รับทุกตำแหน่งที่ให้ทำ ตู่นำรทสช.ตะลุยเย็นนี้ ปชป.โวกระแสกทม.พุ่ง ภูมิใจไทยโหมนโยบาย24ชั่วโมงดูแลคนกรุง

‘อิ๊ง’ควงเศรษฐา ทวีสิน ตะลุยตรุษจีนเยาวราช เศรษฐาประกาศพร้อมทุกตำแหน่งที่พรรคให้ทำ เพื่อนำเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ‘บิ๊กตู่- พีระพันธุ์’ นำทีมรทสช.คณะใหญ่ลุยเยาวราชวันนี้ ‘จุรินทร์’ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ ลูกพรรคฟุ้งกระแส นิยมปชป.ในกทม.ดีขึ้น ภท.ชูนโยบาย 24 ชั่วโมง 7 วัน ดูแลคนกรุงเทพฯ ชาติพัฒนากล้าตีปี๊บเอาใจมนุษย์เงินเดือน รายได้ 4 หมื่นแรกไม่เสียภาษี ‘ชินวรณ์’ จี้ส.ส.ทำหน้าที่ในสภา อย่าปล่อยล่มซ้ำซาก สะกิด ‘ประยุทธ์’ ถ้าไม่ใส่ใจสภา ระวังแรงกดดันให้นายกฯ ต้องมาจากส.ส.

‘ตู่’อวยพรตรุษจีนสุขภาพดี-เฮงๆ
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayuth Chan-o-cha ว่า “เนื่องในวันตรุษจีนปีนี้ ผมขออวยพรให้พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนทุกท่าน “ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ” ขอให้เปี่ยมล้น ไปด้วยความสุข สุขภาพดี โชคดี มีชัย เป็นสิริมงคลรับปีกระต่าย ร่ำรวยตลอดปี มั่นคงยั่งยืนตลอดไป”

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์อวยพรพี่น้องชาวไทย เชื้อสายจีนทั่วประเทศ เนื่องในโอกาส วันตรุษจีนประจำปี 2566 ให้มีความสุข มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ทำมาค้าขายประกอบอาชีพด้วยความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง ขอให้เฉลิมฉลองตรุษจีน ด้วยความสุข รวมทั้งเดินทางท่องเที่ยวเทศกาลตรุษจีนอย่างปลอดภัย มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทาง เพื่อให้เทศกาลตรุษจีนนี้ เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ของชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีความสุขอย่างแท้จริง

ช่วงเทศกาลตรุษจีนถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ระลึกถึงสายสัมพันธ์ที่ ใกล้ชิดระหว่างไทยกับจีน มิตรภาพ ความผูกพัน และความร่วมมืออย่างแข็งขันระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ซึ่ง นายกฯ เชื่อมั่นว่าไทยและจีนจะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้น ยิ่งขึ้น และก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่างๆ ได้ด้วยดี นายกฯ ยังชื่นชมมิตรภาพความสัมพันธ์ไทย-จีนเสมอมา ซึ่งเป็นความ ร่วมมือทวิภาคีที่มีพลวัตอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศจะมีความร่วมมือกันในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจและสังคมเพื่อเดินหน้าสู่การพัฒนาร่วมกันต่อไป

ด้านพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของพล.ประยุทธ์ ในฐานะสมาชิกรทสช. อวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2566 ว่า “ผมขอส่งคำอวยพรจากใจ และความปรารถนาดีให้ทุกท่าน มีความสุข มีเงินทอง ค้าขายร่ำรวย เฮงๆ ตลอดปี”

รทสช.ยังได้เผยแพร่คลิปวิดีโอสั้นของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการ นายกฯ ในฐานะหัวหน้ารทสช. โดย สวมเสื้อถังจวงสีแดง กล่าวอวยพรว่า เนื่องในโอกาสเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2566 นี้ ผมขอส่งคำอวยพรให้ทุกท่านมีแต่ความสุข มีเงินมีทอง ค้าขายรวยๆ เฮงๆ ตลอดปีครับ

นำทีมลุยเยาวราช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันอาทิตย์ที่ 22 ม.ค. รทสช.มีกำหนดการพบปะพี่น้องประชาชนวันตรุษจีนที่เยาวราช ในเวลา 17.00 น. โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะสมาชิกรทสช. และนายพีระพันธุ์ จะนำทีมแกนนำพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. รวมกว่า 30 คน ร่วมลงพื้นที่พบประชาชนด้วย โดยเวลา 17.30 น. จะไหว้ศาลเจ้าพ่อไต่ฮงกง และเยี่ยมชม มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกง จากนั้นไปสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) และเวลา 18.30 น. เยี่ยมชมตลาดเก่า เล่งบ๊วยเอี๊ยะ และย่านการค้า ร้านอาหารถนนเยาวราช

การลงพื้นที่เยาวราชของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ถือเป็นการลงพื้นที่นอกเวลาราชการ เป็นครั้งแรก ในนามรทสช. ก่อนวันที่ 28 ม.ค.นี้จะลงพื้นที่จ.ชุมพร

‘แรมโบ้’โวยึดอีสานเกินครึ่ง
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สวนทุเรียนปัณฑารีย์ บ้านจำปี ต.จำปี อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี นายเสกสกล อัตถาวงส์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และสมาชิกรทสช. เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.รทสช.ในพื้นที่จ.อุดรธานี จ.สกลนคร และจ.เลย โดยจ.อุดรธานี ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ส่วนใหญ่ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกอบด้วย เขต 1 นายประดิษฐ์ เสถียร์เขต, เขต 2 และ เขต 3 มีผู้สมัครเกินจำนวนมาก ยังไม่เคาะจะเอาใครลง, เขต 4 นายหนูพิศ สีดามาตร อดีตส.จ.บ้านดุง, เขต 5 นายสาคร รอดขันเมือง หรือ หมอตี๋ อดีตสาธารณสุขอำเภอฯ, เขต 6 นายประดิษฐ์ ระบาเลิศ, เขต 7 นายสว่าง วรรณสุทธิ์ อดีตประธานสภาอบจ.อุดรธานี, เขต 8 นายนิธิศ ประกอบใส อดีตส.จ. และเขต 9 นายกิติคุณ พลบุญ นอกจากนี้ยังเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. สกลนครทั้ง 7 เขตและจ.เลยครบทุกเขต

นายเสกสกลกล่าวว่า หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวเข้ารทสช.ครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2566 กระแสในภาคอีสานดีมาก มีนักการเมือง อดีตส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น แจ้งความจำนงมายังรทสช. เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคอีสาน 20 จังหวัด 132 เขต แต่ละเขตมีผู้ประสงค์อยากลงสมัครในนามพรรคมากกว่า 1 คน บางเขตมีถึง 5 คน ทางหัวหน้าพรรคมีแนวทางและประชุมด้วยกันว่า ถ้ามีผู้สมัครมากกว่า 1 คนขึ้นไปจะทำโพลเลือกคน ลงสมัคร หากคนไม่ได้ลงสมัครก็จับมือทำงานในพรรคไปด้วยกัน

ต้นก.พ.‘ประยุทธ์’ขึ้นเวทีอุดรธานี
เชื่อมั่นว่า ในอีสานทั้ง 20 จังหวัด 132 เขต รทสช.จะขายนายกฯ ลุงตู่ต้องไปต่อ จะได้ส.ส.ได้เกินครึ่งแน่นอนและมีส.ส. ทุกจังหวัด อย่างโคราช จะมีส.ส.ของพรรคมากกว่า 10 คน ส่วนจ.อุดรธานีมีส.ส. 9 คน เชื่อมั่นว่าจะได้เกินครึ่งอย่างแน่นอนเช่นกัน เพราะเสียงตอบรับให้ลุงตู่เป็น นายกฯ ต่อดีมาก เราอยากเห็นนายกฯ ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนอีสาน นั่นคือ พล.อ.ประยุทธ์ พ่อเป็นคนโคราช แม่เป็นชาวจ.ชัยภูมิ มาวันนี้ถือเป็นวันรวมพลัง คนรักลุงตู่ ให้ลุงตู่ไปต่อ

“ท่านมีนโยบายและผลงานหลายอย่างเป็นที่ประจักษ์ และไม่ใช่คนที่มีเรื่อง ทุจริตคอร์รัปชั่น เราจะไม่มีนโยบายถ้าเป็นนายกฯ แล้วจะเอาคนหนีคดีโกงกลับบ้านเหมือนบางพรรค แต่ของเราจะขายนายกฯ อีสาน พัฒนาอีสาน สร้างความเจริญให้กับคนอีสาน ประเทศต้องเดินต่อ และลุงตู่ ต้องอยู่ต่อ คาดว่าต้นเดือนก.พ.นี้ จะเชิญลุงตู่มาปราศรัยพบกับพี่น้องประชาชน ที่ทุ่งศรีเมือง จัดใหญ่ ไม่เคยหวั่นไหวพรรคการเมืองบางพรรคที่ขี้โม้ขี้คุยว่าจะแลนด์สไลด์” นายเสกสกลกล่าว

‘บิ๊กป้อม’ขอร่วมมือพัฒนาชาติ
เพจพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร.พร้อมข้อความอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ปี 2566 ว่า “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกท่าน จงประสบแต่ความสุข ความเจริญและ มีสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดได้สิ่งนั้น สมดังใจปรารถนา กิจการเจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา

“ขอให้ปีกระต่ายนำพาสิ่งดีๆ มาสู่ พี่น้องชาวไทยทุกคนและประเทศชาติ ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ก้าวข้ามผ่านอุปสรรค พร้อมหล่อหลอมคนไทยทุกคนเป็นหนึ่งเดียว ร่วมมือกันพัฒนาประเทศชาติ เพื่อความกินดี อยู่ดี สร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง รุ่งเรืองต่อไป”

ขอพร – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. นางวทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ไหว้ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ เพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลตรุษจีน และพบปะชาวบ้านบริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ กทม. เมื่อวันที่ 21 ม.ค.

ปชป.ตีปี๊บกระแสในกทม.ดีขึ้น
เวลา 08.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. และนางวทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.ปชป. เดินทางไปไหว้ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ เพื่อความเป็น สิริมงคล เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ภายหลังการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นายจุรินทร์ ได้อวยพรเนื่องในวันตรุษจีนว่าขอให้ เมืองไทยค้าขายดี เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง ส่งออกดีๆ สร้างเงินให้ประเทศไทยเยอะๆ สร้างเงินให้คนไทยทั้งประเทศได้เยอะๆ ตั้งแต่เกษตรกรคนตัวเล็กไปจนถึงคน ตัวใหญ่

ด้านนางเจิมมาศกล่าวว่า ขณะนี้ กระแสความนิยมปชป.เริ่มดีขึ้นเป็น ลำดับ ล่าสุดผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) น.ส.นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ คนของปชป.ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ก.และที่ผ่านมาตนร่วมกับทีมงาน ส.ก. ของพรรคลงพื้นที่ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องได้รับเสียงตอบรับดีมาก ประกอบกับกระแสตอบรับนโยบาย “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” ของพรรคก็ดีมาก เช่น ธนาคารชุมชน ชุมชนละ 2 ล้านบาท เป็นนโยบายโดนใจคนกรุงทุกชุมชน รวมถึง นโยบายนมฟรี 365 วัน ก็เป็นประโยชน์กับชาวกทม.ที่มีเด็กเล็กๆ ในครอบครัว

หลังจากไหว้ขอพร นายจุรินทร์พร้อมคณะได้เดินทักทายชาวชุมชนบริเวณ ศาลเจ้าพ่อเสือ มีประชาชนเข้ามาทักว่าครอบครัวของเขามีสมาชิก 10 คนไม่เคยเลือกพรรคอื่น เลือกพรรคเดียวคือปชป. พร้อมขอถ่ายรูปร่วมกันอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง

วิกฤตเลือดไหลไม่กระทบ
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. ให้สัมภาษณ์กรณีส.ส. ปชป. ลาออกไม่หยุด จะมีผลกระทบต่อการจัดสรรคนลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่คาดการณ์มาก่อนอยู่แล้วว่า คนกลุ่มนี้จะลาออกและย้ายพรรค ปชป.จึงเตรียมการที่จะรองรับเรื่องการหาคนสมัครแทน และต้องทำหน้าที่ ต่อไป เพราะเราเคยผ่านประสบการณ์ แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว

เมื่อถามว่า ผู้บริหารปชป. จะต้องหารือเพื่อแก้ปัญหาอย่างไร นายชินวรณ์กล่าวว่า ผู้บริหารพรรคหารือกันมาก่อน และประชุมกันอย่างต่อเนื่องถึงสถานการณ์ ที่เกิดขึ้น ตนมั่นใจว่า แม้จะมีการย้าย ออกบ้าง แต่ไม่ได้กระทบอะไรกับปชป. เพราะปชป. ดำเนินตามกระบวนการประชาธิปไตยภายในของพรรคตลอดมา พูดได้อย่างชัดเจนว่าปชป. เป็นพรรคเดียวที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ และเป็นพรรคที่ ยืนหยัดในกลไกของระบอบประชาธิปไตย ภายในพรรคที่ชัดเจน

ภท.ชูนโยบาย 24 ชั่วโมง 7 วัน
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำทีม “ภูมิใจไทย ภูมิใจกรุงเทพฯ” พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ภท.ได้เปิดนโยบายดูแลคนกรุงเทพฯ ทุกวัน ทุกเวลา และครอบคลุมทุกวัย เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ภูมิใจ ด้วยนโยบาย 24 ชั่วโมง 7 วัน หรือ “ภูมิใจกรุงเทพฯ 24/7” เพื่อแก้ไขปัญหาให้คนกรุงเทพฯ ตอกย้ำแนวทาง ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ โดยยึดหลักการเพิ่มรายได้- ลดรายจ่าย-ให้โอกาส ล่าสุดพบว่ามีการ ติดป้ายนโยบาย “ภูมิใจกรุงเทพฯ 24/7” ตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ แล้ว เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เปิดนโยบายทีมภูมิใจไทย ภูมิใจกรุงเทพฯ ควบคู่กับป้ายแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภท.แต่ละเขตด้วย

สำหรับนโยบายเพิ่มรายได้คือ การหารายได้เพิ่มได้ 3 กะ เปิดพื้นที่ใหม่ๆ ส่งเสริมกิจกรรมใหม่ๆ เพราะวิถีชีวิต ของคนกรุงเทพฯ หมุนตลอด 24 ชั่วโมง เปิดพื้นที่การค้าขาย ที่ขายได้ตลอดวัน เน้นการสร้างงาน กระจายรายได้ เพิ่มกิจกรรมที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง คล้ายตลาดนัด ที่ได้รับความนิยมที่ไต้หวัน หรือประเทศเกาหลี และเราต้องจัดระบบดูแลความปลอดภัยทั้งแสงสว่าง กล้องวงจรปิด รวมทั้งระบบการขนส่งเพื่อรองรับคนทำงานช่วงกลางคืน

ส่วนพันธบัตรรัฐบาล (Thai Power Bond) คือพันธบัตรรัฐบาลที่ประชาชนมีสิทธิซื้อก่อนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ เป็นการส่งเสริมการออมและประกันเงินฝาก สามารถเพิ่มรายได้จากดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และเพิ่มความมั่นคงในการออมเงินและเศรษฐกิจของประเทศ

ดูแลคนกรุงเทพฯ เต็มที่
นโยบายการลดรายจ่าย ได้แก่ 1.พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอก ไม่เกินคนละ 1 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับเงินกู้ นอกระบบที่คิดร้อยละ 3 ต่อเดือน ถือได้ว่าสามารถช่วยผู้กู้ประหยัดค่าใช้จ่าย ดอกเบี้ยตรงนี้ได้ถึง 30,000 บาทต่อเดือน 2.One day Pass Ticket ตั๋ววัน ค่าเดินทางที่เป็นต้นทุนของการดำเนินชีวิต หากสามารถล็อกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ให้แพง เกินไป โดยรถ เรือ เริ่มต้น 15 บาท ตลอดวัน ไม่เกิน 50 บาท ส่วนรถไฟฟ้าเริ่ม 15 บาท ตลอดสายไม่เกิน 40 บาท 3.เครื่องกรองน้ำดื่มทุกชุมชน

4.ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภท.จะนำนโยบายติดโซลาร์ รูฟ ฟรีทุกครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนสามารถนำส่วนนี้มาเป็นการลดภาระของค่าไฟ 5.ลดภาษี 2 ทาง ผู้ให้/ผู้รับ วัยทำงานต้องไม่เสียภาษีซ้ำซ้อน (ใช้ VAT เพื่อหักภาษีส่วนบุคคลสูงสุด 150,000 บาท/ปี) วัยทำงานที่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนจะต้องหมดไป และจะได้นำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายส่วนอื่นในการสร้างเนื้อสร้างตัว 6.วัยเกษียณที่ยังคงทำงานจะต้องมีนโยบายในการปรับเพดานภาษีเงินได้ เงินส่วนนี้ต้องเสียน้อยที่สุด เพื่อนำเงินส่วนต่างมาเป็นเงินออมเก็บไว้ใช้จ่ายดูแลตัวเอง

นโยบายให้โอกาส ให้ชีวิตคืนสู่ครอบครัว อาทิ รักษาฟรีมะเร็งไม่มี ค่าใช้จ่าย เพื่อแบ่งเบาทุกข์ของทุกคนในครอบครัว ฟอกไตฟรี เช่นเดียวกันภาวะคนป่วยโรคไตถือได้ว่าเป็นภาระที่หนัก ต่อครอบครัวที่ต้องดูแล ต่อไปนี้นโยบายฟอกไตฟรีจะมีขึ้นเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของทุกคน

ในส่วนของผู้สูงอายุ วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ/ไข้หวัดใหญ่/โควิด ฟรีฉีด ถึงบ้าน เพื่อเป็นการบริการให้กับผู้สูงวัย ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่มีปัญหาในการออกมารับวัคซีน ถือเป็นการกระจายให้คนกรุงเทพฯ ได้รับการบริการทางสาธารณสุขได้ครอบคลุมขึ้น ไม่เฉพาะกับคนเท่านั้น สัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของทุกคนก็จะได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าฟรีถึงบ้านเช่นกัน ไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือเล็กก็ไม่ลำบากในการขนย้ายออกมารับวัคซีนอีกต่อไป อสส.จัดส่งยาถึงบ้าน 16 อาการป่วย รับยาฟรี

“ในส่วนให้คุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนกรุงเทพฯ มีปัญหาภาวะฝุ่น PM 2.5 มาอย่างต่อเนื่อง เป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลา และความร่วมมือในการแก้ไขแต่เราสามารถเริ่มได้วันนี้ด้วยรถเมล์ไฟฟ้า เรือไฟฟ้า ที่ทาง ภท.จะทำให้ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ” นายพุทธิพงษ์กล่าว

ชพก.เอาใจมนุษย์เงินเดือน
ที่พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้า ชพก. แถลงนโยบายเศรษฐกิจการลดภาษีบุคคล เงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษีว่า เรามองว่านโยบายที่สำคัญหนีไม่พ้นเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ เชื่อว่าถ้าประชาชนท้องอิ่ม เศรษฐกิจดี เราจะสามารถแก้ปัญหาอื่นๆ ได้ตามมา ซึ่งในรอบแรกเราได้ให้วิธี ให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น โดยข้อเสนอของเราได้ปฏิรูประบบสินเชื่อด้วยการรื้อระบบ แบล็กลิสต์บูโร เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้กู้ยืมในระบบการเงิน

ส่วนในรอบที่สองที่เราพยายามมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่แบกรับภาระภาษีแบบเต็มๆ มายาวนานที่สุด เป็นกลุ่มที่ถูกมองข้ามทางการเมืองมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตด้านไหนกลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่มีเสียงดังพอที่จะเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ นั่นคือกลุ่มมนุษย์เงินเดือน กลุ่มฟรีแลนซ์ กลุ่มที่มีรายได้ประจำ ฉะนั้นวันนี้ข้อเสนอของเราที่จะมีให้กับคนกลุ่มนี้คือ รายได้ 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี

วันนี้มีประชาชนที่เสียรายได้ส่วนบุคคลอยู่ที่ 4,000,000 คน ที่เป็นบุคคลที่ต้องแบกรับภาษีเต็มๆ ขณะที่เมื่อเทียบ กับบริษัทขนาดใหญ่ได้รับการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% มาเป็น 20% ยาวนานมากว่า 10 ปีแล้ว แต่มนุษย์เงินเดือนไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงถึงเวลาของเขาแล้ว เพราะทุกวันนี้ค่าครองชีพสูงขึ้น จากเดิม 26,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนอัตรานี้มายาวนานแล้ว

เหน็บ 4 ปี มีคนสัญญาแล้วไม่ทำ
ช่วงนี้รายได้ของรัฐเริ่มฟื้นตัวและมีการประมาณการรายได้ของรัฐบาลในการ จัดทำงบประมาณปี 2567 ประมาณการ รายได้ภาษีของรัฐจะเพิ่มขึ้นเกือบ 300,000 ล้านบาท ด้วยเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มที่จะ ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว เมื่อรัฐมีรายได้ก็เป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่จะเจียดบางส่วนมาลดภาระให้กับมนุษย์ เงินเดือนกว่า 4,000,000 ชีวิต นี่จึงเป็นสาเหตุของการเสนอนโยบายสำคัญของชพก. และตนเชื่อว่านโยบายนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวม ถ้าคิดเป็นสัดส่วนของรายได้ ผู้ที่มีรายได้ยิ่งต่ำจะมีสัดส่วนของการลดภาษีที่สูงกว่า ซึ่งผู้ที่มีรายได้สูงก็ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้แน่ แต่สัดส่วนการลดภาษีจะลดลงตามขั้นบันได นี่คือความหมายของนโยบายนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่านโยบายนี้จะเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ฝากให้มองย้อนไปในการเลือกตั้งปี 2562 ว่ามีการให้คำมั่นสัญญานโยบายนี้ให้กับมนุษย์เงินเดือนมาก่อนแล้วหรือไม่โดยใคร แล้วมนุษย์เงินเดือนได้รับอานิสงส์จากนโยบายนี้ตามคำสัญญาแล้วหรือไม่ ตนถึงได้บอกว่าถึงเวลาแล้วก็สัญญามาตั้งแต่ปี 2562 เวลาล่วงเลยมา 4 ปีแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำเลย ซึ่งเรา มีนโยบายหลายเรื่อง ส่วนจะทำได้หรือไม่ต้องอยู่ที่อำนาจการต่อรอง จำนวนส.ส.ที่เรามีในสภา ดังนั้น ฝากให้ประชาชนที่ได้รับรู้นโยบายและคิดว่ามีประโยชน์กับ ตัวเองช่วยสนับสนุนให้เรามีอำนาจต่อรองผลักดันนโยบายดีๆ เหล่านี้

เดินเยาวราช – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ควงแขนนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สมาชิกพรรคคนใหม่ ทำกิจกรรมพบปะพูดคุยชาวบ้านนักธุรกิจในวันตรุษจีนที่ย่านเยาวราช เมื่อวันที่ 21 ม.ค.

‘อิ๊ง’ควง‘เศรษฐา’บุกเยาวราช
เมื่อเวลา 10.05 น. ที่มูลนิธิเทียนฟ้า กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้ซึ่งประสงค์ลงสมัครส.ส.กทม. มาไหว้เจ้าเนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้ที่มีกระแสข่าวจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพท.มาร่วมกิจกรรมด้วย ถือเป็นการปรากฏตัวทำกิจกรรมทางการเมือง ร่วมกับน.ส.แพทองธารเป็นครั้งแรก บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ทั้งคู่ต่างพูดคุยกันสนิทสนมอย่างเป็นกันเอง และมีบางจังหวะที่นายเศรษฐายื่นแขนให้ น.ส.แพทองธารควงระหว่างเดิน

เวลา 10.30 น. น.ส.แพทองธารและคณะเดินเท้าต่อไปยังร้านกาแฟ CHATA Specialty Coffee เพื่อพูดคุยกับนักธุรกิจในย่านเยาวราช ยกระดับสถานที่ท่องเที่ยวเยาวราช และอาหาร Street food ให้กลายเป็น World destination

น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ภายหลังการพูดคุยว่า การพูดคุยดีมากเลย ทราบว่าเขามีปัญหาเรื่องสายไฟ ซึ่งนายเศรษฐา ได้ระบุกับกลุ่มผู้ประกอบการว่า ต้องค่อยๆ เอาสายไฟลงดิน เพราะเอาลง พร้อมกันหมดการจราจรจะติดขัด และ ยังมีอีกหลายปัญหาหลังโควิด รวมถึง การหยุดขายของวันจันทร์ มีหลายเรื่อง ที่พท.รับฟังแล้วจะนำไปใช้ได้จริงๆ เพราะคนในพื้นที่รู้ปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการรับฟัง จะนำปัญหาอะไรไปทำเป็นนโยบายเพิ่มเติมได้ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า มีแน่นอนเราต้องไล่ตามลำดับ

ด้านนายเศรษฐากล่าวเสริมว่า จากการพูดคุยวันนี้มีประโยชน์ เพราะตนมาช่วยน.ส.แพทองธารดูเรื่องเศรษฐกิจอยู่ และคิดว่าจากที่ตนทำธุรกิจมาเราก็อยู่แต่ด้านบน ไม่ได้มาพบผู้ประกอบการจริงๆ วันนี้ มารับทราบปัญหาจริงๆ แล้วจะไปช่วยกันคิดออกเป็นนโยบายมาเพื่อทำให้ชีวิตชาวเยาวราชดีขึ้น

ลั่นพร้อมทำทุกตำแหน่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้นายเศรษฐาพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพท. หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตอนนี้เป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว และมาช่วยเรื่องเศษฐกิจ จะดูเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำที่สูงมากในประเทศไทย ขอให้เป็นสเต็ปๆ ไป ต่อข้อถามว่าตอนนี้การเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้วถ้าต้องรับตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ พร้อมหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า อย่างที่เรียนตอนนี้ตนมาช่วยพรรคอยู่แล้ว พรรคมอบหมายให้ทำตำแหน่งอะไรก็พร้อม

น.ส.แพทองธารกล่าวเสริมว่า “ครั้งที่แล้ว เขาเอาคำว่าเราพร้อมไป ครั้งนี้เขาก็อยาก ได้คุณเศรษฐา รู้ทันนะคะ นายเศรษฐา มาในสถานะสมาชิกพรรค และเคยบอกแล้วว่า นายเศรษฐาเป็นคนเก่ง ฉะนั้น เรื่องเศรษฐกิจเราปรึกษาอยู่แล้ว และเราก็ปรึกษาคนเก่งๆ เยอะ จะได้แก้ปัญหาของประชาชนได้ วันนี้ให้มาช่วยเดินหาเสียงด้วยกันครั้งแรกก็ฝากไว้ด้วย ฝากสมาชิก พท.เพิ่มอีกหนึ่งคน”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่านายเศรษฐาพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “นี่ก็จะเอาแต่คำว่าพร้อม เป็น สมาชิกพท.อยู่ค่ะ” ต่อข้อถามว่าจะมีความชัดเจนและประกาศเมื่อใด น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า แน่นอนว่าเมื่อเราจะประกาศ เราจะประกาศตามกรอบเวลาแน่นอน เหมือนที่ตอบสื่อไปทุกรอบ ขอให้มั่นใจในพท.ว่าการที่เราเลือกไม่ว่าจะเป็นส.ส.หรือ แคนดิเดตนายกฯ เราเลือกคนที่มีคุณภาพให้ประชาชนแน่นอน ขอให้ไว้ใจตรงนี้ เมื่อถามว่า หากมีการประกาศยุบสภา ทั้ง น.ส.แพทองธาร และนายเศรษฐา จะประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ เลยหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวติดตลกว่า “อิ๊งต้องประกาศว่าอิ๊งครบกี่เดือนแล้ว ต้องไปหาเสียงที่ไหนบ้าง”

แก้หนี้ – นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ และน.ส.ศวิตา สำลีพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 เลย ขึ้นเวทีเสวนา ‘SMEs สร้างไทย คนตัวเล็กสร้างชาติ’ ตอน ‘แก้หนี้กันเลย’ ที่ลานวัฒนธรรมริมโขง อ.เชียงคาน จ.เลย เมื่อวันที่ 21 ม.ค.

หวังช่วยเพื่อไทยแลนด์สไลด์
ต่อข้อถามว่านายเศรษฐาจะเป็นส่วน หนึ่งที่ทำให้พท.แลนด์สไลด์ได้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนเป็นสมาชิกพท. ในสิ่งที่ตนทำมีความปรารถนาอยากให้พท.ได้คะแนนเยอะที่สุด ไม่เช่นนั้นคง ไม่มาช่วย ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้ จะลงทุกพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ณ จุดนี้ตนยังเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ต้องดูเรื่องเวลาด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าลุยการเมืองเต็มตัวต้องจัดการตรงนั้นหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “คำว่าถ้า ตอนนี้ยังไม่ทราบเพราะยังถ้าอยู่” น.ส.แพทองธารกล่าวเสริมว่า “ตอนนี้ให้ตารางนายเศรษฐาไปแล้ว เผื่อวันไหนถ้าว่างก็มาช่วยกันหาเสียงพบปะ พี่น้องประชาชนพูดคุยกัน ต้องช่วยกันเพราะคนเดียวไม่ไหว เป็นปัญหาระดับประเทศเราต้องช่วยกัน” เมื่อถามว่าจะ เห็นนายเศรษฐาขึ้นเวทีปราศรัยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องดูต่อไป

จากนั้นเวลา 12.30 น. น.ส.แพทองธารพร้อมคณะเข้ากราบขอพรพระอาจารย์จีนคณาณัฐจีนพรต(เย็นงี้) เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) โดย น.ส.แพทองธารกล่าวว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่ 6 เดือน กำหนดคลอดน่าจะเป็นช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. จากนั้นเจ้าอาวาสวัดได้อวยพรให้กับ ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทุกคนที่มาวันนี้ให้สมหวัง พร้อมมอบประคำให้น.ส.แพทองธารเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยน.ส.แพทองธารบอกว่าตนเกิดปีขาล ราศีสิงห์ เกิดเดือน ส.ค.โดยลูกในครรภ์ของตัวเองนำโชค

ภายหลังเสร็จจากการสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดมังกรกมลาวาส น.ส.แพทองธารพร้อมคณะได้เดินทักทายประชาชนและแม่ค้าที่หน้าวัด ซื้อซาลาเปา กุยช่ายไปฝากครอบครัว พร้อมบอกแม่ค้าว่าช่วยเชียร์พท.ด้วย

เชื่อ‘ตู่’ไม่ยุบสภาหนีซักฟอก
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พท. กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ซึ่งรัฐบาลยืนกรานให้เวลาแค่ 2 วันว่า ในวันที่ 25 ม.ค. เวลา 15.00 น. คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป) 3 ฝ่ายจะประชุมกัน โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม เราจะไปพูดถึงเรื่องนี้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย เรายืนยัน ที่จะขอ แต่คงไม่พูดถึงจำนวนวัน จะพูดถึงจำนวนชั่วโมงมากกว่า ซึ่งเราต้องได้ ไม่น้อยกว่าเดิม

หากได้แค่ 2 วันแต่จำนวนชั่วโมงต้องไม่น้อยกว่าเดิม เราจะสามารถจัดสรรได้ เพราะเคยทำมาแล้ว โดยอาจอภิปรายดึกหน่อย แต่หากจะให้สบายๆ เช้าเลิกเย็น ก็ควรให้ 3 วัน ไม่ต้องไปเลิกตีหนึ่ง ตีสอง ซึ่งจะเหนื่อยกันทุกฝ่าย และยืนยันว่า อยากได้วันอภิปรายก่อนวันที่ 15 ก.พ. แต่เท่าที่คุยกับนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ บอกว่ารัฐมนตรีบางท่านติดเดินทางไปต่างประเทศ ตนก็บอกขอให้ท่านไปคุยกันใหม่ เจรจานอกรอบไปแล้ว แต่เขาแจ้งความจำนงว่าอยากได้หลังวันที่ 15 ก.พ.

เมื่อถามว่าจะมีการชิงยุบสภา เพื่อหนีการอภิปรายหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ชิงยุบสภาก่อนซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ก็เหมือนฆ่าตัวตายไปในตัว คนเป็นนายกฯ ไม่ทำหรอก เพราะประกาศตลอดว่าไม่กลัวการอภิปราย หากชิงหนีไปก็แสดงว่าเขากลัวฝ่ายค้าน เขาจะเสียเอง ฉะนั้น ตนยังมั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์อาจไม่กล้ายุบสภาในช่วงนี้

เจรจารบ.เพิ่มวันซักฟอก
ด้านนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของวิปฝ่ายค้าน ที่จะต้องไปต่อรองขอวันอภิปรายเพิ่ม ในมุมหนึ่ง รัฐบาลไม่อยากจะถูกเปิดโปง และ ไม่อยากมีแผล เพราะจะมีผลกระทบกับการเลือกตั้ง แต่ในอีกมุมมองหนึ่งรัฐบาลอาจเชื่อมั่นว่าเวทีการอภิปรายทั่วไปครั้งนี้ จะกลายเป็นพื้นที่โชว์ผลงาน ตนมองว่าให้เวลา 2 วันถือว่าน้อยไป ส่วนจะจัดสรรคน และแบ่งอภิปรายอย่างไรนั้น ตนไม่ทราบแต่เข้าใจว่าวิปฝ่ายค้านจะตกลงกันอย่างยุติธรรม

เมื่อถามว่า มีความกังวลว่าจะมีการ ชิงยุบสภา เพื่อหนีการอภิปรายหรือไม่ นายประเสริฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องยุบสภาเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น หากการยุบสภาเกิดก่อนการอภิปรายจะทำให้ประชาชน เสียประโยชน์และโอกาสที่จะรับฟังข้อมูล เชิงลึก และไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไร้ฝีมือมากเพียงใด ถ้ารัฐบาลชิงยุบสภาจริงจะถือว่ารัฐบาลกำลังหนีความจริง อย่างเดียวที่ตนกลัวคือทหารจะลากปืนออกมา เพราะตอนนี้ทหารเงียบมาก ไม่รู้ว่ากำลังเตรียมการอะไรหรือไม่

‘ชินวรณ์’จี้ส.ส.ต้องทำหน้าที่
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. นครศรีธรรมราช ปชป. ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาสภาล่ม ว่า ความจริงเราพยายามตลอดให้สภาสามารถเดินหน้า ต่อไปได้เพราะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีแนวทางประการแรกคือ การขอความร่วมมือจากทุกพรรคให้ร่วมกันรักษา องค์ประชุม และส.ส.ที่ลาออกไป ไม่มีผลต่อองค์ประชุม เพราะองค์ประชุมลดจำนวนตามไปด้วย ส่วนส.ส.ที่ยังอยู่ จึงควรปฏิบัติหน้าที่โดยพร้อมเพรียงกัน

ประการที่สองคือ เราได้แสวงหาความร่วมมือโดยนำกฎหมายที่เห็นพ้องต้องกันมาพิจารณาก่อน เช่นในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษา แห่งชาติ ที่ค้างวาระอยู่ ในวันที่ 24 ม.ค. ส่วนวันที่ 25 ม.ค.เป็นการประชุมร่วมรัฐสภา นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาให้ความ เห็นชอบหนังสือสัญญา ข้อตกลงระหว่างประเทศ และพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เสนอให้ตัดอำนาจ ส.ว. โหวตเลือกนายกฯ และคุณสมบัตินายกฯ ต้องมาจากส.ส. เพื่อให้ทุกอย่างสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ประการที่สามคือ อยู่ที่การตรวจสอบของพี่น้องประชาชนว่าสภาในช่วงสุดท้ายนี้ผู้บริหารประเทศได้ให้ความสนใจกับระบบสภา แค่ไหนอย่างไร และสมาชิกสภา มีการตระหนักรู้เรื่องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่ออกเป็นกฎหมายอย่างไร

แนะ‘ประยุทธ์’ใส่ใจงานสภา
ตนจึงได้ฝากผ่านสื่อมวลชนและภาคีเครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ ขอให้ช่วยกันติดตามเพราะระบบรัฐสภาเป็นระบบที่อาศัยเสียงข้างมากและต้องเคารพเสียง ข้างน้อยที่จะขับเคลื่อนการแก้ไขกฎหมายและเป็นเรื่องปกติที่ใครมีเสียงข้างมากจะได้เป็นรัฐบาลส่วนใครที่เป็นเสียงข้างน้อยก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เรื่องของฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่ององค์ประชุมต้องรับผิดชอบร่วมกัน

“ผมอยากฝากไปยังนายกฯ และฝ่ายบริหารว่า ต้องให้ความสำคัญกับสภาด้วยไม่เช่นนั้นเสียงเรียกร้องที่ให้นายกฯ มาจากการเลือกตั้งจะมีมากขึ้น โดย เฉพาะปชป. เห็นด้วย ที่จะแก้ไขคุณสมบัตินายกฯ ให้ต้องมาจากการเลือกตั้ง และยกเว้นคุณสมบัติที่ให้ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ เรายังมีจุดยืนเหมือนเดิม ในเรื่องนี้” นายชินวรณ์กล่าว

เมื่อถามว่า หมายความว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปพล.อ.ประยุทธ์ควรลงสมัคร ส.ส.ใช่หรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ต้องพิสูจน์ตัวเองเพราะมาอยู่ในสถานะที่เป็นนักการเมืองแล้ว ถ้าท่านยอมรับการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยระบบรัฐสภาก็ต้องให้ความสำคัญต่อสภา

รัฐบาลพร้อมรับทัวร์จีนเข้าไทย
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ติดตามรายละเอียดทางนโยบายของทางการจีนอย่างใกล้ชิดที่จะนำร่องให้ชาวจีนเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศแบบหมู่คณะ หรือกรุ๊ปทัวร์ ได้ใน 20 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. 66 เป็นต้นไป และมั่นใจว่าข้อกำหนดที่มีการดำเนินการอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป จะส่งผลดีต่อธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย และสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ให้อยู่ในขอบเขตที่จำกัดได้ ซึ่งการนำร่องตามที่สถานเอกอัครราชทูตจีนเปิดเผย แสดงให้เห็นว่าประเทศจีนดำเนินมาตรการอย่างรัดกุม มีการแนะนำประชาชนที่จะเดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง บริษัทท่องเที่ยว มีการดูแลคัดกรองกรุ๊ปทัวร์และมีระบบการรายงานที่ชัดเจน

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า รองนายกฯ กำชับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่อยู่ในกำกับ ติดตามรายละเอียดข้อกำหนดและเตรียมการในทุกด้านให้พร้อมสำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น สำหรับประกาศข้อกำหนดต่างๆ ที่รัฐบาลท้องถิ่นในจีน บริษัทนำเที่ยว ตลอดจนชาวจีนที่จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวต้องดำเนินการและปฏิบัติ อาทิ บริษัทนำเที่ยวดำเนินการตามหลักการของประเทศที่จะไป รัฐบาลท้องถิ่นมีการจัดระเบียบและดำเนินการเพื่อปกป้องความปลอดภัย สิทธิประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของนักท่องเที่ยว แนะนำบริษัทนำเที่ยวให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการป้องกันการแพร่ระบาดทั้งของประเทศจีนและประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด และแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังตรวจหาเชื้อก่อนการเดินทาง ใส่ใจกับความปลอดภัยและการป้องกันตนเองในระหว่างการเดินทาง ปฏิบัติตาม กฎระเบียบการป้องกันการแพร่ระบาด และปฏิบัติตามข้อกำหนดการป้องกันการ แพร่ระบาดต่างๆ

จี้ออกกฎหมายคุม‘ยา-ค่ารักษา’
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. น.ส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ประธานคณะอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2565 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่สมาคมร.พ.เอกชนและร.พ.เอกชน 41 แห่ง ฟ้องขอให้ยุติการยกเลิกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่กำหนดราคายา เวชภัณฑ์เกี่ยวกับการรักษาโรค บริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล เป็นสินค้าและบริการควบคุม โดยคำวินิจฉัยให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากค่ารักษาพยาบาลแพง โดยศาลวินิจฉัยว่าประกาศกำหนดราคาของ กกร.เป็นการทำหน้าที่ที่สมเหตุสมผล

น.ส.สุรีรัตน์กล่าวต่อว่า ดังนั้น สภาองค์กรของผู้บริโภคได้จัดทำเสนอข้อเสนอนโยบายและการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ดังนี้ 1.ขอให้ทบทวนเกณฑ์ประเมินคัดแยกระดับความฉุกเฉิน (PA) ในสิทธิ UCEP โดยพิจารณาจากแนวทางสิทธิ UCEP Plus ที่ครอบคลุมให้กลุ่มผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน (สีเหลือง) สามารถเข้ารักษาร.พ.ใดก็ได้จนกว่าจะหายป่วยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ให้นำข้อคิดเห็นของผู้ป่วยและญาติ เป็นหนึ่งในเกณฑ์ประเมินการคัดแยกระดับความฉุกเฉินเข้ามาพิจารณาร่วมด้วย เนื่องจากปัจจุบันมีเพียงข้อคิดเห็นทางการแพทย์แต่เพียงฝ่ายเดียวในการประเมิน หลักการดังกล่าว

และ 2.ขอให้กำหนดการคิดอัตราค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิ UCEP กรณีที่ไม่สามารถส่งต่อผู้ป่วยหลังพ้นภาวะฉุกเฉินวิกฤต 72 ชั่วโมง ไปยังการรักษาพยาบาลในร.พ.ตามสิทธิได้ อันเนื่องจากข้อจำกัดของระบบและความไม่เพียงพอของร.พ.จนกว่าจะหาเตียงได้ โดยวันที่ 30 ม.ค.นี้จะจัดประชุมเสวนา “การผลักดันนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านสิทธิ UCEP” เพื่อให้เกิดความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ ผลักดันข้อเสนอนโยบายและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีสิทธิฉุกเฉินวิกฤต ให้ครอบคลุมผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน