‘อิ๊ง’ยันไม่มีชื่อสุรเกียรติ์ แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ปชป.ส่งรองแต้มชิงหลักสี่ ‘ป้อม’พบเอฟซีที่สวนลุมฯ โพลโคราชชูแพทองธาร
‘อิ๊ง’ นำทัพเพื่อไทย ลุยภูเก็ต-พังงา หยอดรักคนใต้หนัดเหนียน อ้อนเลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ถามกลับแคนดิเดต นายกฯ ส.คือใคร ระบุถ้า ‘สุรเกียรติ์’ ไม่ใช่ เพราะไม่เคยคุยกัน พท.เปิดตัว ‘อ๋อม สกาวใจ-น้องชายปวีณา หงสกุล’ ลงชิงส.ส.กทม. นิด้าโพลเผยชาวโคราชหนุน ‘แพทองธาร’ เป็นนายกฯ ‘บิ๊กตู่’ รั้งอันดับ 3 แพ้ ‘พิธา’ เลือกเพื่อไทยทั้งส.ส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ ‘จุรินทร์’ ดัน‘พล.ต.ต.วิชัย’ ชิงส.ส.หลักสี่ มั่นใจได้ส.ส.กทม.มากกว่าเดิม พร้อมดักคอ นายกฯอย่าชิงยุบสภา หนีซักฟอกตามมาตรา 152 ‘อนุทิน’ เปิดเวทีคลองเตย ลั่นรอบนี้เอาจริง ปักธงกทม.ได้แน่ ‘บิ๊กป้อม’ใส่ชุดวอร์ม ลุยสวนลุมฯพบแฟนคลับ
บิ๊กป้อมพบแฟนคลับสวนลุมฯ
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่สวมลุมพินี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ใช้เวลาช่วงวันหยุด สวมชุดวอร์มเดินออกกำลังกายที่สวมลุมพินี โดยระหว่างเดินได้แวะทักทายพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนที่มาออกกำลังกายอย่างอารมณ์ดี ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนถ่ายรูปร่วมกับชมรมไทเก๊ก ชมรมเซี้ยงเล้งไท้เก๊ก และดื่มกาแฟ และพูดคุยกับสมาชิกชมรม

ป้อมฟิต – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ สวมชุดวอร์มเดินออกกำลังกาย ยิ้มแย้มถ่ายภาพคู่กับแฟนคลับที่มาให้กำลังใจ ระหว่างเดินทักทายพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนอย่างอารมณ์ดี ที่สวมลุมพินี เมื่อวันที่ 5 ก.พ.
จากนั้นพล.อ.ประวิตรแวะซื้องาดำร้านตี๋งาดำสวนลุมฯ ที่อยู่หน้าสวนลุมฯ และร้านข้าวแกง ซื้อพะแนงหมู ไข่พะโล้ แกงหน่อไม้ ระหว่างทางมีพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน มาขอถ่ายรูปและเชียร์ “ให้ลุงป้อมสู้ๆ” สุขภาพ แข็งแรง และขอให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 เพื่อช่วยประชาชนให้กินดีอยู่ดี ตลอดทางเดินพล.อ.ประวิตรยิ้มแย้ม อารมณ์ดี และทักทายประชาชนด้วยความเป็นกันเอง
ธนกรหนุนตั้ง‘ตู่’ปธ.ยุทธศาสตร์
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงพรรคตั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคว่า เชื่อว่าจะทำให้พรรคได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะพล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศโดยมีผลงานชัดเจน จับต้องได้ เป็นรูปธรรม ขณะที่ระบบการจัดการภายในพรรคที่ดียิ่งส่งเสริมให้พรรคได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากยิ่งขึ้นด้วย
มั่นใจช่วยเพิ่มเรตติ้งรทสช.
นายธนกรกล่าวว่า “ทั้งนายกฯ และนาย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันชัดเจนคือ เป็นคนมือสะอาด จริงจังกับการแก้ปัญหาให้ประชาชน ซื่อสัตย์สุจริต ทราบว่าขณะนี้นายกฯ เริ่มคิดนโยบายเพื่อต่อยอดความสำเร็จในนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลไว้บ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรลุงตู่ โครงการคนละครึ่ง หรือโครงการเราเที่ยวด้วยกัน
ขณะที่ว่าที่ผู้สมัครส.ส.นั้น กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้คัดสรรผู้สมัครที่มีคุณวุฒิเพียบพร้อมไว้เกือบครบแล้ว และยังมีอดีตส.ส.คุณภาพที่ยังคงทยอยเปิดตัวร่วมงานกับพรรคอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญเมื่อปี 2562 พล.อ.ประยุทธ์เป็นแค่แคนดิเดตนายกฯ ยังชนะมาแล้ว ดังนั้น ปีนี้หากนายกฯ ลุยหาเสียง และขึ้นเวทีปราศรัยด้วยตัวเอง เชื่อว่าพรรคจะได้รับการตอบรับจากประชาชนมากกว่าเดิมแน่นอน” นายธนกรกล่าว
ปชป.ดัน‘รองแต้ม’ชิงส.ส.
