สั่งตร.ห้ามรับ‘พารากอน’คึกจัดใหญ่ตรุษจีน

ผบ.ตร.กำชับห้ามตำรวจ รับอั่งเปาย้ำต้องทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อหวังของขวัญ ปภ.เตือนระมัดระวัง คุมเข้ม จุดธูปเทียน ประทัด เผากระดาษเงินกระดาษทอง ก่อนออกจากบ้านตรวจปลั๊กไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านให้ดี ป้องกันไฟไหม้ ‘สยาม พารากอน’ จุดใหญ่ฉลองตรุษจีน โชว์นาฏลีลาสวยงามจากเมืองจีน พร้อมเชิดมังกรทอง ‘อั้ม-พัชราภา’ ร่วมโชว์ชุดเครื่องเพชรอลังการ ด้านวิทยุการบินฯ เผยเครื่องบินจากจีนเข้าไทย 240 เที่ยวในช่วงตรุษจีน คาดช่วงครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ห้ามตำรวจรับ‘อั่งเปา’
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงวันตรุษจีน สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำชับสั่งการให้ตำรวจดูแลประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนที่จะมีกิจกรรมในครอบครัวและเดินทางท่องเที่ยว โดยกำชับให้ดูแลความปลอดภัยและการจราจร รวมถึงการป้องกันอัคคีภัย และเน้นย้ำห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับ ผลประโยชน์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน

พล.ต.ต.อาชยนกล่าวต่อว่า ส่วนตำรวจ สามารถรับอั่งเปาได้หรือไม่นั้น การปฏิบัติหน้าที่ ของตำรวจไม่ว่ากระทำการใดโดยเฉพาะการรับ ของขวัญ ขอให้ศึกษาระเบียบของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช.ที่กำหนดไว้ พร้อมย้ำว่าตำรวจทำงานเพื่อประชาชนไม่หวังของขวัญ

คุมเข้มจุดธูปเทียน-ประทัด
ด้านน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องด้วยขณะนี้อยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเริ่มจากวันที่ 20 ม.ค.ที่เป็นวันจ่าย ต่อเนื่องด้วย วันไหว้และวันเที่ยวในวันที่ 21-22 ม.ค. ตามลำดับ ซึ่งช่วงเวลานี้ชาวไทยเชื้อสายจีนจะประกอบพิธีต่างๆ ตามประเพณีที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ อาทิ การจุดธูป เทียน เพื่อไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ การเผากระดาษเงินกระดาษทอง หรือการจุดประทัด จึงขอให้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ด้วยความระมัดระวัง ประกอบกับระยะนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูหนาว อากาศแห้งเอื้อให้วัสดุต่างๆ ติดไฟง่าย ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนปฏิบัติตามแนวทางป้องกันเพลิงไหม้โดยเคร่งครัด อาทิ การจุดธูปเทียนบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การไหว้เจ้า การเผากระดาษเงินกระดาษทอง ต้องมีภาชนะที่ไม่ติดไฟและแข็งแรงรองรับ การจุดประทัดต้องจุดในที่โล่ง การเผากระดาษเงินกระดาษทอง ต้องอยู่ในลักษณะที่ไฟดับสนิทแล้วก่อนเข้านอนหรือออกนอกเคหสถาน

“มีการตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟ รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพ สมบูรณ์ หากชำรุดต้องซ่อมทันที ควรปิดสวิตช์ และดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้งเมื่อ ไม่ได้ใช้งาน ปิดวาล์วแก๊สและถังแก๊สให้เรียบร้อย หลังจากประกอบอาหารเสร็จแล้ว จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยหรือเครื่อง ดับเพลิงไว้ประจำบ้าน ศึกษาวิธีการใช้และถ่ายทอดให้ผู้พักอาศัยใช้อุปกรณ์ได้อย่าง ถูกต้อง รวมถึงต้องตรวจสอบและบำรุงรักษาให้พร้อมใช้งาน” น.ส.ไตรศุลีกล่าว และว่า นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนสถานประกอบการบางแห่งอาจหยุดทำการติดต่อกันหลายวัน ขอให้ตรวจสอบอุปกรณ์ หรือระบบป้องกันอัคคีภัย เช่นเครื่องดับเพลิง ยกหิ้ว และสัญญาณเตือนภัยให้อยู่ในสภาพ ที่พร้อมใช้งาน รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจตราดูแลอาคารสถานที่ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อพบเห็นการเกิดเพลิงไหม้ ให้แจ้งสายด่วน 199 ทันที

ปภ.เตือนระวังไฟไหม้ตรุษจีน
นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนปีนี้ตรงกับช่วงวันที่ 20-22 ม.ค.ซึ่งตามประเพณี มักมีการประกอบอาหาร จุดธูปเทียนบูชาเทพเจ้าและไหว้บรรพบุรุษ การเผากระดาษเงิน กระดาษทองและการจุดประทัด จึงเพิ่มความเสี่ยง ต่อการเกิดเพลิงไหม้ เพื่อความปลอดภัย ปภ.ขอแนะวิธีข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันเพลิงไหม้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ก๊าซหุงต้ม ดับไฟ และปิดวาว์ลถังก๊าซให้สนิททุกครั้งหลังประกอบอาหาร รวมถึงไม่จุดธูปเทียนจำนวนมาก ในครั้งเดียวกัน เพราะอาจทำให้ไฟลุกไหม้ ควรใช้เชิงเทียนและกระถางธูปที่เป็นภาชนะที่ทนไฟและดับไฟให้สนิทก่อนออกจากบ้าน หากมีการเผากระดาษเงินกระดาษทองควรเผาในภาชนะที่ปิดมิดชิดหรือเผาในที่โล่งแจ้ง ห่างจากวัสดุที่ติดไฟง่าย เพื่อป้องกันสะเก็ดจากเถ้าถ่านปลิวไปติดวัสดุอื่นทำให้เกิดเพลิงไหม้ พร้อมทั้งจัดเตรียมถังน้ำไว้ใกล้ๆ จะได้ควบคุมเพลิงหากลุกลามได้ทัน

นายบุญธรรมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ควรตรวจสอบโคมไฟประดับ และไฟกะพริบบริเวณศาลตี่จูเอี๊ยะให้มีความปลอดภัย ก่อนออกจากบ้านควรดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า ปิดสวิตช์ไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้ง เพื่อป้องกัน ไฟฟ้าลัดวงจรที่อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ อีกทั้งไม่จุดประทัดภายในบ้านเรือนบริเวณใกล้แนวสายไฟหรือแหล่งเชื้อเพลิง ควรจุดในพื้นที่โล่งแจ้ง ห่างจากวัสดุติดไฟง่ายเพื่อป้องกัน การระเบิดและเพลิงไหม้ รวมทั้งไม่นำประทัดที่จุดไม่ติดหรือดับก่อนมาจุดซ้ำ เพราะอาจระเบิดทำให้เกิดอันตรายได้

‘ปากน้ำโพ-สองแคว’คึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในวันจ่ายของเทศกาลตรุษจีนของจ.นครสวรรค์ ปีนี้ ยังคงคึกคัก โดยมีชาวไทยเชื้อสายจีนต่างออกมา ซื้อเครื่องเซ่นไหว้ รวมถึงของที่จะใช้ไหว้ เจ้าต่างๆ จำนวนมาก สำหรับราคาสินค้าในปีนี้ จากการสอบถามผู้ประกอบการ พบว่าส่วนใหญ่ ปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้ต้นทุน จะสูงขึ้นก็ตาม โดยราคาไก่ต้มสำหรับไหว้เจ้า ไก่ต้มสุกแล้วเพิ่มขึ้นเฉลี่ยตัวละ 150-170 บาทแล้วแต่ขนาด ตัวละ 400-450 บาท หมูต้มชิ้นละ 200 บาท แม่ค้ายอมรับว่าปีนี้ต้นทุนสูงมาก ลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อแบบต้มสุกแล้ว เพื่อประหยัดเวลาและราคาไม่ต่างกัน ภาพรวมถือว่าปีนี้มีคนออกมาจับจ่ายมากขึ้น

ส่วนขนมเข่ง เฉลี่ยก.ก.ละ 120 บาท ขนมเทียน 120 บาท ปรับราคาขึ้นก.ก.ละ 10 บาท โดยแม่ค้าขายขนมเข่งขนมเทียนบอกว่า ราคาต้นทุนแป้ง น้ำตาลและมะพร้าวสูงขึ้นมาก แต่ก็ปรับราคาเล็กน้อย ภาพรวมปีนี้ แม้ของจะมีราคาสูงขึ้นแต่ชาวไทยเชื้อสายจีนก็ยังคงซื้อของไหว้ตามประเพณี

ขอนแก่นแห่ซื้อเครื่องไหว้-ทอง
ที่ตลาดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตลอดตั้งแต่ช่วงเช้ามีชาวขอนแก่นเชื้อสายจีนทยอยเดินทางมาเลือกซื้อของไหว้ชนิดต่างๆ เนื่องในวันจ่ายเทศกาลตรุษจีนปีนี้กันอย่างคึกคัก ซึ่งตลาดเนรมิตพื้นที่เป็นย่านไชน่าทาวน์ด้วยการตกแต่งสถานที่ให้เข้ากับบรรยากาศเมืองจีนด้วยโคมไฟแดง และเครื่องประดับตกแต่งตามแบบจีนทั่วทั้งตลาด รวมทั้งจัดมอบอั่งเปาลุ้นรับทองคำ ให้กับลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้าเพื่อร่วมสนุกรับของรางวัลจากทางตลาดอีกด้วย

ส่วนบรรยากาศการซื้อทองคำรูปพรรณและทองคำแท่งเพื่อเป็นของขวัญรับเทศกาลตรุษจีนก็คึกคักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะที่ร้านทองท่าอุเทน ตั้งอยู่ข้างตลาดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีลูกค้าทยอยมาเลือกซื้อทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณกันอย่างคึกคัก เพื่อนำกลับไปเป็นของขวัญให้กับตนเองและมอบให้คนที่ตนเองรักในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยราคาทองรูปพรรณวันนี้ขายบาทละ 30,000 บาท ซื้อบาทละ 29,900 บาท

โคราชซื้อของวันจ่ายคึกคัก
ที่ตลาดแม่กิมเฮง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีชาวไทยเชื้อสายจีนมาเดินซื้อเครื่องเซ่นไหว้สำหรับวันตรุษจีนกันอย่างคึกคัก บรรดาแม่ค้าต่างแต่งชุดกี่เพ้าเพื่อเรียกลูกค้าและสร้างสีสันในช่วงเทศกาลตรุษจีน

สำหรับเครื่องเซ่นไหว้ในวันตรุษจีน ส่วนใหญ่ที่ประชาชนออกมาซื้อคือพวกกระดาษไหว้ ขนมมงคลสำหรับไหว้เจ้า ผัก ผลไม้ หมู เป็ด ไก่ และหัวหมู โดยราคาเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ยังขายในราคาเดิม

นางทัศเจน พนัส อายุ 66 ปี แม่ค้าหัวหมูกล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนปีนี้คึกคักมากกว่าปี ที่แล้ว ลูกค้าออกมาซื้อของไหว้กันตั้งแต่ ช่วงเช้ามืด ตนเชื่อว่าเศรษฐกิจปีนี้จะดีขึ้น สังเกต จากมีประชาชนออกมาซื้อของไหว้จำนวนมาก อีกทั้งปริมาณที่ซื้อก็มากเช่นกัน

ส่วนที่บริเวณตลาดสดเทศบาล 2 ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง มีชาวไทยเชื้อสายจีน เดินทางออกมาจับจ่ายซื้อหมู เป็ด ไก่ เพื่อนำไป เซ่นไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ โดยพ่อค้าแม่ค้านำไก่ หมู เป็ด ออกมาต้มเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้ากันอย่างต่อเนื่องด้วยบรรยากาศคึกคัก

สงขลาคึกคักซื้อของไหว้
ที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีนออกมาจับจ่าย ซื้อของเซ่นไหว้เพื่อเตรียมไหว้พระและบรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีนกันอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่ซื้อเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นสำหรับนำไปเซ่นไหว้เท่านั้น เนื่องจากเจอสภาพ เศรษฐกิจและราคาสิ่งของเซ่นไหว้มีการปรับราคาขึ้นบางชนิด

ตรุษจีน – ‘อั้ม’ พัชราภา และ ‘อาโป’ ณัฐวิญญ์ โชว์พิเศษพร้อมเครื่องเพชรจาก บลู ริเวอร์ มูลค่า 100 ล้าน เป็นตัวแทนโชคลาภสิริมงคล ในงานสยามพารากอน เดอะแกรนด์เซเลเบรชั่น ออฟ โกลเด้น พรอสเพอริตี้ 2023 งานจัดถึง 29 ม.ค.

‘พารากอน’จัดใหญ่ฉลองตรุษจีน
เมื่อเวลา 17.00 น. ห้างสรรพสินค้า สยามพารากอน จัดงานฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ต้อนรับปีกระต่ายทอง ในชื่องาน “Siam Paragon Grand Cerebration of Golden Prosperity 2023” ที่บริเวณพาร์ค พารากอน ชั้นเอ็ม สยามพารากอน ภายในงานมีการจัดแสดงนาฏลีลาจากคณะนาฏศิลป์ติ่งยี่ มลฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในชื่อชุด “จือฉื่อ ชิงลวี่” หรือขุนเขาสีเขียวคราม พร้อมด้วย การแสดงเชิดมังกรทองและสิงโตอำนวยพรมิ่งมงคล

จากนั้นเวลา 17.30 น. “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” ดาราสาวชื่อดังควงคู่กับหนุ่มฮอต “อาโป- ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์” มาร่วมภายในงานฉลองตรุษจีนเสริมสิริมงคลในชุดเครื่องเพชรน้ำงามประดับทับทิม และผ้าพันคอประดับเพชรจาก “บลูริเวอร์” มูลค่ากว่า 98 ล้านบาท

โดยงานจะจัดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 20-23 ม.ค.2566 ที่ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เที่ยวบินจีนเข้าไทย 240 เที่ยว
ด้านนายณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า จากนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 19-25 ม.ค. 2566 ซึ่งจะมี นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับจีนมีนโยบาย เปิดประเทศเช่นกัน จึงส่งผลให้ปริมาณ เที่ยวบินในช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย คาดว่าจะมีปริมาณเที่ยวบินจากจีน ช่วงตรุษจีน รวม 240 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 34 เที่ยวบินต่อวัน แบ่งเป็นเที่ยวบินเข้า-ออก ตามตารางการบินปกติ เฉลี่ย 18 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินขอเพิ่มพิเศษ เฉลี่ย 16 เที่ยวบินต่อวัน (ไม่รวมเที่ยวบินขนส่งสินค้า) แบ่งเป็น 4 ท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินรวม 75 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 11 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง มีเที่ยวบินรวม 52 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 7 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานภูเก็ต มีเที่ยวบินรวม 78 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 11 เที่ยวบิน และ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีเที่ยวบินรวม 35 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 5 เที่ยวบิน

นายณพศิษฏ์กล่าวต่อว่า สำหรับเที่ยวบินจากจีนเมื่อเปรียบเทียบก่อนการระบาดของ โควิด-19 เดือนม.ค.2562 มีเที่ยวบินรวม 12,209 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 394 เที่ยวบิน ขณะที่เดือนม.ค.2566 วิทยุการบินฯ ประมาณการเที่ยวบินรวมทั้งเดือน อยู่ที่ 1,160 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 37 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าปี 2562 จำนวน 91% โดยหลังจากจีนมีนโยบายเปิดประเทศ คาดการณ์ว่าแนวโน้มปริมาณเที่ยวบินจากจีนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าทั้งปี 2566 จะมีเที่ยวบินจากจีนรวม 36,896 เที่ยวบิน เพิ่มจากปี 2565 คิดเป็น 227.6% หรือ 2 เท่าของปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะกลับมาเท่ากับปี 2562 ในปี 2567

ทั้งนี้ วิทยุการบินฯ เตรียมมาตรการบริหารจราจรทางอากาศรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยเข้าร่วมในคณะกรรมการจัดสรรตารางการบินให้สอดคล้องกับค่าความสามารถ ในการรองรับ และปัจจัยข้อจำกัดต่างๆ ของท่าอากาศยาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรองรับปริมาณเที่ยวบินสูงสุด

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน