ผช.ผจก.แบงก์ใช้ความสนิท

บุกรวบผู้ช่วยผจก.แบงก์ดังย่านประชาอุทิศ หลังยายวัย 80 ร้องตำรวจปอศ. ถูกหลอกให้เซ็นถอนเงินสดไป 2 ล้านบาท ยักยอกไปใช้ส่วนตัว เหตุเกิดปี 65 สงสัย เงินในบัญชีหายไป แจ้งแบงก์ตรวจสอบจนรู้ตัว ทั้งที่เป็นลูกค้าประจำ แต่กลับอาศัยความสนิทสนมคุ้นเคยก่อเหตุ ศาลอนุมัติหมายจับตามรวบตัวได้คาบ้านแถวพุทธมณฑล สาย 3 ยึดรถหรู BMW 2 คัน สมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม แจ้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง แสวงหา ผลประโยชน์โดยมิชอบ ยังปฏิเสธเสียงแข็ง ตำรวจมั่นใจหลักฐานมัดแน่น ชี้คดีมีโทษสูง เป็นความผิดฐานฟอกเงินด้วย น่าจะเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) สั่งการให้ พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ประดิษฐ์ สุวรรณดี และ พ.ต.ต.วรวุฒิ คงรักษา สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังจับกุมนายพรชัย แก้วกมลศรีสุข อายุ 52 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 104/2566 ลงวันที่ 2 ก.พ.2566 ข้อหา “ลักทรัพย์นายจ้าง และเป็นพนักงานของสถาบัน การเงิน กระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย” พร้อมของกลาง รถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น X 3, รถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 320D, เอกสารข้อตกลง 1 แผ่น, สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวน 7 เล่ม และโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 14 โปร ได้ที่บ้านเลขที่ 79/56 ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.

จากการจับกุมทราบว่าผู้ต้องหานั้นเป็นผู้ช่วย ผู้จัดการของธนาคารเอกชนแห่งหนึ่ง สาขาย่านถนนประชาอุทิศ ราษฎร์บูรณะ กทม. เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2565 ผู้ต้องหาได้นำใบถอนเงิน ธนาคารมาให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นคุณยายวัย 80 ปี เซ็นอนุญาตให้ถอนเงิน ก่อนจะนำไปถอนเงินสดออกจากบัญชีของผู้เสียหายไปทั้งหมด 2 ล้านบาท แล้วนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว

ต่อมาผู้เสียหายพบว่ายอดเงินในบัญชี หายไปจึงเข้าร้องเรียนกับทางธนาคารต้นสังกัด และเข้าแจ้งความจนมีการจับกุมตัวดังกล่าว พร้อมกับตรวจยึดทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ที่เชื่อว่าน่าจะได้มาจากการกระทำผิดมาตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป ส่วนนายพรชัยนั้นยังให้การ ปฏิเสธจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดี

ด้าน พ.ต.อ.เมฆพิศาล ผกก.5 บก.ปอศ.เปิดเผยว่า ผู้ต้องหานั้นตำแหน่งเป็นผู้ช่วย ผู้จัดการธนาคาร จึงอาศัยความสนิทสนมและความไว้วางใจของลูกค้าซึ่งเป็นผู้สูงอายุด้วย ก่อนจะฉวยโอกาสก่อเหตุ แม้ว่าชั้นจับกุม จะให้การปฏิเสธ แต่จากการสอบสวนมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ประกอบกับคดีนี้ มีอัตราโทษสูง และเป็นความผิดมูลฐานคดีฟอกเงินด้วย ทรัพย์สินต่างๆ ที่ยึดมาได้ก็มีอยู่หลายสิบรายการจนทำให้น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งจะสอบสวนเพื่อขยายผลดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน