ท้าแข่งนโยบาย กาญจน์นับหมื่นฟังพท.ปราศรัย อนุทินตีปี๊บกทม. ‘บิ๊กป้อม’เปิดตัว อุตตม-สนธิรัตน์
‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทัพเพื่อไทยบุกราชบุรี-กาญจนบุรี คนนับหมื่นแห่ฟังปราศรัย ย้ำถ้าไม่แลนด์สไลด์ ‘ประยุทธ์’ จะกลับมาเป็นนายกฯ ตอบโต้ ‘ไตรรงค์’ กล่าวหาโกงทั้งตระกูล เย้ยกลับพวกไม่มีของจึงใช้แต่วาทกรรมโจมตี ติง ‘ส.ว.วันชัย’ ไม่เคารพเสียงประชาชน ‘พิธา’ ลุยหาเสียงประตูน้ำ-จตุจักร ติดป้ายทั่วกรุง ปิดสวิตช์ 3 ป. ‘ธนกร’ โวลั่น ‘บิ๊กตู่’ ประเดิมปราศรัยชุมพร ชาวบ้านต้อนรับคับคั่ง มั่นใจ กลับมาเป็นนายกฯ ‘บิ๊กป้อม’ อารมณ์ดี เดินตลาด อ.ต.ก. ปลื้มคนเชียร์นั่งนายกฯ เปิดตัว ‘อุตตม-สนธิรัตน์’ ร่วมงานวันนี้ บ้านใหญ่นราฯ ย้ายอีก ซบ รทสช. ‘อนุทิน’ ลงพื้นที่ กทม. เสนอตัวทำงานให้คนกรุง โวถ้าภท.ชนะเลือกตั้ง พร้อมเป็นนายกฯ

เดินตลาด – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างอารมณ์ดี ระหว่างเดินเลือกซื้อข้าวปลาอาหารในวันหยุดที่ตลาด อ.ต.ก. ย่านจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 29 ม.ค.
‘ป้อม’ปลื้มชาวบ้านเชียร์นั่งนายกฯ
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ใช้เวลาวันหยุดลงพื้นที่ โดยไปเดิน ตลาดอ.ต.ก. จับจ่ายซื้ออาหารและผลไม้ ซื้อแกงเขียวหวานเนื้อ ปลาดุกกรอบ หน่อไม้ดอง ผัดพริกขิง ปลาดุกกรอบ แกงเทโพ ต้มข่าไก่ เมนูโปรดและแวะร้านประจำซื้อกะปิโหว่ มะม่วง ตะลิงปลิง ระหว่างทางได้ทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน อย่างอารมณ์ดี สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และถ่ายรูปร่วมกับประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และเด็กๆ มาขอถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง
ทั้งนี้ ประชาชนบางคน นำดอกไม้ มามอบเป็นกำลังใจ “ขอให้ลุงป้อมสู้ๆ” และเชียร์ให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 เพื่อช่วยประชาชนให้กินดีอยู่ดี ทำให้พล.อ.ประวิตร ยิ้มแย้มทักทายพูดคุยกับประมาณครึ่งชั่วโมง จึงเดินทางกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นครั้งที่ 3 ที่พล.อ.ประวิตรลงพื้นที่ส่วนตัวในช่วง วันหยุด เพื่อพบปะประชาชนนับตั้งแต่ช่วงปีใหม่ ครั้งแรกได้ถ่ายรูปกับเด็กๆ ระหว่างไปรับประทานอาหารที่คิง เพาเวอร์ ตรง กับวันเด็ก จากนั้นลงพื้นที่เยาวราช ช่วงตรุษจีน ทำบุญ ไหว้เจ้า เพื่อเป็นสิริมงคล
ปองพล-ปรพลยื่นลาออก‘สอท.’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดการดีลร่วมงานของ พล.อ.ประวิตร กับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) และนายสนธิรัตน์ สนธิ จิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พร้อมเปิดตัวในวันที่ 30 ม.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐนั้น ล่าสุด นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกฯ สมาชิกพรรค พร้อมนายปรพล อดิเรกสาร อดีตส.ส.สระบุรี 2 สมัย ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 1 สระบุรี ได้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรค สอท. แต่ยัง ไม่ตัดสินใจจะย้ายไปพรรคใด โดยจะไปยื่นลาออกต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 30 ม.ค.นี้
ทั้งนี้ นายปองพล และนายปรพล ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 เป็นสมาชิกพรรค พปชร. ต่อมาได้ลาออก และย้ายมาพรรครวมไทยสร้างชาติ ในช่วงเริ่มต้นตั้งพรรค และลาออกอีกครั้ง เพื่อย้ายมาร่วมงานกับพรรค สอท. เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2565 กระทั่งเกิดการดีลร่วมงาน พรรค สอท.กับพรรค พปชร. ทำให้ทั้งสอง ตัดสินใจลาออก เนื่องจากเกรงจะเกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเขตเลือกตั้ง กับน.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 สระบุรี พรรคพปชร.
รทสช.ปิดดีลบ้านใหญ่นราธิวาส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ จะมีสมาชิกพรรค สอท.เพียงบางส่วนที่ตามกลับมาอยู่กับพรรค พปชร. และอีกบางส่วนที่ไม่ได้ตามกลับมา โดยเฉพาะบ้านใหญ่นราธิวาสของนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส ที่ก่อนหน้านี้ได้พาทีมงานเปิดตัวกับ สอท.ไปแล้ว จะไม่ได้ตามกลับมา แม้หลายวันที่ผ่านมาแกนนำพรรค สอท.จะพยายามโทรศัพท์โน้มน้าวแล้วก็ตาม แต่ไม่เป็นผล มีรายงานข่าวแจ้งว่า หลังมีข่าวปิดดีล ได้สร้างความ ไม่พอใจให้กับบ้านใหญ่นราธิวาส เพราะเพิ่งจะออกจาก พปชร.มา ขณะเดียวกัน นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่สนิทกับนายกูเซ็งมานาน ได้ประสานเข้ามา เพื่อชักชวนให้มาอยู่ด้วยกันที่ รทสช. ประกอบกับกระแส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่เริ่มกลับมาดีขึ้น ในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้บ้านใหญ่นราธิวาสตัดสินใจยกทีมมาร่วมงานกับ รทสช. ขณะที่เวทีปราศรัยของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา นายกูเซ็งได้เดินทางมาร่วมด้วยตาม คำเชิญ
ธนกรโวเสียงตอบรับ‘ตู่’คับคั่ง
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า การขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จ.ชุมพร ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนอย่างคับคั่ง เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดว่า ประชาชนยังต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัย เพื่อสานต่อนโยบายต่างๆ ที่พล.อ.ประยุทธ์คิดและผลักดัน เพื่อแก้ปัญหาความ เดือดร้อนให้กับประชาชนเหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมา เพราะวันนี้ประเทศไทย ยังต้องเดินหน้าต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นคำตอบที่ประชาชนทั้งประเทศ เชื่อมั่นและไว้วางใจได้ว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด รวมทั้งจะนำประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเฉพาะความซื่อสัตย์ สุจริต เด็ดขาดกับการทุจริต ที่เป็นหลักการทำงานที่นายกฯ ปฏิบัติมาตลอด
เล็งจัดคิวเดินสายทั่วประเทศ
นายธนกรกล่าวว่า จากนี้พรรค จะเร่งเตรียมกำหนดการเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์เดินสายทั่วประเทศให้ได้มากที่สุด เพื่อรับฟังความเห็นและความเดือดร้อนที่ประชาชนอยากให้เข้าไปช่วยเหลือโดยเร็วด้วยตัวเอง พร้อมทั้งจะค่อยๆ ทยอยเปิดนโยบายใหม่ๆ ออกมา เพื่อขอโอกาสประชาชนเข้ามาสานต่อนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลต่อไป
ภท.รุก 3 จว.อีสานเปิด 10 ผู้สมัคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 28-29 ม.ค. ประชุมชี้แจงนโยบายพรรค พร้อมขึ้นเวทีปราศรัยเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค จำนวน 10 เขต ในพื้นที่ 3 จังหวัดคือ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนอย่างคึกคักในแต่ละจุดจำนวนหลายพันคน
นายศักดิ์สยาม ยืนยันว่า ว่าที่ผู้สมัครของพรรคทุกคน มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ตนมาในครั้งนี้เพื่อ การันตีความเป็นภูมิใจไทยว่า พูดแล้วทํา และมาตอกเสาเข็มทุกต้นให้ทุกพื้นที่เจริญก้าวหน้าต่อไป ส่วนว่าที่ผู้สมัคร บางคน แม้จะยังไม่มีตำแหน่ง ส.ส. แต่ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่คอยอยู่เคียงข้างประชาชนเสมอ เลือกตั้งรอบนี้จึงอยากให้ประชาชนให้โอกาสเข้าไปทำหน้าที่ในสภา

ลุยชุมชน – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำภาคกทม. และน.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ อดีตส.ส. จัดเวทีปราศรัย ที่ชุมชนใต้ทางด่วนวัดมะกอก เขตพญาไท กทม. เมื่อวันที่ 29 ม.ค.
อนุทินพร้อมนั่งนายกฯถ้าภท.ชนะ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ชุมชนวัดมะกอก เขตสามเสนใน กทม.ว่า เป็นครั้งแรก ที่เรามาเสนอเป็นตัวเลือกให้กับคนกรุงเทพฯ เชื่อว่าถ้าคนกรุงเทพฯ รู้จักพรรค ภท.แล้วก็น่าจะชอบในสไตล์พรรคที่กล้าตัดสินใจ ซึ่งตอนนี้เรามีของไม่ใช่ว่าเอาใครก็ไม่รู้มาเสนอให้คนกรุงเทพฯ แต่เราเอาส.ส.กทม.มาเสนอ จะได้ทำงานต่อเนื่องและเราไม่มีความ ขัดแย้งกับใคร เพราะความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งเราใช้โอกาสสร้างงานสร้างรายได้ จะทำทุกอย่าง ให้ได้รับการแก้ไขด้วยเหตุผลและกระบวนการทางรัฐสภา
เมื่อถามว่านายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุพรรค ภท.จะจับมือกับเพื่อไทย และพลังประชารัฐ พรรคที่เหลือเป็น ฝ่ายค้าน นายอนุทินกล่าวว่า ขอบคุณในความหวังดีของทุกฝ่าย แต่การจับมือขั้วการเมืองนั้น ขอให้พรรค ภท.ได้ตัดสินใจด้วยตนเอง นำเสียงส.ส.ที่ประชาชนให้ มาเป็นตัวกำหนดทิศทาง ทั้งนี้ หากเรามีคะแนนอันดับ 1 ตนก็ต้องเป็นนายกฯเพราะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพียงคนเดียว เมื่อถามว่ากลัวส.ว.หรือไม่ เพราะส.ว.ต้องเลือกนายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า ประชาชนเลือกเรามาเยอะขนาดนี้ กลัวแค่ประชาชน ตนสอนทุกคนในพรรคว่าต้องไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ยกเว้นกลัวประชาชน
เมื่อถามว่าถ้าต้องทำงานกับพล.อ. ประยุทธ์อีกรอบไม่มีปัญหาใช่ไหม นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่มีปัญหาในการทำงานกับใครทั้งสิ้น เพราะเราต้องทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด
ชทพ.คาดยุบสภาหลังซักฟอก
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงโปรดเกล้าฯ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า เมื่อกฎหมายทั้ง 2 ฉบับมีผลบังคับใช้แล้ว ในวันนี้ ถือว่าการเมืองไทยจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอย่างเต็มรูป ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถ รับฟังความเห็นพรรคการเมืองเป็นครั้งสุดท้าย แล้วออกประกาศเขตเลือกตั้ง ทั้ง 400 เขตได้ในเวลาไม่ช้า ผู้สมัครรับเลือกตั้งสามารถเดินหาเสียงได้เต็มที่
นายนิกรกล่าวว่า จากนี้กกต.คงอาศัยอำนาจตามกฎหมายนี้ ออกประกาศของ กกต.ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่มีจำนวนมากได้เลย เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะทราบว่าได้เตรียมการรออยู่แล้ว ตอนนี้กกต.คงรอแต่วันที่นายกฯ ประกาศ ยุบสภา เชื่อว่าเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ภายการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ในวันที่ 15-16 ก.พ.จบสิ้นลงก่อน เพราะน่าจะถือว่าจะเป็น Last Battle หรือการต่อสู้ฉากสุดท้ายของสภาชุดที่ 25 นี้ จากนั้นภาวะของสภาช่วงปลายสมัยที่ เกิดการล่มบ่อยๆ น่าจะเป็นตัวเร่งให้ ยุบสภาเกิดขึ้นก่อนปิดสมัยประชุมใน วันที่ 28 ก.พ.ได้เหมือนกัน
ส่งปาร์ตี้ลิสต์ครบ 100 ชื่อ
นายนิกรกล่าวว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค ได้เรียกประชุมในวันที่ 31 ม.ค. ร่วมกับคณะกรรมการประชาสัมพันธ์พรรค ที่มี นายเสมอกัน เที่ยงธรรม เป็นประธาน เพื่อสรุปรายละเอียด ของนโยบายแต่ละด้าน และจัดทำเป็นข้อมูลประกอบให้ผู้สมัครนำไปเสนอ ต่อประชาชนในเขตของตัวเอง และให้เป็นข้อมูลเชิงนโยบายสำหรับผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ที่พรรคจะส่งให้ครบ ทั้ง 100 รายชื่อ ขณะนี้ทยอยมาแสดงเจตจำนงกันหลายรายชื่อแล้ว
นายนิกรกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคไม่มีแรงกดดันใดๆ ที่จะต้องไปแข่งขันกับใคร ในการแย่งตำแหน่งทางการเมืองหลังเลือกตั้ง แต่เราต้อง แข่งกับตนเองให้ชนะ ภายใต้การนำของนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เชื่อว่าด้วยศักยภาพระดับอินเตอร์ด้านการสื่อสารของนายวราวุธ และนโยบาย ว้าว ไทยแลนด์ ที่ได้ประกาศนโยบายไว้ 10 ด้าน มีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากประชาชนอย่างแน่นอน

ชื่นมื่น – นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรร่วมพิธีเปิดเทศกาล ดอกงิ้วบาน ครั้งที่ 20 ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว พร้อมหารือ 3 ฝ่ายกับพล.ท.วิไล หล้าคำฟอง รองนายกฯ ลาว และผู้บริหารระดับสูงของสภากรรมการบริหารเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ
มดดำโผล่ให้กำลังใจ‘อิ๊ง-เพื่อไทย’
เมื่อเวลา 13.45 น. พรรคเพื่อไทย นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษา ด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย พร้อม ส.ส. และสมาชิกพรรค ลงพื้นที่เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ชุมชนสระโกสินารายณ์ จ.ราชบุรี และพบปะประชาชน ในอ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยมีประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับ พร้อมทั้งมอบดอกไม้ พวงมาลัยให้กำลังใจอย่างเนืองแน่นและขอถ่ายภาพเซลฟี่ร่วมกับน.ส.แพทองธาร เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ มดดำ หรือนายคชาภา ตันเจริญ พิธีกรรายการชื่อดัง ลูกชายนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และรองประธานสภา ได้มาให้กำลังใจน.ส.แพทองธารด้วย
ย้ำถ้าไม่แลนด์สไลด์-ตู่จะกลับมา
ขณะที่นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ถ้าอยากออกจากความทุกข์ยากลำบากตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พรรค พท.จะแลนด์สไลด์เพื่อคืนสิ่งที่หวังและกำหนดอนาคตให้ประชาชน พร้อมฝากพรรค พท.และว่าที่นายกฯ แพทองธาร แต่ตนไม่ได้ประกาศแค่ฝากประชาชนเท่านั้น ย้ำว่าถ้าเราไม่แลนด์สไลด์ พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง

สักการะ – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค และว่าที่ผู้สมัครส.ส.กาญจนบุรี เข้าสักการะศาลหลักเมือง ระหว่างไปหาเสียงและปราศรัยใหญ่ที่จ.ราชบุรีและกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 29 ม.ค.
อิ๊งอ้อนขอราชบุรียกจังหวัด
น.ส.แพทองธารกล่าวทักทายประชาชนว่า ดีใจ แม้มีเวลาสั้นๆ แต่ต้องแวะมาทักทายให้ได้ ก่อนมานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โทร.มาบอกว่า เคยมาที่นี่ เพราะเคยนำงบประมาณมา สร้างพิพิธภัณฑ์ ดีใจที่พี่น้องมาต้อนรับ และรู้สึกอบอุ่น ย้ำว่าตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยถูกยุบ แต่เราก็สร้างพรรคขึ้นมาใหม่ จนมาถึงตอนนี้เราอยากเป็นพรรคที่แข็งแรง โดยเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางแก้ปัญหาปากท้องประชาชนอย่างจริงจัง เคยได้ยินนโยบายพรรค พท.หรือไม่ เลือกเพื่อไทยทั้งคนและพรรคให้แลนด์สไลด์ทั้งราชบุรี เพื่อทำให้นโยบาย 600 บาทและ 25,000 บาทให้เป็นจริง
จากนั้นเวลา 15.40 น. น.ส.แพทองธารและคณะเดินทางไปสักการะศาล หลักเมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีประชาชนมารอต้อนรับพร้อมตะโกน “คุณอิ๊ง สู้ๆ” ก่อนจะไปพบปะผู้ประกอบการด้าน ขนส่งทางน้ำ ที่โรงแรมเดอะไซริเวอร์แคว
ฉุน‘ไตรรงค์’กล่าวหาโกงทั้งตระกูล
เวลา 16.00 น. ที่โรงแรมไซริเวอร์แคว จ.กาญจนบุรี น.ส.แพทองธาร ให้สัมภาษณ์ถึงพล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัยเกทับว่าทำประโยชน์ให้ประชาชนมากกว่าหลายรัฐบาล และขอเวลาอีก 2 ปี เพื่อพลิกโฉมประเทศว่า 2 ปีพลิกโฉมประเทศ 8 ปี ก็พลิกโฉมประเทศ แต่ต้องดูต่อว่า 2 ปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร อยู่ที่ประชาชนเลือก เรามีความตั้งใจเหมือนเดิม คืออยากให้ประชาชนลืมตาอ้างปากได้ ซึ่งเป็นนโยบายของเรา
เมื่อถามถึงกรณีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษานายกฯ ฐานะแกนนำพรรค รทสช. ปราศรัยว่านายทักษิณ โกงทั้งตระกูล และหากยังมีระบบทักษิณ บ้านเมืองเหลือแต่เสา น.ส.แพทองธารกล่าวแบบมีอารมณ์ว่า “สมัยที่คุณพ่อ เป็นนายกฯ ได้ทำนโยบายมากมายให้ประเทศ ทุกวันนี้ก็ยังใช้กันอยู่ อันนี้คง ไม่ได้เหลือแค่เสา ที่เขาพูดเช่นนี้ก็แค่ วาทะทางการเมืองที่มาตัดทอนกัน เพราะเราก็หาเสียงเต็มที่โดยการเอาผลงาน ที่เราเคยทำได้จริงมายื่นให้กับประชาชน มาตอกย้ำ แต่เขาไม่มีของจริง เขาก็ต้องนำวาทะแบบนั้นมาซึ่งเป็นเรื่องปกติ ตนมองว่าเป็นเรื่องใส่สีทางการเมือง”
ฉะ‘วันชัย’ไม่เคารพเสียงประชาชน
น.ส.แพทองธารกล่าวกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุแม้พรรค พท.แลนด์สไลด์ แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะไม่สามารถรวมเสียงได้ว่า เป็นคอมเมนต์ ที่แรงมาก ในระบอบประชาธิปไตย กล้าคอมเมนต์ออกมาแบบนี้ไม่ดีเลย ทำไมไม่เคารพเสียงของประชาชน ตนมองว่าไม่ใช่คอมเมนต์ที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย เดี๋ยวประชาชนจะเห็นถึงแนวคิดของคนที่ไม่เคารพเสียงของประชาชน ก็เป็นแบบนั้น เป็นเรื่องน่าอาย ไม่ให้เกียรติประชาชน
ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีนายวันชัยว่า แบบนี้ออกลูกอันธพาล ยิ่งกว่าข่มขู่คุกคาม เป็นการกดหัวประชาชนทั้งประเทศ เหยียบย่ำอำนาจอธิปไตยของประชาชนทั้งประเทศ นี่คือเหตุผลครั้งสำคัญที่พรรค พท. ต้องแลนด์สไลด์ในครั้งนี้ เพราะถ้าชนะไม่ขาด สิ่งที่คนพวกนี้คิด จะเกิดขึ้นและจะยาวไปถึงแก้วาระนายกฯ 8 ปี และจะยาวไปถึงอีกทุกอย่าง เพื่อให้เขารักษาอำนาจไว้ได้ เราจึงมีที่พึ่งเดียวคือประชาชน และตนไม่เชื่อว่าพรรคแนวร่วมฝ่ายค้านจะได้คะแนนรวมกัน ไม่เกิน 300 ที่นั่ง แล้วจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ถ้าคิดจะทำแบบนั้น มาพิสูจน์กัน
เย้ย‘บิ๊กตู่’คะแนนนิยมอยู่ท้ายแถว
นายณัฐวุฒิกล่าวกรณีพล.อ.ประยุทธ์ เกทับรัฐบาลในอดีตว่า ไม่ใช่การเกทับ แต่เก๊ทับมากกว่า สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศกับสิ่งที่ปรากฏกับประชาชน 8 ปี มันสวนทางกัน หากพล.อ.ประยุทธ์สร้างประโยชน์ให้ประชาชนในฐานะ นายกฯ จริง จะไม่มีพรรคไหนสามารถประกาศตัวเป็นคู่แข่งได้เลย ขณะนี้ความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ กลับไปอยู่ ลำดับท้ายๆ ดังนั้น การแสดงนโยบายของทุกพรรคก็เป็นสิทธิ แต่การตัดสินใจเลือกก็เป็นสิทธิประชาชน
แซะ‘ไตรรงค์’สมองควรมากตามอายุ
ด้านนพ.ชลน่านกล่าวว่า หากมองมิติทางการเมือง เป็นการปราศรัยที่ต้องระวังข้อกฎหมาย จะเป็นการใส่ร้ายหรือไม่ ต้องพิสูจน์ระหว่างระบอบทักษิณที่เขาพยายามยกเป็นวาทกรรมปลุกผีขึ้นมา กับระบอบประยุทธ์ใน 8 ปีที่ประชาชนประจักษ์ว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจก็ทำลาย ทุกอย่าง โดยเฉพาะสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ดังนั้น ต้องพิสูจน์ว่าระบอบไหนเป็นที่ยอมรับของประชาชน
“การกล่าวหาว่าโกงทั้งตระกูล เป็นการใส่ร้ายอย่างแน่นอน ขอฝากให้ ระมัดระมัง เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ อายุมากแล้ว สมองก็ควรมากตามอายุไปด้วย” นพ.ชลน่านกล่าว
เตือนส.ว.ต้องมีสำนึกรับผิดชอบ
เมื่อถามว่าหากพรรค พท.ได้เสียง เกิน 250 เสียง ส.ว.ควรโหวตตามเสียงประชาชนหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราประกาศเอา 250 เสียงเพื่อให้เท่า แต้มต่อของ ส.ว. หากเราได้เสียงข้างมาก เชื่อว่าส.ว.จะมีจิตสำนึก ความรับผิดชอบ ที่เห็นว่าประชาชนให้อาณัติกับพรรค พท. ส.ว.ไม่มีสิทธิปฏิเสธเป็นอื่นต้องมาร่วมโหวตนายกฯ ส่วนจะโหวตเลือกใครก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเราได้ 250 แต่ ส.ว.โหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ หรือใครมาเป็นนายกฯ ด้วยเสียงข้างน้อยมา เป็นรัฐบาล เท่ากับทำร้ายประเทศชาติประชาชน แล้วจะรอดได้อย่างไร แค่พิจารณางบประมาณก็ไม่ผ่านแล้ว เดือนเดียวยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จบแล้ว ดังนั้น ส.ว.จะทำไปทำไม

บุกกาญจน์ – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ขึ้นเวทีเปิดตัวผู้สมัครส.ส. กาญจนบุรี ท่ามกลางประชาชนมารับฟังกว่าหมื่นคน ที่ลานอเนกประสงค์ อบจ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 29 ม.ค.
นับหมื่นแห่ฟังเพื่อไทยปราศรัย
เวลา 17.30 น. ที่ลานอเนกประสงค์ อบจ.กาญจนบุรี พรรค พท. จัดปราศรัยใหญ่ นำโดยน.ส.แพทองธาร และแกนนำพรรค มีประชาชนมาฟังปราศรัยประมาณ 10,000 คน โดยนพ.ชลน่าน ปราศรัยว่า วันนี้มีขบวนการทำลายแลนด์สไลด์ พี่น้องเสื้อแดงอย่าหวั่นไหว ประชาชนอย่าตกใจ ต้องร่วมสู้เพื่อแลนด์สไลด์ เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งหรือ ยุบสภา เราจะประกาศ 7 นโยบายทันที
ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง ปราศรัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ เสื่อมลงทุกวัน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์มีชะตากรรมคล้ายผู้นำรัฐประหารในอดีต ที่ยึดอำนาจได้เพราะมีกองทัพ และส.ว.สนับสนุน สุดท้ายพรรค รทสช. จะได้ 25 เสียงหรือไม่ ตนคาดว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะมีจุดจบแบบอัปยศ เดินตลาดเดินถนนไม่ได้ และจะพบจุดจบในการเลือกตั้งครั้งนี้แน่
อิ๊งขอแลนด์สไลด์เมืองกาญจน์
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า เห็น นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ขึ้นเวทีพูดค่อนแคะว่าได้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ ต้องถามพ่อ ถามว่ามีนายทักษิณ เป็นกุนซือให้คำแนะนำแล้วผิดตรงไหน เราจะเสนอใครเป็นนายกฯ ถ้าประชาชนเลือก เราเชื่อว่าทำหน้าที่ได้ ต่อให้ตั้งครรภ์ยังใจเกินร้อย โพลที่ไหนคะแนนก็แซงพล.อ.ประยุทธ์
น.ส.แพทองธารปราศรัยว่า พรรค เพื่อไทยมีนโยบายพัฒนาเมืองกาญจน์ รวมถึงจะมีการจ้างงาน คนก็ไม่ตกงาน ค่าแรง 600 บาท คนจบปริญญาตรีต้องได้ 25,000 บาท เอาหรือไม่ ถ้ายุบสภาเมื่อไหร่ นโยบายพรรค พท.จะเข้มข้นกว่านี้ เศรษฐกิจ ปากท้องต้องเข้มข้นมากกว่านี้ พท.มาแล้ว ยาเสพติดต้อง หมดไป ขอให้ประชาชนเลือก พท.ทั้งคน และพรรค ขอให้เลือกแลนด์สไลด์ทั้ง 5 เขตเมืองกาญจน์
ก.ก.ติดป้ายทั่วกรุง-ปิดสวิตช์ 3 ป.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคก้าวไกล (ก.ก.) โหมโรงศึกเลือกตั้ง ติดป้ายนโยบายทั่วกรุงเทพฯ รับการประกาศใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พร้อม ข่าวลือสะพัดว่าจะมีการยุบสภาเร็วๆ นี้ ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ประชาชนผู้สัญจรไปมาในเขตกรุงเทพมหานคร ต่างโพสต์และแชร์รูปจอ LED ขนาดยักษ์กลาง วงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งปรากฏภาพสัญลักษณ์พรรคก้าวไกล พร้อมข้อความ “กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม” ซึ่งเป็นสโลแกนหาเสียงที่เพิ่งเปิดตัวในการประชุมใหญ่ของพรรคเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ พรรคยังระดมติดป้าย ทั่วกรุงเทพฯ โดยเป็นป้ายนโยบายต่างๆ อย่างไรก็ตาม ป้ายนโยบายที่โดดเด่น และถูกแชร์มากเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาพ ป้าย “ปิดสวิตช์ 3 ป. เอาทหารออกจากการเมือง” ซึ่งถูกติดตั้งอย่างโดดเด่นที่ด้านหน้าประตูใหญ่ทางเข้าของอาคารรัฐสภา และป้าย “เลิกตั๋ว เส้นสาย หยุดส่วย รีดไถ ตำรวจอยู่ข้างประชาชน” ที่ถูกติดอยู่ด้านข้างป้ายผบ.ตร. หน้าสน. ทองหล่อ

ก้าวไกล – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำสมาชิกพรรคโชว์นโยบาย ‘การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต’ รวมทั้งนโยบายหวยใบเสร็จ ด้วยการเดินเร่ขายแบบแผงลอตเตอรี่ ที่ตลาดนัดจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 29 ม.ค.
พิธาลุยประตูน้ำ-จตุจักร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ นายเอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก. เขตราชเทวี พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ลงพื้นที่ศูนย์ การค้าแพลทินัม แฟชั่นมอลล์ พบปะประชาชนและแนะนำนโยบายหลัก ของพรรค “กาก้าวไกล ประเทศไทย ไม่เหมือนเดิม การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต” จากนั้นนายพิธา และคณะ หาเสียงฝั่งตลาดประตูน้ำ ก่อนที่ในช่วงบ่าย ลงพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร ซึ่งได้รับการต้อนรับจากประชาชน พ่อค้าแม่ค้าอย่างคับคั่ง
ลั่นพร้อมเป็นนายกฯคนที่ 30
นายพิธากล่าวว่า วันนี้พรรคเดินหน้าต่อเนื่อง นำนโยบายมาเสนอต่อประชาชน โดยเฉพาะนโยบายปากท้องดี นอกจากนี้คุณสมบัติของส.ส.เขตแบบก้าวไกล คืองานสภาเด่น งานพื้นที่ดี เอาปัญหาของประชาชนในพื้นที่เข้าไปเปลี่ยนแปลง เชิงโครงสร้างผ่านสภา ใครอยากได้ การเมืองดี มีเสรีภาพ ปิดช่องกองทัพ ไม่ทำรัฐประหาร ได้รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับร่างโดยส.ส.ร. ใครอยากได้งานคุณภาพ ค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาทต่อวันและปรับขึ้นทุกปี ให้เลือกผู้สมัครส.ส.เขตแบบก้าวไกล รับรองจะไม่ผิดหวัง
“ทุกการเลือกตั้งคือ โอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลง ขอให้ประชาชนมอบความไว้วางใจให้พรรคก้าวไกล ผมพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย พรรคก้าวไกลพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลปิดสวิตช์ 3ป.” นายพิธากล่าว

เวิร์กช็อป – นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกทม. เป็นประธานเปิดเวิร์กช็อป “เยาวชน คนรุ่นใหม่กับการสื่อสารทางการเมืองให้เกิดประสิทธิภาพ” ในโครงการ ฟัง-คิด-ทำ เพื่อเสริมประสบการณ์ให้ทีมเยาวชน โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์กทม. ที่ชั้น 3 อาคารม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์
ปชป.เตือนอย่าเลือกพรรคเฉพาะกิจ
ที่อาคารยิมเนเซียม (สะพานหิน) ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมคณะ อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร และสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค รวมกันเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. 3 เขตใน จ.ภูเก็ต ได้แก่ เขต 1 นายกวี ตันสุคตา นนท์, เขต 2 นายชัยยศ ปัญญาไวย และเขต 3 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์
นายจุรินทร์ปราศรัยตอนหนึ่งว่า มี นักข่าวถามหลายครั้งว่ากลัวหรือไม่ที่มีหลายพรรคมาแข่งในภาคใต้ รวมทั้งใน จ.ภูเก็ต ซึ่งตนตอบไปว่ากลัวจะไม่มาแข่ง เพราะมีพรรคมามากเท่าไหร่ เสียงก็ยิ่งแตก ตนมั่นใจว่าเรามีฐานเสียงและมีคนที่เชื่อมั่นศรัทธาในอุดมการณ์ของพรรคอย่างหนักแน่นและไม่เปลี่ยนแปลง
“การเลือกตั้งครั้งหน้าจะแข่งขันระหว่างสถาบันการเมือง และพรรคเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นเพื่อหนุนบุคคลคนเดียว ใช้คนคนเดียวเป็นเทพเจ้าแห่งความถูกต้อง สั่งการได้ทุกเรื่อง แต่หากวันใดคนนั้นเป็นอะไรไป พรรคดังกล่าวจะหายไปด้วย ดังนั้น ถ้าเลือกพรรคเฉพาะกิจ ประชาชนจะได้อนาคตเฉพาะกิจ แต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมือง ยังยืนเคียงข้าง และคอยต่อลมหายใจ ให้ชาวภูเก็ต” นายจุรินทร์กล่าว
ไม่กังวล‘บิ๊กตู่’เจาะสนามชุมพร
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี โปรดเกล้าฯ กฎหมายลูก 2 ฉบับแล้วว่า ประชาธิปัตย์เตรียมพร้อมมาตลอด ภาคใต้ 14 จังหวัดมี 58 เสียง เรามั่นใจว่าจะได้มากกว่าเดิมเยอะเลย ภูเก็ตเป็นพื้นที่เป้าหมายหนึ่ง ที่เรามั่นใจว่าจะยกทีมภูเก็ตทั้ง 3 เขต ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ในสถานะนักการเมืองครั้งแรกที่ชุมพร กังวลหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่กังวล ทุกพรรคมีสิทธิ์ตั้งความหวัง เราก็มั่นใจว่าที่ชุมพรได้ยกทีมเช่นกัน
เมื่อถามถึงกกต.จะมีการแบ่งเขต กังวลเรื่องความไม่เป็นธรรมหรือไม่ หัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกพรรคกังวล ถ้า กกต.ยึดหลักความถูกต้องตามกฎเกณฑ์กติกา ทุกอย่างจะเดินหน้าได้
รัฐบาลเร่ง44โครงการสู้ภัยแล้ง
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับทรัพยากรน้ำและกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการกำหนดนโยบายวางแผนการบริการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบครบวงจร ขับเคลื่อนโครงการสำคัญระดับประเทศโดยผลักดันสู่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. ถึง 44 โครงการ การกำหนดมาตรการรองรับฤดูฝน ฤดูแล้ง การจัดทำกฎหมายลำดับรองที่แล้วเสร็จไป 25 ฉบับ การจัดตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำ การก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ การจัดทำผังน้ำเสร็จไป 8 ลุ่มน้ำ เช่น ผังน้ำลุ่มน้ำชี มูล เจ้าพระยา และท่าจีน และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 6 โครงการ เช่น ผังน้ำลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน การทำแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Thai water plan (TWP), Thai Water Assessment (TWA), National Thai water เป็นต้น
นายอนุชากล่าวว่า มีการดำเนินการซึ่งมีความก้าวหน้าที่ใกล้เข้าสู่ความสำเร็จในหลายด้าน ทั้งด้านแผน เช่น ปรับปรุงกรอบแนวทางและค่าเป้าหมายแผนแม่บทน้ำ 20 ปี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้ธรรมชาติเป็นฐาน ซึ่งแผนแม่บทที่ได้มาจะขยายผลไปในแผนแม่บทลุ่มน้ำที่จะเชื่อมโยงระดับพื้นที่ไปสู่แผนปฏิบัติการ ด้านบูรณาการจัดการน้ำ เช่น ใช้การบริหารจัดการน้ำแบบกลุ่มภูมิภาคและลุ่มน้ำ รวมถึงเน้นการป้องกันเชิงรุก ซึ่งการขับเคลื่อนมาตรการฤดูแล้ง ปี 64/65 ส่งผลให้มีการเพาะปลูกเกินแผนเพียง 1.69 ล้านไร่ เมื่อเทียบกับฤดูแล้ง ปี 63/64 ที่มีการเพาะปลูกเกินแผนมากกว่า 4.3 ล้านไร่ มูลค่าความเสียหายน้อยลง รวมถึงการป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปี 64/65 ไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง
นายอนุชากล่าวว่า ภายใต้ความท้าทายของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและมีความห่วงใยผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน รวมทั้งให้ดำเนินการตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝน เพื่อเตรียมการเข้าสู่ฤดูฝนของพื้นที่ภาคใต้ด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปีนี้จะมีปริมาณน้ำต้นทุนมากในทุกพื้นที่ และมีโอกาสเสี่ยงขาดแคลนน้ำน้อย นายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตาม 10 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ตามที่ กนช.ได้เห็นชอบแล้วอย่างเคร่งครัด
กรมที่ดินวางแนวโชว์ใบอนุญาต
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นกฎหมายกลางให้หน่วยงานต่างๆ กำหนดวิธีให้บริการแก่ประชาชนตามภารกิจด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 66 เป็นต้นมา ส่วนราชการได้ทยอยเปิดบริการด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว เช่น กรมการปกครอง ได้เปิดให้บริการบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านแอพพลิเคชั่น D.DOPA ล่าสุดกรมที่ดินได้ออกประกาศเรื่อง วิธีการแสดงใบอนุญาตโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2566 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 13(1) พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ที่บัญญัติว่าในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ให้เป็นสิทธิของผู้รับอนุญาตที่จะแสดงใบอนุญาตนั้นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ด้วย โดยประกาศ มีผลตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 66 เป็นต้นไป
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า ประกาศดังกล่าวได้กำหนดวิธีการแสดงใบอนุญาตตามกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมที่ดิน โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วย ใบอนุญาตตามความในมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (ใบอนุญาต ดูดทราย), ใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยช่างรังวัดเอกชน, ใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน และใบแทนใบอนุญาตข้างต้น ทั้งนี้ ผู้รับอนุญาตสามารถเลือกแสดงใบอนุญาตอย่างหนึ่งอย่างใดใน 3 วิธี ดังนี้ 1.แสดงเป็นภาพผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 2.แสดงเป็นคิวอาร์โค้ดที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถสแกนเพื่อเข้าถึงใบอนุญาตที่เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ของใบอนุญาต และ 3.แสดงข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่น หรือเว็บไซต์ของผู้รับอนุญาต
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า การแสดงใบอนุญาตโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีขนาดของภาพและความละเอียดที่ชัดเจนเพียงพอ แสดงให้เห็นข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญของใบอนุญาตได้ครบถ้วน และเมื่อได้เลือกแสดงใบอนุญาตโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 วิธีดังกล่าวแล้ว ผู้รับใบอนุญาตไม่ต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยตลอดเวลา ณ สถานที่ประกอบกิจการอีก แต่ต้องสามารถแสดงต่อเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลาเมื่อมีการตรวจสอบ