ป้อมชิงตัดหน้าตู่รอบ3 เยาวราชคึก-พิธามาด้วยนายกฯ เจอทั้งเชียร์-ไล่หนูปราศรัยห้วยขวาง พปชร.จัดทัพหยุดเลือด
ส.ว.วันชัยแซะแรง สะดุดใจชื่อพรรค ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ผวนได้เป็น “รวมทาสสร้างชัย” ชี้ไม่เป็นมงคล ‘ป้อม’ อีกแล้ว ชิงตัดหน้า‘ตู่’ เดินเยาวราชวันตรุษจีน อ้างไปส่วนตัว ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้าน ‘ประยุทธ์’ กับแกนนำ รทสช.มาช่วงเย็น จ๊ะเอ๋ ‘พิธา’ ก้าวไกลหาเสียง กองเชียร์นายกฯ ตะโกนสู้ๆ เจอฝ่ายต้านสวนไหนบอกไม่เล่นการเมือง เมื่อไหร่จะลาออก อนุทินปราศรัยช่วยว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตห้วยขวาง พลังประชารัฐไม่กังวลส.ส.ย้ายหนี มั่นใจนโยบาย-ผู้สมัคร-ภาวะผู้นำ ปูทางหัวหน้าพรรคนั่งนายกฯ คนที่ 30 ปชป.เตรียมแถลงนโยบาย พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อีสาน 28 ม.ค.นี้ ที่โคราช

ตัดหน้าอีก – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. ไหว้ศาลเจ้าแม่กวนอิม ระหว่างลงพื้นที่เยาวราช ช่วงบ่าย วันที่ 22 ม.ค. โดยไม่มีกำหนดล่วงหน้า ตัดหน้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่เดินทางไปช่วงเย็นวันเดียวกัน
ป้อมอีกแล้ว-ลุยเยาวราชก่อนตู่
เวลา 13.30 น. วันนี้ 22 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลัง ประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่ถนนเยาวราช กทม. โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า โดยพล.อ. ประวิตร สวมเสื้อเชิ้ต สีแดง แจ๊กเกตสีเขียว ใส่กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายคนไทยเชื้อสายจีนอย่างอารมณ์ดี พร้อมเดินไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม ทำบุญไหว้พระ และร่วมบริจาคเงินที่มูลนิธิเทียนฟ้า
ผู้สื่อข่าวรายงาน การลงพื้นที่เยาวราชวันนี้ พล.อ.ประวิตร ไม่มีกำหนดการ ล่วงหน้า แต่เป็นการเดินทางไปในนามส่วนตัว เพื่อต้องการทำบุญไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเนื่องในโอกาสเทศกาลตรุษจีน โดยระหว่างทางเดินไปมูลนิธิเทียนฟ้า มีประชาชนมาขอถ่ายรูปและทักทายซึ่งพล.อ.ประวิตรทักทายและถ่ายรูปด้วยความเป็นกันเอง
ทั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ พล.อ.ประวิตร และพปชร.ชิงปาดหน้าลงพื้นที่ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ที่มีกำหนดการลงพื้นที่
และวันเดียวกันนี้ เวลา 17.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีกำหนดนำคณะผู้บริหารรทสช. ลงพื้นที่เยาวราชเช่นเดียวกัน เพื่อไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง รวมทั้งจะเดินทางไปไหว้พระที่วัดมังกร กมลาวาส และพบปะพูดคุยกับประชาชน เนื่องในวันตรุษจีน
รทสช.จ๊ะเอ๋ก้าวไกล
ทั้งนี้ การลงพื้นที่หาเสียงของพรรคต่างๆ ที่ถนนเยาวราชช่วงเย็น เป็นไปอย่างคึกคัก เพราะนอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ กับผู้บริหาร รทสช.แล้ว พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก็จะพา นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กทม. เดินเยาวราชในเวลา 17.00 น. อีกทั้งนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรี วิไลย์ ก็คงพื้นที่ด้วย
ทั้งนี้ รทสช. แจ้งปรับเปลี่ยนกำหนดการเดิมซึ่งนัดพบที่ I’m Chinatown ใกล้สถานี MRT วัดมังกร เปลี่ยนเป็นพบกันที่ร้าน TORA CHA ซอยตรงข้ามมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง คาดว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า เนื่องจาก นายพิธา ได้นัดพรรคก.ก. จุดแรกที่ I’m Chinatown และมีกำหนดการไปนมัสการเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ เป็นจุดที่สองเช่นกัน
จากนั้นเวลา 17.20 น. ปรับเปลี่ยนอีกครั้ง โดยนายพีระพันธุ์ และนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี แกนนำ รทสช. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. นำแกนนำและสมาชิกพรรคไหว้ศาลเจ้าพ่อไต่ฮงกงก่อ จากนั้นจึงมาที่วัดเล่งเน่ยยี่ โดยขบวนหาเสียงของนายพีระพันธุ์ สวนกับขบวนหาเสียงของนายพิธา ตรงปากประตูวัด ทั้งคู่หันไปโบกมือกัน ส่วนกองเชียร์ต่างตะโกนเชียร์พรรคตัวเองอย่างไม่ยอมกัน

บุกเยาวราช – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินพบปะทักทายประชาชน บนถนนเยาวราช พร้อมไหว้พระวัดเล่งเน่ยยี่ โดยมีประชาชนจำนวนมากมาต้อนรับ ให้กำลังใจ ขณะเดียวกันก็มีเสียงตะโกนขับไล่ด้วย เมื่อเย็นวันที่ 22 ม.ค.
ตู่ขอพรให้ทุกคนมีความสุข
เวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาสมทบ ท่ามกลางเสียงเชียร์นายกฯสู้ๆ โดยพล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเรียบเฉย และเกร็งๆ
มีรายงานว่า ที่พล.อ.ประยุทธ์มาถึงล่าช้าเนื่องจากไม่มีรถนำขบวน แต่เป็นรถเบนซ์ส่วนตัว อีกทั้งพลขับก็เป็นพลขับเก่าแก่ที่เคยใช้งาน ทำให้หลงทาง เพราะถนนเยาวราชช่วงตรุษจีนมีการปิดถนน ทำให้เข้าไม่ถูก ตำรวจในพื้นที่ต้องไปขับนำเข้ามา ส่วนทีมรักษาความปลอดภัยไม่ได้ใช้ทีมปกติ แต่ใช้ทีม รปภ.ของรทสช. ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนมาทำหน้าที่ แต่มีเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบมาอารักขา อยู่ห่างๆ
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งใจจะมากราบไหว้พระวัดเล่งเน่ยยี่ และจะมาดูสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ได้รับรายงานว่ามีหลายอย่างกระเตื้องขึ้น ทุกระดับทุกภาค การท่องเที่ยวมีมากขึ้น วันนี้มาดูที่เยาวราชเพราะมีการจับจ่ายใช้เงินหลายล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน เรื่องนี้ไม่ได้ใช้เวลาในระยะสั้น เราพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขออวยพรให้ตรุษจีนปีนี้ทุกคนทั้งคนไทยเชื้อสายจีนและคนไทย มีความสุขความเจริญและสุขภาพแข็งแรงตลอดไป
เมื่อถามว่าช่วงไหว้พระขอพรอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอพรให้ประชาชนทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง สามารถพัฒนาไปข้างหน้า เพื่อให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังขอพรให้ทำงานประสบความสำเร็จ ปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบเมื่อถามว่าจะลงพื้นที่เช่นนี้ทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์หรือไม่
เจอตะโกนถามเมื่อไหร่ออก
เวลา 18.15 น. หลังกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดเล่งเน่ยยี่ พล.อ.ประยุทธ์ เยี่ยมชมตลาดเก่าเล่งบ๊วยเอี๊ยะและย่านการค้า ร้านอาหารถนนเยาวราช โดยมีกองเชียร์ส่งเสียงตะโกนสู้ๆ ตลอดทาง พล.อ.ประยุทธ์เดินพบปะประชาชนพร้อมแวะทักทายถึงในบ้าน พร้อมกับทำมือสัญลักษณ์มินิฮาร์ต โบกมือทักทายและกล่าวว่า “ขอให้มีความสุข ขอให้ร่ำรวยทุกคน ขอให้ช่วยกัน” และยังเล่น “ป๋องแป๋ง” อย่างอารมณ์ดี
ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ยืนให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น มีหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งตะโกนใส่ว่า “ลุงตู่เมื่อไหร่จะลาออก” ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบโต้ และยังมีประชาชนส่วนหนึ่งตะโกนบอกว่า “ผู้สมัครรถติดมากไปแล้ว ช่วยเดินหลบหน่อย ประชาชนขอใช้ถนนบ้าง” โดยมีชายคนหนึ่งตะโกนใส่คณะของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า “หลอกลวงประชาชน ไหนบอกไม่เล่นการเมือง” บางคนที่ขับรถบีบแตรไล่ เนื่องคณะของนายกฯ เดินขวางพื้นที่ถนน ทำให้รถติดขัดอย่างมาก
เวลา 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ โดยถอดหน้ากากอนามัย พร้อมกล่าวว่า “ร่ำรวย สุขภาพแข็งแรงตลอดไป” พร้อมทำลัญลักษณ์มือไอเลิฟยู เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเหนื่อยไหม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่เหนื่อย ทำอะไรให้ประชาชนไม่เหนื่อยอยู่แล้ว” จากนั้นได้ขึ้นรถทันที
แฟนคลับเชียร์สู้ๆ
แต่ช่วงที่รถของพล.อ.ประยุทธ์กำลังเคลื่อนตัว มีประชาชนมารุมล้อม ส่งเสียงเชียร์ว่า “สู้ๆ” พล.อ.ประยุทธ์ลดกระจกลงสองข้าง โบกมือให้ แต่เนื่องจากมีประชาชนและรถจำนวนมาก ทำให้คนขับรถเบรกรถกะทันหัน ทำให้รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งเป็นรถรักษาความปลอดภัยชนท้ายรถของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่รถไม่เกิดความเสียหาย จากนั้นขบวนรถพล.อ.ประยุทธ์ เคลื่อนออกไป
ด้านนายพีระพันธุ์เผยหลังลงพื้นที่ว่า ไปที่ไหนก็มีแต่คนเชียร์แบบนี้ วันนี้ไม่ได้นัดหมายกับพล.อ.ประประยุทธ์ เพียงแต่แจ้งให้ทราบ ท่านก็บอกถ้าว่างก็จะมา ตนก็มากับแกนนำพรรค นายกฯตั้งใจมาเองเพื่อไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเทศกาลตรุษจีน วันนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการลงพื้นที่
พิธามั่นใจแข่งแชมป์ได้
ส่วนพรรคก.ก. นายพิธา พร้อมด้วยแกนนำพรรคพานายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 1 ก.ก.ลงพบปะประชาชน นายพิธาให้สัมภาษณ์ว่า เราส่งนายปารเมศ ลูกหลานคนเชื้อสายจีน มีความเข้าใจบริบทความต้องการพื้นที่นี่เราเคยได้ที่ 2 ตอนปี 62 ส่วนส.ก.เขตพระนคร ล่าสุดได้รับความไว้วางใจ มั่นใจจะส่งนายปารเมศ เข้าสู่สภาได้แน่นอน
เมื่อถามว่าส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิม ย้ายไปสังกัดพท.ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่มีเจ้าของประชาชน แข่งขันกันที่นโยบายว่าใครจะตอบโจทย์คนในพื้นที่ ไม่ว่ามาจากพรรคไหนต้องสู้เต็มที่
ปลุกปิดสวิตช์3ป.ในสภา
นายพิธากล่าวถึงความเป็นไปได้ในการยุบสภาช่วงต้นก.พ. ว่า จริงๆ เป็นไปได้หมด ต้องดูความพร้อมของคนมีอำนาจยุบ เขาแตกพรรคแล้วไม่ปังเหมือนที่คิด แต่แป้ก รวมกับระเบิดเวลาที่ตัวเองเขียนไว้เรื่องต้องมีส.ส.ครบ 25 คน ถึงจะเสนอชื่อคนเป็นนายกฯ ได้ เป็นต้น ส่วนใหญ่ถ้าจะยุบต่อเมื่อได้เปรียบ ตนไม่มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความได้เปรียบตรงนั้นอยู่หรือเปล่า
ส่วนการเมืองภาพใหญ่ จุดแข็งของ ก.ก.คือ การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต การทำประชามติเพื่อทำรัฐธรรมนูญใหม่จะทำให้การเมืองดีขึ้นมาได้ พรรคการเมืองในสภาต้องปิดสวิตช์ 3 ป. เอาทหารออกจากการเมืองตั้งแต่วันนี้ ตนคิดว่า ส.ว.ก็คงไม่กล้าเอาพลังลากตั้งมาสู้เลือกตั้ง
ส่วนการจับขั้ว ก.ก.ไม่อ้อมแอ้ม ไม่อ้อมค้อม ไม่มีรอกระแสลมทั้งสิ้น ยืนยันได้ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านตอนนี้เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของความท้าทาย สิ่งที่เป็นไปไม่ได้คือการจับขั้วกับพรรคทหารจำแลง ไม่ว่าจะพปชร. หรือรทสช.
อนุทินปราศรัยหาเสียงห้วยขวาง
เวลา 17.00 น. ที่ชุมชนโรงปูน เขตห้วยขวาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมกก.บห. ทั้ง นายสรอรรถ กลิ่นปทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำทีม “ภูมิใจไทย ภูมิใจกรุงเทพฯ” นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค นางศุภมาส อิศรภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ชนม์ทิดา อัศวเหม พร้อม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ลงพื้นที่พบปะและรับฟังปัญหาจากชาวชุมชน
เวลา 17.30 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า แม้ ภท.มีฐานส่วนใหญ่อยู่ต่างจงหวัด แต่คนต่างจังหวัดมาทำงานในกทม.เยอะ ถ้าเรามีพื้นที่และตัวแทนของเราในกทม.ก็จะได้ร่วมมือกัน “ในกทม.ส่วนใหญ่ที่เราเติมให้ได้ตามอำนาจ ตามกฎหมายของหน่วยงานที่กำกับดูแลเราก็จะเติมได้เลย ส่วนไหนที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้บริหารก็คือกทม. ก็จะประสานให้ ไม่ใช่มาแย่งกันทำงาน ไม่ใช่มากั๊ก”
ขอ1ปีถนนเรียบ-ไฟไม่ต้องซื้อ
เวลา 18.30 น. ที่ลานชุมชนโรงปูน นายอนุทินปราศรัยว่า ภท.จะทำให้พี่น้องอยู่ได้ด้วยความสุข ไม่ใช่อยู่แบบนี้ เห็นแล้วปวดใจ ปวดตับ นึกไม่ถึงว่าจะมีภาพแบบนี้ในกทม. ถ้าชุมชนอยู่กับกทม.อาจต้องมีคิว เฉลี่ยงบประมาณ แต่ชุมชนอยู่กับรถไฟ ขึ้นกับกระทรวงคมนาคม ถ้าภท.ยังมีรมว.คมนาคมชื่อศักดิ์สยาม ชิดชอบ มีรองนายกฯ ชื่ออนุทิน ไม่เกิน 1 ปี จะทำให้ตรงนี้เป็นถนนเรียบ ไม่มีน้ำหยด ไฟไม่ต้องไปซื้อต่อเขา รถไฟต้องมาให้พี่น้องใช้ จะมีหลังคาโซลาร์รูฟ ไปจ่ายเดือนละ 400 บาท มีมอเตอร์ไซด์ผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 เดือน ชุมชนที่ขึ้นอยู่กับ รฟท. จะได้รับการพัฒนาก่อนเอกชน
พปชร.จัดทัพ-ไม่กังวลสส.ย้ายหนี
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของ พปชร. ในการสู้ศึกเลือกตั้งปี 2566 ว่า อยู่ระหว่างจัดทัพและเสริมทัพของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตที่ไม่เคยมี ส.ส. และเขตที่ ส.ส.มีแนวโน้มย้ายไปสังกัดพรรคใหม่และพรรคอื่นๆ และทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครมาตลอด ยืนยันไม่มีข้อกังวลใดๆ เพราะเชื่อว่าทุกพรรคก็ดำเนินการลักษณะเช่นเดียวกัน
เรารับทราบทิศทางของส.ส.มาได้ สักพักหัวหน้าและเลขาฯ พรรคก็เตรียม ผู้สมัครอยู่แล้ว ได้เริ่มหาตัวผู้สมัครสำรองล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้ว ซึ่งน้ำคงจะค่อยๆ นิ่งและตกผลึกในที่สุด เพราะมีส่วนหนึ่งขยับออก ก็มีส่วนหนึ่งขยับเข้ามาก็จะมาเติมเต็มกัน
3 ปัจจัยดันป้อมนั่งนายกฯ
ที่ผ่าน มาพปชร.ได้ขับเคลื่อนนโยบายที่วางไว้มาต่อเนื่อง เพื่อสร้างประเทศไทยให้มั่นคง ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาความยากจน ประชาชนอยู่ดีกินดีทุกพื้นที่ ไม่ใช่กระจุกตัวเฉพาะหัวเมือง ต้องกระจายความเจริญออกไป อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรประชารัฐ เป็นนโยบายหลักที่ต้องต่อยอด การพลิกฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 กลายเป็นโจทย์ใหญ่ก็มีนโยบายที่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภาคการเกษตร นโยบายเหล่านี้จะค่อยๆ ทยอยเปิดให้ประชาชนเห็น
ดังนั้น นโยบายของพรรค ผู้สมัคร ส.ส.ที่มีความเข้มแข็ง รวมถึงภาวะผู้นำของพรรค จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นจนสามารถผลักดันให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพปชร. ขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ 30 สอดรับกับภาพที่ประชาชนได้เห็นว่าพล.อ.ประวิตร เป็น ผู้มีภาวะการเป็นผู้นำที่กล้าตัดสินใจในสถานการณ์ของไทยในปัจจุบัน อีกทั้งไม่เคยขัดแย้งกับใคร และสามารถทำงานได้กับทุกพรรค
เชื่อ 2 ขั้วแบ่งคะแนนสูสี
“พล.อ.ประวิตร เป็นผู้นำที่มีลักษณะพิเศษ ไม่ขัดแย้ง ไม่โกรธ ให้อภัยทุกคนตลอด กวาดสายตามองออกไปคนเช่นนี้มีไม่เยอะในไทย ซึ่งจะมาเป็นผู้นำที่ทำให้ประชาชนเห็นว่าไทยมีผู้นำที่นำพาประเทศ ก้าวข้ามความขัดแย้งทั้งหมดได้จริงๆ หากไม่ได้ผู้นำเช่นนี้ ประชาชนยังตีกันอยู่” นางนฤมลกล่าว และว่า พปชร.มีฐานเสียงเดิม 8.4 ล้านเสียง ในการเลือกตั้งปี 54 และ ปี 62 เท่ากับฐานเสียงของทั้ง 2 ขั้วการเมืองยังคงสูสีกัน ดังนั้นการเลือกตั้งปี 66 ก็อาจยังแบ่งครึ่งๆ เหมือนเดิม
คราวนี้ขั้วการเมืองตรงข้ามมีพรรค เพื่อไทย(พท.) พรรคก้าวไกล(ก.ก.) พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) พรรคเสรีรวมไทย (สร.) และพรรคอื่นๆ เล็กน้อย อีกฝั่งมี พปชร. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) พรรคไทยภักดี(ทภด.) ที่ต้องแชร์คะแนนกัน
ดังนั้น จึงตอบยากมาก ส.ส.เขตได้เท่าไร และคงตอบล่วงหน้าไม่ได้ต้องดูตัวเลขคณิตศาสตร์หลังเลือกตั้งว่ามีเสียงเพียงพอจัดตั้งรัฐบาลไหม และต้องรอฟังมติ กก.บห.พรรค แต่ที่แน่นอนและชัดเจนคือ พปชร.มีอุดมการณ์ตั้งแต่ก่อตั้งพรรค ปี 61 ที่พร้อมร่วมมือกับทุกคนเพื่อพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง วันนี้ยังเดินตามอุดมการณ์เดิมอย่างมั่นคง
ปชป.เปิดตัวชิงสส.โคราช 28 มค.
นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และผอ.เลือกตั้งพรรค กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งว่า วันนี้พรรคเตรียมผู้สมัครส.ส.ไว้เยอะแล้ว ภาคใต้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ภาคเหนือประกาศไปแล้ว 61 คน ประมาณ 90-95 เปอร์เซ็นต์ ภาคอีสานจะเปิดตัว ผู้สมัครส.ส.กว่า 100 คนในวันที่ 28 ม.ค. ที่จ.นครราชสีมา ส่วนภาคกลาง ซึ่งมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคดูแลแลภาคกลาง เป็น ผู้ดูแล ก็จะกำหนดเปิดตัวผู้สมัครต่อไป และเปิดตัวผู้สมัครปิดท้ายที่กทม. ยืนยันว่าปชป.ส่งครบ 400 เขตแน่นอน ส่วนผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อตอนนี้ล้นแล้ว มาจากพรรคอื่นก็มี แต่มาแบบระบุลำดับมาด้วยพรรคก็ไม่กล้ารับไว้ เพราะพรรคมีระบบคณะกรรมการสรรหาอยู่ ซึ่งต้องไปเป็นตามระเบียบของพรรค
ส่วนนโยบาย หลังจทยอยเปิดล็อตแรกไปแล้วคือ 3 สร้าง 8 นโยบาย ที่เน้นเรื่องการเกษตร ก็จะเปิดนโยบายล็อตที่ 2 ที่โคราช โดยเป็นการเปิดนโยบายพร้อมเปิดตัวสมัครส.ส. นโยบายที่จะเปิดจะเน้นในเรื่องการสร้างคนและสร้างเงิน ที่ยังค้างอยู่ในภาคการผลิตด้านอื่น และจะเปิดตัวนโยบายล็อตที่ 3 ประมาณ ก.พ.
ไม่กังวลส.ส.ย้ายออก
เมื่อถามว่ามีส.ส.บางคนเตรียมย้ายออก ทั้งที่พรรคเตรียมให้ลงสมัครต่อ จะส่งผล กระทบอย่างไร นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบกับพรรคเพราะคนที่ย้ายออกพรรคเตรียมคนไว้แทนตลอด แต่ตราบใดที่คนคนนั้นไม่แสดงออกเองพรรคก็ไม่แสดงออกอะไร เพราะต้องการให้เขาพูดเอง หากพรรคพูดก่อนจะหาว่าขับไล่ไสส่ง
เมื่อถามว่าคนที่เตรียมย้ายพรรคอ้างมีปัญหาภายในพรรคนายนิพนธ์กล่าวว่า พรรคไม่มีปัญหา แต่บางเรื่องพรรคไม่สามารถให้ตามความต้องการกับทุกคนได้ทั้งหมด พยายามเท่าที่ให้ได้ แต่ถ้าให้แล้วมีปัญหาพรรคก็ต้องพิจารณาหลายเรื่อง และพยายามทำให้ดีที่สุดกับทุกคน
เมื่อถามว่าแต่ละพรรคเริ่มประกาศ แคนดิเดตนายกฯ แล้ว ปชป.จะเสนอ แคนดิเดต นายกฯ คนเดียวหรือมากกว่า นายนิพนธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ตอบไม่ได้ว่าจะเสนออย่างไร จะเสนอกี่คนต้องรอให้ กก.บห.พิจารณาก่อนว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่ไม่มีปัญหาแน่อน เพราะ ปชป.มีระบบชัดเจน และเคารพการตัดสินใจกันอยู่แล้ว
พท.ชี้ผู้นำใหม่ต้องเก่ง-สมองดี
นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า สถานะของประเทศขณะนี้คนไทยยากจนเพิ่ม นำไปสู่ปัญหาหนี้สินสูงสุด คุณภาพชีวิตตกต่ำ เด็กไม่ได้เข้าโรงเรียน และความเหลื่อมล้ำถ่างขึ้นมากติดลำดับโลก รวยกระจุกจนกระจาย ประเทศไทยฟื้นตัวช้าหลังโควิด เติบโตต่ำท้ายตารางในอาเซียน การทดสอบขององค์กรในระดับสากลด้านทุนมนุษย์ พบว่าคุณภาพด้านการศึกษาตกต่ำลงกว่าก่อนทำรัฐประหาร เสน่ห์ในการดึงดูดการลงทุนทางตรงลดลง การเมืองย้อนกลับไปก่อนปี 2540 ไร้เสถียรภาพ กติกาการโหวตตัวนายกฯ ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เป็นธรรมดังนั้น ต้องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ให้เฉพาะ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกเป็นผู้มีอำนาจโหวตตัวนายกฯ จึงจะเป็นประชาธิปไตย
หลังการเลือกตั้งอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ประเทศต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ตัว ผู้นำมีความสามารถ สมองดี ทำงานเก่ง และต้องซื่อสัตย์ต่อนโยบายที่หาเสียงช่วงเลือกตั้ง นำไปลงมือปฏิบัติให้สำเร็จ มิใช่ละทิ้งความรับผิดชอบ ไม่เดือดร้อนกับสัญญาหาเสียงที่พรรคต้นสังกัดเคยให้ไว้กับประชาชน ส่วนตนเห็นว่าปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน คือการแก้ความยากจนด้วยรายได้ เพิ่มขีดความสามารถของประเทศด้านทุนมนุษย์ การศึกษา โครงสร้าง พื้นฐานขนาดใหญ่ ความโปร่งใส เทคโนโลยี จึงต้องมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง ผู้นำมีความสามารถ มีประสิทธิภาพ พรรคแกนนำมีนโยบายที่ตอบโจทย์ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ พท. เดินหน้าเสนอนโยบายสร้างรายได้ เน้นนโยบายที่ทำได้จริง และเดินหน้าแลนด์สไลด์

รณรงค์ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ควงน้องจินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ลูกสาว พร้อมแกนนำและผู้สมัครส.ส.ของพรรคร่วมรณรงค์เชิญชวนลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างรัฐธรรมนูญของประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก บริเวณสยามสแควร์วัน กทม. เมื่อวันที่ 22 ม.ค.
วันชัยสะดุดชื่อรทสช.
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์ข้อความเรื่อง “รวมไทยสร้างชาติ” ว่า ปกติการ ตั้งชื่อคนหรือชื่อพรรค การเมืองมักตั้งชื่อที่มีความหมายเป็นมงคล ทั้งตามหลักเลขศาสตร์ โหราศาสตร์ รวมตามคำและอักษรแล้วต้องเป็นศรีเป็นเดช มีพลังแห่งความสำเร็จเจริญรุ่งเรือง นอกจากชื่อเป็นมงคลแล้ว ทั้งคำโดยตรงและคำผวนของชื่อต้องไม่เป็นอัปมงคล ช่วงวันหยุดตรุษจีนเบาๆ สบายๆ ผมก็ลองเอาชื่อพรรคการเมืองมา บวกเลข ผวนคำดูว่าพรรคไหนเป็นอย่างไร ไปสะดุดใจตรงที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นึกไม่ถึง แปลกมาก เอาชื่อพรรคมาผวนคำแล้วพิลึกพิลั่นกว่าพรรคอื่นๆ เช่น พรรคเพื่อไทยผวนคำเป็นไพเทื่อ ภูมิใจไทย ผวนเป็น ไพใจทูม ส่วนประชาธิปัตย์ ก้าวไกล ไทยสร้างไทย ผวนไม่ได้ พลังประชารัฐผวนเป็นพะรัดประชารัง ชาติไทยพัฒนา เป็นชาดทาพัดทะไน ไม่มีความหมายอะไร
“แต่พรรคที่แปลกมหัศจรรย์พันลึกคือรวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ผวนแล้วเป็น รวมทาสสร้างชัย หมายความว่าอะไร ชื่อตรงและคำผวนเป็นมงคลหรือไม่ จะรวมทาสไปสู้รบปรบมือหรือกระไร มันทำไมเป็นเช่นนี้ ดูหน้าดูหลัง ตรวจดวงชะตากันมาหรือยัง เห็นคนเอามาพูดกันเยอะว่ารวมทาสไปสร้างชัย รวมไทยไปสร้างชาติ มันจะไหวหรือ ทำไมมันมาบรรจงลงตัวที่ชื่อนี้” นายวันชัยระบุ