สอบคำให้การ-ฟ้อง9ข้อหาหนัก อาชญากรข้ามชาติ-ค้ายาเสพติด ‘บิ๊กเด่น’สั่งคุ้มครอง2พยานเอก ชูวิทย์ลุ้นถอนประกันพตอ.หญิง
‘ตู้ห่าว’ และชาวแก๊งทั้ง 23 คน ขึ้นศาลอาญากรุงเทพใต้นัดสอบคำให้การจำเลย ยืนกระต่ายขาเดียวให้การปฏิเสธ คดีถูกอัยการส่งฟ้อง 9 ข้อหาหนัก อาชญากรข้ามชาติ- ค้ายา แถลงไม่ประสงค์จะเข้าศูนย์คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในคดีอาญาเพื่อให้ความรู้จำเลย ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน 27 มี.ค.นี้ ศาลยังนัดสืบพยาน ล่วงหน้าคดียาเสพติดขบวนการจีนเทาด้วย เหตุพยานอยู่ระหว่างรอส่งตัวออกนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับภูมิลำเนา ทนายจำเลย 19 คน แย้งไม่ได้หลักฐานคำให้การเพื่อสอบค้าน ก่อนเลื่อนสืบพยานล่วงหน้าเป็นวันที่ 24 ม.ค.
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ ย.87/2566 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดียาเสพติด 4 โจทก์ ยื่นฟ้องนายฮวง ไฮ่ เท่า (HUANG HAITAO) เป็นจำเลยที่ 1 นาย ชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ เป็นจำเลยที่ 2 รวมกับพวกสัญชาติจีน ไทย กัมพูชา และบริษัทนิติบุคคล (5 แห่ง) รวมจำเลยทั้งสิ้น 23 ราย
ข้อหากระทำความผิดประมวลกฎหมาย ยาเสพติด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, พ.ศ.2542, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522, พ.ร.ก.การบริหารจัดการ การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560, พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509, พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 209
รวมทั้งหมด 9 ข้อหา ประกอบด้วยสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และประเภท 4 โดยกระทำการในลักษณะเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรม, ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและโดยมีอาวุธปืนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน,
ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและโดยมีอาวุธปืน ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงินเป็นอั้งยี่ มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเป็นสมาชิกหรือเครือข่ายดำเนินงาน ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ,
ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, ร่วมกันรับคนต่างด้าวทำงานโดยคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตให้ทำงาน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พ้นจากการจับกุม
โดย โจทก์ จำเลยทั้ง 23 ราย และทนายความมาศาล ซึ่งศาลได้จัดล่ามภาษาจีนไว้ด้วย ขณะที่จำเลยทั้ง 23 รายแถลงไม่ประสงค์จะเข้าศูนย์คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในคดีอาญาเพื่อให้ความรู้จำเลย จากนั้นศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้ง 23 ราย จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลรับคำให้การของจำเลยไว้แล้ว โดยศาลกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานคดีนี้ในวันที่ 27 มี.ค. เวลา 09.00 น. โดยให้เบิกตัวจำเลยที่ต้องขังมาศาลด้วย
ขณะเดียวกัน วันนี้ศาลนัดสืบพยานล่วงหน้าก่อนฟ้องคดี ตามคำร้องหมายเลขดำ ยสฟ.1/2566 ซึ่งอัยการสำนักงานคดียาเสพติด เป็นผู้ยื่นคำขอ ในคดีที่นายฮวง ไฮ่ เท่า (HUANG HAITAO) กับพวกรวม 19 คน ตกเป็นผู้ต้องหา คดีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งพยานที่ขอสืบนี้เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนและเป็นประจักษ์พยานข้อเท็จจริงส่วนสำคัญคดีนี้ โดยพยานอยู่ระหว่างรอส่งตัวออกนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับภูมิลำเนา จึงเป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนขอสืบพยานก่อนฟ้องไว้
โดยวันนี้ อัยการ โจทก์ ผู้ต้องหาที่ 1-14 และที่ 16-19 ทนายความมาศาล โดยทนายความผู้ต้องหาที่ 15 แถลงว่าเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่อัยการได้ยื่นฟ้องคดี อัยการยังไม่ได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหา 15 ซึ่งได้ประกันตัวไป วันนี้ผู้ต้องหาที่ 15 จึงไม่ได้เดินทางมาศาล
ทนายความผู้ต้องหาทั้งหมด แถลงว่า เนื่องจากโจทก์ยื่นคำฟ้องเข้ามาแล้วมีจำนวนถึง 400 หน้าเศษ และมีจำเลยเพิ่มเติมจาก ผู้ต้องหาในคดีนี้อีกซึ่งมีการแต่งตั้งทนายความเข้ามา โดยทนายความที่แต่งตั้งเข้ามาใหม่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงของคดี การสืบพยาน ล่วงหน้าในช่วงบ่ายวันนี้จะทำให้ฝ่ายผู้ต้องหาทั้งหมดเสียเปรียบ ประกอบกับในคำฟ้องมีการฟ้องนิติบุคคลเพิ่มเข้ามาซึ่งยังไม่มีการแต่งตั้งทนายความ จึงขอเลื่อนการสืบพยานล่วงหน้าออกไปก่อน
โจทก์แถลงว่า ไม่ขัดข้องที่จะสำเนาคำให้การผู้ต้องหา และจะส่งมอบคำให้การ ผู้ต้องหาทั้งหมดให้ฝ่ายผู้ต้องหาในช่วงบ่ายของวันนี้โดยวันนี้ โจทก์จะยื่นคำร้องขอพยานล่วงหน้า และระบุบัญชีพยานเพียงพยานที่จะนำมาในล่วงหน้าเท่านั้น ส่วนพยานหลักฐานอื่นจะยื่นในภายหลัง ทนายความผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ค้านและขอให้สืบพยานล่วงหน้าในวันที่ 24 ม.ค.
ศาลพิเคราะห์แล้ว เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงให้เลื่อนนัดสืบพยานล่วงหน้า เป็นวันที่ 24 ม.ค. เวลา 09.00- 16.30 น. ตามที่นัดไว้ในคดีนี้ โดยจะเป็นการสืบพยานล่วงหน้าตามคำร้องที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องเข้ามาใหม่ภายในเวลา 16.00 น.ของวันนี้
และที่โจทก์แถลงว่าในการสืบพยาน ล่วงหน้า พนักงานสอบสวนได้จัดเตรียมล่ามในการสืบพยานมาให้แล้ว แต่ฝ่ายผู้ต้องหาทั้งหมดแถลงว่าการสืบพยานล่วงหน้าคือการสืบพยาน จึงขอใช้ล่ามจากสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งถือว่าเป็นคนกลาง โดยศาลให้มีหนังสือถึงสำนักงานศาลยุติธรรม ขอล่ามภาษาจีน
ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อติดตามการสอบคำให้การ พร้อมเผยว่า มาติดตามในฐานะประชาชน คนหนึ่ง คาดว่านายตู้ห่าวกับพวกคงจะปฏิเสธ เพราะโทษหนักทั้ง 9 ข้อหา อย่างไรก็ดี ประการสำคัญที่อยากบอกคือจะติดตามว่ามีการข่มขู่พยาน มีหลักฐานที่ตนได้รายงานให้กับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งท่านสั่งทีมงานบินไปสอบปากคำพยานทั้ง 2 คนทันที
“ผมบอกแล้วว่าให้สู้กันตามกระบวนการยุติธรรมแต่ถ้ามาสู้กันใต้ดินตนรู้หมดทุกย่างก้าว บอกได้แค่ว่าพยานรายนี้คือพยานที่สำคัญมากที่สุด เป็นพยานที่ใกล้ชิดรู้ความเคลื่อนไหว จึงไม่สามารถบอกรายละเอียดมากกว่านี้ได้ เพราะกระทบความปลอดภัย เท่าที่ทราบมีกลุ่มคน 4 คนต้องสงสัยไปนั่งเฝ้าพยานหน้าบ้าน ตอนนี้พยานคนดังกล่าวอยู่ในความคุ้มครองของ ผบ.ตร. ผมบอกเยอะไม่ได้ ให้นักข่าวไปถามทางพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ผบ.ตร. ดีกว่า” นายชูวิทย์กล่าว
นายชูวิทย์ยังกล่าวอีกว่า บอกได้เลยว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลจะใช้ทุกวิถีทาง ทำลายน้ำหนักของพยานในระหว่างต่อสู้ของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลสำคัญ การทำลายพยานหลักฐานก็เป็นวิธีการทางใต้ดินอย่างที่ผ่านมาในอดีตที่ตนออกมาแฉ เชื่อได้เลยว่าจะมีการใช้อิทธิพลในคดีนี้แน่นอน แต่ตนเหนื่อยมากกับเรื่องนี้ ตนยังมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม จะมาตามจนถึงศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจนคดีสิ้นสุด
การมาขายยาเสพติดเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ วันนี้ทางอัยการจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มจำเลยรายหนึ่งที่ตอนแรกถูกสั่งฟ้องแค่คดีฟอกเงินแต่วันนี้จะฟ้องเพิ่มในข้อหา มีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติ และจะเสนอให้พนักงานสอบสวนขอถอนประกัน พ.ต.อ.หญิง ที่เป็นจำเลยร่วมและได้ประกันตัวมาเพียง คนเดียว
ต่อมาเวลา 11.10 น. นายชูวิทย์เผยหลังไปร่วมสังเกตการณ์ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยนัดแรกเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ว่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีการคุ้มกันอย่างเข้มแข็ง ศาลมีการนัดผู้ต้องหาทั้งหญิงและชายมากว่า 20 คน บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีค่อนข้างวุ่นวาย เนื่องจากนอกจากผู้ต้องหาแล้วยังมีทนาย ญาติ ล่ามแปลภาษา มารวมตัวกันจำนวนมาก ในฐานะพยานจึงได้แต่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้านนอก ประกอบกับมีอัยการกำชับมาว่าไม่ให้พูดอะไรมากเนื่องจากเป็นพยาน