ขับรถนำจากสนามบิน บิ๊กเด่นสั่งสอบ-ลงโทษ

บิ๊กเด่นสั่งสอบตร.ฉาวคลิปโฉ่ดังทั่วประเทศจีน สาวหมวยแฉจ้าง 3 โปลิศไทยอำนวยความสะดวกตั้งแต่ลงจากเครื่องบินขับรถนำขบวนส่งถึงที่พัก เผยเป็นรองสารวัตรท่องเที่ยว รับผิดชอบสนามบินสุวรรณภูมิ กับสังกัดบก.จร. อีก 2 นาย ผบช.ทท.สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ทำเป็นขบวนการหลายครั้งแล้วหรือไม่ หากพบทำผิดจริงจะลงโทษขั้นเด็ดขาด หวั่นกระทบภาพลักษณ์ตำรวจไทย

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงคลิปที่กำลังเป็นไวรัลในประเทศจีนอ้างถึงสาวจีนทดสอบใช้บริการตำรวจไทยว่าใช้เงินซื้อได้ทุกอย่างจริงหรือไม่ โดยระบุว่ามีตำรวจไปรับถึงประตูเครื่องบิน เดินนำทาง ยกกระเป๋า เปิดประตูรถให้ ขับรถนำเปิดไฟฉุกเฉินไซเรน จักรยานยนต์ 6,000 บาท รถเก๋ง 7,000 บาท ว่า หลังจาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ทราบเรื่องแล้วและเห็นว่ากระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร จึงสั่งการด่วนให้จเรตำรวจตรวจสอบ เบื้องต้นพิสูจน์ทราบแล้วว่าบุคคลที่ปรากฏในคลิปเป็นตำรวจจริง 3 นาย โดยเป็นตำรวจท่องเที่ยว 1 ราย คือ ร.ต.อ.สมพล ภิญโญสโมสร ตำแหน่ง รองสารวัตร กองกำกับการ 3 (รับผิดชอบสนามบินสุวรรณภูมิ) สังกัดกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 และ ตำรวจ บก.จร. 2 นาย คือ ส.ต.อ.ธนกร นุกูลธนกิจ และ ส.ต.อ.ธนวัฒน์ สิมะขจรบุญ

พล.ต.ต.อาชยนกล่าวต่อว่าในส่วน ของตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ต.ม.ล.สันธิกร วรวรรณ ผู้บังคับการกองบังคับการ ท่องเที่ยว 1 สั่งการให้ผู้กำกับการ 3 ต้นสังกัด ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงตามสั่งการแล้วตามหนังสือ บก.ทท.1 เลขที่ 0038.201/255 ลง 21 ม.ค. 2566 สำหรับ ตำรวจ บก.จร. ทั้ง 2 นาย กองบัญชาการตำรวจนครบาลออกคำสั่ง ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมออกคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่ ศปก.บก.จร. และสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ผกก., รอง ผกก. และ สว. ที่ควบคุมกำกับตำรวจ 2 รายนี้ด้วย

“ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก สั่งการให้ตรวจสอบทุกประเด็น ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นใครสั่งการ ประสานงาน มีอำนาจหน้าที่แค่ไหนอย่างไร พร้อมประเด็นรถที่ใช้นำขบวน มีการนำรถหลวง รถทางราชการ มาใช้ส่วนตัวหรือไม่ ตรวจสอบรถยนต์ที่ปรากฏในคลิปทุกคันที่เกี่ยวข้อง และให้ตรวจสอบย้อนหลังไปว่าเคยมีพฤติกรรมแบบนี้ ทำเป็นขบวนการหรือไม่ ต้องตรวจสอบทุกข้อสงสัยของสังคมให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้จเรดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด และสั่งการกำชับให้ข้าราชการตำรวจทุกนายทุกสังกัดห้ามปฏิบัติในลักษณะดังกล่าวอีก มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดทุกราย” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว

โปลิศไทย – คลิปที่กลายเป็นไวรัลโด่งดังในประเทศจีน โดยสาวจีนเจ้าของคลิปอ้างว่าจ่ายเงินจ้างตำรวจไทยให้อำนวยความสะดวกตั้งแต่ลงจากเครื่องบินและจัดรถนำขบวนส่งถึงที่พัก ล่าสุดผบ.ตร.สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

พล.ต.ต.อาชยนกล่าวอีกว่าการอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองไม่สามารถดำเนินการได้ ส่วนการนำขบวนนั้น ตำรวจกำชับสั่งการปฏิบัติมาโดยตลอด ทั้งการดำเนินการตามกฎหมายจราจร และการดำเนินการตามมติ ครม. เห็นชอบหลักเกณฑ์การใช้รถนำขบวนของตำรวจบุคคลสำคัญหรือนักการเมือง หรือการใช้รถนำขบวนรับรองแขกต่างประเทศในการเยือนประเทศไทยไว้ชัดเจน ส่วนกรณีอื่นทั่วๆ ไป จะมีการนำขบวนได้นั้น ในเขต กทม. ให้ ผบก.จร. เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาต นอกเขต กทม. ให้ ผบก.ทล. เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาต โดยต้องพิจารณาถึงความจำเป็นที่ต้องใช้รถตำรวจนำขบวน เพื่อความปลอดภัยของขบวน หรือความปลอดภัยของผู้ใช้รถ ใช้ถนนตามความจำเป็นแก่กรณี

วันเดียวกัน พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา โฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ชี้แจงว่า หลังจากเห็นคลิปดังกล่าว พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) สั่งการ ให้ตรวจสอบทันที จากการตรวจสอบ เบื้องต้นขอเรียนดังนี้ 1. กองบัญชาการยอมรับว่ามีข้าราชการตำรวจสังกัดตำรวจท่องเที่ยว 1 ราย ปรากฏในคลิปดังกล่าว ทราบภายหลังว่าเป็น ร.ต.อ.สมพล ภิญโญสโมสร รองสารวัตร กองกำกับการ 3 (รับผิดชอบสนามบินสุวรรณภูมิ) สังกัดกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 2. เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นวันที่ 19 ม.ค. 2566 เวลา 22.00 น. ช่วงเวลาที่สายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ HX 671 เดินทางเข้าไทย ในวันดังกล่าวกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวไม่มีการสั่งการใดๆ ให้ตำรวจ ท่องเที่ยวสุวรรณภูมิอำนวยความสะดวก นักท่องเที่ยวรายใดเป็นกรณีพิเศษ

3. นักท่องเที่ยวที่ปรากฏในคลิปนั้น ทราบชื่อแล้วแต่ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม นักท่องเที่ยวรายนี้เดินทางมาเที่ยวไทยพร้อมมารดา 4. ผบช.ทท.สั่งการให้กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ต้นสังกัดของ ร.ต.อ.สมพล ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วรีบรายงานให้ทราบ เพื่อสนับสนุนข้อมูลให้จเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ซึ่ง พล.ต.ต.ม.ล.สันธิกร วรวรรณ ผู้บังคับการกองบังคับการท่องเที่ยว 1 สั่งการให้ ผู้กำกับการ 3 ต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามสั่งการแล้ว

5. ผบช.ทท. กำชับให้ตรวจสอบจนเกิดความกระจ่างชัดด้วยว่าตำรวจกลุ่มนี้ทำกันเป็นขบวนการและใช้อำนาจหน้าที่ประพฤติปฏิบัติอย่างนี้มาหลายครั้งแล้วหรือไม่ หากพบหลักฐานหรือข้อมูลอันเชื่อได้ว่ากระทำเช่นนั้น จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและพิจารณาโทษอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป เพราะถือว่าเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเสื่อมเสียต่อกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในภาพรวมเป็นอย่างยิ่ง

6. ขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงและประชาชนที่ร่วมกันตรวจสอบและนำเสนอพฤติกรรมข้าราชการตำรวจที่ไม่เหมาะสมอันนำไปสู่การตรวจสอบและการพิจารณาลงโทษข้าราชการตำรวจที่มีพฤติกรรม ดังกล่าว ซึ่งเท่ากับว่าทำให้การท่องเที่ยวของไทยโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการอำนวยความสะดวกรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวนั้นจะต้องไม่ทำเฉพาะเจาะจงเพียงแค่นักท่องเที่ยวรายหนึ่งรายใดเท่านั้น แต่ต้องทำและดำเนินการให้เกิดความเท่าเทียมต่อนักท่องเที่ยวทั้งหมด ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

7. ที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจ ท่องเที่ยวปฏิบัติหน้าที่เต็มที่และแข็งขัน จนสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรอดพ้นจากอันตราย และหาทรัพย์สินสิ่งของสำคัญของนักท่องเที่ยวที่สูญหายหรือ ลืมไว้ในสถานที่หนึ่งที่ใดกลับคืนสู่ นักท่องเที่ยวได้เกือบทุกกรณีและทุกสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอน้อมรับนำไปปรับปรุงแก้ไข ลงโทษผู้ที่กระทำการไม่เหมาะสม และหามาตรการที่มีประสิทธิภาพป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก รวมทั้งพิจารณาคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพมาปฏิบัติหน้าที่ในจุดที่อ่อนไหวต่อภาพลักษณ์ประเทศ 8. ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน