23 จังหวัดค่าฝุ่นพิษพุ่งเกินมาตรฐาน ภาคเหนือ 7 จังหวัด ค่าพีเอ็ม 2.5 เฉลี่ยสูงสุดวัดได้ 73 มคก./ลบ.ม.ภาคอีสานที่ขอนแก่น 57 มคก./ลบ.ม. ภาคกลาง-ตะวันตก พุ่งมากสุดของประเทศถึง 83 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ที่อรัญประเทศ สระแก้ว กับเมืองระยอง ขณะที่กทม. ฝุ่นพิษคลุ้งถึง 61 จุด วัดได้สูงสุด 85 มคก./ลบ.ม. ส่วนภาคใต้อากาศดีสุด ทุกจังหวัดค่าฝุ่นไม่เกินมาตรฐาน รมว.ทส.ชี้ เหตุแรงกดอากาศจากจีนแผ่คลุม ทำให้อุณหภูมิลดลง คาด 25-26 ม.ค. สถานการณ์ดีขึ้น แต่หลังจากนั้น 27-28 ม.ค. ค่าฝุ่นจะสะสมกลับมาอีก ด้านกรมควบคุมมลพิษตั้งเครื่องวัดฝุ่นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บางซื่อ เฝ้าระวังเขม่าควันหัวรถจักร
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 ม.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในประเทศ พบเกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพฯ, ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ พะเยา ลำปาง เชียงใหม่ สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี สมุทรสงคราม สระแก้ว ระยอง และขอนแก่น โดยค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ส่วนค่าฝุ่นตามภาคต่างๆ ที่ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 7 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 20-73 มคก./ลบ.ม. ดังนี้พื้นที่ ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา, ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง, ต.บ้านตาล อ.ฮอด จ.เชียงใหม่, ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก, ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ และต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินมาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 27-57 มคก./ลบ.ม. คือที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น, ภาคกลางและตะวันตก เกินมาตรฐาน 7 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 31-83 มคก./ลบ.ม. ได้แก่ ต.โพสะ อ.เมือง จ.อ่างทอง, ต.ดอนกำยาน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี, ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี, ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี, ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา, ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคิรีขันธ์
ภาคตะวันออก เกินมาตรฐาน 2 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 25-64 มคก./ลบ.ม. ได้แก่ ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ส่วนภาคใต้ ตรวจวัดได้ 7-24 มคก./ลบ.ม. ยังไม่เกินมาตรฐานในทุกพื้นที่ ทั้งนี้ ติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอพพลิเคชั่น Air4Thai และ AirBKK
วันเดียวกัน ที่สำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานผลการ ตรวจวัด พีเอ็ม 2.5 เวลา 09.00-11.00 น. ตรวจวัดได้ 41-85 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 57.8 มคก./ลบ.ม. ค่าพีเอ็ม 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 61 พื้นที่ ดังนี้
1.ริมถนนตรีมิตร วงเวียนโอเดียน เขตสัมพันธวงศ์ 2.ริมถนนพระราม 6 เขตพญาไท 3.ริมถนนลาดพร้าว ซ.ลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง 4.ริมถนนปทุมวัน เขตปทุมวัน 5.ริมถนนนราธิวาส เขตบางรัก 6.ริมถนนพระราม 3-เจริญกรุงเขตบางคอแหลม 7.ริมถนนพระราม 3 เขตยานนาวา 8.ริมถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร 9.ริมถนนนวมินทร์-แยกบางกะปิ เขตบางกะปิ 10.ริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง 11.ริมถนนรัชดาภิเษก-ท่าพระ เขตธนบุรี 12.ริมถนนเจริญนคร เขตคลองสาน 13.ริมถนนซอยนิคมบ้านพักรถไฟธนบุรี เขตบางกอกน้อย 14.ริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ 15.ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน 16.ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด 17.ริมถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน 18.ริมถนนสามเสน เขตพระนคร 19.แขวงทุ่งวันดอน เขตสาทร 20.แขวงคลองเตย เขตคลองเตย
21.แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ 22.แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ 23.แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม 24.ริมถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง 25.ริมถนนนาคนิวาส เขตลาดพร้าว 26.ริมถนนเลียบคลองสอง เขตคลองสามวา 27.ริมถนนสุขาภิบาล 5 เขตสายไหม 28.ริมถนนรามคำแหง เขตสะพานสูง 29.ริมถนนหลานหลวง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 30.แขวงบางแค เขตบางแค 31.แขวงบางมดเขตจอมทอง 32.ริมถนนวิภาวดีรังสิต เขตดอนเมือง 33.ริมถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง 34.ริมถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง 35.ริมถนนราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ 36.ริมถนนเพชรเกษม-สี่แยกท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ 37.ริมถนนพุทธมณฑล สาย 1 เขตตลิ่งชัน 38.ริมถนนทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา 39.ริมถนนสุโขทัย เขตดุสิต 40.ริมถนนเพชรเกษม เขตหนองแขม
41.ริมถนนบางบอน เขตบางบอน 42.ริมถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ 43.ริมถนน บางนาตราด เขตบางนา 44.แขวงคันนายาว เขตคันนายาว 45.ริมถนนสีหบุรายนุกิจ เขตมีนบุรี 46.ริมถนนเลียบวารี เขตหนองจอก 47.ริมถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ 48.สวนวชิรเบญจทัศ เขตจตุจักร 49.สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ 50.สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 51.อุทยานเบญจสิริ (สวนเบญจสิริ) เขตคลองเตย 52.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง 53.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ 54.สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร 55.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เขตบางกอกน้อย 56.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 57.สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค 58.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 59.สวนหนองจอก เขตหนองจอก 60.สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน และ 61.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด
นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกทม.กล่าวว่า วันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. จะประชุมร่วมกับ คพ. เพื่อสรุปสถานการณ์ คาดการณ์ ความร่วมมือ และ การยกระดับมาตรการช่วงสถานการณ์ฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ด้วย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ค่าพีเอ็ม 2.5 ในกทม.สูงว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะวันเดียวกัน จะมีแรงกดอากาศจากจีนเข้ามา ทำให้ช่วงที่ผ่านมามีอากาศเย็นลง อุณหภูมิลดลง ส่งผลให้พีเอ็ม 2.5 สูงขึ้นในเขต กทม.และปริมณฑล เนื่องจากอากาศไม่เคลื่อนไหวไปไหน จากนั้นวันที่ 25-26 ม.ค. สถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ แต่คาดว่าจะมีการสะสมของพีเอ็ม 2.5 จะกลับมามากขึ้นในวันที่ 27-28 ม.ค. อีกครั้ง ซึ่ง คพ. ได้เร่งประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ พีเอ็ม 2.5 ตั้งแต่จุดกำเนิด ทั้ง กทม. กรมขนส่งทางบก และกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น การเร่งตรวจสภาพรถ ให้รถที่ปล่อยพีเอ็ม 2.5 เกินมาตรฐานลดลง รวมถึงให้กระทรวงอุตสาหกรรม เข้มงวดกับขั้นตอนการผลิตต่างๆ
ด้านนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีคพ. เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ประเด็นปัญหาฝุ่นละอองฟุ้งกระจายในพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) ได้มอบหมายให้ นายพันศักดิ์ ถิรมงคล ผู้อำนวยการ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง นำ เจ้าหน้าที่ คพ. เข้าพบ นายฐากูร อินทรชม ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ พร้อมทั้งได้ร่วมตรวจสอบพื้นที่และติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่นละอองพีเอ็ม 10 และพีเอ็ม 2.5 เพื่อเฝ้าระวังปัญหาเป็นเวลา 7 วัน และตรวจวัดการระบายฝุ่นละอองในรูปเขม่าควันจากหัวรถจักรเพื่อประเมินสถานการณ์ด้วย
นายปิ่นสักก์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ในเบื้องต้น คพ.ได้ให้คำแนะนำให้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เร่งทำความสะอาดพื้นที่บริเวณอาคารโดยสาร บริเวณชานชาลาสถานีฯ ตลอดจนรางรถไฟ เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง รวมทั้งให้เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดประจำวันให้มากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ ทั้งนี้ คพ.จะติดตามค่าฝุ่นละออง พีเอ็ม 10 และพีเอ็ม 2.5 จากการติดตั้งเครื่องตรวจวัดและนำข้อมูลแจ้งให้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และประชาชนรับทราบต่อไป
ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงกำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกแห่งเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิด หากจังหวัดใดที่มีค่าฝุ่นเกิน 51 มคก./ลบ.ม. ติดต่อกันเกิน 3 วัน ให้พิจารณาเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ส่วนจังหวัดที่มีค่าฝุ่นระหว่าง 37.6-50 มคก./ลบ.ม. ให้เปิดศูนย์บัญชาการสถานการณ์ระดับจังหวัด รวมถึงให้เร่งรัดสื่อสารความรู้แก่ประชาชนป้องกันตนเองจากฝุ่น แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงและผลกระทบทางสุขภาพ
นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ข้อมูลจากระบบรายงานสุขภาพของ สธ. ณ วันที่ 24 ม.ค. พบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ รวม 212,674 ราย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 96,109 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรคทางเดินหายใจ กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ กลุ่มโรคตาอักเสบ ได้ให้สถานพยาบาลทุกแห่งเตรียมความพร้อม ยาและเวชภัณฑ์ เพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วยจากปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว