กวาดล้างตุ๋นออนไลน์ รมต.ดีอีเอสชงแก้กม. ให้ธปท.สอบพิรุธบ/ช จี้เจ้าตัวแจ้งยกเลิกด่วน
จัดทัพตำรวจไซเบอร์ 2 พันนาย ลุยปราบ ‘บัญชีม้า’ รมต.ดีอีเอส ลั่นล้างบางขบวนการหลอกลวงออนไลน์ เสนอแก้กฎหมายให้แบงก์ชาติจับตาบัญชีต้องสงสัยได้ หากตรวจพบเงินเคลื่อนไหวผิดปกติ ให้อำนาจจับคนเปิดบัญชีขายต่อให้มิจฉาชีพ อ้างไม่รู้ไม่ได้ แจ้งใครรับจ้างเปิดบัญชีไปแล้วให้ไปยกเลิกด่วน รัฐบาลย้ำห้ามโหลด 203 แอพฯ อันตราย เสี่ยงโดนดูดเงินหมดบัญชี ด้านผบก.ตร.แปดริ้วรุดสอบเอง 2 หนุ่มแอดมินผู้ต้องหาตุ๋นเงินหนุ่มโรงงานจนเครียดผูกคอดับ หลังตามจับได้ที่อุบลฯ และเพชรบูรณ์ รับสารภาพได้ค่าจ้างแค่ครั้งละ 400-500 บาท ส่งตัวดำเนินคดี
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ม.ค. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในรายการ “คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องกับรัฐมนตรี” ทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยและเฟซบุ๊ก Radio Thailand Live ถึงประเด็นเรื่องบัญชีม้า อาชญากรรมออนไลน์ สมาร์ตซิตี้ และฟรี ไว-ไฟ ว่า ประเทศไทยมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในการวางโครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ต วันนี้กว่า 80% สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตสื่อสารออนไลน์ เช่น การใช้โมบายแบงกิ้ง พร้อมเพย์ เพื่อให้โอนเงินง่าย แต่ก็ทำให้โดนหลอกจำนวนมาก
นายชัยวุฒิกล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเราเปิดระบบแจ้งความออนไลน์ พบว่ามีการแจ้งเรื่องว่าแสนคดี เฉลี่ยหมื่นคดีต่อเดือน ทั้งหลอกลงทุน คอลเซ็นเตอร์ข่มขู่ ซื้อขายออนไลน์ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขโดยมีตำรวจไซเบอร์ ดูแลประชาชนแต่ยังเป็นไปในเชิงป้องกัน ตั้งรับส่วนใหญ่ และแม้จะอายัดบัญชี แต่ตามเงินกลับได้ประมาณ 10% ส่วนอื่นเมื่อเส้นทางไปต่างประเทศก็ยากที่จะติดตาม เพราะมีการหลอกให้เปิดบัญชีม้า โอนเงินหลายชั้น ไปต่างประเทศ หรือในประเทศก็ใช้เวลานานกว่าจะได้คืน และคนที่โอนง่ายคือคนไม่มีภูมิต้านทาน เห็นจากภาพในโซเชี่ยล แล้วหลงเชื่อไปรับเปิดบัญชีม้า
นายชัยวุฒิกล่าวต่อว่า ขณะนี้เร่งตรวจสอบ สกัดกั้น เพื่อหยุดขบวนการหลอกลวง ออนไลน์ ที่ต้องหยุดที่การรับบัญชีม้า โดยหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยกเลิกการบัญชีที่เปิดแทนกัน รวมถึงหยุดการโอนเงินที่ผิดปกติ โดยกระทรวงดีอีเอสได้เสนอแก้กฎหมาย ให้ธปท.ระงับบัญชีได้รวดเร็ว เมื่อทำได้ดีอีเอสจะมีเอไอตรวจสอบระบบทั้งหมด เพื่อสกัดการเดินบัญชีม้า นอกจากนั้นจะใช้กฎหมายเข้มข้นโดยเจ้าหน้าที่จะจับกุมคนเปิดบัญชีแทน เพราะเป็นการขายบัญชีเปิดทางให้มิจฉาชีพ จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้และฟังไม่ขึ้น
“ขอเตือนประชาชน ใครที่รับจ้างเปิดให้ไปยกเลิกบัญชี วันนี้ถ้าตรวจสอบพบมีชื่อจะจับทุกคน และให้ไปประกันตัวในศาล เพราะรู้อยู่แล้วการเอาชื่อไป จะต้องทำสิ่งที่ไม่ดีเพราะคนดีๆ ใครจะมาขอให้เปิดบัญชีให้ ทั้งนี้เราเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยมีการตั้งตำรวจไซเบอร์ และวางเป้าหมาย 2,000 คน เพื่อจะหยุดบัญชีให้เร็วขึ้น แม้คนร้ายจะปรับตัวตามและเราไม่สามารถไปห้ามการโทรศัพท์หรือโซเชี่ยลได้ เพราะเป็นเสรีภาพประชาชน ดังนั้นต้องให้ความรู้ประชาชน ให้มีภูมิต้านทาน อย่าเชื่อโซเชี่ยลหรือกดลิงก์ในแอพฯ ต้องตรวจสอบจากต้นทางเว็บไซต์ ก่อน ทุกครั้ง” นายชัยวุฒิกล่าว
นายชัยวุฒิกล่าวว่า ส่วนปัญหาพนันออนไลน์ที่เกิดกับเยาวชน ได้ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอว.เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ สร้างเครือข่ายเปลี่ยนจากตั้งรับให้ทำเชิงรุก ให้มีตำรวจชุมชนเข้าไปให้ความรู้เพราะไม่ใช่ชาวบ้านเท่านั้นที่ถูกหลอก แต่คนมีความรู้ หมอ ยังโดนหลอก รวมถึงกรณีส่งเอสเอ็มเอสหลอกลวง เข้าไปแฮ็กข้อมูล ที่มีหลายรูปแบบ มีการปลอมชื่อธนาคาร เว็บไซต์ จึงพยายามประชาสัมพันธ์องค์กรหรือหน่วยงานให้ตรวจสอบ และประชาชนอย่าเข้าไปกดลิงก์ที่ไม่รู้จัก ที่มีมัลแวร์หลอกให้กรอกข้อมูล ให้กดลิงก์ส่งพัสดุ โดยให้ดูที่แพลตฟอร์มแอพฯและตรวจสอบจากต้นทางก่อนทุกครั้ง นอกจากนั้นปัญหาหลอกซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้ของ มีร้องเรียนเยอะที่สุด 80-90% มาจาก เฟซบุ๊ก ดังนั้นการทำการค้าในโซเชี่ยลให้ระวัง ถ้าไม่รู้จักร้านค้า ไม่เคยติดต่อกันอย่าไปยุ่ง เพราะในเฟซบุ๊กพบมิจฉาชีพแฝงตัวเยอะมาก จึงแนะนำให้ซื้อจากแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ซื้อของฝากระบบคนกลาง และที่สำคัญอย่าเชื่อหลอกให้กู้เงิน ขายของราคาถูก ชักชวนลงทุนได้เงินจำนวนมาก การจ้างงานต่างๆ ทั้งนี้หากประชาชนเกิดปัญหาก่อนหรือหลัง สามารถปรึกษาที่สายด่วน 1212 หรือแจ้งความออนไลน์ ย้ำว่าอย่าโอนเงินให้ใคร เพราะเงินอยู่กับเราเป็นเงินเรา อยู่กับเขาเป็นเงินเขา
นายชัยวุฒิกล่าวว่า ส่วนการลักลอบใช้เน็ตข้ามประเทศ โดยคนร้ายจากบริเวณชายแดน เช่น ปอยเปต แอบซื้อเน็ตจากประเทศไทย แล้วเดินสายต่อข้ามไปประเทศเพื่อนบ้าน ไปใช้ผิดกฎหมาย การพนันออนไลน์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อตรวจสอบแล้วจึงตัดสาย สกัดพนันออนไลน์ในระดับหนึ่ง แต่คนร้ายสามารถใช้เน็ตในประเทศของเขาใช้ทำสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย เมื่อพบกระทำผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปดำเนินการจับกุม
เมื่อถามถึงเว็บพนันในมาเก๊า และการพนันออนไลน์ จะแก้ปัญหาอย่างไร นายชัยวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้ได้ปิดกั้น 7 ยูอาร์แอลที่เป็นเว็บพนัน และจะตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไป
ส่วนความคืบหน้าการขับเคลื่อนดิจิทัลไอดี ยืนยันตัวตนออนไลน์ ผ่านการสแกนใบหน้า โดยไม่ใช้บัตรประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการติดต่อธุรกรรมให้ง่ายขึ้น นายชัยวุฒิกล่าวว่า อยู่ระหว่างพัฒนาระบบ และโปรโมตให้ใช้ในเดือนก.พ.นี้ สำหรับความเป็นห่วงว่าระบบดังกล่าวจะเปิดช่องทางมิจฉาชีพเข้าถึงง่ายนั้น ในทางตรงข้ามสามารถตรวจสอบตัวตนบุคคลได้จริง ต่างกับบัตรประชาชน ซึ่งตนจะหารือกับนายกฯ และรมว.มหาดไทย เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อนำดิจิทัลไอดีมาใช้ทำให้สะดวกสบายมากขึ้น และจะสอดคล้องกับสมาร์ตซิตี้ กระจายความเจริญ คือทำให้ทุกเมืองเป็นสมาร์ตซิตี้ จัดซื้อจัดจ้างง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกลัวการตรวจสอบโดนร้องตามมา ซึ่งได้เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีการเปิดซิมโทรศัพท์มือถือที่จะเปิดหลายซิมทำได้หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ตามระบบ 1 คน ต่อ 5 ซิม แต่หากจะเปิดเกินให้ลงทะเบียนที่ศูนย์บริการ เพราะบางรายที่ซื้อซิมจำนวนมากไปขายต่อไป และมิจฉาชีพซื้อไปนำไปใช้ผิดกฎหมาย เราอยากยกเลิกให้หมด ดังนั้นใครมีเกิน 100 ซิม ให้มาจดแจ้งกับโอเปอร์เรเตอร์ผู้ให้บริการเครือข่ายนั้นๆ รับทราบ
ด้านน.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ที่มีกลุ่มมิจฉาชีพพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อล้วงข้อมูลส่วนตัวและดูดเงินจากบัญชีธนาคาร นั้น รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ โดยเร่งรัดดำเนินการมาตรการป้องกัน ยับยั้ง ปราบปราม และดำเนินคดี ที่ผ่านมามีกลไกความ ร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เช่น กรณีการป้องกันการโหลดแอพฯ ที่อันตราย ทางกระทรวงดีอีเอส และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบการแพร่ระบาด ของมัลแวร์อันตรายที่มาในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นบนมือถืออย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ใช้งานโทรศัพท์ที่ติดตั้งแอพฯ ฝังมัลแวร์อันตรายไว้ มีโอกาสที่จะถูกดูดข้อมูลส่วนบุคคลหรือถูกควบคุมมือถือจากระยะไกล ทำให้มิจฉาชีพสามารถทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือได้
“จากข้อมูลในปี 2022 มีการเผยแพร่รายชื่อแอพพลิเคชั่นอันตราย 203 รายการ ทั้งในระบบ ไอโอเอส และแอนรอยด์ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบ หากพบแอพฯ ดังกล่าวให้ถอนการติดตั้งโดยทันที และควรอัพเดตระบบของเครื่องโทรศัพท์ของตนเองให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ และให้ระมัดระวังในการดาวน์โหลดแอพฯ มาใช้งานลงบนมือถือด้วย ทั้งนี้กระทรวงดีอีเอสได้ประสานกับทางเพลย์สโตร์ และแอพสโตร์ ให้นำแอพฯ เหล่านี้ออกจากระบบแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้” น.ส.รัชดากล่าว
น.ส.รัชดากล่าวว่า นอกจากนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) แนะนำวิธีตรวจสอบมือถือระบบแอนดรอยด์ ว่าถูกติดตั้งแอพฯ รีโมตดูดเงินหรือไม่ ดังนี้ 1.ไปที่เมนูการตั้งค่า (รูปฟันเฟือง) เลือกแอพฯ แล้วกดที่จุด 3 จุด มุมขวาบน เลือกเมนูย่อย การเข้าถึงพิเศษ 2.หากไม่สามารถเปิดดูเมนูดังกล่าวได้ โดยหน้าจอจะเด้งออกไปที่หน้าหลักทันที แสดงว่า มือถือเครื่องนั้นถูกฝังแอพฯ เรียบร้อยแล้ว 3.สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ตัดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทันที แล้วสำรองข้อมูลที่สำคัญ จากนั้นล้างเครื่อง โดยรีเซ็ตเครื่องกลับคืนค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
วันเดียวกัน พล.ต.ต.เนรวิช สุคนธวิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เดินทางมาที่ สภ.แปลงยาว เพื่อสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาในคดีหนุ่มโรงงานเครียดจัด หาทางออกไม่ได้ ติดต่อกู้เงินผ่านแอพฯ ก่อนโดนหลอกโอนเงินใส่ระบบ ตัดสินใจจบชีวิตคาขื่อหลังคาบ้าน ที่บ้านหนองครก อ.แปลงยาว แฟนนำศพไปบำเพ็ญกุศลบ้านเกิด จ.ขอนแก่น ยังมิวายถูกโทรศัพท์มา ทวงหนี้ หลังจากที่ พ.ต.อ.สมชาย ทิวงษา ผู้กำกับ สภ.แปลงยาว ได้สั่งการให้ทีมตำรวจชุดสืบสวนเร่งแกะรอยไล่ล่ากลุ่ม ผู้ต้องหา โดยทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.แปลงยาว ไปรวบตัวนายธีระวัฒน์ พิมพ์ประจวบ อายุ 27 ปี ที่จ.อุบลราชธานี และนายประวิตร ตุนาค อายุ 28 ปี จับกุมตัวได้ที่จ.เพชรบูรณ์
พล.ต.ต.เนรวิชกล่าวว่า รู้สึกตกใจ เมื่อผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ พร้อมบอกว่า รับค่าจ้างครั้งละ 400 – 500 บาท เท่านั้น จากนี้ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สมชาย ทิวงษา ผกก.สภ.แปลงยาว เร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างละเอียด เพราะถือเป็นคดีที่สังคมให้ความสำคัญ