ. จะยังเป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ แม้จะเสี่ยงต่อสภาล่ม แต่ต้องขอความร่วมมือให้มาประชุมกัน เพราะขณะนี้ยังไม่ตกผลึก ว่าจะนำกฎหมายฉบับใดขึ้นมาพิจารณาแทนกฎหมายกัญชา ต้องรอให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และส.ส.ฝ่ายค้านไปหารือกันว่าจะนำกฎหมายฉบับใดมาพิจารณาแทน ถ้าตกลงกันได้จะประชุมสภานัดพิเศษ
กางบัญชีสมาชิกทำสภาล่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่ม เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างลงมติมาตรา 11 ของร่างพ.ร.บ. กัญชาฯ ซึ่งกมธ.วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระสอง เนื่องจากมีส.ส.ไม่อยู่ร่วมลงคะแนนจำนวนมาก โดยจากการตรวจสอบเอกสารนั้น พรรคการเมืองที่มีส.ส.ตั้งแต่ 10 คน ผลปรากฏ ดังนี้
ส.ส.พรรคเพื่อไทย 121 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 86 คน หรือคิดเป็น 71.07 เปอร์เซ็นต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 79 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 35 คน คิดเป็น 44.3 เปอร์เซ็นต์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 62 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 9 คน คิดเป็น 14.51 เปอร์เซ็นต์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 50 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 32 คน คิดเป็น 64 เปอร์เซ็นต์
ส.ส.พรรคก้าวไกล 45 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 22 คน คิดเป็น 48.88 เปอร์เซ็นต์ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา 12 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 6 คน คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย 11 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 7 คน คิดเป็น 63.63 เปอร์เซ็นต์ และส.ส.พรรค เสรีรวมไทย 10 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 5 คน คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์
ส.ส.ภูมิใจไทยจี้ยุบสภาไปเลย
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ภท. กล่าวกรณีการประชุมสภาล่มบ่อยครั้ง ล่าสุดเป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่ล่มอีกครั้ง ว่า เหตุสภาล่มเกิดขึ้นก่อนที่ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ เข้าสู่ที่ประชุม และเมื่อร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ เข้าก็ล่มอีก เป็นการสูญเสียงบโดยใช่เหตุ เพราะการประชุมสภาแต่ละสัปดาห์สภาต้องจ่ายเงินให้สมาชิกที่เดินทางมาประชุมเป็นเงินจำนวนมาก ทั้งค่าใช้จ่ายเรื่องอาหาร และค่าใช้จ่ายของสภาด้วย ถ้าเป็นลักษณะนี้ไม่คุ้มค่าและไม่สามารถทำงานได้
“เหตุสภาล่มไม่ได้เป็นเฉพาะ ร่างพ.ร.บ. กัญชาฯ ก่อนหน้านี้ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่เป็นการประชุมร่วมรัฐสภาก็ล่ม บรรยากาศแบบนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายสมัยการประชุมสภา ขณะนี้น่าจะมีสมาชิกจำนวนหนึ่งลงพื้นที่ และไม่อยากเกี่ยวข้องกับงานสภาแล้ว หากเป็นเช่นนี้ควรยุบสภา และเดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ให้ประชาชนตัดสินใจ” นายสิริพงศ์กล่าว
เมื่อถามว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่านในวาระ 3 หรือพิจารณาไม่ทันสมัยประชุมนี้ ภท.จะนำไปหาเสียงต่อหรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้กัญชายังมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขควบคุมอยู่ เช่น การสูบในที่สาธารณะ การจำหน่ายกัญชาให้เยาวชน ล้วนเอาผิดได้ แต่เรื่องรายละเอียดการควบคุมที่ จะปลูก มองว่ากฎหมายยังมีความสำคัญและยืนยันว่าอย่างไรต้องเดินหน้าออกกฎหมายควบคุมต่อไป
กมธ.ชงปปช.ฟัน‘ไก่อู’ผิดม.157
เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภา ผู้แทนราษฎร แถลงว่า ที่ประชุม กมธ.เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ได้พิจารณากรณีที่ขอให้ตรวจสอบ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติหน้าโดยไม่ชอบให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เกี่ยวกับการจัดจ้างก่อสร้างอาคารฝ่ายนิทรรศการ และศิลปกรรม ที่ ส่อไปในทางทุจริต ใช้งบประมาณอย่างเร่งรีบ มีราคากลางที่ไม่เหมาะสมกับการก่อสร้างอาคารที่ไม่สามารถใช้งานได้ และรับเงินจากบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งเป็นผู้รับจ้าง โดยมีเจตนาต้องการ ให้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เร่งรัดสั่งการ รวมถึงการขอแบบการออกแบบก่อสร้าง
กมธ.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากบุคคลมาให้ข้อเท็จจริงประมาณ 20 คน และหลักฐาน 26 รายการ เนื่องจากการก่อสร้างใช้งบประมาณปี 2559 จำนวน 25,700,000 บาท และดำเนินการก่อสร้างจากการประกาศเชิญชวนทั่วไป ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และว่าจ้างบริษัท ลาภกิจ อินเตอร์ จำกัด ให้ออกแบบปรับปรุงก่อสร้างอาคาร โดยกมธ.พบว่ากรมประชาสัมพันธ์ได้ออกแบบก่อสร้างอาคารไว้อยู่แล้ว การที่อธิบดีจัดให้จัดจ้างออกแบบอาคารดังกล่าว โดยมอบให้รองอธิบดีดำเนินการเพื่อให้จ่ายงบประมาณจำนวน 440,000 บาทเป็นค่าจัดจ้างออกแบบ ทำให้สอดรับกับงบประมาณรายจ่ายที่จัดจ้างไว้ก่อนแล้วโดยไม่จำเป็น ถือว่าเป็นการกระทำความผิดและทุจริตต่อหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียต่อราชการ จึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 จากนี้กมธ.จะยื่นเรื่องทั้งหมดต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ และรายงานให้สภารับทราบต่อไป

ย่ำเยาวราช – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 1 ไหว้ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะในเทศกาลตรุษจีน พร้อมพบปะประชาชนและ ผู้ค้าขายย่านตลาดเก่าเยาวราช เมื่อวันที่ 19 ม.ค.

ขอโทษ – นายวิชัย ล้ำสุทธิ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ระยอง และนายขจรศักดิ์ ประดิษฐาน ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงขอโทษประชาชนผู้รักประชาธิปไตย กรณีทั้งคู่ เคยร่วมชุมนุมเป่านกหวีดกับม็อบกปปส. และขอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง เมื่อวันที่ 19 ม.ค.