ผบ.ตร.ยันพบ ‘เมียตู้ห่าว’ กับพวกอีก 2 คนข่มขู่พยาน ยื่นศาลถอนประกันตัว สั่งพนักงานสอบสวนตรวจสอบพฤติการณ์ผู้ต้องหาทุกคนอย่างใกล้ชิด หากยุ่งเหยิงพยานก็จะถอนประกันทันที พร้อมเร่งสอบพยานล่วงหน้า ยังมั่นใจพยานหลักฐานเอาผิดหัวโจกคดีได้แน่นอน ขณะที่ ‘บิ๊กตู่’ หงุดหงิดอารมณ์เสีย ปม ‘หลานนายกฯ’ ถูกเชื่อมโยง โวยเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง
เมื่อเวันที่ 25 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยตอบข้อซักถามถึงความคืบหน้าคดีตู้ห่าวว่าขอให้ฟังตำรวจแถลง ซึ่งมีหลายหน่วยงานทำงานเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยในการต่อสู้คดี เช่นเดียวกับคดีอื่นๆ ทุกคดี หลายอย่างทำแบบไม่รอบคอบไม่ได้ เป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม หลายอย่างอาจไม่ทันใจ ต้องเห็นใจ เพราะการทำงานต้องมีหลักฐานประกอบทุกอัน ตนพยายามเตือนใครที่เกี่ยวข้องต้องถูกลงโทษ หากตรวจสอบแล้วมีความผิดจริงไม่ละเว้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีคดีตู้ห่าวโยงถึงนักการเมือง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าก็บอกแล้วไงถ้าสอบแล้วเจอเกี่ยวข้องมีความผิดจริง มีหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล วัตถุพยาน และหลักฐานอื่นๆ ทั้งหมด ก็ต้องถูกสอบสวนนั่นแหละใช่หรือไม่
ต่อข้อถามว่าก่อนหน้านี้โยงถึงคนที่ชอบนาฬิกา และหลานนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “ถามคำถามไร้สาระแบบนี้ เป็นธรรมดาผมก็ต้องหงุดหงิดบ้าง ไร้สาระน่า คดีนี้จะไปยึดโยงอะไรกับใครล่ะ” นายกฯ กล่าว และเมื่อถามอีกว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองกันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ก็ดิสเครดิตไง คุณก็รู้ว่ามันดิสเครดิตทางการเมือง แล้วคุณจะมาพูดทำไม การเมืองก็เรื่องของการเมือง”
ขณะที่พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงคดีตู้ห่าวว่า ยอมรับว่ามีมูลตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุว่าพ.ต.อ.หญิง วัทนารีย์ กรณ์ชายานันท์ ภรรยาตู้ห่าว และพวกอีก 2 คน ผู้ต้องหาคดีตู้ห่าวมีพฤติการณ์ข่มขู่พยานเป็นความจริง จึงสั่งการพนักงานสอบสวนทำเรื่องพร้อมนำหลักฐานยื่นศาล เพื่อขอเพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหาแล้ว แต่ศาลยังให้โอกาสไม่เพิกถอนประกันตัว จากนี้พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบพฤติการณ์ ผู้ต้องหาทุกคนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบข่มขู่ยุ่งเหยิงพยาน ก็จะยื่นเพิกถอนประกันทันที
ผบ.ตร.กล่าวอีกว่าส่วนความคืบหน้าคดี หลังพนักงานอัยการรับสำนวนสอบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว เมื่อวันที่ 24 ม.ค. สอบพยานล่วงหน้า 1 ปาก เป็นพยานชาวจีน ระหว่างนี้จะทยอยเรียกสอบพยานล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง ยังมั่นใจในพยาน หลักฐานที่ตำรวจรวบรวมว่าสามารถเอาผิดแกนนำในคดีนี้ได้อย่างแน่นอน
วันเดียวกัน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รองผบก.ป. พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 ป. พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 ป. พ.ต.ต.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 ป. นำกำลังตำรวจกองปราบปราม และสน.สามเสน จับกุมนายสุรชัย ทองขลิบ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า ผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ ได้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.
สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 23 เม.ย.2555 คนร้าย 3 คนบุกเข้าไปเผาสวนงูของบริษัทแห่งหนึ่งที่ จ.ภูเก็ต และจับตัวพนักงานรักษาความปลอดภัย มัดมือมัดเท้าและทุบศีรษะบาดเจ็บสาหัส ต่อมาตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน รับสารภาพซัดทอดว่ารับการจ้างวานจากตู้ห่าวและภรรยาให้เข้ามาก่อเหตุ สาเหตุขัดแย้งธุรกิจ จนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมนายสุรชัย ผู้ต้องหาอีกคนที่หลบหนีคดีนาน 11 ปี สอบสวนยังให้การปฏิเสธ คุมตัวส่งสภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป