รบ.ยันนายกข้อมูลแน่น มั่นใจสู้ศึกซักฟอกม.152
สอท.ทำดีล-กลับพปชร. สภาล่ม-โดดร่มเป็นร้อย

2 โหรดังทำนายชะตาเมือง เผย ‘บิ๊กตู่’ มีโอกาสคัมแบ๊ก แต่อาจโดนต่อต้านหนัก แกนนำอดีตหมู่บ้าน เสื้อแดง 4 ภาค แห่สมัครรวมไทยสร้างชาติ ลั่นดึง 28,850 หมู่บ้าน ตามสมทบ พปชร.ประชุมใหญ่วันนี้ รื้อข้อบังคับพรรค เล็งเสนอชื่อแคนดิเดต นายกฯ ก่อนมีกฤษฎีกาเลือกตั้ง ‘บิ๊กน้อย’ ทิ้งพรรครวมแผ่นดิน หวนนั่งที่ปรึกษา ‘บิ๊กป้อม’ จับตา สอท.หวนยุบรวม พปชร. โฆษกรัฐบาล-หัวหน้าพรรค รทสช. มั่นใจ นายกฯ ข้อมูลปึ้ก ชี้แจงศึกอภิปรายตามมาตรา 152 ทุกประเด็น สภาล่มรายวัน ส.ส.ขาดประชุมเป็นร้อย รองประธาน ‘สุชาติ’ โอด ได้ฉายา ‘มือปิดประชุม’

‘บิ๊กตู่’งดจ้อสื่อ-ขอทำงาน
เมื่อเวลา 10.42 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เสร็จจากการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 1/2566 ทันทีที่ เดินผ่านกลุ่มสื่อมวลชนและช่างภาพที่ดักรอ ได้กล่าวทันทีว่า “สวัสดีนะจ๊ะ ทำงานต่อ นะจ๊ะ” ก่อนเดินขึ้นไปยังห้องทำงานตึกไทย คู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวพยายามตั้งคำถามแต่พล.อ. ประยุทธ์ไม่ได้หยุดฟัง

ก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ได้ทักทายและไม่หันมามองสื่อมวลชนเหมือนเช่นทุกครั้ง คาดว่าไม่ต้องการตอบคำถามประเด็นการเมือง โดยเฉพาะกรณีพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ปัจจุบันกลายเป็นคู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญ แต่มีรายงานว่าในห้องประชุม พล.อ.ประยุทธ์ มีอารมณ์ปกติ ไม่ได้หงุดหงิดอะไร

เสื้อแดง 4 ภาคแห่เข้ารทสช.
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซอยอารีย์ กรุงเทพฯ นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย พร้อมอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดง 4 ภาค ประกอบด้วย นาย สมชัย แสงทอง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ นางนิตยา นาโล หรือ ‘นักสู้ปอสี่’ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน นายไวทิต ศิริสุวรรณ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคกลาง นายทวี ประหยัด อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคใต้ รวมทั้งนำอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแต่ละจังหวัด มายื่นใบสมัครเป็นสมาชิกรทสช. โดยมีนายชื่นชอบ คงอุดม กรรมการบริหารรทสช. เป็นตัวแทนหัวหน้าพรรค มารับใบสมัคร

นายอานนท์กล่าวว่า ทุกคนมาสมัครเป็นสมาชิกรทสช.ในวันนี้เพื่ออุดมการณ์ ร่วมสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัยและต่อเนื่อง เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ที่เข้าถึงประชาชน ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างถูกต้อง และตรงจุด ส่วนรทสช.เป็นพรรคที่มีความชัดเจนในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรา ขอประกาศว่าสมาชิกอดีตหมู่บ้านเสื้อแดง ทั้ง 28,850 หมู่บ้าน ทั่วประเทศ ทั้ง 4 ภาค จะขอสมัครเป็นสมาชิกรทสช. และสนับสนุน ผู้สมัครส.ส.ในแต่ละจังหวัด ที่พรรคส่งลงสมัครเป็นตัวแทนของประชาชนให้ได้เป็น ส.ส.ที่จะมายกมือให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ ต่อเนื่องอีกสมัยอย่างแน่นอน

ชุมพรคึกรับตู่-ส.ส.ปชป.อาจโผล่
รายงานข่าวจากรทสช. เปิดเผยว่า สำหรับงานต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมแกนนำพรรค ที่จะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงจ.ชุมพรแห่งแรกของภาคใต้ ในวันเสาร์ที่ 28 ม.ค. ขณะนี้มีความพร้อมทุกด้านแล้ว มีประชาชนแจ้งความจำนงมาร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก หากมากันจนล้นลานหน้าเทศบาลเมืองชุมพร อาจประสานขอใช้พื้นที่บริเวณถนน ซึ่งจะทำทางเบี่ยงเอาไว้เพื่อการจราจร

สำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.รทสช.ใน จ.ชุมพร ที่เปิดตัว ประกอบด้วย นายวิชัย สุดสวาทดิ์ ส.อบจ.ชุมพร หลายสมัย จะลงสมัคร เขต 1 นายสันต์ แซ่ตั้ง ส.อบจ.ชุมพร หลายสมัย จะลงสมัคร เขต 2 และนายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลัง จะ ลงสมัครเขต 3

ที่น่าจับตา คือ บรรดาส.ส. และว่าที่ ผู้สมัครส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในพื้นที่ภาคใต้หลายคน ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าได้ติดต่อมาขอเข้าร่วมรทสช. และอาจมาร่วมเวทีปราศรัยด้วย เพื่อแสดงตัวย้ายพรรค โดยเฉพาะ นายอิสรพงษ์ มากอำไพ หรือ ‘ตาร์ท’ ส.ส. ชุมพร เขต 1 ปชป. ซึ่งในการเลือกตั้งซ่อมช่วงต้นปี 2565 ได้รับการสนับสนุนจากนายชุมพล จุลใส ทำให้ชนะการเลือกตั้ง ต้องดูว่าจะมาร่วมในงานหรือไม่

‘วิษณุ’ระบุไร้สัญญาณยุบสภา
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าต้องมีเวลาเตรียมจัดการ เลือกตั้ง 45 วัน หลังพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ประกาศใช้ว่า ได้มีการติดต่อกันอยู่และเตือนกันอยู่ โดยเลขาธิการ กกต. แจ้งว่าเวลานี้การที่จะกำหนดวัน เลือกตั้ง คือ 1.รอกฎหมายเกี่ยวกับการ เลือกตั้ง 2 ฉบับโปรดเกล้าฯ ลงมา 2.สภาจะสิ้นสุดด้วยเหตุใด ระหว่างยุบสภาหรืออยู่จนครบวาระ เพราะมีตัวแปรที่แตกต่างกัน 3.กกต.กำหนดจัดการแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ จาก 350 เขตเป็น 400 เขต รวมถึงจำนวนประชากรก็มีเพิ่มและลดบางจังหวัด ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ กกต.รับฟังความคิดเห็นในเรื่องการแบ่งเขต เมื่อเสร็จแล้วต้องส่งให้ทางจังหวัดดูว่าในทางปฏิบัติสามารถทำได้ไหมหรือเป็นปัญหาหรือไม่ และค่อยส่งให้พรรคการเมืองดู จึงต้องรับฟังความคิดเห็น

กกต.ได้ส่งคำเตือนควบคู่กับขอร้อง หากจะตัดสินใจอย่างไรต้องแจ้งให้ กกต. ทราบล่วงหน้าเพื่อจะได้เร่งรัดอะไรบางเรื่องได้ ซึ่งเราได้ประสานกันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้กฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งยังไม่ลงมา และรัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะยุบสภาหรืออยู่จนครบวาระ ซึ่งจะยุบสภาเมื่อไหร่ก็ยังไม่ทราบด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต.พูดอย่างนี้ถือเป็นการดักคอไม่ให้ยุบสภาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อย่าเรียกว่าดักคอเลย แต่เป็นการประสานแจ้งเพราะถ้า กกต.ไม่พูดเราก็ไม่รู้ เดี๋ยวจะเกิดความลักลั่นอะไรขึ้นมา เมื่อมีการพูดคุยกันการเลือกตั้งจะไม่มีปัญหาเพราะเราได้นัดกันแล้ว เมื่อกฎหมายลูกลงมาเมื่อไหร่ทาง กกต.และตนจะพูดคุยกัน เมื่อถามว่า ตอนนี้นายกฯ มีสัญญาณยุบสภาหรือยัง รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มี หรือจะมี ต้องถามนายกฯ ตนไม่รู้

นายกฯ พร้อมชี้แจงศึกซักฟอก
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ตามที่คณะกรรมการประสานงาน(วิป) 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี(ครม.) รัฐบาล และฝ่ายค้าน ได้ประชุมกำหนดการพิจารณาญัตติอภิปราย ไม่ไว้วางใจโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในวันที่ 15-16 ก.พ. นั้น พล.อ. ประยุทธ์พร้อมรับฟังและชี้แจงทุกประเด็นต่อสภาผู้แทนราษฎรนายกฯ ยืนยันความพร้อมชี้แจงในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะ การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมา รวมถึงการทำงานเกี่ยวกับประเด็นนโยบายเร่งด่วน 12 ประการ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ชี้แจงความคืบหน้าและผลการดำเนินงานของรัฐบาลให้ประชาชนรับทราบ

“นายกฯ ทำงานโดยยึดถือความโปร่งใส ซื่อตรง ตรวจสอบได้ ยึดถือตามหลัก ธรรมาภิบาล ประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง จึงเชื่อมั่นและพร้อมชี้แจงต่อทุกประเด็นที่จะมีการหยิบยกขึ้นสอบถาม” นายอนุชากล่าว

‘พีระพันธุ์’มั่นใจข้อมูลปึ้ก
ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขา ธิการนายกฯ หัวหน้า รทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯ มีทีมทำงานด้านข้อมูลอยู่แล้ว ไม่คิดว่ามีปัญหาอะไรมาก นายกฯ เป็นคนทำงานก็มีข้อมูลอยู่ในตัวท่านเองและมีความรู้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ไม่ต้องทำข้อมูลอะไรมากมาย ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเวทีสุดท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะได้มีการชี้แจง นาย พีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของสภา เพียงแต่งานของสภามาเกี่ยวโยงกับของรัฐบาลก็เท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวกับสัปดาห์สุดท้ายหรือไม่สุดท้าย สภาก็สภา รัฐบาลก็ยังทำงานต่อ

ต่อข้อถามว่า คาดว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะทำ งานจนครบวาระรัฐบาลถึงวันที่ 23 มี.ค.นี้ หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ปกติก็ต้อง ครบอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไม่มีการยุบสภาก่อนใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่ได้เป็นคนมีอำนาจยุบ ตอบแทนไม่ได้ เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้ารทสช. ขณะนี้พรรคตั้งสาขาพรรคครบหรือไม่ นายพีระพันธุ์ปฏิเสธตอบคำถามโดยกล่าวว่า “ไม่ได้ครับ วันนี้ผมปฏิบัติงานอยู่ ไม่พูดเรื่องการเมือง”

‘อนุทิน’ยันครม.ทุกคนก็เป๊ะ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า เราพร้อมชี้แจง และทุกคนในครม. ได้รับแจ้งให้ไปเตรียมความพร้อมในการชี้แจงต่อสภาเรียบร้อยแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าการจัดสรรเวลา 8 ชั่วโมง ให้รัฐบาลเพียงพอหรือไม่ ขณะที่ฝ่ายค้านได้ 24 ชั่วโมง นายอนุทินกล่าวว่า เป็นการตกลงกันระหว่างวิปทั้ง 2 ฝ่ายต้องยอมรับ จะได้ไม่มีปัญหา

ต่อข้อถามว่าเวทีดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจงผลการดำเนินงาน และจะถือโอกาสยุบสภาหลังจากนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คิดว่ารัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงคงต้องชี้แจง ไม่ใช่เป็นเรื่องถือโอกาสอะไร เพราะได้ชี้แจงในส่วนที่ถูกกล่าวหา ให้เกิดความชัดเจนว่าไม่ได้เป็นไปตามนั้น ส่วนที่บอกว่าเป็นการพูดผลงานของตัวเอง ถ้าเกี่ยวข้องกับการอภิปรายก็เป็นสิทธิ์ของทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะแถลงต่อที่ประชุมสภา ส่วนเรื่องการยุบสภาต้องถามพล.อ.ประยุทธ์ เพราะคนที่ยุบสภาได้มีอยู่คนเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากชิงความได้เปรียบทางการเมือง ต้องยุบสภาหลังการอภิปรายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า หากถามเรื่อง ยุบสภากับพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อว่าทุกพรรคพร้อมเลือกตั้งแล้ว เพราะเหลือเวลาไม่ถึง 2 เดือนสภาจะครบวาระ จึงไม่ได้มีความหมาย ไม่มีนัยยะอะไร ครม.ยังปฏิบัติไปตามหน้าที่ได้อยู่แล้ว โดยรักษาการไปตามข้อบัญญัติของรัฐธรรมนูญ จนกว่าครม.ชุดใหม่จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่

‘ชัยวุฒิ’เชื่อได้อภิปราย
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รอง หัวหน้าพปชร. กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐบาลอยากให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพื่อรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ รัฐบาลพร้อมชี้แจงอยู่แล้วว่าทำอะไรไปบ้าง มีแนวทางอย่างไรที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชน ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวอาจยุบสภาก่อนวันอภิปราย นายชัยวุฒิกล่าวว่า มีการบรรจุวาระการประชุมไปแล้ว 15-16 ก.พ. ตนก็อยากฟังฝ่ายค้านพูดเพราะหลายครั้งมีข้อมูลดีๆ เยอะ ข้อมูลที่ ไม่ถูกต้องก็เยอะ รัฐบาลจะได้ชี้แจงด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าส.ส.พปชร. จะช่วยดูแลพล.อ.ประยุทธ์ ในสภาเหมือนเดิมหรือไม่ ในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ย้ายสังกัดแล้ว นายชัยวุฒิกล่าวว่า อย่าบอกเพียง พปชร. คิดว่าทุกพรรคต้องช่วยกัน เพราะเป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล ต่อข้อถามว่าคิดว่างานนี้จะไม่มีสภาล่มใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะลาออกจากสภามาแล้ว

เมื่อถามว่ามองอย่างไรต่อท่าทีของพล.อ. ประยุทธ์ ที่ยังเก็บอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ขณะให้สัมภาษณ์ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “อยากให้สื่อมวลชนถามอะไรก็เกรงใจนายกฯ หน่อย บางครั้งคำถามอาจเป็นการเสียดสี หรือทำให้นายกฯ รู้สึกไม่ดี ควรจะถามด้วยคำถามที่ ให้เกียรติกัน พูดกันด้วยข้อเท็จจริง บางทีบางเรื่องก็ตอบยาก เพราะเป็นเรื่องที่มีความ ขัดแย้ง หรือเป็นเรื่องที่อาจไม่เหมาะสม ที่จะพูด”

‘ป้อม’ลุยเขตป้อมปราบฯก.พ.
นายชัยวุฒิยังกล่าวถึงกรณี พล.อ. ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพปชร.จะลงพื้นที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. เพื่อหาเสียงเลือกตั้งว่า ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้อยู่ใน ทีมงานจัดคิว แต่หัวหน้าพรรคจะลงพื้นที่ ทุกที่อยู่แล้ว และใน กทม.พรรคหวังว่าจะสามารถสร้างกระแสคะแนนนิยม มีการจัดแคมเปญจากทีมงานหาเสียงในกทม.อย่าง เต็มที่แน่นอน ผู้สื่อข่าวถามว่าพื้นที่กทม. โดยเฉพาะเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พปชร.มั่นใจยึดได้ใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ชื่อก็บอกอยู่ ชอบคำนี้ เพราะป้อมจะมาปราบ

ด้านนายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมกทม. พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร จะปราศรัยที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ในวันที่ 28 ม.ค.ว่า ยังไม่มีกำหนดการดังกล่าว จึงงงกับข่าวว่าออกมาอย่างไร เพราะมีคนโทร.มาถามเยอะ ยืนยันว่ายังไม่มี แต่เป็นไปได้ที่จะเป็นเดือนก.พ.หรืออาจประมาณกลางเดือนก.พ. เนื่องจากต้องรอให้การจัดวางตัวผู้สมัครเรียบร้อยก่อน และขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดรูปแบบว่าจะออกมาเป็นอย่างไร อาจไม่ใช่ การปราศรัยของพล.อ.ประวิตร อาจเพียงแค่ ไปไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยในเขตป้อมปราบ ศัตรูพ่าย ขอดูอีกที

จับตาพปชร.ชงชื่อแคนดิเดต
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพปชร. เปิดเผยว่า ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พปชร. ครั้งที่ 1/2566 วันที่ 27 ม.ค. เวลา 10.00 น ที่ห้องประชุมใหญ่ ที่ทำการพรรค มีวาระแก้ไขเปลี่ยนแปลง ข้อบังคับพรรค 8 ประเด็น ที่น่าสนใจคือ ประเด็นที่ 6 เพิ่มความวรรคสามของข้อ 90 เพื่อประโยชน์ในการคัดเลือกบุคคลเสนอให้ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกฯ ตามวรรคหนึ่ง จะดำเนินการคัดเลือกไว้เป็นการล่วงหน้าก่อนวันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป โดยการประกาศเชิญชวนและการเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอให้ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกฯ ต่อคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ให้ดำเนินการในที่ประชุมใหญ่ของพรรคก็ได้

“หลังแก้ไขข้อบังคับแล้ว อาจมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในที่ประชุมใหญ่ด้วย” นายไพบูลย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ คาดว่าจะมีชื่อพล.อ.ประวิตร เป็นแคนดิเดตอันดับ 1 ตามที่สมาชิกพรรคได้ให้ความเห็นมาตลอด

‘ธรรมนัส’ยังนิ่ง-‘บิ๊กน้อย’คัมแบ๊ก
รายงานข่าวจากคนใกล้ชิด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) เผยถึงกระแสข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัสจะเปิดตัวกับพปชร. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พปชร.ว่าไม่เป็นความจริง ในการประชุมวันดังกล่าว ร.อ.ธรรมนัส รวมถึง ส.ส.ศท. จะไม่ไปร่วมประชุม ศท.จะไม่มีการยุบพรรค กิจกรรมของพรรคยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งครบวาระของรัฐบาลหรือยุบสภาก่อน จึงค่อยตัดสินใจต่อไป เพราะขณะนี้การเมืองยังไม่นิ่ง แต่ไม่ว่าร.อ.ธรรมนัสจะอยู่พรรคใด ก็สามารถช่วยงาน พล.อ.ประวิตร ได้ตลอดอยู่แล้ว

พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน (ร.ผ.ด.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเตรียมสมัครเป็นสมาชิก พปชร.ตามคำเชิญของพล.อ.ประวิตร โดยจะเข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 1/2566 ของพรรคด้วย “ผมต้องการเข้ามาช่วยงานพล.อ.ประวิตร ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยจะกลับมาเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเท่านั้น จะ ไม่ขอรับตำแหน่งกก.บห. หรือลงสมัครรับเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ”

มองว่าพล.อ.ประวิตร มีความเหมาะสมจะเป็นนายกฯ คนที่ 30 ได้เพราะมีประสบการณ์ ทั้งการรับราชการทหาร เสียสละ ทำงานให้บ้านเมือง ช่วยเหลือประคับประคองรัฐบาลมาโดยตลอด และเป็นคนทำงาน โดยเฉพาะ มีภาวะความเป็นผู้นำที่ดี ทำงานการเมือง เพื่อลดความขัดแย้ง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากบ้านเมือง หากยังขัดแย้งแบ่งฝ่าย แบ่งขั้ว แบ่งสี ประเทศจะไปไม่ได้

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการแข่งขันบนสนามการเมืองระหว่างของ ‘2 ป.’ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะแข่งขัน ขับเคี่ยวกันในสนามการเมืองกันอย่างเข้มข้น แต่สุดท้ายความเป็นพี่น้องไม่มีวันจืดจาง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง 2 ป. หรือ 3 ป. เพราะรู้จักมานาน ร่วมเป็นร่วมตายกันมาในชายแดน ไม่มีใครทิ้งใคร

‘รวมแผ่นดิน’เดินหน้าต่อ
น.ส.กชพร เวโรจน์ หรือ แม่นายหยก ประธานที่ปรึกษาและหัวหน้าสาขาภาคเหนือร.ผ.ด. เผยถึงทิศทางของพรรค หลังพล.อ.วิชญ์ ย้ายไปเข้าพปชร.ว่า ร.ผ.ด.ยังคงเดินหน้าต่อไปเพราะพล.อ.วิชญ์วางรากฐาน โครงสร้างเอาไว้แล้ว โดย พล.อ.ชัชชัย ภัทรนาวิก จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค หลังจากนี้จะประชุม กก.บห.ครั้งต่อไปที่จ.ร้อยเอ็ด ในวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งท่านมีความเหมาะสมและมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ต่างจาก พลเอกวิชญ์

“เราให้ความอิสระกับสมาชิกพรรคว่าจะตามไปอยู่กับอาน้อย หรือจะยังอยู่กับพรรค จุดขายของร.ผ.ด.จะเน้นที่ความทันสมัย คนรุ่นใหม่ไม่ก้าวร้าว มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งขณะนี้มีคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมพอสมควร ยืนยันว่าจะไม่ยุบรวมแต่จะมีการช่วยงานอาน้อยกับลุงป้อมในลักษณะแยกกันเดิน แต่เป็นแขนงของคนรุ่นใหม่ และถือเป็นพรรคพันธมิตรของ พปชร.” น.ส.กชพรกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.อ.ชัชชัย หรือ บิ๊กโป๊ป เตรียมทหารรุ่น 21 เคยเป็นอดีตผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย และน้องรักพล.อ.ประวิตร จะมาทำหน้าที่ หัวหน้าร.ผ.ด. และหลังพล.อ.วิชญ์ และนายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. นายชิงชัย ก่อประภากิจ หรือนายกเคี้ยง รองหัวหน้าพรรค อดีตส.ว.ตาก ที่ย้ายไปสมัครสมาชิกพปชร. ยังมีสมาชิกร.ผ.ด. กว่า 20 คนจะย้ายตามไปเช่นกัน

สอท.จ่อรีเทิร์นพลังประชารัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ถึงความคืบหน้าการเจรจาควบรวมพรรคกับพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ว่า จากการพูดคุยล่าสุดแกนนำทั้งสองพรรคยังไม่สามารถตกลงรายละเอียดและเงื่อนไขกันได้ และมีรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา แกนนำ สอท.ได้เจรจากับแกนนำ พปชร.และมีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง คาดว่าจะพูดคุยกันอีกครั้งวันที่ 27 ม.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์

การพูดคุยครั้งนี้มาจากการดีลของทีมยุทธศาสตร์พปชร. และเบื้องต้นสอท.จะเข้ามาช่วยดูในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งผู้ก่อตั้งสอท.ชุดปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้บริหารและสมาชิกพปชร.ที่แยกตัวออกไป หลังนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ยกทีม 4 กุมาร ลาออกจากครม.

เหลือส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ 429 คน
เมื่อเวลา 12.33 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบเรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส. และการลาออกจากสมาชิกพรรคการเมือง ดังนี้ 1.นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) 2.นาย อภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย 3.นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. 4.นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. 5.นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พท. และ 6.นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ศม.

รวมทั้งรับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎรเรื่องการเลื่อนผู้ที่มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง มาเป็นส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ศม. นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. และนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. สิ้นสุดสมาชิกภาพลง จึงได้ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปเข้ามาเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อแทน คือ 1.นายพิชัย ขจรเรืองโรจน์ ลำดับ ที่ 9 ศม. 2.นายโกมินทร์ ทีฆธนานนท์ ลำดับที่ 31 พปชร. 3.นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ลำดับ ที่ 32 ปชป.และ 4.นายสุรบถ หลีกภัย ลำดับที่ 33 ปชป. จากนั้นได้ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และปฏิบัติหน้าที่ได้ ณ เวลานี้ 429 คน องค์ประชุมจะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ 215 คน

สำหรับ น.ส.เบญญา นันทขว้าง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง (รพ.) ได้รับการโปรดเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ให้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ แทนนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ที่ลาออกไป แต่น.ส.เบญญา ยังไม่ได้ปฏิญาณตนในสภาก่อนปฏิบัติหน้าที่ เพราะได้ยื่นใบลาออกจากส.ส. ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง

สภาล่มรายวัน-ฝ่ายค้านเอาคืน
จากนั้นเวลา 12.52 น. เข้าสู่วาระรับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการประจำปี 2564 ก่อนที่จะมีการอภิปราย นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พท. อภิปรายว่า ตนมีความหนักใจและไม่สบายใจ โดยเฉพาะวันนี้กระทู้สดและกระทู้ทั่วไป 10 กระทู้ซึ่งมีความสำคัญกับบ้านเมือง แต่มีรัฐมนตรีมาตอบเพียง 2 กระทู้ แสดงว่ารัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญต่อสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ วันที่ 25 ม.ค. การประชุมรัฐสภาซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่การประชุมไม่ราบรื่น ดังนั้นวันนี้ก่อนที่จะพิจารณาต่อไปตนขอให้ตรวจสอบองค์ประชุม เพื่อให้สภามีความสง่างาม ไม่ใช่พูดแล้วมีคนฟังไม่กี่คน อย่างวันนี้คงไม่ครบองค์ประชุม หากประชุมไปจะเสียเวลา ถ้ารัฐบาลไม่ให้ควมสำคัญ

ทำให้นายศุภชัยพยายามไกล่เกลี่ยว่าวาระวันนี้เป็นเพียงวาระรับทราบรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากสมาชิกมีข้อข้องใจก็ซักถามได้ คิดว่าสมาชิกอยู่ในห้องยังเยอะ และถ่ายทอดสดไปถึงประชาชนด้วย ขอให้การประชุมดำเนินไปตามปกติดีหรือไม่ ตนเข้าใจว่าเวลาสภาเหลือน้อยแล้ว เราก็อยากทำงานให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ท่านมีสิทธิ์เสนอให้นับองค์ประชุม แต่ขอร้องนาย อุบลศักดิ์ ขอให้มีการอภิปรายซักถาม และชี้แจงก่อน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พท. ลุกขึ้นอภิปรายว่า การประชุมเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ตั้งใจเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมรัฐสภา แต่ส.ส.ไม่มาแสดงตน ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ให้ความร่วมมือ และวันนี้เรื่องกระทู้สำคัญเกี่ยวกับพรรคการเมืองบางพรรค ที่ไปใช้สถานที่ของผู้ค้ายาเสพติดเป็นสำนักงานพรรค เรื่องสำคัญที่จะพูดในสภาก็ไม่ได้พูด เลื่อนไป วันที่ 20 ก.พ.ก็ยุบสภาไปแล้ว วันนี้จะมาประชุมเพื่ออะไร ให้ฝ่ายค้านมานั่งฟัง ส.ส. รัฐบาลต้องรับผิดชอบอยู่เป็นองค์ประชุม ไม่ใช่ฝ่ายค้านมาประชุมแล้วฝ่ายรัฐบาลไม่อยู่ ดังนั้นขอให้ตรวจสอบองค์ประชุม ถ้าไม่ครบก็ปิดประชุมไป

‘สุชาติ’โอดฉายามือปิดประชุม
นายศุภชัยแย้งว่า ตนนั่งอยู่ข้างบนเห็นหมด ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็พอๆ กัน การรับผิดชอบการทำหน้าที่ในสภาเป็นความรับผิดชอบของส.ส.ทุกๆ คน เพราะเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ขอให้นายอุบลศักดิ์ทบทวนใหม่ที่จะให้นับองค์ประชุม เรื่องเมื่อวานก็เป็นเรื่องเมื่อวาน วันนี้ก็ควรเป็นเรื่องวันนี้

ด้านนายอุบลศักดิ์ ยืนยันขอให้ตรวจสอบองค์ประชุม ทำให้นายศุภชัยกล่าวขึ้นว่า ถ้าอย่างนั้นตนไม่มีทางเลือก ขอตรวจสอบองค์ประชุม พร้อมกดออดเรียกส.ส.ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม โดยใช้เวลารอสมาชิก

ขณะที่นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ขออภิปรายว่า สภามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เพราะประชาชน ทั้งประเทศที่รอการพิจารณาเรื่องต่างๆ อยู่

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุมช่วงนี้ ชี้แจงว่า ตนมีหน้าที่ควบคุมการประชุม ส่วนเรื่องการรักษาองค์ประชุมเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภา ตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ การประชุม และยังเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากประชาชนด้วย

หลังรอสมาชิกเข้าห้องประชุม ประมาณ 15 นาที นายสุชาติได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ปัจจุบันมีสมาชิกสภาทั้งหมด 429 คน และต้องการองค์ประชุม 215 คน จึงอยากให้สมาชิกเข้ามาในห้องประชุม ตนไม่อยากขึ้นมาเปลี่ยนการทำหน้าที่ประธานการประชุม จากนายศุภชัยเลย เพราะขึ้นมาแล้วก็ปิดประชุมทุกที จนตนได้รับฉายามือปิดประชุม และตอนนี้มีสมาชิกแสดงตน 151 คน ขาดไปแค่ร้อยเดียวเอง ถือว่ายังขาดเยอะ จึงขอปิดประชุมในเวลา 13.15 น.

‘ชวน’ตั้ง‘อิสระ’นั่งที่ปรึกษา
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามประกาศแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ลงวันที่ 26 ม.ค.2566 ระบุว่า ด้วยประธานสภา มีความประสงค์ขอแต่งตั้งนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. เป็นข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ตำแหน่ง ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. 2566 เป็นต้นไป อาศัยอำนาจตามความ ในมาตรา 92 และมาตรา 94 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ.2554 จึงแต่งตั้ง ให้ นายอิสระ เป็นข้าราชการรัฐสภา ฝ่ายการเมืองตำแหน่งที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.2566 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ นายอิสระ ได้ลาออกจากการเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.ตั้งเเต่วันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยเคยโพสต์ข้อความชี้แจงว่า เหตุผลหนึ่งของการลาออก เพื่อจะมาช่วยงานและทุ่มเทงานให้ประธานรัฐสภา ในช่วงโค้งสุดท้ายของวาระสภา ที่เหลืออีกเดือนเศษๆ ให้สำเร็จ

ชะตาเมือง – ศิลปวัฒนธรรม เครือมติชน จัดเสวนา ‘ชะตาเมือง-เรื่องดวงดาว โดยโหราศาสตร์ชื่อดัง บุศรินทร์ ปัทมาคม และวสุวัส คำหอมกุล ดำเนินรายการโดยเอกภัทร์ เชิดธรรมธร ที่มติชนอคาเดมี ประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 26 ม.ค.

โหรชี้‘ตู่’ส่ออยู่ต่อ-โดนต้านหนัก
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. เวลา 13.30-15.00 น. “ศิลปวัฒนธรรม” ในเครือมติชน จัดสโมสร ศิลปวัฒนธรรมเสวนา “ชะตาเมือง-เรื่องดวงดาว” ที่ห้องโถงอาคารมติชนอคาเดมี โดยมี นายบุศรินทร์ ปัทมาคม และนายวสุวัส คำหอมกุล สองโหรชื่อดังของเมืองไทยเป็นวิทยากร มีนายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร ดำเนินการเสวนา

นายวสุวัส วิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองตามหลักโหราศาสตร์ว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะอยู่ต่อ ก็จะไม่ได้อยู่ต่อด้วยวิธีการเลือกตั้ง ถ้ารู้ตัวเองควรรีบหาทางลงสวยๆ ดีกว่า

“แกนนำรัฐบาลไม่ใช่พรรคเดิม ดวงเมืองแบบนี้ นายกฯ เป็นผู้หญิงไม่ได้ และถ้ามีอะไร ที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น” นายวสุวัสกล่าว

ด้านนายบุศรินทร์ วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองของไทยตามหลักโหราศาสตร์ว่า ปีนี้ มีแนวโน้มที่จะเกิดการเลือกตั้ง 80% และไม่น่าจะเปลี่ยนตัวนายกฯ แต่การอยู่ต่อ จะทำให้ สร้างกรรมไม่ดี ต้องการ์ดสูง ต้องป้องกันตัว เพราะลัคนานายกฯ อยู่ที่ราศีมีน แต่บางคน อาจวางที่ราศีมังกร และแม้จะไปต่อ แต่ต้องเจอของหนักมากขึ้น กลุ่มต่อต้านรัฐบาลจะมี มากขึ้นในปี 2566

“คุณประยุทธ์จะทำสิ่งที่ประชาชนต่อต้านมากขึ้น ตั้งแต่เม.ย.2566 เป็นต้นไป โดยเฉพาะช่วงเดือนพ.ย.ถึงธ.ค.2566 การประท้วงต่อต้านจะแรงขึ้น และหลัง 14 ก.พ.2569 น่าเป็นห่วงคุณประยุทธ์” นายบุศรินทร์เผย

‘โรม’ซัด‘หลานตู่’เอี่ยวจีนเทา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ทำหน้าที่เป็นประธาน เมื่อเข้าสู่วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลสอบถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติและการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่ไม่เป็นธรรม โดยพล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นผู้ตอบกระทู้แทน แต่พล.อ.ชัยชาญติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ แถลงภายหลังตั้งกระทู้สดด้วยวาจาว่า ตนตั้งใจตั้งกระทู้ถามสดไปยังพล.อ.ประยุทธ์ เพราะตนกำลังเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์คือบุคคลที่อาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดที่กำลังดำรงอยู่ในประเทศ จึงอยากใช้พื้นที่ของสภา เพื่อถามคำถาม และอยากให้ความเป็นธรรมกับนายกฯ หลังจากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองเดินหน้าขยายผลเรื่องนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว ซึ่งเกี่ยวพันกับบุคคลสำคัญต่างๆ หลายคน โดยเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา อัยการมีคำสั่ง ฟ้องตู้ห่าวและพวกรวม 40 คน 9 ข้อหา ทั้งเรื่องยาเสพติด การไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ และการฟอกเงิน ประเด็นที่ตนสนใจคือการฟอกเงิน ซึ่งคือการปกปิดอำพรางเงินที่ใช้ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ไม่ให้สืบได้ง่ายว่าต้นทางมาจากไหน

นายรังสิมันต์กล่าวด้วยว่า การที่ตำรวจไม่ตั้งข้อหาฟอกเงินกับตู้ห่าวตั้งแต่แรก ทำให้เกิดข้อกังขา 2 ประการ ได้แก่ประการแรก อาจเป็นการเปิดช่องให้มีเวลายักย้ายถ่ายเททรัพย์สินที่จะเป็นของกลางได้ พอไปตรวจยึดทรัพย์สินของตู้ห่าว กลับไม่พบเงินสดแม้แต่บาทเดียว ส่วนเงินในบัญชีก็เหลือ 100,000 บาท ทำให้สังคมไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ ของตำรวจได้ และประการที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวพันไปถึงข้อเท็จจริงที่ว่า หลานของพล.อ.ประยุทธ์มีส่วนในธุรกิจเทาๆ ของตู้ห่าวด้วย โดยพบว่าบริษัท เอ็มแอนด์เอ็มทรานสปอร์ต เซอร์วิส จำกัด บริหารโดยพี่ชายของภรรยาตู้ห่าว และระบุที่ตั้งบริษัทเป็นที่เดียวกับที่ตู้ห่าวแจ้งเป็นที่อยู่ตัวเอง จึงชัดเจนว่าเป็นบริษัทในเครือของตู้ห่าว บริษัทนี้ ไปเช่ารถทัวร์อย่างน้อย 33 คันจากหจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ของนายปฐมพล จันทร์โอชา ลูกชายของพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. และน้องชายของพล.อ.ประยุทธ์

นายรังสิมันต์กล่าวด้วยว่า ตนเห็นว่าหากจะเอาผิดกลุ่มจีนเทาเครือข่ายตู้ห่าวเรื่อง ฟอกเงินแล้ว หลานพล.อ.ประยุทธ์ก็เข้าข่ายเป็นหนึ่งในผู้ที่สมควรต้องถูกสอบสวนด้วย และเมื่อทางอสส.มีคำสั่งฟ้องตู้ห่าวและพวก รวมถึงข้อหาฟอกเงินแล้ว จึงต้องถามว่า มีการเรียกตัวหลานพล.อ.ประยุทธ์มาสอบสวนด้วยหรือไม่ มีการสั่งฟ้องด้วยหรือไม่ หรือจะดำเนินการใดๆ กับหลานพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ถ้าไม่มี เพราะอะไร

คนที่ 2 ล้าน – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นำว่า ที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางนา เขตพระโขนง ลงพื้นที่เขตบางนา มอบบัตรสมาชิกเครือข่ายบำนาญประชาชนคนที่ 2 ล้าน ร่วมสนับสนุนกฎหมายบำนาญประชาชนที่พรรคเสนอ เข้าสภา เมื่อวันที่ 26 ม.ค.

ฝึกดูแล – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เยี่ยมชมการฝึกดูแลผู้สูงอายุ เพื่อเตรียมแรงงานก่อนเข้าทำงานในสถานประกอบ การ รองรับสังคม ผู้สูงอายุ ที่ศูนย์ฝึกอบรมวิสาหกิจชุมชน อ.แม่จัน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 26 ม.ค.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน