ร่ำไห้ส่งนิติเวช ขบ.ตรวจสภาพ

น้องสาวโชเฟอร์รถตู้ 11 ศพขอโทษแทนพี่ชายหลังเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำไฟไหม้คลอกดับสลดสีคิ้ว โคราช วอนสังคมเข้าใจ เพราะครอบครัวตนก็สูญเสียเช่นกัน ขณะที่หน่วยกู้ภัยนำร่างทั้ง 11 ศพ ส่งสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวตน คาดใช้เวลา 3-5 วันรู้ผล พฐ.ตรวจสอบไม่พบรอยถังแก๊สแตกร้าว คาดรถชนการ์ดเรลอย่างแรงทำให้น้ำมันรั่ว จนเกิดไฟลุกท่วม กรมการขนส่งทางบกเร่งตรวจสอบสาเหตุ เรียกเจ้าของรถตู้มรณะมาสอบ สั่งให้ตรวจ สภาพรถทั้งหมดของบริษัท ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ

จากกรณีรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 30-0078 อำนาจเจริญ ของห้างหุ้นส่วนจำกัด มนตรีทรัพย์เจริญ ประสบอุบัติเหตุชนราวเหล็กเกาะกลางถนน หรือการ์ดเรล ตกร่องกลางถนนบริเวณถนนมิตรภาพ หลักก.ม.ที่ 100+600 ขาเข้ากรุงเทพฯ บ้านมอจะบก หมู่ 6 ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เกิดไฟลุกไหม้ ทำให้ผู้โดยสารทั้งหมด 12 ราย ถูกไฟคลอกเสียชีวิตคารถ 11 ราย และหนีออกมาได้ทันแต่ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 21 ม.ค. หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไปไว้ที่ร.พ.สีคิ้ว ร.พ.สูงเนิน และร.พ.เทพรัตน์นครราชสีมา ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา รถกู้ภัยของมูลนิธิฮุก 31 นครราชสีมา ทยอยเข้ามารับศพผู้เสียชีวิตทั้งหมด 11 ราย ประกอบด้วย 1.นายวันชัย เสวาภพ คนขับรถตู้, 2.นางอุทัย อุตราช, 3.ด.ช.กฤติเดช สาตะสิน อายุ 6 ขวบ, 4.นางทองยุ่น แสนโท, 5.น.ส.ทัศวรรณ์ บุญเนาว์, 6.นายรังสรรค์ บุญนันต์, 7.น.ส.ดวงนภา จารุไชย, 8.ด.ญ.พลอยชมพู จารุไชย อายุ 7 ขวบ ลูกของน.ส.ดวงนภา, 9.น.ส.สุคนธี สีสันต์, 10.นางศิริพร หนูคำหอม และ 11.นายวีระ สุวชัย เพื่อนำไปที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ กรุงเทพฯ เพื่อตรวจหา อัตลักษณ์ยืนยันตัวบุคคลด้วยการตรวจดีเอ็นเอ จากญาติของผู้เสียชีวิต โดยญาติของผู้เสียชีวิตทั้งหมดเดินทางไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจหมดแล้ว

นายบรรพรต เกิดแก้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา หัวหน้าชุดที่นำร่างของผู้เสียชีวิต ไปส่งยังร.พ.ตำรวจ กล่าวว่า วันนี้ทางมูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 นครราชสีมา นำรถฉุกเฉินทั้งหมด 5 คันมารับร่างของผู้เสียชีวิตที่ร.พ. สีคิ้วไปส่งยังสถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ เนื่องจากทางร.พ.สีคิ้วไม่มีพื้นที่เก็บรักษาร่างของผู้เสียชีวิตอย่างเพียงพอ จึงจำเป็นต้องนำร่างของผู้เสียชีวิตไปไว้ที่โรงพยาบาลใกล้เคียง โดยนำไปไว้ที่ ร.พ.เทพรัตน์นครราชสีมา อ.เมืองนครราชสีมา 3 ร่าง ร.พ.สูงเนิน 1 ร่าง และร.พ.สีคิ้ว 7 ร่าง ก่อนหน้านี้ไปรับร่างของผู้เสียชีวิตจากร.พ.ใกล้เคียง และมารวมกันที่ร.พ.สีคิ้ว ก่อนออกเดินทางไปร.พ.ตำรวจพร้อมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 13.00 น. รถกู้ภัยของมูลนิธิพุทธธรรม 31 นครราชสีมา (กู้ภัยฮุก 31) จำนวน 5 คัน เคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 11 ราย มาถึงสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่นำเอกสารส่งร่างผู้เสียชีวิตเข้าไปภายในสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจหาอัตลักษณ์ตัวบุคคลด้วยการตรวจ DNA จากญาติของผู้เสียชีวิตที่เดินทางมาในวันนี้ด้วย ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ และบางคนถึงกับเป็นลม ร้องไห้ แทบขาดใจ ก่อนส่งร่างให้กับทางครอบครัว เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด คาดว่าใช้ระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน

น.ส.ดาวใจ จารุไชย น้องของน.ส.ดวงนภา ผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า ปกติน.ส.ดวงนภาจะใช้บริการรถตู้โดยสารคันนี้เป็นประจำ วันเกิดเหตุน.ส.ดวงนภากับหลานสาวกำลังขึ้นรถตู้เพื่อจะกลับบ้านในจ.ปทุมธานี เพราะเขาขอกลับวันเสาร์ แต่ตนกลับมาตั้งแต่วันจันทร์แล้ว โดยตนได้คุยกับน.ส.ดวงนภาทางไลน์ พี่สาวส่งข้อความมาช่วงบ่ายว่า “ขึ้นรถแล้วนะ” ในช่วงบ่าย หลังจากนั้นไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ยอมรับว่าตอนนั้นไม่พบความผิดปกติ กระทั่งพ่อโทร.มาบอกตอนตี 4 ว่า น.ส.ดวงนภา เกิดอุบัติเหตุ จึงตกใจมากและรีบวิ่งไปดูที่บ้านของพี่สาว แต่ไม่เห็น ยิ่งรู้สึกตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ที่ผ่านมาน.ส.ดวงนภาใช้บริการรถตู้โดยสารคันนี้มานาน 7 ปีแล้ว ซึ่งรู้จักกับคนขับคนนี้ เชื่อใจ เพราะเป็นคนเดิมที่จะขับเส้นนี้ ตลอดและชินเส้นทางนี้อย่างดี สัปดาห์หนึ่งจะวิ่ง 2 รอบ คือทุกวันจันทร์และวันเสาร์

ด้านน.ส.แอ๋ว พี่สาวของน.ส.ดวงนภา กล่าวว่า ตนยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป รู้สึกเสียใจมาก เพราะลูกชายเพิ่งจะบวชไปไม่ถึงสัปดาห์ ก็มาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ยอมรับว่าตอนนี้พูดไม่ออก เพราะทุกอย่างกะทันหันเกินไป ตนมีพี่น้องเป็นผู้หญิง 4 คน ทุกคนสนิทกันมาก มีอะไรก็จะคุยกันตลอด ทำงานด้วยกัน และจะช่วยกันดูแลหลานสาว ความรู้สึก มันจุกอก ไม่คิดว่าจะเกิดกับครอบครัวของเรา

ส่งพิสูจน์ – ญาติๆ น้ำตาคลอ ขณะตามมาส่ง 11 เหยื่อรถตู้ประสบอุบัติเหตุไฟไหม้เสียชีวิตที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยนำร่างไปยังสถาบันนิติเวชฯ ร.พ.ตำรวจ ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เมื่อวันที่ 23 ม.ค.

นายสุทธิวัส หนูคำหอม สามีของนางศิริพร หนูคำหอม กล่าวว่า ภรรยาของตนนั่งเครื่องบิน เพื่อเดินทางกลับบ้านที่จ.อุบลราชธานี เนื่องจาก วันหยุดตรุษจีน ก่อนเดินทางกลับได้ไหว้แม่ แล้วพูดกับญาติๆเหมือนเป็นลางว่า “ถ้าเป็นอะไรไป ฝากดูแลแม่ด้วย” จากนั้นก็เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ทราบว่ามีความผิดปกติ เนื่องจากคนขับรถตู้ขับมาด้วยความเร็ว และทุกครั้งที่ใช้ความเร็วก็จะมีสัญญาณเตือน ดังขึ้นเป็นระยะๆ ตนรู้สึกคาใจกับการเสียชีวิต อยากรู้สาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อยากตั้งคำถามว่าหลับในหรือมีรถตัดหน้าหรือไม่ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ ตนไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ อยากให้ตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากนี้ถ้าจะต้องรับผิดชอบ ก็ต้องรับผิดชอบให้สมเหตุสมผล

ด้านน้องสาวของนายวันชัย เสวาภพ คนขับรถตู้ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวของตน ต้องขอโทษกับผู้สูญเสียทุกคนแทนพี่ชายด้วย แต่อยากขอความเห็นใจ อยากให้สังคมเข้าใจว่าครอบครัวตนก็สูญเสียเหมือนกัน และเหตุการณ์นี้ไม่มีใครอยากให้เกิด ปกติพี่ชายตนจะขับรถตู้โดยสารเส้นทางนี้เป็นประจำ ซึ่งขับเพียงเส้นทางเดียวมานานกว่า 20 ปีแล้ว และเท่าที่ทราบ ปกติเขาจะเตรียมร่างกาย ให้พร้อม นอนหลับเพียงพอก่อนขับรถเสมอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขั้นตอน หลังจากนี้ สถาบันนิติเวชวิทยาจะตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของร่างผู้เสียชีวิตเพื่อยืนยันตัวบุคคล เบื้องต้นคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน หลังจากนั้นจะแจ้งให้ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยการดำเนินการ จะมีอาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิเพชรเกษม อำนาจเจริญ ดำเนินการและช่วยเหลือดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด โดยสนับสนุนรถบรรทุก ห้องเย็นในการลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 11 รายเดินทางกลับภูมิลำเนาพร้อมกัน

ด้านพ.ต.อ.ยงยศ พลเดช ผกก.สภ.สีคิ้ว เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีความว่า เรื่องคดี ความต้องรอผลตรวจจากทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานของทางตำรวจภูธรภาค 3 ก่อน และต้องรอสรุปผลตรวจรถจากทางสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมาเพื่อยืนยันถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจนเกิดเพลิงลุกไหม้ แต่ข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ทราบว่าเป็นรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง 2 ระบบ คือระบบน้ำมันและระบบแก๊ส ซึ่งถังที่บรรจุแก๊ส CNG ไม่พบร่องรอยแตกร้าว หรือความเสียหาย ที่เกิดจากการชน ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้รถตู้ คาดว่าเกิดจากการชนจนทำให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วซึมออกมา ประกอบกับรถตู้เสียดสีกับการ์ดเรลจนเกิดประกายไฟ ทำให้เกิด เพลิงไหม้ อยากฝากไปยังประชาชนที่ขับรถผ่านบริเวณดังกล่าวในช่วงเวลาเกิดเหตุและ มีการบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ ให้เข้ามาให้ปากคำที่ สภ.สีคิ้วเพื่อเป็นประโยชน์ในการสืบสวนคดีนี้อย่างรอบด้านต่อไป

วันเดียวกัน นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และโฆษกขบ. เปิดเผยว่า กรมจัดทีมสอบสวนอุบัติเหตุ จากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและตรวจสอบสภาพรถ ณ สถานที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. เวลา 14.00 น. เพื่อร่วมกันหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ พบว่าข้อมูลสภาพแวดล้อมโดยทั่วไป สภาพถนน ณ จุดเกิดเหตุ มีลักษณะเป็นถนน 8 ช่องจราจร มีราวเหล็กเกาะกลางถนน และร่องกลางถนนแบ่งช่องทางจราจร เป็นเนินและมีจุดกลับรถ ข้อมูลรถ เป็นรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง 30-0078 อำนาจเจริญ จดทะเบียน เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2560 ชนิดเชื้อเพลิง CNG สลับเบนซินจำนวน 13 ที่นั่ง ตรวจสภาพครั้งสุดท้าย 27 ต.ค. 2565 สิ้นอายุภาษี 31 มี.ค. 2566 ผู้ประกอบการ ห้างหุ้นส่วน จำกัด มนตรี ทรัพย์เจริญ ข้อมูลจีพีเอส จากการตรวจข้อมูลในระบบจีพีเอส ความเร็วของรถตู้โดยสาร ไม่ประจำทางก่อนเกิดเหตุอยู่ที่ 82 ก.ม.ต่อช.ม.

“สภาพรถเกิดเพลิงไหม้สิ้นเชิง สภาพตัวรถโดยทั่วไปทั้งด้านซ้ายและขวาไม่พบรอยกระแทก สำรวจที่ด้านหน้ารถพบรอยฉีกขาดที่กันชนกับสแตนเลส รวมทั้งคานเหล็กด้านใน ของกันชนด้านหน้าตัวรถ บริเวณด้านล่างตำแหน่งประมาณกึ่งกลางตัวรถ ความสูงจากพื้น ประมาณ 40 ซ.ม.จากพื้นถนน ทะลุเข้าไป ในตัวรถ โดยฝากระโปรงด้านบนไม่พบความเสียหายจากการกระแทก สำรวจที่ด้านใต้ท้องรถ เพื่อตรวจสอบสภาพถังน้ำมันเชื้อเพลิง (ขนาดความจุเบนซิน 76 ลิตร) พบรอยฉีกขาดขนาดใหญ่ประมาณ 50 ซ.ม. เป็นแนวตามยาวของตัวรถ ตรวจสอบระบบ CNG พบสภาพหัวถังยังคงสมบูรณ์ ท่อก๊าซไม่ฉีกขาด สภาพถัง Type II ไฟเบอร์ที่ใช้สำหรับเสริมแรงถูกไฟไหม้ มีสภาพเสียหายเล็กน้อย สภาพโดยรวมทั่วไป ยางยังมีสภาพใหม่และดอกยางยังลึกอยู่ ระบบบังคับเลี้ยวอยู่ในสภาพดี ไม่พบความผิดปกติของระบบช่วงล่างอื่นๆ นายเสกสมกล่าว

นายเสกสมกล่าวอีกว่า ติดตั้งที่นั่งทั้งหมด 13 ที่นั่ง ตามที่ปรากฏในเล่มทะเบียน มีค้อนทุบกระจกติดตั้งครบ มีทางออกฉุกเฉิน ที่ด้านท้ายของตัวรถ สภาพที่นั่งและอุปกรณ์ตกแต่งภายในถูกไฟไหม้สิ้นเชิง ตัวถังรถ ถูกตัดออก เพื่อเก็บกู้ศพหลังจากการเกิดอุบัติเหตุ จึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่า รถตู้โดยสารคันดังกล่าว ขับออกจากจ.อำนาจเจริญตั้งแต่เวลา 12.00 น. โดยประมาณ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณจุดกลับรถ “มอจะบก” รถได้เบนออกจากเส้นทางหลัก และปีนคร่อมราวเหล็กเกาะกลางถนน ปลายจุดกลับรถ

“สำนักงานขนส่งจังหวัดอำนาจเจริญได้เรียก ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง คันดังกล่าวมาสอบสวนข้อเท็จจริงว่า กรณีการรับจ้างดังกล่าวดำเนินการตามเงื่อนไข ใบอนุญาตประกอบการหรือไม่ และสั่งให้ ผู้ประกอบการนำรถตู้โดยสารที่อยู่ในใบอนุญาต ประกอบการทั้งหมดนำมาตรวจสภาพ ความพร้อมของรถทุกคัน รวมทั้งให้ดำเนินการ อบรมพนักงานขับรถเพื่อซักซ้อมการให้บริการ และความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ในกรณีเช่นนี้อีก นอกจากนั้นได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นำเงินเยียวยาค่าสินไหมทดแทนไปมอบให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 1,100,000 บาท ทั้งนี้ หากพบ มีการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก จะได้พิจารณาลงโทษขั้นสูงสุดในทุกกรณีความผิดต่อไป” นายเสกสมกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน