โต๊ะจีนพปชร.อู้ฟู่ 510ล. เปิดตัวอุตตม-สนธิรัตน์ วิษณุโต้รบ.ยื้อยุบสภา กกต.ปัดวุ่นเอื้อ‘รทสช.’
‘ตู่’นำทัวร์นครสวรรค์-พิจิตร ปลื้มชาวบ้านให้กำลังใจอยู่ต่อ ย้ำไม่ขาด ปากอย่าสร้างขัดแย้ง เคลมผลงานบริหารจัดการน้ำ มาจากตัวเองทั้งหมด ส่วน ‘ป้อม’ เป็นแค่กำกับดูแล พปชร.เลี้ยง 170 โต๊ะจีน ระดมทุน 510 ล้านบาท ‘ประวิตร’ เปิดใจไม่รู้ ไม่มีแล้ว ลั่นอีกพร้อมเป็นนายกฯ ยันสัมพันธ์ 3 ป.ไม่มีอะไรแยกได้ เปิดตัว 2 กุมาร-บิ๊กน้อย ‘อุตตม’ ลั่นไม่ติดใจความขัดแย้งในอดีต รทสช.โวบิ๊กเนมจ่อซบเพียบ ‘กูเซ็ง-ลูกวิรัตน์ กัลยาศิริ’ จ่อเข้าสังกัด เลขาฯ กกต.ดอดคุย ‘วิษณุ’ ปัดถกยุบสภา ด้านรองนายกฯ จี้แบ่งเขตให้เสร็จภายในก.พ. กกต.แจงวุ่นไม่ได้ยื้อแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อเอื้อพรรคการเมือง
เลขาฯกกต.คุยวิษณุ-ปัดถกยุบสภา
เวลา 11.00 น. วันที่ 30 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือหลัง พ.ร.ป. เลือกตั้งส.ส. และพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มีผลบังคับใช้เมื่อ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาหารือ 1 ชั่วโมง ว่า มาพูดคุยเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ทั้งในส่วนของ กกต.และพรรคการเมือง ส่วนที่ กกต. ขอเวลา 45 วัน เพื่อเตรียมการเลือกตั้งนั้น ก็เป็นไปตามกรอบกฎหมาย เป็นสิ่งที่ กกต.ต้องการเวลาเช่นนั้น แต่ในทางการเมืองไม่ทราบ จะเป็นอย่างไร เราไม่รู้จะมีการยุบสภาหรือไม่ หากมีเหตุอะไรเกิดขึ้นก่อนก็ต้องปรับ
เมื่อถามว่าหากจะยุบสภาควรเป็นช่วงใด ที่ทำให้กกต.ทำงานไปได้ตามปกติ นายแสวงกล่าวว่า ตนฟันธงไม่ได้ ยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการยุบสภากับนายวิษณุ เพียงแต่มาอธิบายในสิ่งที่กกต.ต้องทำ ส่วนรัฐบาลจะทำอย่างไรเป็นเรื่องของรัฐบาล
เมื่อถามว่าหากยุบสภาหลัง 15 มี.ค.นี้ กกต.มีความพร้อมใช่หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า กกต.มีความจำเป็นต้องได้ 45 วัน เพื่อเตรียมความพร้อม แต่หลังจากนั้นเป็นเรื่องของส่วนงานอื่นที่เขาต้องไปพิจารณา
ปัดยื้อเลือกตั้งเอื้อรทสช.
“กกต.มีแผนการทำงานอยู่แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนจะเลือกตั้งวันไหนก็ต้องรอ นายกฯ ตอนนี้ครบวาระหรือไม่ก็ยัง และ แนวโน้มจะเป็นอย่างไรก็คงไม่มีแนวโน้ม กกต.ยังไม่มีไทม์ไลน์ ตอนนี้ยังไม่มีการเลือกตั้ง” นายแสวงกล่าว
เมื่อถามว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าที่กกต. ขอเวลา 45 วันช่วยยื้อให้พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) นายแสวงกล่าวว่า คนก็คิดไปได้ทั้งนั้น กกต.ทำงานเพื่อประเทศไทย คนที่ยืนอยู่จุดไหน ก็จะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด แต่เราฟังทุกอย่างและมีเหตุผลว่าต้องเป็นอย่างนี้ ทุกอย่างมีคำอธิบาย แต่คนจะคิดกันก็คิดได้
วิษณุบี้กกต.แบ่งเขตในสิ้นกพ.
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวกรณีกกต.ขอเวลา 45 วัน เตรียมเลือกตั้ง ก่อนยุบสภาว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น กกต.คิดถึงความสะดวก แต่บางครั้งการยุบสภาเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่จะยึดเอาความสะดวกไม่ได้ เอาเป็นว่าต้องทำให้เกิดการเลือกตั้งให้ได้ เวลา 45 วันทำได้สบายๆ แต่บางทีก็เอาสบายไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ จากการหารือกับกกต. สิ่งที่เป็นปัญหาคือ กกต.ต้องแบ่งเขตเลือกตั้งจาก 350 เขต เป็น 400 เขต และยังมีประชากรเพิ่มขึ้น บางจังหวัดก็ลดลง ทำให้กระทบจำนวนส.ส.
การแบ่งเขตหากกกต.แบ่งตามใจชอบ วันเดียวก็เสร็จ แต่กฎหมายกำหนดต้องส่งให้แต่ละจังหวัดร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดไป รับฟังความคิดเห็น รวมทั้งพรรคการเมืองใน จังหวัดนั้นๆ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน คือ ก.พ.ทั้งเดือนที่มี 28 วัน แต่อาจทำให้เร็วกว่านั้นหากแต่ละจังหวัดรายงานกลับมาเร็ว อาจใช้เวลา 25 วัน จากนั้นจะยุบสภาเมื่อไรก็ได้ แต่ยืดไปก็จะไปครบวันปิดสมัยประชุมสภา 28 ก.พ.นี้พอดี แต่จะให้เร็วอย่างที่หลายคนนึกเพราะเห็นว่ากฎหมายลูกประกาศแล้ว แต่รัฐบาลเงียบเป็นการยื้อเวลา ต้องบอกว่ากกต.ชี้แจงว่ายังจัดการเลือกตั้งไม่ได้เพราะยังแบ่งเขตไม่เสร็จ
โต้รัฐบาลยื้อยุบสภา-เลือกตั้ง
ที่ตนชี้แจงต้องการบอกประชาชนและพรรคต่างๆ ให้รับทราบและจะแจ้งให้ครม.ทราบใน 31 ม.ค.นี้ เมื่อถามว่าแปลว่าหลัง 28 ก.พ.สามารถยุบสภาได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เอาเป็นว่าเมื่อไรก็ได้เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ถึง 45 วัน ตนย้ำกับเลขาฯ กกต.ไปว่า บางครั้งการเมืองไม่สามารถเอาสบายได้เพราะการยุบสภาเป็นวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าจำเป็นต้องยุบวันนี้และบอกว่ายังไม่ครบเวลา 45 วัน ให้รอไปก่อนคงรอไม่ได้ หากรอได้ก็ไม่ยุบ อยู่ไปจนสภาครบวาระ ขึ้นอยู่กับเหตุที่เกิดขึ้น
แต่ทั้งหมดไม่สามารถยุบสภาก่อนจะรู้เขตเลือกตั้งได้ เพราะยุบสภาปั๊บเครื่องจะเดินทันที ต้องประกาศวันเลือกตั้ง แต่เวลาประกาศพ.ร.ฎ. ยุบสภาที่เสนอโดยรัฐบาลจะไม่เห็นวันเลือกตั้ง เพราะวันเลือกตั้งกกต.จะกำหนด ไม่ใช่รัฐบาล และจะประกาศวันสมัครก็ต้องรู้วันเลือกตั้งก่อน เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์รัฐบาลยื้อเลือกตั้ง นายวิษณุกล่าวว่าไม่ได้ยื้อ ทุกอย่างเป็นไป ตามหลัก กกต.เป็นองค์กรอิสระที่ต้องไปกำหนด
‘เศรษฐา’ลั่นยังอยู่แสนสิริ
เวลา 10.30 น. ที่สิริ แคมปัส นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกก.ผจก.ใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยในงานแถลงข่าว “SANSIRI BUSINESS DIRECTION 2023” ว่า วันนี้เป็นการแถลงทิศทางธุรกิจของแสนสิริ ไม่ใช่เรื่องอื่น ที่ผ่านมาก็อยู่ด้วยกันตลอด และจะอยู่ด้วยกันต่อไปนานๆ อีกทั้งปีนี้คงจะได้เจอกันบ่อยขึ้น
และกล่าวทิ้งท้ายก่อนส่งต่อการแถลง ให้ นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการแสนสิริ ว่า “ผมก็ยังไม่ได้ไปไหน ยังคุมบังเหียนด้านกลยุทธ์ในการดำเนิน ธุรกิจต่อไป คุณอุทัยไม่ต้องดีใจเก้อเลย”
ทั้งนี้ นายเศรษฐามีกระแสข่าวเป็น 1 ใน 3 ชื่อ แคนดิเดตนายกฯ ของพท.
รทสช.เปิดตัวสส.รวมแผ่นดินย้ายซบ
ที่ทำการ รทสช. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรค และนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค แถลงเปิดตัว นางบุญญาพร นาตะธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมแผ่นดิน(ร.ผ.ด.) ซึ่งถูกพรรค ขับออก จึงต้องหาพรรคสังกัด เมื่อสมัคร เข้าเป็นสมาชิกรทสช. จึงถือ เป็นส.ส.คนแรกและคนเดียวของพรรคที่ทำหน้าที่ในสภา นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม 4 สมัย จะลงสมัครเขต 5 มหาสารคาม และนายพิพิธ รัตนรักษ์ นายกเทศมนตรี อ.เกาะพะงัน ลงสมัคร เขต 7 จ.สุราษฎร์ธานี
นายไตรรงค์ กล่าวว่า ยังมีนักเคลื่อนไหวทางสังคมอีกหลายคนที่กำลังเข้ามาเป็นสมาชิก เช่น ประธานมูลนิธิการต่อต้านการกดขี่ทางเพศ ทั้งหมดนี้จะทยอยเปิดตัวต่อสาธารณชนต่อไป “ตอนนี้เราได้กำลังหลักจากคนเก่งหลายๆ ด้านที่จะมาทำงานตามนโยบายสำคัญของพรรค โดยเฉพาะเรื่องการปราบปรามการ ทุจริตคอร์รัปชั่น ผมพูดคุยกับนายกฯแล้วว่า นโยบายอันดับหนึ่งของเราคือการปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชั่น และความไม่ถูกต้อง ทั้งปวง”
โวบิ๊กเนมจ่อซบเพียบ
รายงานข่าวจาก รทสช. เผยว่า หลังจากพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) ตอบรับการ กลับไปร่วมงานกับ พปชร. ส่งผลให้กลุ่มการเมืองและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่เคยร่วมงานกับสอท. พิจารณาหาสังกัดใหม่ เพราะมองว่าความนิยมของพปชร.ขณะนี้ไม่ดีนัก ตรงข้าม กับรทสช.ที่กระแสขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะหลังจากการเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นสมาชิกพรรค ตลอดจนกระแสตอบรับหลังการปราศรัยใหญ่ที่ จ.ชุมพร
โดยเฉพาะในส่วนของ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส ที่มีแนวโน้มมาร่วมงาน กับรทสช. หลังมาสังเกตการณ์เวทีปราศรัยใหญ่ ที่ จ.ชุมพร เมื่อ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งในกลุ่มของนายกูเซ็ง อยู่ระหว่างการเจรจาตกลง รายละเอียดเพียงเล็กน้อย
นอกจากนี้ ยังมีชื่อของ นายธวัชชัย แก้วคงคา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม สอท. ซึ่งมีความนิยม ในพื้นที่ค่อนข้างสูง และนายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือทนายบอน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. สอท. ลูกชาย นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา หลายสมัย ติดต่อพูดคุยเช่นกัน
ส่วนกลุ่มของ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว. การพัฒนาสังคมฯ, นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ที่เตรียมย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มารทสช.นั้น อยู่ระหว่างการพูดคุยเช่นกัน คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ สำหรับกลุ่มการเมืองและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สอท. รวมถึงจากพรรคอื่นๆ ที่สนใจมาร่วมงานกับ รทสช.นั้น นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาฯ รทสช. จะเป็นผู้เจรจาด้วยตัวเองทั้งหมด เนื่องจากมีผู้แจ้งความจำนงขอลงสมัคร ส.ส. ค่อนข้างมาก หลายเขตมีไม่ต่ำกว่า 4-5 รา

เครือข่าย – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พบปะสมาชิกสหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า จำกัด และเปิดอาคารรวบรวมผลผลิตยางพารา ของเกษตรกร ที่สหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า จำกัด ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่อวันที่ 30 ม.ค.
ปชป.เปิดตัวชิงภาคใต้ 11-12 กพ.
ที่จ.พังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป. กล่าวถึงความพร้อมในสนามการเลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้หลังปชป.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต 3 เขต เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ว่า ปชป.พร้อมสำหรับการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งหมด 14 จังหวัด แล้ว โดยจะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ทั้งหมด วันที่ 11-12 ก.พ. ที่จ.นครศรีธรรมราช
ต่อมานายจุรินทร์ ลงพื้นที่ อ.ท้ายเหมือง พร้อม นายราเมศ รัตนเชวง โฆษก ปชป.ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พังงา พบปะประชาชน และสมาชิกพรรค ขอให้ช่วยสนับสนุนนายราเมศ ระบุนายราเมศ คุณสมบัติพร้อมครบถ้วน มีประสบการณ์ในสภา เลือกตั้งครั้งนี้ขอให้เลือกปชป.ทั้งคน ทั้งพรรค ในบัตรเลือกตั้งสองใบ
นอกจากนี้นายจุรินทร์ ยังได้แนะนำนายบำรุง ปิยนามวานิช อดีตนายก อบจ.พังงา เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.ด้วย
ตู่นำคณะลุยนครสวรรค์-พิจิตร
เวลา 09.40 น. ที่สันฝายเก่า บึงบอระเพ็ด ต.หนองปลิง อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกฯ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ และนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ เดินทางตรวจราชการจ.นครสวรรค์ และพิจิตร
จุดแรกนายกฯ ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำ เพื่อความยั่งยืนและเพื่อการเกษตรสมัยใหม่ โดยมีนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส. นครสวรรค์ พปชร. ประธานวิปรัฐบาล มาต้อนรับด้วย
ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์มาถึงมีการจัดกิจกรรม รำวงนครสวรรค์ต้อนรับ นายกฯ ทักทาย คณะรำวง ระบุว่า “ขอให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ขอให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน อย่าขัดแย้ง” ก่อนที่นายกฯ จะถอดหน้ากากอนามัยพร้อมสูดอากาศ พร้อมกล่าวว่า หายใจได้เต็มปอด
ชาวบ้านตะโกนให้กำลังใจ
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เยี่ยมชมนิทรรศการ พร้อมฟังรายงานการบริหารจัดการน้ำ บึงบอระเพ็ด ภายใต้แนวคิด “สี่แควโมเดล” งบประมาณ 13,205 ล้านบาท ระยะดำเนินการ 2566-2568 โดยนายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไป ตามนโยบายของรัฐบาล ขอให้ทำให้รอบคอบและไม่อยากให้มีความขัดแย้งในพื้นที่ ทุกอย่าง ต้องพิจารณา ขอให้รายงานมานายกฯ อนุมัติอยู่แล้ว ขอรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา
นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า คนไทยไม่เหมือน ใครทั้งสิ้นในโลก ขอให้ภูมิใจ เรารักกันเราก็รักกันจริงๆ แต่เกลียดกันก็จะเอาให้ตาย ไม่ใช่ เราต้องอยู่ให้ได้ นายกฯ ไม่อยากสร้างความขัดแย้งใครทั้งสิ้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ท่ามกลางความขัดแย้งหรือซากปรักหักพังของบ้านเมือง
ช่วงหนึ่งนายกฯ ถามประชาชนว่าเหนื่อยหรือไม่ ก่อนกล่าวว่า “เธอเหนื่อยใจ ฉันก็เหนื่อยใจด้วย ถ้าเธอไม่เหนื่อยฉันก็ไม่เหนื่อย ฉันก็จะทำให้กับประชาชน” ชาวบ้านจึงตะโกน ว่า “ไม่เหนื่อย เป็นกำลังใจให้นายกฯ สู้ๆ”
ขอคนไทยอย่ายิ้มสยอง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “วันนี้ผมมาในนาม นายกฯ คนไทยยิ้มสยาม ยิ้มให้กัน ขออย่างเดียว อย่ายิ้มสยอง ลำบากก็ต้องช่วยกัน ผมลำบากมากกว่า ลำบากใจ ไม่สบายใจหลายๆ อย่าง เอาตัวผม เอาบ้านเรา ให้รอดไปก่อน อย่างอื่นอย่าไปยุ่งเลย ขออย่าให้มีความขัดแย้งกัน ไม่ได้แล้วประเทศไทยพอแล้ว นายกฯ ก็เหนื่อยแล้วเรื่องความขัดแย้ง
และจริงๆ เราเป็นคนอารมณ์ดี ไม่ได้โมโห อะไรนิสัยเสียก็เปิดปิดสวิตช์นิดนึง เพราะบางที ทำหน้าหล่อๆ เขาไม่เอาออกทีวี เขาเอารูป ไม่หล่อมาออก ช่วยกันบอกสื่อสิเขาชอบ เอารูปตอนฉันโมโห จริงๆ เป็นคนใจดีจะตาย ขอบคุณทุกคน ถ้าเป็นกำลังใจให้กันและกันผมมีกำลังใจตายชัก ขอให้เข้าใจ” นายกฯกล่าว
เครื่องบินขัดข้อง-เปลี่ยนลำใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ มาถึงสันฝายเก่าล่าช้าเนื่องจากเครื่องบิน Airbus A320 หน้าปัดโชว์ความขัดข้องของระบบ ทำให้ นักบินต้องเช็กเครื่องบิน ทำให้การเดินทางล่าช้า ไปกว่า 20 นาที และแม้ตรวจสอบเครื่องบินเรียบร้อย แต่เพื่อความปลอดภัยจึงเปลี่ยนเครื่องบินอีกลำมาแทน และระหว่างลงพื้นที่นายกฯ กล่าวขอโทษประชาชน และชี้แจงว่าเครื่องบินมีปัญหานิดหน่อย

พบชาวบ้าน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พบปะชาวบ้านระหว่างไปติดตามระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้าในระดับพื้นที่ ที่วัดดงแม่ศรีเมือง ต.ตาสัง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 30 ม.ค.
เคลมผลงานบริหารจัดการน้ำ
เวลา 11.45 น. ที่วัดดงแม่ศรีเมือง ต.ตาสัง อ.บรรพตพิสัย พล.อ.ประยุทธ์ติดตามการ ขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนา คนแบบชี้เป้าในระดับพื้นที่ โดยเข้าสักการะหลวงพ่อโต และนมัสการพระครูนิวาสบุญญากร (หลวงพ่อบรรจง ปริปุณโณ) เจ้าอาวาสวัด ที่วิหาร หลวงพ่อโต ซึ่งเจ้าอาวาสมอบพระพุทธรูปจำลองพระกำแพงสามขาให้นายกฯ
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ รับฟังการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร (บึงบอน) และโครงการ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ “บึงบอน” โดยมีประชาชนมาต้อนรับราว 5,000 คน
ช่วงหนึ่งนายกฯ แนะนำ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ ว่า เลขาฯ มีหน้าที่ทำเรื่องเอกสารและแผนงานต่างๆ ที่ต้องตรวจสอบให้นายกฯ ซึ่งนายพีระพันธุ์ เป็นผู้พิพากษาเก่า ทำอย่างไรให้นายกฯ ปลอดภัย เรื่องกฎหมาย
รวมทั้งแนะนำเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่าที่ตั้ง สทนช. เพื่อบริหารจัดการน้ำ บูรณาการน้ำ เพราะมีหลายหน่วยงานเรื่องน้ำซึ่งมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเป็นผู้กำกับดูแลตรงนี้ แต่ทั้งหมดต้องมาที่ตน เพราะตนเป็นผู้อนุมัติในฐานะนายกฯ และนำเข้า พิจารณาในครม. จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ แนะนำนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ ว่า ที่ตั้งเพราะใกล้ชิดประชาชนจึงเอามา ช่วยงานกัน เขาอาสาสมัครเข้ามาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ทำงานกันไป
ย้ำไม่ขาดปากอย่าสร้างขัดแย้ง
รวมทั้งแนะนำ ส.ส.ที่มาต้อนรับ โดยให้ยืน โชว์ตัว และกระเซ้านายนิโรธ ที่ครั้งแรก ไม่ได้ลุกขึ้นยืนว่าไม่ใช่ ส.ส.หรืออย่างไร “ผมไม่รู้หรอกพรรคไหน แต่ ส.ส.ต้องรับฟังความต้องการของประชาชนแล้วนำเสนอ เข้ามาให้รัฐบาลทราบ ผมไม่ใช่ศัตรูของใคร สุดแล้วแต่ท่านจะเลือกกันอย่างไร แต่ทุกอย่างต้องมีหลักการในการทำงาน ขัดแย้งกันไม่ได้อีกแล้ว เราไม่ต้องการให้ประเทศกลับไปสู่แบบเดิม ใครต้องการแบบเดิมบ้าง อย่าให้เกิดขึ้น อีกเลย ผมไม่พูดอะไรถึงใครหรอก แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพวกเรามันมีช่องทางที่จะแก้ปัญหา” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
เป็นที่น่าสังเกตนายกฯ ย้ำไม่ขาดปาก อย่าสร้างความขัดแย้ง และการลงพื้นที่ 2 ส.ส. พปชร.ที่มีข่าวเตรียมย้ายไปสังกัด รทสช.ได้มา ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย คือ นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 และ นายสุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร เขต 3
ลุยต่อพิจิตร-สส.พปชร.โผล่รับ
เวลา 15.00 น. ที่ร.พ.บึงนาราง ต.บึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร คณะพล.อ.ประยุทธ์ มาถึง โดยมี นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าฯพิจิตร หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจเยี่ยม และมีนักการเมืองมาต้อนรับได้แก่ มาดามนิด- นางปุณณรีย์ ศรีบุศกร ว่าที่ผู้สมัครพิจิตร เขต 2 รทสช. นายสุรชาติ ศรีบุศกร หรือ สจ.ไก่ ส.ส.เขต 3 พปชร. ที่มีกระแสข่าว จะย้ายมาสังกัดรทสช.
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแนะนำรัฐมนตรี ร่วมคณะ และแนะนำ ส.ส.ซึ่งเป็นผู้แทนประชาชน พร้อมกล่าวว่า วันนี้มาเรื่องราชการแต่ใจอยู่กับท่าน ตนดูแลคนทั้งประเทศ และติดตลกในช่วงหนึ่งว่า “ทุกทีท่านก็ฟังผมพูดเยอะในโทรทัศน์ แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนผม ตัวตนผมเป็นแบบนี้ ในทีวีดูบางทีก็แก่ไปนิด หน้างอไปบ้าง นิสัยผมไม่ใช่คนแบบนั้น มันต้องมีอะไรทำให้ผมหน้างอสักอย่าง ผมก็คน ธรรมดาเหมือนกัน” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เดินเข้าไปทักทายประชาชนที่เข้ามาขอถ่ายรูปและสวมกอดจำนวนมาก
เดินหน้าต่อคนละครึ่ง
ระหว่างนั้นประชาชนได้ตะโกนว่า ขอโครงการ คนละครึ่งได้อีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนพูดไม่ได้ วันนี้ มาในนามนายกฯ พูดเป็นอื่นไม่ได้ ก่อนที่ประชาชนจะย้ำอีกว่าขอโครงการคนละครึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุก็ว่ากันต่อไปอยู่แล้ว จะทำอะไรทุกอย่างต้องคิดให้รอบคอบทุกเรื่อง
ทั้งนี้ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ พบประชาชน มีเสียงตะโกนตลอดเวลาว่า “ลุงตู่อยู่ต่อ” และมีประชาชนกลุ่มหนึ่งยืนต้อนรับตะโกนว่า ลุงตู่ทหารเสือผู้จงรักภักดี ลุงตู่เลือดสีม่วง ไปต่อประเทศไทย ไม่เกี่ยวกับการเมือง รักลุงตู่ ไปต่อประเทศไทย พวกเราคือครอบครัวทหารราบ จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้เซ็นรูปถ่ายกับครอบครัวทหารราบแล้วพูดภาษาอีสานทักทาย และอุ้มเด็กที่หลับอยู่ เดินไปมา มีสีหน้า ที่อ่อนโยนแล้วพูดบอกว่า “หลับเดี๋ยวลุง พากลับบ้าน”
นอกจากนี้ยังมีประชาชนตะโกนเชียร์ ส.ส. รทสช. จนพล.อ.ประยุทธ์ เตือนว่า “เขาพูดนะ ผมไม่ได้พูด ระวังหน่อย วันนี้มาในนาม นายกฯ”
‘บิ๊กตู่’ สวมวิญญานพระยาน้อยชมตลาด ทอดน่องชมตลาดพื้นบ้านบางมูลนาก ‘ปลื้ม’ ชาวบางมูลนาดตะโกนให้กำลังใจ ร้องเพลงฉ่อยเชียร์เป็นนายกฯทุกสมัย ทดลองตำข้าวโปงขนมโบราณคนพิจิตร บอกลงพื้นที่ดี ทุกที่ที่ไป

เดินตลาด – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พบปะทักทายประชาชน บริเวณตลาดเก่าและศาลเจ้าพ่อแก้ว (หลังใหม่) อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ก่อนจบภารกิจตรวจเยี่ยมจ.นครสวรรค์และพิจิตร เมื่อค่ำวันที่ 30 ม.ค.
ปลื้มเพลงฉ่อยเชียร์อยู่ต่อ
หลังตรวจเยี่ยมแนวทางการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง ต้นแบบของการเสริมสร้างชุมชน เข้มแข็ง พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ดสีดำ ทะเบียน 1 ขศ 87 กรุงเทพ มายังตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาบางมูลนากเมืองน่าอยู่ มีประชาชนต้อนรับ พร้อมมอบพวงมาลัยและดอกกุหลาบให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมกล่าวว่า นายกฯรักคนบางมูลนาก ก่อนชมการร้องเพลงฉ่อยจากศิลปินพื้นบ้าน ซึ่งอวยพรนายกฯ ว่า ชาวบางมูลนากฝากบอกรักนายกฯทุกคน ขอให้เป็นนายกฯทุกสมัยและตลอดไป
หลังเวลาราชการ พล.อ.ประยุทธ์ พบปะทักทายชาวบ้านและประชาชนที่บริเวณตลาดเก่าบางมูลนากและศาลเจ้าพ่อแก้ว(หลังใหม่) จนถึงเวลา 19.25 น. อย่างอารมณ์ดี

กลับพปชร. – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงเปิดตัวนายอุตตม สาวนายน และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตแกนนำ พรรคสร้างอนาคตไทย ที่ย้ายกลับมาร่วมงานกับพรรคอีกครั้ง ที่พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 30 ม.ค.
ป้อมเปิดตัว 2 กุมาร-บิ๊กน้อย
เวลา 14.40 น. ที่ทำการ พปชร. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เดินทางมาถึง จากนั้น พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน รวมถึงนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาฯ สอท. ตามหลังขบวนรถพล.อ.ประวิตร มาติดกัน มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้า พปชร. และนายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้า ทีมกทม.ต้อนรับ พร้อมขึ้นไปห้องทำงานพล.อ.ประวิตรทันทีเพื่อยื่นใบสมัคร โดยพล.อ.ประวิตรลงนามใบสมัครด้วยตัวเอง ก่อนจะสวมเสื้อพรรคให้นายอุตตมและ นายสนธิรัตน์ ก่อนที่ทั้งหมดจะลงมาแถลงข่าว ร่วมกัน
เวลา 15.10 น. พล.อ.ประวิตรพร้อมนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาฯ พปชร. นายวิรัช และนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ร่วมแถลงเปิดตัวพล.อ.วิชญ์ นายอุตตม และนายสนธิรัตน์
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นที่น่าดีใจที่เราได้ต้อนรับทั้ง 3 คน ถือเป็นเกียรติกับพปชร.อย่างยิ่ง ตนพูดไม่เก่ง แต่ฟังเก่ง แล้วฟังรู้เรื่องด้วย ทั้ง 3 คนจะมาช่วย พปชร.ดำเนินการกิจกรรมการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อให้พรรคเข้มแข็ง นายอุตตมจะมาช่วยดูแลเรื่องเศรษฐกิจ นายสนธิรัตน์ช่วยดูเศรษฐกิจและการเมืองด้วย ส่วนพล.อ.วิชญ์ ช่วยทั้งพรรค
เมื่อถามว่าแล้วจะให้ใครเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นทั้งหมดเลย ไม่เป็นไร หัวหน้ามีได้หลายคน เมื่อถามว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธาน สอท. จะตามมาร่วมงานหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถามนายสมคิด
อุตตมยันไม่มีเรื่องติดใจ
เมื่อถามว่าจะป้องกันปัญหาความขัดแย้งอย่างไรเพราะนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ออกไปจากพรรคก่อนหน้านี้เพราะมีความ ขัดแย้ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีความขัดแย้ง ออกไปก็ไม่ได้ขัดแย้ง
ด้านนายอุตตมเปิดใจถึงสาเหตุที่กลับมา พปชร.ว่า เรื่องสำคัญสุดคือการสร้างปรองดอง ขอบคุณหัวหน้าพรรคที่เชิญชวนพวกตนมาทำงานร่วมกันในเวลาที่ชาติต้องการเดินหน้า พล.อ.ประวิตรแสดงอุดมการณ์มุ่งมั่นชัดเจนจะรวบรวมผู้คนจากหลายๆ ฝ่ายมาทำงานด้วยกัน อีกเหตุผลหนึ่งคือ พวกตนเคยเป็นสมาชิกเก่าในบ้านหลังนี้ มีส่วนร่วมริเริ่มสร้างพปชร. มีส่วนคิดและผลักดันนโยบายส่วนหนึ่งขึ้น เช่น บัตรประชารัฐ หัวหน้า พปชร.ประกาศชัดเจนจะนำพรรคขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเหล่านี้ เรายินดีที่จะทำงานร่วมกับทุกคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ก้าวข้ามขัดแย้งได้แล้ว
เมื่อถามว่า ไม่ติดใจอะไรในพปชร.แล้ว ใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า หัวหน้าพรรคพูดแล้ว วันนี้เป็นเรื่องของการก้าวข้ามความขัดแย้ง มาช่วยกันสร้างความปรองดอง ไม่ได้มีอะไรติดใจ ตอนเดินออกไปก็ไม่มีอะไร ขัดแย้ง เดี๋ยวจะมีคนจาก สอท.ทยอยตามกันเข้ามาอีก

ระดมทุน – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยแกนนำ จัดเลี้ยงโต๊ะจีน 170 โต๊ะ โต๊ะละ 3 ล้านบาท ระดมทุน 510 ล้านบาทด้วยบรรยากาศชื่นมื่น ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 30 ม.ค.
ระดมทุนคึก-แห่ซื้อ 170 โต๊ะ
เวลา 17.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอกแอนด์คอนเวนชัน เซ็นทรัลเวิลด์ พปชร.จัดงานระดมทุน ภายใต้ชื่องาน “พลังประชารัฐ ใจบันดาลแรง” นำโดยพล.อ.ประวิตร มีผู้ร่วมงานจำนวนมากทั้ง ผู้บริหาร แกนนำพรรค ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร รวมทั้งนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ที่ระบุว่าตนมาร่วมงานพร้อมกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรค ตามคำชักชวน ไม่ได้ซื้อโต๊ะ และไม่ได้ สมัครเป็นสมาชิก ยืนยันยังเป็นสมาชิกพท.
งานครั้งนี้มีบุคคลทั่วไป ภาคเอกชน และผู้สนใจ ซื้อโต๊ะร่วมงาน 170 โต๊ะ ราคาโต๊ะละ 3 ล้านบาท รวม 510 ล้านบาท บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พรรคไม่ได้เปิดเผยรายชื่อบุคคลที่ระดมทุนสนับสนุน จะให้กกต.เป็นผู้เปิดเผยภายในเวลา 30 วัน
พล.อ.ประวิตร กล่าวเปิดงานโดยยืนยัน 3 พันธกิจหลักสวัสดิการประชารัฐ ขจัดความเหลื่อมล้ำ, เศรษฐกิจประชารัฐ สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียม และ สังคมประชารัฐ เพื่อความสงบสุข เข้มแข็ง แบ่งปัน และว่า ยืนยันกับทุกท่านที่นี้ พปชร.พร้อมสานสัมพันธ์กับทุกฝ่าย ก้าวข้ามความขัดแย้ง สร้างพลังแห่งความสามัคคี เปิดโอกาสให้ทุกฝ่าย หาทางออกร่วมกันเพื่อนำพาประเทศไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดปัญหาพร้อมพัฒนาพื้นที่ พวกเราพปชร.พร้อมรับใช้ประชาชน
ป้อมเปิดใจไม่รู้ไม่มีแล้ว
จากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์พิเศษ ถึงที่มาของคำว่า ใช้ใจบันดาลแรง ว่า เนื่องจาก สังขารตนร่วงโรยมามาก ต้องอาศัยจิตใจ ต้องเอาใจบันดาลแรง เพื่อให้มีกำลังใจ มีแรงทำงานต่อไป ทำให้ใจมาก่อน แล้วแรงมาทีหลัง ซึ่งตอนพูดไปก็รู้สึกใจฟู เมื่อถามถึงสาเหตุ ที่ถูกสื่อมวลชนถามแล้วตอบว่า ไม่รู้ๆ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ไม่มีแล้ว และที่ตอบว่าไม่รู้คือไม่รู้จริงๆ แต่ความจริงอาจรู้ แต่ที่ตอบว่าไม่รู้เพราะมีผู้ที่รู้มากกว่า ซึ่งคนที่รู้ มีอยู่รอบตัวตนเต็มไปหมด จะได้นำความรู้ มาใส่ตัวตนเท่าที่จะทำได้ วันนี้รู้แล้ว พร้อมแล้ว
เมื่อถามว่าสอบถามเรื่องส่วนตัวได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เอาเลย อยากถามอะไรก็ถามเลย วันนี้ผมเป็นตัวของตัวเอง” จากนั้น พล.อ.ประวิตร เล่าชีวิตสมัยเป็นทหารกับการเป็นนักการเมืองเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่เรียกว่าตกบันไดพลอยโจนก็ได้ แต่พยายามทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อกองทัพและประชาชนมาโดยตลอด
วันนี้รู้แล้ว-พร้อมเป็นนายกฯ
เมื่อถามว่า ชีวิตประจำวันชอบทำอาหารใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทำอาหารมาตลอด เรียกได้ว่าทำเลี้ยง 3 ป. มาตลอด รวมถึงทำให้กองทัพ ทำผัดซีอิ้ว ราดหน้า เก่งมาก สามารถเปิดร้านขายได้ รวมถึงเมนูข้าวหน้าไก่ อร่อยขนาดที่ร้านดังก็สู้ไม่ได้ เคยทำให้ 3 ป.กิน คือ ต้มเนื้อ กะเพราะเนื้อ ไข่เจียว ก๋วยเตี๋ยว ทำให้ตั้งแต่หนุ่มๆ ตอนนี้แก่แล้ว
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับ 3 ป. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อยู่ด้วยกัน 3 คนมาอย่างยาวนานตั้งแต่ตนเป็นผบ.ร้อย เคยอยู่บ้านเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน 3 คนรวมกับเพื่อน พล.อ.อีกคนหนึ่ง เรียกได้ว่าสนิทสนม เป็นกันเองอย่างพี่อย่างน้อง ไม่มีอะไรที่แยกจากความเป็นพี่เป็นน้อง การเมืองจะไปคนละทางแต่ก็แยกเฉพาะการเมือง เพราะการเมืองอาจเห็นไม่เหมือนกันได้
เมื่อถามว่าวันนี้ถือว่าพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 30 แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ถ้าถามว่าผมพร้อมไหม ผมก็ต้องพร้อม แต่จะได้หรือไม่ได้อยู่ที่ประชาชน ถ้าประชาชน เลือกผมก็พร้อมและยินดีที่จะทำ แต่ถ้าไม่เลือกผมก็กลับบ้าน วันนี้รู้แล้ว พร้อมแล้ว ผมพร้อม พร้อมจะเป็นนายกฯ แต่อยู่ที่คนเลือกนะครับ”

ร่วมมือ – นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) หารือกับ นายเพิ่มศักดิ์ ลีลากุล ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และนโยบายสาธารณะ บริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด และคณะ ที่เข้าพบเพื่อร่วมมือกับสำนักงาน กกต.ในการจัดการ ข่าวปลอม ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งทั่วไป ที่สำนักงานกกต. เมื่อวันที่ 30 ม.ค.
กกต.เคาะจำนวนส.ส. 400 เขต
เวลา 13.00 น. ในที่ประชุม กกต. สำนักงาน กกต.เสนอให้ กกต.พิจารณากำหนดจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด โดยพิจารณาจากจำนวนราษฎร ทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2565 ซึ่งมีจำนวน 66,090,475 คน จึงมีจำนวนราษฎร โดยเฉลี่ยประมาณ 165,226 คน ต่อจำนวน ส.ส. หนึ่งคน และเสนอร่างประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ….. และแนวทางการแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยจังหวัดที่มีส.ส.มากสุดคือ กทม. มีส.ส. 33 คน