เมื่อเวลา 10.45 น. ที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ เขตหลักสี่ กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงาน กทม. และน.ส.วทันยา บุนนาค ประธานนวัตกรรมการเมืองของพรรค จัดกิจกรรมเปิดศูนย์ขตหลักสี่ ของ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือรองแต้ม ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตหลักสี่ เพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้ง ภายใต้มีแนวคิด “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ยาเสพติด ปราบทุจริตสังคมปลอดภัย”
นายจุรินทร์กล่าวว่า ศูนย์นี้มีพล.ต.ต.วิชัย เป็นตัวแทนทำหน้าที่ลงสมัครส.ส.ในเขตนี้ ตอนนี้มีผู้สมัครส.ส.กทม. ครบแล้ว 30 คน 30 เขต ยังรอความชัดเจนอีก 3 เขตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งใน 3 เขตนี้ มีผู้แจ้งความจำนงแล้ว 10 คน ต้องเลือก ผู้สมัครที่ดีที่สุด และยืนยันว่าในตัวบุคคลมีความพร้อม เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสม

ชูรองแต้ม – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัว ‘รองแต้ม’ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตหลักสี่ เตรียมพร้อมศึกเลือกตั้ง ในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ เขตหลักสี่ กทม. เมื่อวันที่ 5 ก.พ.
โวเสียงตอบรับคนกรุงดีขึ้น
นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกทม.คือ จัดตั้งธนาคารชุมชนกรุงเทพฯ ชุมชนละ 2 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งทุนให้กับแต่ละชุมชนได้เข้าถึง เพื่อนำไปพัฒนาเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ให้กับครอบครัว อีกนโยบายเป็นเรื่องนมโรงเรียน หากพรรคเป็นรัฐบาล จะทำให้นมโรงเรียนฟรีได้ 365 วัน และอีกไม่นานพรรคจะประกาศนโยบายสร้างงาน สร้างคน สร้างชาติ เวอร์ชั่นกรุงเทพฯ โดยเฉพาะขึ้นมา
นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคมั่นใจสนามเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ซึ่งครั้งที่แล้วแม้จะไม่ได้ส.ส.เลย แต่จากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก. ซึ่งเสียงตอบรับดีมาก ถือเป็นสัญญาณทำให้เราเห็นว่าชาวกรุงเทพฯ กลับมาต้อนรับพรรคอีกครั้ง ประชาธิปัตย์จะคัมแบ๊ก อย่างแน่นอน เมื่อถามว่ากทม.ตั้งเป้าไว้อย่างน้อยกี่ที่นั่ง นายจุรินทร์กล่าวว่า ตั้งเป้าไว้แต่ไม่สูง และต้องได้มากกว่าเดิม ทั้งนี้ พรรคทยอยเปิดในหลายภาค เกือบ 90% แล้ว ภาคใต้จะเปิดตัวที่จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 11-12 ก.พ.
ดักคอ‘ตู่’อย่ายุบหนีซักฟอก
เมื่อถามถึงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เรียกร้องให้นายกฯ ยุบสภา นายจุรินทร์กล่าวว่า ยุบเมื่อไหร่ก็ไม่มีปัญหา ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว พร้อมเสมอ แต่ขอให้ผ่านการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ไปก่อน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่ารัฐบาลหนีญัตติการอภิปราย จะได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งการยุบสภาอยู่กับนายกฯ แต่ยุบสภาหลังวันที่ 23 มี.ค.ไม่ได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม นายกฯ ยังไม่ได้เรียกหัวหน้าพรรคร่วมไปหารือเรื่องยุบสภา
เมื่อถามว่ามีกระแสวิจารณ์ว่าพรรครัฐบาลลงพื้นที่หาเสียงมากกว่าทำงาน นายจุรินทร์กล่าวว่า ก็หาเสียงกันทุกพรรค ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ประชาชาติเปิด 2 ผู้สมัครสตูล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่นริศภูวิว รีสอร์ท จ.สตูล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมคณะ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.สตูลทั้ง 2 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายรอมสรี กะด๊ะ ผู้ได้รับใบอนุญาตโรงเรียนแสงธรรม จ.สตูล เขต 2 นายไพศาล หลีเส็น อดีตกกต.สตูล และเป็นพี่ชายของนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าฯ พังงา
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า พรรคเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สตูลทั้ง 2 เขต หลังได้รับการคัดเลือกจาก “สภาซูรอ” (สภาของผู้ทรงคุณวุฒิตามหลักอิสลาม) ซึ่งพรรคประชาชาติเป็นพรรคของทุกคน เป็นพรรคพหุวัฒนธรรม หวังจะสร้างความสุขให้เกษตรกรชาวสวนยาง จะทำให้ราคายางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท ทำให้ชาวสวนยางและเกษตรกรมีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน และเดินหน้าต่อต้านกัญชาเสรี

สักการะ – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พร้อมผู้บริหารพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัครส.ส.สักการะ 2 วีรสตรี ที่อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ก่อนปราศรัยใหญ่ที่ภูเก็ตและพังงา เมื่อวันที่ 5 ก.พ.
‘อิ๊ง’นำคณะบุกหาเสียงภูเก็ต
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต 3 เขต ประกอบด้วย นายวัชรพงษ์ อนันตกูล นายสรธรรม จินดา และนายอาวุธ หนูเชต ลงพื้นที่ตลาดเมืองเก่า เพื่อพบปะ ผู้ประกอบการค้าขาย สอบถามการค้าขายและการท่องเที่ยวในปัจจุบัน
พร้อมกันนี้ยังพบกับคณะทูตที่มาดูความพร้อมของภูเก็ต ที่เตรียมยื่นเสนอเป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โป 2028 โดยตลอดเส้นทาง มีประชาชนแห่มอบดอกไม้ให้กำลังใจและขอถ่ายภาพร่วมกับน.ส.แพทองธาร อย่างคึกคัก
จากนั้นน.ส.แพทองธารและคณะไปสักการะท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทร สองวีรสตรีแห่งเมืองถลาง เพื่อเป็นความสิริมงคล ก่อนพบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยวจาก จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ที่ร้านอาหารท่านุ่นซีฟู้ด เชิงสะพานสารสิน อ.ถลาง เพื่อพูดคุยประเด็นการพัฒนายกระดับ 3 จังหวัด ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก
ปัดส.สุรเกียรติ์คุยเพื่อไทย
น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุแคนดิเดตนายกฯ ตัวจริงที่พรรคเสนอมีตัวย่อ ส. ส่วนน.ส.แพทองธาร และนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจชื่อดังเป็นตัวหลอกว่า เขาคือใคร ฝากขออักษรตัวต่อไปด้วย เพราะตนไม่ทราบจริงๆ และตนเพิ่งได้ยิน เรื่องนี้ ส่วนที่ระบุว่าเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีรัฐบาลไทยรักไทย ซึ่งมีคนทายว่าเป็นนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.ต่างประเทศนั้น ไม่ใช่ ไม่ได้มีการพูดคุยด้วย ขณะนี้เขาไม่ได้เข้ามาพูดคุยกับพรรคเลย
ลั่นถึงเวลาบอกเอง-คนที่ 3
เมื่อถามว่าการเมืองลักษณะนี้เป็นการบอนไซพรรคหรือไม่ เพราะขณะนี้ชัดเจนเรื่องแคนดิเดต 2 คนแล้ว และคาดว่าคนที่ 3 จะเป็นนพ.ชลน่าน จะเกิดแรงกระเพื่อมในพรรคหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ความจริงเกิดกระแสในทุกด้านอยู่แล้ว ไม่ว่าพรรคจะหาเสียงแบบแลนด์สไลด์ หรือจับมือกับใคร ก็ไม่เป็นไร เพราะเรามีจุดยืนที่มั่นคง และยังเดินหน้าหาเสียงกับประชาชนต่อไป ยื่นนโยบายสู่มือประชาชน และสัญญาว่าจะทำได้ ที่สำคัญพรรค จะเลือกคนที่มีคุณภาพให้กับประชาชน ส่วนแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 จะเป็นคนในหรือนอกพรรคนั้น เมื่อถึงเวลาจะบอกอย่างแน่นอน
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ส่วนชื่อตน ก็ ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาพรรค ทั้งที่ทุกคนคาดเดาว่าจะต้องเป็นตนแน่นอน แต่ทางพรรคไม่ได้ประกาศ
ยันไม่หลอกใคร-รอเคาะก่อน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าที่สุดแล้วน.ส.แพทองธารจะเป็นตัวหลอก แล้วให้คนอื่นเป็นแคนดิเดตแทน น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “คนในพรรครักกันมาก คนในพรรคอิ๊งรัก และรักกันมาก ไม่มีใครหลอกอิ๊ง และอิ๊งก็ไม่ได้หลอกใคร ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราต้องเห็นด้วยกันก่อน และบอกประชาชน ซึ่งไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความขัดแย้ง อิ๊งเข้ามา รู้สึกชอบที่พรรคเป็นหนึ่งเดียวกัน การมีคนย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ทำงานกันอยู่เราพูดคุยกันตลอด”
เมื่อถามถึงนิด้าโพลเผยคนโคราช สนับสนุนให้น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขอขอบคุณผลโพลเพราะถือว่าเป็นกำลังใจ ส่วนพร้อมจะเป็นนายกฯ หรือไม่ เพราะประชาชนสนับสนุนนั้น เรื่องนี้ต้องรอดูว่าอะไรจะดีที่สุดสำหรับประชาชนและประเทศ การเมืองหากเราลดความเป็นตัวเองคนละนิดละหน่อย เพื่อเอาประชาชนและประเทศชาติมาก่อน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ
ย้ำอดีตนายกฯไม่เกี่ยวดีลปชป.
ส่วนที่อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุมีอดีตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ไปดีลกับ ส.ส.พรรค ปชป. มาอยู่กับพรรค พท. โดยไปพูดคุยที่สิงคโปร์ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามว่าต้องถึงขนาดอดีตนายกฯ ไป ดีลเองใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “นั่นสิ จะขนาดนั้นเลยหรือ การพูดคุยเรื่องย้ายพรรคเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้คนพรรคเราไปอยู่กับพรรคอื่น คนอื่นกลับเข้ามาพรรคเรา ถือเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นไม่มีใครไปดีลกับอดีตนายกฯ และยืนยันว่าอดีตนายกฯ ไม่เกี่ยว”
ชลน่านแจงแคนดิเดตยังไม่จบ
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัว เพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า คนปล่อยข่าวมีเจตนาให้เกิดผลกระทบทางการเมืองต่อพรรค พท.หรือไม่ หากพูดเช่นนี้แล้วพวกนักร้องได้ยินเขาจะมีงานเลย ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีข้อเท็จจริง และพรรคมีกระบวนการ
ขณะที่นพ.ชลน่านกล่าวถึงการพิจารณาแคนดิเดตนายกฯ ว่า พรรคมีคณะกรรมการ มีเป้าหมายชัดเจน ทุกอย่างเพื่อประชาชน ตนในฐานะหัวหน้าพรรคก็ไม่จำเป็น เพราะไม่มีข้อบังคับใดที่เขียนไว้ หรือกฎหมายใดที่บันทึกไว้เช่นพรรคอื่นที่ระบุว่าหัวหน้าพรรคต้องเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ของพรรค พท.เปิดกว้าง ดังนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นการบอนไซ แต่จะเป็นการหาเสียงที่ดีที่สุด
เมื่อถามว่าขณะนี้กระบวนการสรรหาแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.ถือว่าเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ยังไม่จบ 100% และอยู่ในกระบวนการพิจารณา
เสร็จงาน‘ตี๋ใหญ่’ค่อยเฟ้นผู้สมัคร
ด้านนายประเสริฐกล่าวถึงนายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ส.ส.สุรินทร์ เสียชีวิตกะทันหันเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า นายตี๋ใหญ่เป็นนัก การเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นส.ส.ขวัญใจชาวสุรินทร์ ที่ผ่านมาได้ทำประโยชน์ให้ชาวสุรินทร์ เป็นจำนวนมาก ครั้งนี้ถือว่าเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีค่าของพรรค พท.อีกครั้ง ซึ่งเขาเป็นโรคหัวใจล้มเหลว รวมถึงน้ำท่วมปอด และมีอาการความดัน
นายประเสริฐกล่าวต่อว่า ส่วนการจะวางตัวผู้สมัครคนใหม่นั้น พรรคมีกระบวน การสรรหาอยู่แล้ว หลังเสร็จงานศพแล้วจะได้หารือกับครอบครัวของนายตี๋ใหญ่ก่อน เนื่องจากมีทีมงานที่ทำงานให้พรรคมาตลอด และจะเข้าสู่กระบวนการสรรหาของพรรคต่อไป ทั้งนี้ จะมีพิธีพระราชทานเพลิงในวันที่ 11 ก.พ.แล้วจึงจะพูดคุยเรื่องตัวผู้สมัครต่อไป
ปลุกภูเก็ตแลนด์สไลด์
ต่อมาเวลา 14.00 น. พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่พบปะประชาชน ที่บริเวณสะพานสารสิน จ.ภูเก็ต โดยมีประชาชนกว่า 200 คน มาร่วมรับฟังการปราศรัย พร้อมมอบดอกกุหลาบและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับน.ส.แพทองธารอย่างคึกคัก
นพ.ชลน่านกล่าวเปิดตัว 3 ผู้สมัครส.ส.ภูเก็ต พร้อมระบุว่า ภูเก็ตถือว่าเป็นไข่มุกอันดามัน ไข่มุกนี้จะทรงคุณค่าต่อไป ถ้าได้รัฐบาลประชาธิปไตย มาทำให้ไข่มุกเม็ดนี้ส่องประกายไปทั่วโลก ภูเก็ตแลนด์สไลด์ เพื่อไทยเท่านั้น

ล่องใต้ – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมผู้บริหารพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปราศรัยใหญ่ขอ คนใต้ช่วยแลนด์สไลด์ ที่อุทยานพระนารายณ์ จ.พังงา เมื่อวันที่ 5 ก.พ.
ลั่นเพื่อไทยจะมีส.ส.พังงา
จากนั้นเวลา 17.00 น. ที่อุทยานพระนารายณ์ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นพ.ชลน่าน น.ส.แพทองธาร และคณะ เปิดเวทีปราศรัย ซึ่งมีประชาชนรอรับฟังคำปราศรัยจนเต็มพื้นที่
โดยนพ.ชลน่านกล่าวว่า ถ้าให้คะแนนกับพรรค พท. เราจะเปลี่ยนพังงา เปลี่ยนอันดามันไปด้วยกัน จำเป็นจริงๆ ที่พรรคต้องชนะอย่างถล่มทลาย 58 เขตในพื้นที่ภาคใต้ ต้องเทคะแนนให้พรรค พท.อย่างถล่มทลาย ถ้าไม่ได้ 250 ที่นั่งขึ้นไป ความฝันของเราที่จะเข้ามาพัฒนาประเทศ จะถูกลบด้วยส.ว. 250 เสียง ยืนยันเรามีของดีคือ นายกฤษ ศรีฟ้า ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 2 และนายธะเนต นาวาล่อง ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 1 เชื่อมั่นเราจะปักธงที่พังงา เพื่อไทยจะมีส.ส.ที่นี่
ที่สำคัญเรามีนโยบายที่กินได้ ทำสำเร็จมาแล้วทุกภูมิภาค แม้จะมีคนสร้างวาทกรรม พรรค พท.ไม่รักชาวใต้ เอางบประมาณไปให้ที่อื่น ยืนยันพรรคไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่ากองทุนหมู่บ้าน 30 บาท รักษาทุกโรค พวกเราได้รับกันทุกคน ครั้งนี้เรามีนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท
‘อ๋อย’เย้ยปชป.ไม่ใช่คู่ต่อสู้
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรค ปราศรัยว่า วันนี้ไม่ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นคู่ต่อสู้ทางการเมือง ตนไม่ได้ดูถูก แต่การเมืองเปลี่ยนไป พรรคนี้มีคุณสมบัติพิเศษ คือพูดได้แต่ทำไม่ได้ สิ่งที่ทำไม่ได้มี 2 อย่าง คือคิดนโยบาย และคิดเรื่องการพัฒนาประเทศ แล้วจะให้คนเลือกได้อย่างไร 20 ปีที่ผ่านมาพรรค ปชป.ไม่เคยชนะเลือกตั้งใหญ่ เมื่อไม่ชนะจึงเอาแต่ขัดขวางการเลือกตั้งและสนับสนุนรัฐประหาร ส่วนภูมิใจไทยประกาศนโยบายกัญชาเสรี แต่ไม่สามารถควบคุมได้ และที่ประเทศไทยฟื้นตัวจากโควิดและการท่องเที่ยวช้า เพราะได้วัคซีนช้าไปปีครึ่งเนื่องจากมีการหาประโยชน์จากวัคซีน
อิ๊งหยอดรักคนใต้หนัดเหนียน
ด้านน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “สวัสดีพ่อแม่พี่น้อง คิดถึงจังฮู้เลยค้า” วันนี้พรรคมาพร้อมกับทางออกในทุกเรื่องที่ภาคใต้ประสบอยู่ ทั้งเรื่องท่องเที่ยว เรื่องประมง ราคายาง เรื่องที่ดินทำกิน รวมถึงการเพิ่มศักยภาพเพื่อเพิ่มทางเลือกในการหาเลี้ยงครอบครัว เราตั้งใจให้พี่น้องภาคใต้กลับมามีกินมีใช้ อยากให้เลือกเราเยอะๆ จะได้มีส.ส.ไปผลักดันโยบาย อยากให้เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค
น.ส.แพทองธารพูดเป็นภาษาใต้ว่า “สุดท้าย แลนสไลด์เลือกเพื่อไทยทั้งเพ รักคนใต้ หนัดเหนียนเลย”
เต้นแซะ‘ชวน’มีดโกนทื่อ
นายณัฐวุฒิปราศรัยว่า ขอให้เลือกคนพังงา 2 คนนี้ ไปอยู่กับแกนนำรัฐบาลที่จะแลนด์สไลด์ เราเสนอตัวนายกฤษ ลงพื้นที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว แม้ไม่ได้ทำการเมือง ก็ยังอยู่กับประชาชน เอากฤษเล่มนี้ไปใช้ มีดโกน มันทื่อไปแล้ว นั่งเป็นประธานประชุมสภา ล่มแล้วล่มอีกก็ยังนั่งเป็นประธานอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ทำได้อย่างไร หมดสภาพแล้ว ขอให้ประชาชนตั้งใจใหม่ ลองกับพรรคเพื่อไทยอีกสักครั้ง
“ถ้าเราเป็นรัฐบาลเรือดำน้ำไม่ต้องมา สนามบินส่วนตัวได้มาแน่ สะดุดปะการังพังทั้งหมด” นายณัฐวุฒิ กล่าว
พท.ส่ง‘อ๋อม’ลงชิงสะพานสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 6 ก.พ. พรรค พท. เตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พื้นที่ กทม.ที่เหลืออีก 3 เขต ประกอบด้วย อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ อดีตดารานักแสดง จะเป็นว่าที่ผู้สมัครเขตสะพานสูง น.ส.กมลพัฒน์ ปุงบางกะ ภรรยานายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ อดีตแกนนำนปช. ลงสมัครส.ส.เขตบางขุนเทียน และนายเอกภาพ หงสกุล น้องชายนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ลงสมัคร ส.ส.เขตสายไหม ขณะที่กลุ่มของนายสนธยา คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม มีกระแสข่าวมาร่วมกับพรรค พท. จะเปิดตัววันที่ 8 ก.พ.นี้

โชว์ผลงาน – นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จัดประชุมใหญ่ประจำปี นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่คณะก้าวหน้าให้การสนับสนุน โดยมีนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาท้องถิ่นกว่า 120 คนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง พร้อมแสดงผลงาน ที่อาคารอนาคตใหม่ ชั้น 5 กทม.
ภท.ลุยคลองเตย-ขอ10ที่นั่ง
เมื่อเวลา 16.40 น. ที่ศูนย์เยาวชนคลองเตย กทม. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค จัดเวทีปราศรัยย่อยช่วยนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตคลองเตย-วัฒนา หาเสียง โดยมีประชาชนประมาณ 1,000 คน ร่วมฟังปราศรัย
นางกรณิศกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนอยากทำงานที่แท้จริง ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่เข้าไปในสภาแล้วไม่ทำอะไรเลย ตนจึงตัดสินใจลาออก เพราะเชื่อมั่นในนโยบายของพรรค ภท.ที่พูดแล้วทำ ครั้งนี้จึงเป็นครั้งสำคัญที่เราต้องช่วยกัน ทุกเสียงมีค่าอย่างมาก เราขอโอกาสให้พรรค ภท.ได้ปักธงในเขตคลองเตย-วัฒนา
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรค ภท. กล่าวว่า การเลือกตั้งปี 62 มีคนบอกว่าพรรคเราเป็นพวกเซราะกราว มีแต่จ.บุรีรัมย์ ภาคใต้ และหลายๆ จังหวัด ครั้งนี้จะเป็นพรรคที่ขอทำงานให้คนเมืองหลวงด้วย เราขอกทม. 10 คน เพื่อเข้ามาทำงาน และช่วยพลิกฟื้น กทม.
อนุทินลั่นรอบนี้เรามาแรง
จากนั้นเวลา 18.00 น. นายอนุทินปราศรัยว่า เราจะไม่ด้อยค่าใคร เราจะรับฟังความเห็น และขอความร่วมมือทุกฝ่าย แต่ถ้าใครไม่ให้ความร่วมมือ เราจะทำเอง เราพร้อมทำทุกอย่าง เราจะทำงานจนพี่น้องใจอ่อน ซึ่งพรรค มองกทม. คือหัวใจของประเทศ ไม่ใช่ว่าคนกทม. ไม่เลือกเราแล้วเราจะไม่สนใจ วันนี้เราต้องการเปลี่ยนหัวใจของพี่น้องในพื้นที่กทม.ให้เป็นภูมิใจไทย รอบนี้เรามาจริง และคิดไว้ว่าจะมาแรง ไม่ใช่ลมเพลมพัด ไม่ใช่ฝนตกขี้หมูไหล ตนจะให้นางกรณิศรับใช้ประชาชนด้วยความสามารถที่มีอยู่ทุกเรื่อง พรรคนี้มีความเป็นเผด็จการ แต่ไม่ใช่เผด็จการในแง่ประชาธิปไตย เผด็จการในที่นี้คือ ถ้าหัวหน้าพรรคพูดแล้วห้ามขวาง ห้ามคัดค้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายอนุทินได้แนะนำ น.ส.ชนม์ทิดา อัศวเหม หรือเพลง ที่ขึ้นมาบนเวทีปราศรัยด้วยว่า เป็นลูกสาวของน.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย นายกอบจ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นแฟนของบุตรชายตัวเอง ตนจะส่งลงเป็น ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยจะอยู่ในลำดับที่เป็นส.ส.ได้แน่นอน
มั่นใจได้ปักธงกทม.
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งพื้นที่ กทม.ว่า ก็ต้องมั่นใจ เพราะทีมงานพรรคในพื้นที่กทม. ถือว่าสมบูรณ์ที่สุด นำโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ซึ่งตลอด 4 ปี เราไม่มีส.ส.ในกทม. แต่ทำประโยชน์ได้มาก ในส่วนนี้อยากทำให้ได้มากขึ้นไปอีก และตั้งใจจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ให้ครบทุกเขตทั่วประเทศ
เมื่อถามว่าเขตคลองเตย ถือว่ายากหรือไม่ เพราะมีนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม.ลงสมัครด้วย นายอนุทินกล่าวว่า ยากทุกเขตทุกพื้นที่ ฉะนั้น ผู้สมัครจะต้องขยัน เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ อยู่กับพรรคที่มีนโยบายเป็นประโยชน์ และสนองนโยบายเหล่านั้นได้ ซึ่งพรรค ภท.มีความพร้อมมากๆ
เมื่อถามว่าตั้งเป้าจะได้กี่เก้าอี้ใน กทม.จาก 33 เขต นายอนุทินกล่าวว่า ตัวเลขจะออกมาเท่าไหร่ นั่นคือความกรุณา ความเมตตาของประชาชน
กั๊กเป็นองค์ประชุมศึกซักฟอก
ส่วนที่พรรคประกาศจุดยืนไม่เป็นองค์ประชุมสภา จะทำให้ขาดเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรค ภท.เป็นองค์ประชุมมาตลอด แต่ถูกกระทำทำให้กฎหมายของพรรคไม่ผ่านสภา ทั้งที่ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประชาชน ฉะนั้นเราก็มีความอดทนอยู่ระดับหนึ่ง
เมื่อถามว่าการอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 ยืนยันจะเป็นองค์ประชุมใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ต้องถือว่าเป็นสปิริตรวม จะมาคาดหวังสปิริตจากพรรค ภท.อย่างเดียว ขณะที่พรรคอื่นๆ ไม่ให้สปิริตกับพรรค ภท. ตรงนี้ตนคิดว่า เราก็จะมีท่าทีที่เหมาะสมต่อไป ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค ถ้าทำให้กฎหมายของเขาไม่ผ่านให้มีผลบังคับใช้ สมาชิกพรรค ภท.ก็มีสิทธิ์แสดงท่าทีในกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย
คนโคราชหนุน‘อิ๊ง’นั่งนายกฯ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “คนโคราชเลือกพรรคไหน” ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-3 ก.พ. จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจ.นครราชสีมา จำนวน 1,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับบุคคลที่คนโคราชจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 37.80 ระบุ น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร เพราะต้องการให้ผู้หญิงที่เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามา บริหารประเทศ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทยและนโยบายที่ทำได้จริง อันดับ 2 ร้อยละ 12.40 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพราะเป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีแนวคิดและวิธีการทำงาน แบบคนรุ่นใหม่ และชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล

เวทีที่ดิน – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมส.ส. และผู้สมัคร เปิดเวทีนำเสนอนโยบายของพรรค ชูปฏิรูปที่ดิน เปลี่ยนส.ป.ก.เป็นโฉนด และรับฟังความคิดเห็นประชาชน ที่วัดแม่ตืน อ.ลี้ จ.ลำพูน และที่บ้านห้วยงิ้ว อ.จุน จ.พะเยา
บิ๊กตู่รั้งอันดับ 3 แพ้‘พิธา’
อันดับ 3 ร้อยละ 11.73 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา ทำให้บ้านเมืองสงบ ชื่นชอบผลงาน อันดับ 4 ร้อยละ 9.27 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 6.60 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง ชื่นชอบวิธีการทำงาน อันดับ 6 ร้อยละ 5.67 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพราะมีประสบการณ์บริหารประเทศ ชื่นชอบนโยบาย
อันดับ 7 ร้อยละ 3.47 นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพราะชื่นชอบนโยบายและชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา อันดับ 8 ร้อยละ 2.67 นายกรณ์ จาติกวณิช เพราะมีประสบการณ์บริหารประเทศ เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ทำงานร่วมกับทุกพรรคได้ อันดับ 9 ร้อยละ 2.40 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เพราะชื่นชอบผลงานที่ ผ่านมา อันดับดับ 10 ร้อยละ 2.33 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เพราะชื่นชอบนโยบายพรรคเพื่อไทย เป็นคนพูดจริงทำจริง
เลือกเพื่อไทยทั้งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์
ส่วนพรรคที่คนโคราชมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า ร้อยละ 48.40 ระบุเป็นพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 13.80 ระบุพรรคก้าวไกล ร้อยละ 8.53 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 7.07 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 4.73 พรรคชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 4.13 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 3.20 พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 2.93 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.47 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 2.27 พรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 2.47 อื่นๆ ได้แก่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคกล้า พรรคประชาชาติ พรรคไทยภักดี พรรคเพื่อชาติ พรรคไทยศรี วิไลย์ และพรรคเศรษฐกิจไทย
พรรคที่คนโคราชมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร้อยละ 47.60 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 14.00 พรรคก้าวไกล ร้อยละ 8.67 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 8.14 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 4.14 พรรคชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 3.73 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 3.33 พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 2.93 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.73 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 2.33 พรรคพลังประชารัฐ
บิ๊กตู่ขอปชช.แก้ฝุ่นพิษพีเอ็ม2.5
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทยขณะนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ทั้งจากการเผาวัชพืชเพื่อเตรียมเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ การก่อสร้าง การขนส่งคมนาคมและการจราจร และปัญหาพีเอ็ม 2.5 มักจะเกิดในช่วงที่อากาศปิด โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน บูรณาการเร่งแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 อย่างเร่งด่วน พร้อมขอความร่วมมือมายังประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา เพราะเกิดขึ้นมีผลต่อสุขภาพของคนทั้งประเทศ
นายอนุชากล่าวว่า นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำหลักการในการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ใน 3 พื้นที่คือ 1. พื้นที่เมือง ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากการจราจรและโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้บำรุงรักษาเครื่องยนต์ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน ให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดตรวจวัดควันดำ และขยายพื้นที่ตรวจวัดควันดำเพื่อควบคุมตั้งแต่ต้นทาง ตรวจกำกับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มในการปล่อยมลพิษสูง ทั้งโรงงานที่ใช้หม้อน้ำ โรงงานที่ใช้ถ่านหิน โรงงานหลอมเหล็ก ฯลฯ ควบคุมสถานประกอบการ เช่น กิจการผสมซีเมนต์ กิจการหลอมโลหะ อู่พ่นสีรถยนต์ กิจกรรมผลิตธูป ฯลฯ 2. พื้นที่เกษตร ที่มีแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองมาจากการเผาเศษวัสดุการเกษตร ดังนั้น จึงขอให้เกษตรกรหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร 3. พื้นที่ป่า แหล่งกำเนิดฝุ่นละอองที่สำคัญมาจากไฟป่า ดังนั้น ทุกภาคส่วนต้องส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่า รณรงค์ป้องกันไฟป่า และบริหารจัดการเชื้อเพลิงด้วยวิธีชิงเก็บลดเผา
“นายกฯ ย้ำขอความร่วมมือประชาชนได้ลดพฤติกรรมตนเองที่จะเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ให้งดการเผาเพื่อเตรียมเพาะปลูก หรือเผาป่าเพื่อการเข้าไปหาอาหาร ขอให้หยุดโดยเด็ดขาด รวมทั้งขอความร่วมมือให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล โดยใช้รถขนส่งมวลชนสาธารณะให้มากขึ้น พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตรวจจับรถควันดำทุกชนิดอย่างเข้มงวด” นายอนุชากล่าว
‘หนู’ไร้กังวลปมหมอสุภัทรฟ้อง
กรณีนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.ร.พ.จะนะ ถูกย้ายไปเป็น ผอ.ร.พ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ขณะที่นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ ประธานหลักสูตรสาขาระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) หนึ่งในที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข (สธ.) อาสาเป็นคนกลางหารือหาทางออกร่วมกันระหว่าง นพ.สุภัทร กับผู้บริหาร สธ. โดยขอให้ นพ.สุภัทร ควบ ผอ.ร.พ.ทั้ง 2 ที่ นอกจากนี้ นพ.สุภัทร ยังหารือฝ่ายกฎหมายของชมรมแพทย์ชนบท เพื่อฟ้องศาลปกครองตามมาตรา 157 และอาจส่งฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สธ. กล่าวว่า เรื่องที่ที่ปรึกษารมว. อาสาเป็นคนกลาง คงไม่ได้พามาหารือกับระดับรัฐมนตรี เพราะตนไม่สามารถให้ความเห็นหรือพิจารณาข้อเสนออะไรได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีอำนาจในส่วนนั้น เนื่องจากคำสั่งย้ายเป็นอำนาจปลัด สธ. ตนยืนยันว่าไม่เคยก้าวก่าย หรือสั่งการใดๆ เกินอำนาจที่รัฐมนตรีมี ตนจะหารือกับปลัดสธ. เรื่องแต่งตั้งโยกย้ายเฉพาะข้าราชการระดับ 10 ขึ้นไปเท่านั้น เพราะต้องเสนอ ครม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ที่ นพ.สุภัทร จะฟ้องต่อศาลในมาตรา 157 นายอนุทิน ตอบว่า ตนไม่กังวล เพราะตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเท่าที่ติดตามสถานการณ์ดูก็พบว่า สธ. ไม่ได้มีผลกระทบอะไรในการบริหารราชการและการให้บริการประชาชน ข้าราชการส่วนมากไม่ได้ให้ความสนใจและยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
ส่วนการที่เจ้าตัวจะฟ้องร้องหรือร้องเรียนอะไรก็เป็นสิทธิที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ เห็นว่าอย่างไรก็จะไปทำงานที่แห่งใหม่ตามกำหนดการ ในส่วนของรัฐมนตรีก็ดีใจถือว่าได้ ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาแล้ว ส่วนการที่นพ.สุภัทร จะนั่งเป็น ผอ.ร.พ. ทั้งสองแห่งได้หรือไม่นั้น ต้องไปสัมภาษณ์ปลัดสธ. ตนไม่ทราบและจะไม่เข้าไปก้าวก่ายงานนอกอำนาจหน้าที่ ของตน
ชวนโรงแรมร่วมเที่ยวด้วยกัน
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้อนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการนั้น ล่าสุด ททท.ได้กำหนดกิจกรรมแรกที่จะเริ่มในเดือนก.พ. คือเปิดให้ ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พักรายใหม่ ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการในเฟสก่อนหน้านี้ ลงทะเบียนสมัครร่วมโครงการทางเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ระหว่างวันที่ 8-15 ก.พ. 66 เพื่อรับอานิสงส์จากมาตรการสนับสนุนฟื้นฟูการ ท่องเที่ยวจากภาครัฐ ซึ่งคาดว่าภายใต้งบประมาณดำเนินโครงการ 2,016 ล้านบาท จะกระตุ้นให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 12,539 ล้านบาท
น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า สำหรับกำหนดเวลาใช้สิทธิ์ร่วมโครงการของประชาชนทั่วไป ททท.จะเปิดระบบให้เริ่มจองโรงแรมที่พักตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.-27 เม.ย. เริ่มเข้าพักได้ในวันที่ 11 มี.ค.-30 เม.ย. ทั้งนี้โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 มีจำนวนสิทธิ์ทั้งสิ้น 560,000 สิทธิ์ รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายโรงแรมที่พักร้อยละ 40 สูงสุด 3,000 บาทต่อห้อง รับสิทธิ์สูงสุด 5 สิทธิ์ต่อคน โดยไม่นับรวมสิทธิ์ที่ใช้ในเฟสก่อนหน้า โดยผู้ใช้สิทธิ์จะต้องติดต่อจองที่พักกับผู้ประกอบการโดยตรงอย่างน้อย 3 วันล่วงหน้าก่อนวันเข้าพัก นอกจากนี้ รัฐยังสนับสนุน E-Voucher 600 บาทต่อวัน แต่ไม่สนับสนุนค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน และในเฟส 5 มีการดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริตที่เข้มงวด หากพบการกระทำผิด ททท.จะเป็นผู้แทนรัฐบาลในการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด