เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ที่บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมกทม. บรรยากาศกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง 112 ชั่วโมง” โดยในตอนนี้เริ่มมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรม มีการชูป้ายเชิงสัญลักษณ์พร้อมแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว และได้มีป้ายให้รถที่ผ่านบริเวณดังกล่าวบีบแตรและร่วมกันชู 3 นิ้วด้วย

เวลา 17.50 น. มีกลุ่มผู้ร่วมชุนนุมทยอยมาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง แกนนำที่มาถึง ประกอบด้วย รุ้ง-น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, ไมค์-นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล

ยืนหยุดขัง – ประชาชนพากันมาร่วมกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง 112 ชั่วโมง” โดยชูป้ายเชิงสัญลักษณ์พร้อมแสดงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้ว เรียกร้องให้ปล่อยตัว ผู้ที่ถูกคุมขังในคดีการเมือง ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน กทม. เมื่อวันที่ 23 ม.ค.

จากนั้น เวลา 17.50 น. มวลชนได้เคลื่อนขบวนมายืนอยู่บริเวณด้านหน้าหอศิลป์ ร่วมโชว์ ยืนโดยการชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว และนำป้ายข้อความต่างๆ มาแสดงจุดยืนให้ปล่อยผู้ต้องหาคดี ม.112

เวลา 18.00 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล รวมทั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และน.ส.พรรณิการ์ วานิช เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

ยืนหยุดขัง – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมคณะร่วมกิจกรรม ‘ยืนหยุดขัง 112 ชั่วโมง’ เรียกร้องปล่อยผู้ต้องหาคดีการเมือง ที่หน้า หอศิลป์กทม. เมื่อวันที่ 23 ม.ค.

สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมคือ ต้องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ยุติการดำเนินคดี ความกับประชาชน และพรรคการเมืองทุกพรรคเสนอนโยบายเพื่อประกันสิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนและต้องยกเลิกมาตรา 112 และ 116

เมื่อเช้าวันเดียวกัน ทนายความได้เดินทางไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเข้าเยี่ยม “ตะวัน-แบม” ซึ่งอดอาหารและน้ำ เข้าสู่วันที่ 6 แล้ว จากการเข้าเยี่ยม พบว่า เมื่อคืนวันที่ 22 ม.ค. ตะวันอ่อนเพลียมากจนหมดสติในห้องน้ำและล้มศีรษะกระแทกพื้น แต่ยังคงปฏิเสธรับการรักษาและการตรวจหาความผิดปกติด้วยการสแกนศีรษะด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ผลข้างเคียงโดยรวมตอนนี้ทั้งสองริมปากแห้งมาก จนแตกแห้งและขาวซีด มีสภาพอิดโรย อ่อนเแรง มีอาการนอนไม่หลับ ตะวันน้ำหนักตัวลดลงไปเกือบ 5 กิโลกรัม ส่วนแบมน้ำหนักตัว ลดลงไปประมาณ 6 กิโลกรัมแล้วเช่นกัน

ระหว่างการสนทนา ทั้งสองนั่งทรงตัวลำบาก ต้องเอนพิงกันไปมาเพื่อให้นั่งอยู่ได้ ตะวันซบไหล่แบม ส่วนแบมเอาหัวซบหัวตะวันอีกที ตลอดการสนทนาทั้งสองจะใช้เจลประคบเย็นประคบตามหน้าผาก ต้นคอ ใบหน้า เพื่อให้รู้สึกตื่นตัวและพูดคุยกับทนายความได้ ทั้งตะวันและแบมแสดงเจตจำนงว่า ไม่อยากถูกบังคับให้อยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์อีกต่อไป โดยพวกเธอ ต้องการให้เจ้าหน้าที่พาตัวกลับไปที่แดนแรกรับของทัณฑสถานหญิงกลาง หรือสถานรักษาพยาบาลอื่นที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากทั้งสองมีความกังวล เป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงต่อร่างกายจากการอดอาหารและน้ำที่เปิดเผย สู่สาธารณชนโดยโรงพยาบาลราชทัณฑ์นั้นจะไม่ตรงกับความเป็นจริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน