ป้อมลุยนครปฐม-ราชบุรี ปลื้มชูนั่งนายกฯคนที่ 30 อนุทินเชื่อสว.ไม่ฝืนโหวตสวนทางเสียงประชาชน สภาล่มอีก-ยื้อกม.กัญชา

‘บิ๊กตู่’ นั่งประธานยุทธศาสตร์รทสช. ลงชิงปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 เตรียมขึ้นเวทีใหญ่หาเสียงครั้งที่สอง เมืองโคราช บ้านเกิด 18 ก.พ. ‘บิ๊กป้อม’ ตรวจโครงการน้ำนครปฐม ราชบุรี อ้อนชาวบ้านเลือกผู้แทนพปชร. ปลื้มเสียงเชียร์นั่งนายกฯ คนที่ 30 ‘เสี่ยหนู’ เชื่อ ส.ว.ไม่ฝืนโหวตนายกฯ ค้านมติประชาชน รองโฆษกรัฐบาล ‘ทิพานัน’ และ ‘หนุ่มเสก’ นักร้องดัง เข้าเสริมทัพรทสช. สองพ่อลูกอดิเรกสารโดดร่วมทีมปชป. กกต.เคลียร์ชัดนับคนต่างด้าวรวม ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ ยันชอบด้วยกฎหมาย แค่เดือนเดียวสภาล่มครั้งที่ 5 ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ค้างเติ่งอีก

‘บิ๊กตู่’เยือนแม่กลอง 3 ก.พ.
เมื่อวันที่ 1 ก.พ.เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ครั้งที่ 1/2566 หลังประชุมได้ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุม เสร็จแล้วถาม ผู้สื่อข่าวว่า มีอะไรจะถามหรือไม่ เมื่อผู้สื่อข่าวไม่ได้ตั้งคำถามในประเด็นการเมือง ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับยิ้ม พร้อมกล่าวด้วย น้ำเสียงชอบใจว่า “ไม่มี ขอบคุณ แฮ่ะๆๆ” และกล่าวต่อว่า “ขอบคุณนะจ๊ะที่เข้าใจนะ นายกฯ ทำเต็มที่ทั้งนั้นแหละ ปัญหาก็ต้องแก้ไปเรื่อยๆ นั่นแหละ”

ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินลับหายไป บนตึกไทยคู่ฟ้า ได้หันมาโบกมือพร้อมชู 2 นิ้ว สัญลักษณ์สู้ตาย แล้วชมผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนว่า “น่ารัก” ทำให้ผู้สื่อข่าวถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน เนื่องจากปกติ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยชมมาก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ตรวจราชการจ.สมุทรสงคราม ในวันที่ 3 ก.พ. ซึ่งเป็นพื้นที่ของเจ๊โอ๋-น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เตรียมย้ายไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ออกเดินทางจาก พล.ม.2 รอ. ไปยังสนามกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม

จากนั้นเดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟ ลาดใหญ่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม แล้วขึ้นรถไฟจากสถานีรถไฟลาดใหญ่ ไปยังสถานีรถไฟแม่กลอง ด้วยรถไฟขบวนที่ 4383 รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับรถไฟสายทางมหาชัย-ปากท่อ จากผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการพัฒนาเส้นทางรถไฟสายทางวงเวียนใหญ่-ท่าฉลอม เสร็จแล้วไปวัดเพชรสมุทรวรวิหาร สักการะหลวงพ่อบ้านแหลม นมัสการพระสมุทรวชิรโสภณ เจ้าอาวาส ช่วงบ่ายเดินทางไปยังวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม พบปะประชาชน โดยมีผู้ว่าฯ ต้อนรับและรายงานสรุป ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 15.30 น.

เตรียมนำ‘รทสช.’บุกโคราช
ส่วนวันที่ 6 ก.พ. หลังเสร็จสิ้นภารกิจทางราชการ เวลา 17.00-19.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปเป็นประธานในการจัดกิจกรรมเฟสติวัลมวยไทย ประจำปี 2566 (Amazing Muay Thai Festival 2023) ซึ่งกองทัพบกจัดขึ้นที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไฮไลต์ของงานดังกล่าวจะมีการแสดงมวยไทย การไหว้ครูมวยไทย และการแสดงแม่ไม้มวยไทยเพื่อบันทึกสถิติโลก (Guinness World Record)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพล.อ.ประยุทธ์ ประเดิมขึ้นเวทีปราศรัยแรกที่จ.ชุมพร ในฐานะสมาชิกรทสช. จากนั้นมีรายงานว่าเตรียมปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ที่จ.เพชรบุรี ล่าสุด ได้เปลี่ยนไปเป็นที่จ.นครราชสีมา เป็นเวที ‘รวมไทยสร้างชาติสู่อีสาน’ จากครั้งแรกใช้เวทีจ.ชุมพร เป็นประตูรวมไทยสร้างชาติ สู่ภาคใต้ ที่สำคัญจ.นครราชสีมา ถือเป็นบ้านเกิดของพล.อ.ประยุทธ์ด้วย โดยกำหนดการ เบื้องต้น วันเสาร์ที่ 18 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ แกนนำ ผู้บริหารพรรค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา และในพื้นที่ภาคอีสาน จะไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจ.นครราชสีมา ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่

นั่งปธ.ยุทธศาสตร์-ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์1
รายงานข่าวจากรทสช. เปิดเผยว่า รทสช.ได้แต่งตั้งให้พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทาง และยุทธศาสตร์พรรค โดยมีคณะกรรมการ ประกอบด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายวิทยา แก้วภราดัย นายสุชาติ ชมกลิ่น นายธนกร วังบุญคงชนะ นายอนุชา บูรพชัยศรี นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายชัชวาลล์ คงอุดม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ เพื่อทำหน้าที่วางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ เพื่อให้กรรมการ บริหารพรรค (กก.บห.) ไปดำเนินการ โดยการดำเนินการของกรรมการบริหารพรรคจะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคก่อนทุกครั้ง

รทสช.ยังเตรียมต่งตั้ง กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยมี นายพีระพันธุ์ เป็นหัวหน้าพรรค นายวิทยา เป็นรองหัวหน้าพรรค นายธนกร เป็นรองหัวหน้าพรรค นายสุชาติ เป็นรองหัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ เป็นเลขาธิการพรรค นายไตรรงค์ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค และนายชัชวาลล์ เป็นที่ปรึกษาพรรค ซึ่งจะมีการประชุมพรรคในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ช่วงเย็นวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เข้าประชุมร่วมกับหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคแล้ว ซึ่งถือเป็น นัดแรก และรทสช.จะจัดให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ในลำดับที่ 1 นายพีระพันธุ์ ลำดับที่ 2 ขณะที่แกนนำคนอื่นๆ หลายคนจะลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อเช่นกัน เช่น นายเอกนัฏ นายธนกร ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำบัญชีผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ

‘ทิพานัน-หนุ่มเสก’เข้าเสริมทัพ
เมื่อเวลา 11.40 น. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ พร้อม นายมินทร์ ลักษิตานนท์ อดีตผู้สมัคร ส.ก. เขตจอมทอง กทม. และนายศุข ศักดิ์ณรงค์เดช อดีตผู้สมัคร ส.ก.ยานนาวา กทม. สมัครเข้าเป็นสมาชิกรทสช. โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รับใบสมัครสมาชิกพรรคตลอดชีพ และมอบเสื้อแจ๊กเกตพรรคให้น.ส.ทิพานัน ขณะที่มีกองเชียร์จากเขตจอมทองสวมเสื้อสีเหลืองมาให้กำลังใจ

น.ส.ทิพานันกล่าวว่า หลังจากนี้ยังทำหน้าที่รองโฆษกรัฐบาลต่อ เพื่อสื่อสารผลงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าจะไม่มีความ ขัดแย้งเนื่องจากเคลมผลงานกัน เพราะชัดเจนอยู่แล้วว่าทุกผลงานที่เกิดขึ้นมาจากการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นนายกฯ ขณะที่ตัวเอง แบ่งแยกหน้าที่ได้ ไม่เกิดความขัดแย้ง

ขณะที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ และแกนนำรทสช. ได้พา นายเสกสรร ชัยเจริญ หรือ หนุ่มเสก นักร้องนักแสดงชื่อดัง ในยุค 90 ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น นายจงรักภักดี ญาณวินะโย มาสมัครเป็นสมาชิกรทสช.

นายเสกสกลกล่าวว่า เบื้องต้นจะสนับสนุนให้หนุ่มเสก ลงสมัครส.ส.เขตประเวศ กทม. แต่หากไม่ได้ จะให้ลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากเป็นคนมีความรู้ความสามารถ

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนัก นายกฯ และส.ส.ชัยนาท พปชร. ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวเตรียมย้ายไปอยู่กับรทสช.ว่า อีกนิด เพราะยังมีงานส.ส.ที่ต้องประสานการทำงานอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มสามมิตร มีคำแนะนำอะไรหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่มี กลุ่มสามมิตร อยู่กันแบบพี่น้องอย่างที่ทุกคนเห็นไม่มีข้อขัดแย้ง เราทำงานเป็นพี่น้อง แม้จะคิดเห็นคนละอย่างแต่ไม่มีปัญหาความเป็นพี่น้อง เราอยู่กับมา 30 ปี ไม่มีประเด็นในเรื่องพวกนี้ ต่อข้อถามว่าทุกอย่างจะชัดเจนหลังวันที่ 28 ก.พ.ที่ปิดสมัยประชุมสภา หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ชัดเจนแน่นอน

ต่อข้อถามว่าจะชวนคนมาร่วมงานกับ รทสช.ด้วยหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ปกติ ไม่ชวนใครอยู่แล้ว ยกเว้นใครที่มาอยู่แล้วอยากทำงานสบายใจ เพราะตนเคารพความเป็นพี่น้องและเพื่อนส.ส.ด้วยกัน เมื่อถามถึงกรณีมีข่าวต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีในรทสช. นายอนุชากล่าวว่า ไม่มี ไม่เคยพูดเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีกับใคร

พ่อลูกอดิเรกสารร่วมทีมปชป.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากปชป.ว่า หลังจาก นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกฯ และอดีตส.ส.สระบุรี หลายสมัย พร้อมด้วย นายปรพล อดิเรกสาร บุตรชาย และอดีต ส.ส.สระบุรี ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) เมื่อไม่นาน มานี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ทั้งสองได้มาพูดคุยกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการปชป. ณ ที่ทำการพรรค จากนั้น นายปรพลได้สมัครเป็นสมาชิกปชป. พร้อมกับแสดงความประสงค์ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 สระบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุย แต่คาดว่านายปรพลจะได้ร่วมเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี ปชป.ในเร็วๆนี้

สำหรับนายปองพลและนายปรพล เคยเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย กระทั่งถูกสั่งยุบพรรค ทำให้นายปองพลถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี จากนั้น นายปรพลได้เข้าสังกัดพรรคพลังประชาชน และลงสมัคร ส.ส.สระบุรี เขต 1 ในปี 2551 แต่ในปี 2554 ได้ย้ายไปลงสมัคร ส.ส.ในนาม ภท. ก่อนจะเปลี่ยนสังกัดไปอยู่อีกหลายพรรค ทั้งพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พปชร. รทสช. สอท. ก่อนจะมาร่วมทำงานกับปชป.เป็นพรรคล่าสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) จะเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งส.ส.อีกประมาณ 70 คนทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ในวันที่ 2 ก.พ. ที่น่าจับตาคือกลุ่มของกำนันป้อ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต รมช.คมนาคม ที่ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะส่งคนใกล้ชิดมาลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา ซึ่งจะทำให้พท. มีโอกาสได้ ส.ส.นครราชสีมาเกือบ 10 เขต จากทั้งหมด 16 เขต

‘บิ๊กป้อม’ลุยนครปฐม-ราชบุรี
เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพปชร. ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครปฐม และราชบุรี โดยช่วงเช้าไปจ.นครปฐม ติดตามการดำเนินการโครงการด้านทรัพยากรน้ำ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ภาคกลางเขต 3 ต.ไทยาวาส อ.นครชัยศรี ติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาอุทกภัย ในลุ่มน้ำท่าจีน จากนั้นไปติดตามโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว ที่วัดกลางบางแก้ว ต.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี และสะพานคลองบางแก้ว

พล.อ.ประวิตรพบปะประชาชนที่วัดตุ๊กตา ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี และกล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่มาต้อนรับ รัฐบาลมีเป้าหมายในการทำงานที่จะยึดถือความผาสุกของประชาชนเป็นสำคัญ และจะมีการแก้ไขปัญหาน้ำให้สำเร็จตามเป้าหมาย ขอยืนยันว่า รัฐบาลทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างถาวรต่อไป

ต่อมาเวลา 11.55 น. พล.อ.ประวิตรมา กราบสักการะพระร่วงโรจนฤทธิ์ ที่วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จากนั้นกราบนมัสการพระเทพมหาเจติยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม และรองเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร โดยพระเทพมหาเจติยาจารย์ มอบพระพุทธรูปพระร่วงโรจนฤทธิ์จำลองให้พล.อ.ประวิตร พร้อมให้พรว่า “ขอให้ลุงป้อมมีอายุยืน มีกำลังกาย กำลังใจ พระร่วงโรจนฤทธิ์คุ้มครองรักษา ให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นเครื่องเชื่อมประสานคนไทยให้เกิด ความรักความสามัคคีกัน”

ป้อมรำ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่วมรำวงโพธารามกับชาวบ้านอย่างสนุกสนาน ระหว่างเดินทางตรวจการแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำแม่กลอง ที่สถานีผลิตน้ำโพธาราม จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 1 ก.พ.

อ้อนชาวบ้านช่วยเลือกพปชร.
เวลา 14.30 น. ที่สถานีผลิตน้ำโพธาราม การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสมุทรสาคร อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พล.อ.ประวิตรตรวจราชการการแก้ไขปัญหาน้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง และดูโครงการสถานีผลิตน้ำโพธาราม การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสมุทรสาคร ทันทีที่มาถึงได้หยุดทักประชาชน พร้อมแจก ลายเซ็น และถ่ายรูปเซลฟี่อย่างเป็นกันเอง บางส่วนผูกผ้าขาวม้าต้อนรับ พร้อมเอ่ยชม ว่าน่ารัก ทำให้พล.อ.ประวิตรยิ้มแบบเขินๆ โดยจังหวะที่ทักทายกับชาวบ้าน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี พปชร.ที่มารอรับ โผเข้าไปคุกเข่าไหว้พล.อ.ประวิตร ซึ่งพล.อ.ประวิตรได้ลูบหัวแสดงท่าทีเอ็นดู จากนั้นพล.อ.ประวิตรร่วมรำวงโพธารามกับชาวบ้านอย่างสนุกสนาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พปชร. และทีมบ้านใหญ่ ราชบุรี นำโดย นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกอบจ.ราชบุรี สามีนางบุญยิ่ง, นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 ปชป. ที่ถูกจับตาว่าจะย้ายมาอยู่กับพปชร.หรือไม่ มารอรับ รวมถึงนายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ รองนายกอบจ.ราชบุรี และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พปชร.

พล.อ.ประวิตรกล่าวกับประชาชนว่า ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.มาพบประชาชน ขอให้เลือกพปชร.ด้วย ขอให้จำหน้าไว้ การลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ได้กำชับหน่วยงานให้พัฒนาแหล่งน้ำให้เต็มศักยภาพเพื่อรองรับความต้องการของประชาชน ผลิตน้ำประปาให้ได้คุณภาพ เพียงพอกับประชาชนและเข้าถึงทุกครัวเรือน โดยพปชร.และรัฐบาล มีเป้าหมายสำคัญ คือ ยึดความผาสุกประชาชน แก้ปัญหาเรื่องน้ำ และสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับประเทศของเรา

ปลื้มเชียร์เป็นนายกฯ คนที่ 30
“ผมตนและผู้สมัครส.ส.พร้อมรับใช้ พี่น้องประชาชน จะแก้ปัญหาต่างๆ และพัฒนาทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนอยู่ดี กินดี มีความเป็นอยู่ที่ดี รัฐบาลชุดนี้มีรัฐมนตรีของพปชร.ประมาณ 10 คน สามารถแก้ปัญหาได้ตามที่ประชาชนต้องการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะเลือกพวกเราเข้าไปเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในครั้งหน้า ผมพูดไม่เก่ง แต่รับฟังเก่ง และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งปัญหาที่ดิน น้ำ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ต้องขอความร่วมมือข้าราชการ ประชาชน พัฒนาประเทศของเรา และฝากให้เลือกพปชร. ถึงผมจะพูดไม่เก่งแต่ตอบเก่ง” พล.อ.ประวิตรกล่าว

พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบทุกคำถามของสื่อมวลชน ทั้งผลโพลไลน์ทูเดย์ ได้ที่โหล่ รวมถึงผลงานน้ำ ที่ว่าเป็นของใคร ระหว่าง บิ๊กตู่และบิ๊กป้อม โดยกล่าวตัดบท “ตอบไป แล้วไงว่าเป็นของรัฐบาล”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่จ.นครปฐม และราชบุรี ครั้งนี้ มีข้าราชการและประชาชนมาต้อนรับ ขอถ่ายรูป พร้อมทั้งเข้าสวมกอด หอมแก้ม พล.อ.ประวิตรจำนวนมาก โดยประชาชนต่างอวยพรให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย ซึ่ง พล.อ.ประวิตรได้เดินพบปะ ยิ้มแย้ม ทักทายกับประชาชนอย่าง เป็นกันเอง

ส่วนวันที่ 2 ก.พ. พล.อ.ประวิตรจะลงพื้นที่ตรวจราชการโครงการแก้มลิงบ่อโจ้โก้ พร้อมระบบส่งน้ำ บ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร และตรวจเยี่ยมโครงการ เติมน้ำ เติมบุญ เติมทุน พัฒนาอาชีพ พร้อมพบปะผู้นำท้องถิ่นและประชาชน จ.มุกดาหาร

รบ.โชว์ผลงานแก้น้ำท่วม-แล้ง
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ว่า รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและน้ำแล้งมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริการจัดการน้ำ ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ มากกว่า 48 ส่วนราชการ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเรื่องทรัพยากรน้ำในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ และมุ่งเน้นขับเคลื่อนแผนงานโครงการขนาดใหญ่ ที่สามารถแก้ไขปัญหาในวงกว้างได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบันได้มีการขับเคลื่อนโครงการไปแล้ว 44 โครงการ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จสามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักรวม 1,414 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีพื้นที่รับประโยชน์ 1.48 ล้านไร่ ครัวเรือนรับประโยชน์ 319,765 ครัวเรือน นอกจากนี้มีโครงการที่ได้รับงบประมาณในการดำเนินการแล้ว 24 โครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง เช่น โครงการบรรเทาอุทกภัยนครศรีธรรมราช โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร โดยกรมชลประทาน ช่วยป้องกันพื้นที่น้ำท่วมได้ 61,000 ไร่ แม้ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่สามารถช่วยป้องกันบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพรได้บางส่วนแล้ว

การดำเนินงานโครงการด้านทรัพยากรน้ำที่ผ่านมา รัฐบาลได้อนุมัติโครงการสำคัญที่ได้รับการขับเคลื่อนแล้ว ในช่วงปี 2559-2565 จำนวน 241 โครงการ เมื่อโครงการแล้วเสร็จสามารถเพิ่มน้ำต้นทุนได้ 1,371 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 1,400,000 ไร่ พื้นที่ป้องกันน้ำท่วม 1,250,541 ไร่ ครัวเรือน รับประโยชน์ 505,828 ครัวเรือน โดยรัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน

‘หนู’เชื่อส.ว.ไม่ฝืนกระแสปชช.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้า ภท. ให้สัมภาษณ์ ถึงเป้าหมายทางการเมืองของพรรคในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นว่า พรรคทำเต็มที่แน่นอน หลังเลือกตั้ง เราพร้อมทำงานในทุกบทบาท และขึ้นอยู่กับความไว้วางใจของประชาชน ถ้าประชาชนเลือกเข้ามามาก ตนก็พร้อมเป็น นายกฯ บทบาทนายกฯ ของตนคือการประสานทุกฝ่ายช่วยกันทำงาน เรื่องข้าง เรื่องสี ขอให้พอ ประเทศไทยถูกความขัดแย้งเหนี่ยวรั้งมานานเกินไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าจากนี้ภท.จะเปลี่ยนจากพรรคผู้ถูกเลือก เป็นพรรคที่เป็นผู้เลือกแล้ว ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เอาเข้าจริง เราเป็นผู้เลือกอยู่ตลอด ครั้งที่แล้วถ้าไม่ได้ภท. จะตั้งรัฐบาลกันได้หรือไม่ ย้อนกลับไปมีการเสนอสิ่งต่างๆ มาให้ตน และพรรคมากมาย ตำแหน่งสูงกว่ารัฐมนตรีก็ให้ แต่ถามว่า รับไปแล้วบ้านเมืองไปต่อได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ ถึงเป็นนายกฯ ก็ไม่มีประโยชน์ การตัดสินใจของภท. เราทำให้การเมืองเข้าสู่ระบบใหม่ และประเทศไทยยังไปข้างหน้าได้ด้วย

ที่สำคัญการเลือกของเราเป็นไปตามที่บอกไว้ว่าจะไม่ให้ส.ว.มาชี้ขาดนายกฯ เพราะจะเห็นว่า นายกฯ ก็ได้มาจากเสียง ส.ส.เกินครึ่ง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ตนยังยึดมั่นในหลักการเดิม และเชื่อว่า ส.ว.จะไม่ฝืนเสียงประชาชนตั้ง นายกฯ ที่มาจาก ส.ส.เสียงข้างน้อย เราไม่เอาด้วยแน่ ถ้ารวมเสียง ส.ส.ได้ 240 เสียง แล้วไปเอาเสียง ส.ว.มาเติมให้ครบ 375 เสียง สิ่งที่ต้องคิดในฐานะนักการเมือง คือโจทย์ที่ว่าจะทำอย่างไร ให้การเมืองเข้มแข็ง เรื่องนี้สำคัญมาก ตนมองว่าการเมืองไทย มีวิวัฒนาการ ถ้า ส.ส.ร่วมกันได้ รวมเสียงเลือกนายกฯ ให้ได้เกินกึ่งหนึ่ง ส.ว.ก็น่าจะเทไปตามเสียงตัวแทนพี่น้องประชาชน

ชทพ.ให้สมาชิกชง 3 แคนดิเดต
ที่ ชทพ. นายปรเมศวร์ กุมารบุญ โฆษก ชทพ. แถลงว่า ชทพ. ขอเชิญชวนให้กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และสมาชิกพรรค ร่วมเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอให้ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกฯ ในนามของชทพ. ตามข้อ 105 ของข้อบังคับพรรคชาติไทยพัฒนาพ.ศ.2565

เพื่อนำรายชื่อที่มีการเสนอให้กับคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรมจริยธรรม มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่เกินสาม รายชื่อตามมาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2560 เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 6 ก.พ.2566

เปิดตัว – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแกนนำพรรค แถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม. ของพรรคเพิ่มอีก 6 เขต ที่ศูนย์อำนวยการพรรคไทยสร้างไทย เมื่อวันที่ 1 ก.พ.

ทสท.เปิดอีก 6 ผู้สมัครกทม.
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าทสท. และแกนนำพรรค แถลงข่าวเปิดตัว ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เพิ่มอีก 6 คน จากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวมาแล้ว 17 คน ประกอบด้วย 1. ดร.ธวัชชัย ปิยนนทยา อดีตประธานสภา กทม. ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตสาทร เขต 2 2. นายรัตนมงคล เลิศทวีวิทย์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. เขตดินแดง เขต 5 3.นายสุวงศ์ จินตรักษ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง เขต 8 4.ว่าที่ร.ต.หญิง นุชนาฎ หุ่นอยู่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตลาดกระบัง เขต 18 5.นางนิธิสนี กลิ่นพันธหรัญ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตภาษีเจริญ- บางกอกใหญ่ เขต 22 และ 6.ดร.อมรศักดิ์ สินเหลือ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ เขต 24

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราได้สมาชิก มาร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรค และจะเปิดตัวผู้สมัคร ในส่วนของ กทม. ทั้งหมดในเวลาอันใกล้นี้

ก้าวไกลวางตัวสระบุรีครบ
ที่ตลาดเช้าหนองแค ตลาดนัดสามแยกหนองแค ตลาดล้ง บขส. และตลาดเสาไห้ จ.สระบุรี นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ร่วมกิจกรรมแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ก.ก. ของ จ.สระบุรี ทั้ง 4 เขต ได้แก่ เขต 1 นายสรพัช ศรีปราชญ์ เขต 2 นายทรงวุฒิ สารจันทึก เขต 3 น.ส.นันทิตา สงห์พราหมณ์ และเขต 4 นายพิทาน ทรงกัมพล

นายกรุณพลกล่าวว่า อีกไม่เกิน 3 เดือนข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น อยากให้ประชาชนทุกคนได้ลองพิจารณาถึงนโยบายของก.ก. ใช้อำนาจและสิทธิในการเลือกผู้แทน ให้ได้ตัวแทนที่จะทำความฝันของทุกคนให้เป็นจริง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

ผู้สูงอายุในประเทศ ควรได้ใช้ชีวิตที่เหลือพักผ่อนอย่างมีความสุข ไม่ควรต้องยากลำบากหาเงินมาจุนเจือค่าใช้จ่ายในชีวิตเพื่อปัจจัยพื้นฐาน ทั้งที่หลายเรื่องควรได้รับการดูแลสนับสนุนจากรัฐในฐานะประชาชน ดังนั้น นโยบายรัฐสวัสดิการของก.ก. โดยเฉพาะนโยบายการปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาท และเงินเด็กเล็ก 0-6 ขวบ เดือนละ 1,200 บาท คือสิ่งที่จะแก้ปัญหา เหล่านั้น ทำให้ปากท้องของประชาชนดีขึ้น โดยเน้นการตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น มาทำเป็นสวัสดิการของประชาชนอย่าง เหมาะสมและเป็นธรรม

กกต.เผยไทม์ไลน์แบ่งเขต
ที่สำนักงานกกต. นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต.และนายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการกกต. ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกรณีมีการระบุว่ากกต.ขอเวลารัฐบาลในการเตรียมการจัดการเลือกตั้งรวม 45 วัน ว่า กต.ได้ประสานและชี้แจงทำความเข้าใจว่าเมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้แล้ว เรามีความจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในเรื่องต่างๆ เช่น การที่กกต.จังหวัดจะต้องแบ่งเขตภายในเวลา 3 วัน การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และพรรคการเมืองอีก 10 วัน เมื่อครบระยะเวลากกต.จังหวัด จะต้องพิจารณา เพื่อทำความเห็นว่ารูปแบบใดเหมาะสม อีก 3 วัน รวมเป็นเวลา 16 วัน จากนั้นจะส่งให้กกต.พิจารณา ซึ่งกกต.กลางจะรีบพิจารณาโดยตั้งเป้าว่าดำเนินการให้เสร็จภายในไม่เกิน 5 วัน 400 เขต เราจะใช้ระยะเวลา วันละ 100 เขต สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ก่อให้เกิดปัญหากับเรา แต่ไม่ใช่เรื่องสะดวกสบาย เรามีการเตรียม และตั้งเป้าหมายการทำงานไว้แล้ว

ขณะเดียวกันเราต้องคำนึงถึงพรรคการเมืองที่ต้องมีเวลาในการคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องเผื่อเวลาให้กับพรรคการเมือง โดยในวันที่ 8 ก.พ. จะมีการประชุมร่วมกับพรรคการเมืองเรื่อง ค่าใช้จ่าย ว่าจำนวนที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่ และวิธีการทำไพรมารีโหวต เพื่อให้พรรค การเมืองส่งผู้สมัครได้อย่างถูกต้อง เราไม่ได้ นิ่งนอนใจ ทำงานทุกวัน และกล้าที่จะพูดว่าพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้งให้ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยุบสภาที่จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน หรือสภาอยู่ครบวาระ ที่จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน

ขอบคุณนายกฯ ที่ระบุว่าจะไม่ก้าวล่วงกกต. ทำให้การประสานงานออกมาในรูปแบบที่ดี ท่านเข้าใจในระยะเวลาเหล่านี้ การที่เรามีน้ำใจคิดหวังดีกับส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง อาจจะส่งผลร้ายกลับมาที่กกต.หากมีความไม่เข้าใจข้อกฎหมายและระเบียบกำหนดว่าอย่างไร ข้อวิจารณ์ต่างๆ เรารับฟังตลอด ถ้าถูกต้องเราพร้อมรับมาปฏิบัติ

แจงปมคิดจำนวนราษฎร
นายปกรณ์กล่าวว่า สำหรับกรอบระยะเวลาการทำงานของ กกต.ที่จะพิจารณาเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น ช่วงวันที่ 1-3 ก.พ. กกต.จังหวัด จะเร่งแบ่งเขตให้แล้วเสร็จใน 3 รูปแบบ จากนั้นวันที่ 4-13 ก.พ. จะปิดประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อ รับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชน 14-16 ก.พ. กกต.จังหวัดจะสรุปและทำความเห็น เลือกรูปแบบเขตเลือกตั้งที่เหมาะสมเพื่อนำเสนอกกต.กลาง โดยวันที่ 20-28 ก.พ. กกต.กลางจะพิจารณารูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง จากการลงพื้นที่ก่อนหน้านี้ใน 30 จังหวัด พบว่าไม่มีจังหวัดไหนไม่สามารถแบ่งเขตเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ๆ เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่ บุรีรัมย์ ชลบุรี ซึ่งจะเห็นว่าจังหวัดใหญ่ๆ พร้อมแล้ว รวมถึงทุกจังหวัดก็พร้อมแล้ว

ส่วนการแบ่งเขตที่เคยถูกข้อครหาเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 ยืนยันว่าการแบ่งเขตในการเลือกตั้งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย และการที่ระบุว่าแบ่งเขตแบบเส้นก๋วยเตี๋ยวในเรื่องนี้ตนได้ลงพื้นที่ไปดูในจ.สุโขทัย พบว่าพื้นที่เป็นพื้นที่ภูเขา แต่มีความกว้างที่ห่างกัน ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

อีกเรื่องกรณีการประกาศจำนวนส.ส. แต่ละจังหวัดที่พึงมี ซึ่งคิดจากข้อมูลการประกาศจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธ.ค.2565 ซึ่ง 3 วันนี้เป็นข่าวดัง อยากทำความเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 86 กำหนดให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่มีการประกาศปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งการประกาศจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จนถึงปี 2557 จะประกาศจำนวนราษฎรรวม

ต่อมาปี 2558 เป็นปีแรกที่สำนักทะเบียนกลางประกาศโดยแยกชาย-หญิงของคนที่มีสัญชาติไทย และคนที่ไม่มีสัญชาติไทย และปฏิบัติเรื่อยมาจนถึงการเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งการคิดจำนวนราษฎรต้องคิดยอดรวมอย่างเดียว การคิดอย่างนี้เคยมีปัญหาเมื่อปี 2557 ที่อ.แม่สอด จ.ตาก จะยกฐานะเป็นเทศบาล มีการโต้แย้งว่าควรจะรวมผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยเป็นราษฎรรวมหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นสอดคล้องกับกกต. ว่าการคิดจำนวนราษฎรนั้นต้องคิดรวมทั้งหมดของบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย

ที่ต้องแยกคนที่มีสัญชาติไทยและไม่มีสัญชาติไทย เพราะต้องคำนึงถึงบุคคลที่มีสิทธิใช้บริการ และผู้เสียภาษีอากรในการคิดค่าธรรมเนียม คือผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยอาจจะได้รับแตกต่างจากผู้ที่มีสัญชาติไทย แต่การคิดจำนวนราษฎรต้องคิดรวมทั้งหมดไม่ว่าผู้นั้นจะมีสัญชาติไทยหรือไม่ หรือมีสิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่ เพราะคนที่มีสัญชาติไทยไม่ได้เป็น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ซึ่งเป็นหลักการทำงานที่สอดคล้องต้องกัน และทำมาโดยตลอด ข้อมูลที่นำเสนอคิดว่าทั้งสองปัญหานี้มีความกระจ่างพอสมควร

ฝ่ายค้านจับตาเป็นธรรมหรือไม่
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม รองหัวหน้าพท. ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตีเส้นแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต ของกกต.ว่า การแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาการแบ่งเขตมีการเอาเปรียบกัน ฝ่ายรัฐบาลหรือคนที่มีอำนาจรัฐมักจะใช้โอกาสนี้ แบ่งเขตเพื่อให้ตนเองได้เปรียบ ฉะนั้น คราวนี้เราจึงไม่ปล่อย ทางฝ่ายค้านและทุกคนจะมีส่วนร่วมในการจับตา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี จึงอยากเชิญชวนสังคมให้ช่วยกันดู

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แจ้งไทม์ไลน์กกต. ขอทั้งเดือนก.พ. ให้กกต.แบ่งเขตให้เสร็จก่อน จึงค่อย ยุบสภา จะเรียกร้องให้ใช้เวลาเร็วกว่า 30 วันหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า เชื่อว่าการแบ่งเขตไม่นาน และคงไม่ใช้เวลานานเช่นนั้น เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าในแต่ละเขตเขามีตุ๊กตาไว้แล้ว และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือกฎหมายลูก ได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว เชื่อว่ากระบวนการกำลังดำเนินการอยู่ ขอย้ำว่าคงใช้เวลาไม่นานเช่นนั้น แต่หากรัฐบาลจะใช้ จุดนี้เป็นข้ออ้าง ก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้ติดใจ

เมื่อถามถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 15-16 ก.พ. ฝ่ายค้านจะจัดหนักใครเป็นพิเศษ และเน้นเรื่องใด นายสุทินกล่าวว่า ไม่ได้มีการจับตาใครเป็นพิเศษ แต่พล.อ.ประยุทธ์ คือจำเลยที่หนึ่ง ในการอภิปรายคงกระทบกับรัฐมนตรีทุกคนเนื่องจากเกี่ยวข้องกับนโยบาย ส่วนเรื่องที่จะโดนหนักคือการทุจริต อยู่ที่จะโดนรัฐมนตรีคนไหนเท่านั้นเอง

วิปรบ.วอนรักษาองค์ประชุม
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. ในฐานะรองประธานวิป รัฐบาล กล่าวว่า แม้การอภิปรายทั่วไปแบบ ไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 จะเป็นญัตติของ ฝ่ายค้าน แต่ฝ่ายรัฐบาลต้องมีสปิริตทำให้องค์ประชุมครบทั้ง 2 วัน หากองค์ประชุมปิดไปก่อนจะเกิดความเสียหายต่อสภา และรัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบโดยตรง โดยเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือตรงถึงนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เพื่อหารือให้องค์ประชุมครบตลอดสมัยประชุม

โดยที่ประชุมวิปมีข้อเสนอแนะ 4 ข้อคือ 1.ขอให้นายกฯ หารือกับพรรคร่วมรัฐบาล ทุกพรรค ซึ่งมีส.ส.รวม 213 คน ให้เข้าประชุมสภาในอีก 3 ครั้งที่เหลือ 2.ขอให้รัฐมนตรี ที่เป็นส.ส.ทั้งหมด 15 คน ได้เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน หากไม่เข้าร่วมประชุมจะทำให้ส.ส.คนอื่นติดตามไปด้วย ซึ่งจะยิ่ง มีปัญหามากขึ้น 3.องค์ประชุมเป็นความ รับผิดชอบของทุกฝ่าย จึงมอบหมายให้วิปต้องรับผิดชอบร่วมกัน ส่วนมติของแต่ละญัตติจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ละพรรค และ 4.ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ปิดประกาศรายชื่อผู้มาประชุมและไม่มาประชุมไว้หน้าห้องประชุม ในช่วงการประชุม 3 ครั้งสุดท้ายนี้จึงอยากให้ติดตามดูว่า ใครมาบ้าง และไม่มาบ้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์เรื่องรักษาองค์ประชุมมากยิ่งขึ้น

“นายชวนมีความปรารถนาที่อยากให้สภาเดินหน้าต่อไปได้จนถึงวันสุดท้ายของการประชุมสภา คือวันที่ 28 ก.พ. การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคการเมืองทุกพรรคที่จะต้องร่วมมือกัน จึงอยากเรียกร้องนักการเมืองที่อยู่สภาให้ช่วยกันรักษาองค์ประชุมให้เดินหน้าไปด้วยดี” นายชินวรณ์กล่าว

ส่วนที่กกต.ขอเวลา 45 วันในการจัด เลือกตั้งนั้น เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดกระบวนการเตรียมตัวประกาศเขตเลือกตั้ง และประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ใช้เวลา 25 วัน หลังจากนั้นอีก 20 วัน ก็จะเกิดความคล่องตัว กกต.จึงเสนอว่า หลังวันที่ 15 มี.ค. ทุกอย่างจะสมบูรณ์ และหลังการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ถ้ารัฐบาลจะยุบสภาก็น่าจะได้

บุกตลาดเก่า – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อม นายสุไลมาน บือแน ปีแน ผู้ประสงค์ลงสมัคร ส.ส.ยะลา เขต 1 เดินพบปะพี่น้องย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา

ยื่นปธ.สภาส่งศาลฟัน‘พิธา-ทวี’
ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนภท. แถลงว่าสืบเนื่องจากกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้า ก.ก. และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ออกแถลงการณ์กรณีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข โยกย้ายข้าราชการ คือ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.ร.พ.จะนะ จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.ร.พ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าว ภท.เห็นว่าเป็นการใช้สถานะหรือ ตำแหน่งส.ส. กระทำการก้าวก่าย แทรกแซงเพื่อประโยชน์ตนเอง ผู้อื่น และพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ในเรื่องการบรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน หรือการให้พ้นจากตำแหน่งของข้าราชการฯ ตามรัฐธรรมนูญ 185(3) เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของส.ส.ของนายพิธา และพ.ต.อ.ทวี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 101 (7)

ส.ส.ภท. 50 คน ได้ลงนามเสนอต่อประธานสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง ว่าสมาชิกภาพของนายพิธา และพ.ต.อ.ทวี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 101 (7) ประกอบมาตรา 185 (3) ขอให้ประธานสภา เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของนายพิธา และ พ.ต.อ.ทวี สิ้นสุดลงหรือไม่ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายพิธา และพ.ต.อ.ทวี ตามบทบัญญัติตามกฎหมาย ต่อไป ซึ่งขณะนี้สมาชิกของพรรคได้ยื่นต่อประธานสภาเรียบร้อยแล้ว

แจ้งร้องตรงเชือด‘ศักดิ์สยาม’
วันเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร ทำหนังสือด่วนที่สุด ลงนามโดยว่าที่ร.ต.ต.อาพันธ์ สุขะนันท์ รองเลขาธิการสภา ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการสภา ถึงนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้า พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา เรื่อง ขอให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความ เป็นรัฐมนตรีและสมาชิกภาพความเป็นส.ส. ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และส.ส. สิ้นสุดลง และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยแจ้งว่า สำนักงานเลขาธิการสภา ได้นำความกราบเรียนประธานสภา เพื่อโปรดพิจารณาแล้ว ขอเรียนให้ทราบว่าการตรวจสอบสมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลงหรือไม่ ย่อมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ประกอบ มาตรา 101 (3) (5) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (12) และการตรวจสอบความเป็นรัฐมนตรี สิ้นสุดลงหรือไม่ย่อมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง

แต่เหตุแห่งการใช้สิทธิร่วมกันเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานสภานั้น เนื่องจากท่าน กับคณะ เห็นว่าการกระทำของนายศักดิ์สยาม เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง ซึ่งไม่ใช่เหตุที่รัฐธรรมนูญตามมาตรา ดังกล่าวได้กำหนดไว้ อันจะทำให้ประธานสภา สามารถเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยได้ แต่กรณีดังกล่าวท่านกับคณะ สามารถเสนอเรื่อง ไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยได้โดยตรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสาม

‘ชวน’ไฟเขียวส.ส.ถอดแมสก์
เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายณัฐกานต์ ชูชนะ เลขานุการคณะทำงานทางการเมือง ของประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสภา โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ได้หารือกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเห็นว่าสถานการณ์ของประเทศคลี่คลายลงไปมาก ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงให้คำแนะนำว่าส.ส.สามารถถอดหน้ากากอนามัยในห้องประชุมสภา โดยความสมัครใจได้แล้ว ภายใต้เงื่อนไขต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาแล้ว 4 เข็ม ซึ่งส.ส.และข้าราชการส่วนใหญ่ฉีดวัคซีน 4 เข็มแล้ว หรือการติดโควิด 1 ครั้งให้ถือว่าเป็นการฉีดวัคซีน 1 เข็ม ดังนั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส.ส.สามารถถอดหน้ากากอนามัย ด้วยความสมัครใจได้ ส่วนส.ส.คนใดจะใส่หน้ากากต่อก็สามารถใส่ได้ เนื่องจากห้องประชุมสภามีการระบายอากาศที่ดี

สำหรับผู้ติดเชื้อโควิดในสภา ตั้งแต่เดือนเม.ย.2564 เป็นต้นมา มีจำนวน 1,028 ราย รักษาหาย 1,025 ราย รักษาตัว 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ในจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในสภาเป็นส.ส. 79 คน และช่วงที่ติดเชื้อสูงที่สุดคือช่วงต้นปี 2565 จนถึงเดือนก.ค.2565 หลังจากนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในสภาก็ค่อยๆ ลดลง

ภท.ยอมถอยให้ญัตติด่วน
เวลา 10.50 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เป็นประธานการประชุม หลังเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่แล้ว ตามวาระการประชุมต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…)พ.ศ…แต่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา กรณีตะวัน-น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ สอง นักกิจกรรม กำลังอดอาหารในระหว่างที่ถูกคุมขัง เพื่อขอให้สภาได้พิจารณาและหาทางออก เรื่องสิทธิการประกันตัว รวมถึงการใช้กฎหมายของกระบวนการยุติธรรม ที่ ส่งผลกระทบต่อผู้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกในทางการเมือง

หลังสมาชิกหลายคนแสดงความเห็นทั้งสนับสนุนและไม่เห็นด้วยในการพิจารณาญัตติด่วนดังกล่าวก่อน ในที่สุด นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ภท. กล่าวว่า ในเมื่อรัฐมนตรีอยากจะชี้แจง และทั้งพท. และก.ก. อยากพูดเรื่องเด็กสองคนนี้ ภท. ก็ใจกว้างพอ ที่จะให้พิจารณาญัตติ แต่ขอว่า เมื่อถึงเวลาให้เข้าเป็นองค์ประชุมให้ ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ด้วย ถือว่านี่เป็นสัจจะ ลูกผู้ชาย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. ลุกขึ้นยืนยันว่า เมื่อจบญัตติด่วนด้วย วาจา พรรคร่วมฝ่ายค้านจะร่วมพิจารณา พ.ร.บ.กัญชาฯ จนจบ จากนั้นเข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาดังกล่าว และสภามีมติส่งญัตติด่วนนี้ไปให้รัฐบาลพิจารณา

สภาล่ม-ร่างกม.กัญชาค้างอีก
เวลา 14.35 น. ที่ประชุมสภาพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ต่อจากครั้งที่ผ่านมา โดยเป็นการลงมติในมาตรา 11 ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการตัดมาตราของคณะกรรมาธิการออกไป เห็นด้วย 174 ไม่เห็นด้วย 48 งด ออกเสียง 38 ไม่ลงคะแนน 1

จากนั้นการพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่น กระทั่งเวลา 16.55 น. เป็นการลงมติมาตรา 15 โดยมีนายชวน ได้กดออดเรียกสมาชิก เข้าห้องประชุม แต่ใช้เวลารอสมาชิกประมาณ 10 นาที นายชวนได้แจ้งว่าขาดอีกเพียง เล็กน้อย ขอรออีกหน่อย และขอให้พรรค ร่วมรัฐบาลไปตามสมาชิกเข้าห้องประชุม

เวลา 17.10 น. นายชวนแจ้งว่า พอสมควรแล้ว ขอปิดการแสดงตน โดยมีสมาชิกเป็นองค์ประชุมจำนวน 218 คน จึงลงมติในมาตรา 15 แต่ยังต้องใช้เวลาในการรอสมาชิกลงมติประมาณ 12 นาที ผลปรากฏว่า มีผู้มาลงมติเพียง 204 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม 213 คน นายชวนจึงสั่งปิดการประชุมทันทีในเวลา 17.22 น. ถือว่าการประชุมสภาล่มเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมา

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนภท. ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้วิปภท. ได้แจ้งไปยังประธานวิปรัฐบาล หากองค์ประชุมสภาล่ม ครั้งที่ 5 ภท.จะไม่ช่วยรักษาองค์ประชุมให้อีกในครั้งต่อไปว่า ภท. เป็นเด็กดีมาโดยตลอด แต่ยังมีปัญหา ดังนั้นจะต้องขอตรวจสอบดูรายชื่อองค์ประชุมก่อน โดยเฉพาะ ฝ่ายรัฐบาลว่าขาดไปเท่าไร เมื่อชัดเจนแล้ว จากนั้นคงต้องแถลงให้เกิดความชัดเจนต่อไป

ศาลรับตีความเลือกตั้งท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการประชุมปรึกษาเกี่ยวกับคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหนังสือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและ ผู้บริหารท้องถิ่น ตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ประกอบด้วย 1.กรณีการวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งตาม มาตรา 55 วรรคหนึ่ง 2.กรณีการสั่งให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่และการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ตาม มาตรา 105 และมาตรา 116 และ 3.กรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งตาม มาตรา 20

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า กกต.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ส่งปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของผู้ร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 44 ประกอบ มาตรา 7 (2)

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา อาศัยอำนาจพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 27 วรรคสาม ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดส่งข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด โดยให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน