หนูเปิด‘ฉลอง’ลงนนท์ กกต.สั่ง5จว.แก้ไขเขต ปชป.-ก้าวไกลดักคอภท. ล่มองค์ประชุมซักฟอก

เพื่อไทยเปิดตัว ‘อ๋อม สกาวใจ- น้องชายปวีณา’ ลงเลือกตั้ง ส.ส.กทม. สนามเมืองกรุงครบแล้ว 33 เขต ภูมิใจไทยดึงตระกูล‘เรี่ยวแรง’ ชิงส.ส.นนทบุรี ‘วิษณุ’ แนะกกต.หารือศาลรัฐธรรมนูญ แบ่งเขตไม่ควรรวมต่างด้าว กกต.นัดถกพรรคการเมือง 8 ก.พ. เคาะงบหาเสียง สั่ง กทม.-ชลบุรี-เชียงใหม่-ปัตตานี-สมุทรปราการ แบ่งเขตใหม่ ‘อนุทิน’ กั๊กร่วมเป็นองค์ประชุมศึกซักฟอกตาม ม.152 ลั่นเจอสกัดพ.ร.บ.กัญชา เลยต้องคิดก่อน ‘ชินวรณ์’ ติงเล่นเกมทำรัฐบาลเสียหาย ก้าวไกลเย้ยกลัวถูกเปิดโปง ‘ชวน’ กระตุก ‘ประยุทธ์-วิษณุ’ อยากให้กฎหมายผ่านสภา ต้องนำองค์ประชุมมาด้วย ‘ตู่’ ยันทำหน้าที่ นายกฯ แจ้งหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว

ตู่ชี้เหตุสภาล่ม-กม.แต่ละพรรค
วันที่ 6 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระสังฆราช แม้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเข้าร่วมประชุมด้วย แต่ไม่ได้มีการพูดคุยถึงปัญหาสภาล่ม

เมื่อถามว่า นายชวนต้องการให้นายกฯ นำองค์ประชุมเข้าร่วมประชุมให้ครบ หากต้องการให้กฎหมายสำคัญผ่าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมไม่ได้เป็นอะไรกับพรรคเขาเลย และผมในฐานะ นายกฯ ก็บอกให้หัวหน้าพรรคที่นั่งร่วมประชุมกับผมทุกคน ให้ร่วมมือกันในสภาด้วย ผมก็ได้ทำหน้าที่ของผมไปแล้ว ต้องไปดูว่าขัดแย้งกันเรื่องอะไร เป็นปัญหาเรื่องกฎหมายของแต่ละหน่วยงานนั่นแหละ ขอร้องให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แล้วกันตราบใดที่ระยะเวลายังเหลืออยู่ กฎหมาย ที่สำคัญผ่านได้ก็ผ่านซะ” เมื่อถามว่าจะเคลียร์ใจพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพื่อช่วยให้กฎหมายผ่าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนพูดมาเป็นสิบรอบแล้ว พูดไปหลายรอบ

ไม่หวั่นล่มช่วงชี้แจงซักฟอก
เมื่อถามว่ากังวลใจอะไรหรือไม่ในการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 วันที่ 15-16 ก.พ.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ทำไม เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่า มีความกังวลกันว่าช่วงที่นายกฯ ชี้แจง องค์ประชุมอาจไม่ครบ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กฎหมายเขาว่ากันอย่างไร ถ้าระบุว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ก็ต้องเป็นเอกสิทธิ์ของเขา เมื่อกฎหมาย ไม่ได้กำหนดไว้ตามไหนก็ตามนั้น

เมื่อถามว่า แสดงว่าเมื่อได้แค่ไหนก็แค่นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กระบวนการตนไม่ได้ ไปขัดแย้ง เขามีสิทธิ์อภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็เชิญ ตนก็มีหน้าที่ในการชี้แจง อะไรที่เป็น ไปตามกฎระเบียบหรือกฎหมายของสภา ก็เป็นเรื่องของสภา เมื่อถามว่าจะทำให้รัฐบาลเสียโอกาสชี้แจงหรือไม่หากสภาล่ม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ยังมี ช่องทางอื่นอีก

‘ชวน’โยน‘ตู่-วิษณุ’จัดการ
ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมประชุม คณะกรรมการอำนวยการฯ ถึงปัญหาสภาล่มว่า เรื่องดังกล่าวต้องถามทางผู้แทนราษฎร เมื่อถามว่า ต้องกำชับ ส.ส.หรือพรรคร่วมอย่างไรหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ความจริงก็แจ้ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้ทราบแล้วว่าถ้าต้องการให้กฎหมายผ่าน ต้องนําองค์ประชุมมาด้วย

อนุทินกั๊กองค์ประชุมซักฟอก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าภท. ให้สัมภาษณ์กรณีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ยุบสภาเพราะสภาไม่สามารถทำหน้าที่ได้ว่า ถ้าไม่มีการเล่นเกมทางการเมือง สภาก็ทำงานได้ เวลาที่ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง เข้าสู่การพิจารณา ยังมีส.ส.หลายคนไม่แสดงตน ภท.ต้องมีท่าทีออกมาบ้าง

เมื่อถามว่าท่าทีของ ภท.จะกระทบการอภิปรายทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องถาม ส.ส.ภท. ปล่อยให้เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส. เพราะร่างกฎหมายที่ส.ส.ภท. เช่น ร่างพ.ร.บ. กัญชา ที่ตั้งใจทำมาอย่างดี แต่มาเจอเกมการเมือง จึงต้องดูตรงนี้เพราะเราไม่ใช่หมู และการแสดงท่าทีของภท. ต้องไม่กระทบประชาชน

เมินคำขอนายกฯ
เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านเล่นเกมขอนับองค์ประชุม ทำให้สภาล่มระหว่างอภิปรายจะปิดโอกาสชี้แจงของรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะทำอย่างนั้นเพื่อหนีการรับฟังอภิปราย ภท.พร้อมรับฟังความเห็นจากฝ่ายค้าน ยิ่งใกล้เลือกตั้งการ กล่าวหาเป็นเรื่องดีของรัฐมนตรีภท.ที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง และพร้อมนำข้อเท็จจริงไปหักล้างในกรณีมีการอภิปรายโจมตี

เมื่อถามว่าภท.จะเข้าร่วมเป็นองค์ประชุม การอภิปรายใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าไม่มีใครทำอะไรกระทบการทำงาน ของภท. คงไม่มีอะไร ถ้าใครทำอะไรที่ส่งผลกระทบทำให้ร่างกฎหมายที่ภท.เสนอ เดินไปต่อไม่ได้ด้วยกลเกมทางการเมือง ส.ส.ของพรรคจะมีท่าทีออกมา บางเรื่องจะใช้เป็นมติพรรค บางเรื่องจะให้เอกสิทธิ์ส.ส. เมื่อถามว่านายกฯ ขอความร่วมมือให้ช่วยกันรักษาเกียรติของสภาในการประชุมที่เหลือ 3 ครั้ง นายอนุทินกล่าวว่า นายกฯ จำเป็นต้องกล่าวเช่นนั้น เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล

มีโอกาสเอาคืนฝ่ายค้าน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส. ศรีสะเกษ ภท. ให้สัมภาษณ์กรณีหาก ภท. ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมจนสภาล่ม กังวลผลกระทบที่ตามมาหรือไม่ว่า คงไม่ได้ มีอะไร เพราะการอภิปรายมาตรา 152 เป็นการเสนอแนะต่อรัฐบาลไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ญัตติอภิปรายมาตรา 152 เป็นของพรรคฝ่ายค้าน ถ้าเล่นเกมการเมืองมากนักก็อาจถูกโต้ตอบด้วยการไม่เป็นองค์ประชุมให้เช่นเดียวกัน แต่คงต้องดูตามสถานการณ์ว่าฝ่ายค้านพูดเรื่องเดิมซ้ำซากหรือไม่

เมื่อถามว่า ภท.ยืนยันว่าไม่ได้กลัวว่ารัฐมนตรีของพรรคจะถูกอภิปราย นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ประเด็นใหม่ๆ เราไม่กลัวเลย แต่กลัวว่าจะเอาประเด็นเก่าๆ ซึ่งพูดเหมือนคนไม่รู้ฟังมาอภิปรายในสภา

วิษณุแนะรมต.รับมือถูกหลอกด่า
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึง การอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 วันที่ 15-16 ก.พ.นี้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) บอกว่า จะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมสภา ทำได้หรือ นายวิษณุกล่าวว่า ต้องไปถาม ภท. ตนไม่รู้เขาจะทำอย่างไร สภาจะล่มเวลาที่ลงมติ ครั้งนี้ไม่มีการลงมติถ้าไม่มีคนขอนับองค์ประชุมก็ไปเรื่อย กระทั่งเมื่อไรมีคนขอนับองค์ประชุมแล้วไม่ครบ เมื่อถามว่าโดยมารยาทพรรคร่วมรัฐบาลควรเป็นองค์ประชุม นายวิษณุกล่าวว่า บางทีก็มีเบื่อ เหนื่อยหน่าย เพราะการนั่งฟังโดยไม่มีสิทธิ์ ที่จะพูดถึง 2 วัน 2 คืน ก็เบื่อเหมือนกัน

ที่ตนกลัวคือกลัวว่าองค์ประชุมไม่ครบในช่วงรัฐบาลชี้แจง ด่ากันมา 2 วันแล้ว พอเราจะพูดองค์ประชุมก็ไม่ครบ ฉะนั้นรัฐมนตรีก็ไม่ควรรอไว้ตอบช่วงสุดท้าย เมื่อถูกฝ่ายค้านว่าปั๊บรัฐมนตรีต้องตอบเลยทันที มันก็ต้องทันกันด้วย

แบ่งเขตไม่ควรรวมต่างด้าว
ส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. ว่า ตนเสนอแนะไปว่าเป็นห่วงเรื่องคนต่างด้าว จะรวมเป็นประชากรในเขตด้วยหรือไม่ ซึ่งกกต.แจ้งว่าที่ผ่านมารวมต่างด้าวด้วย เพราะรัฐธรรมนูญไปเขียนว่าต้องใช้จำนวน ราษฎรตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในประกาศมหาดไทยรวมต่างด้าวไว้ด้วย ทั้งที่ความจริงแยกได้ เป็นคนไทยล้วนกับคนต่างด้าว ซึ่งขอให้กกต.ขอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญว่าต้องรวมหรือไม่รวม

แรงงานต่างด้าวจะมีมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละเขต บางจังหวัดมีผล บางจังหวัดไม่มีผล แม้ต่างด้าวเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่ก็สงสัยว่าจะไปนับเขาด้วยทำไม เพราะคนพวกนี้เวลาประเทศเขามีเลือกตั้งก็เดินทางกลับไปเลือกตั้งได้

กกต.แจงค่าใช้จ่ายหาเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งส.ส. ที่สำนักงานกกต. จะจัดขึ้น 8 ก.พ.นี้ โดยจะหารือเกี่ยวกับการกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อนั้น

มีรายงานว่าวงเงินที่สำนักงานกกต. คิดคำนวณและกำหนดเบื้องต้นเพื่อให้พรรค พิจารณา กรณีสภาอยู่ครบวาระ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 64 (1) กำหนดให้คิดคำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่าย ไปช่วง 180 วันก่อนวันที่ กกต.ประกาศ ให้มีเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้งนั้น กกต.กำหนดว่าผู้สมัครส.ส.เขต ใช้จ่ายได้คนละ 6,528,375 บาท และแบบบัญชีรายชื่อหรือพรรค 152,327,758 บาท

ถ้าเป็นกรณียุบสภา ผู้สมัครส.ส.เขต ใช้จ่ายได้คนละ 1,740,900 บาท และบัญชีรายชื่อหรือพรรค ใช้จ่ายได้ 40,620,999 บาท โดยก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 2565 กกต. มีหนังสือแจ้งข้อมูลดังกล่าวเพื่อสอบถาม ความคิดเห็นจากทุกพรรค ส่วนใหญ่ ตอบกลับมาว่าเห็นด้วยกับวงเงินค่าใช้จ่ายที่กกต.กำหนด

หาข้อสรุปเปิดเวทีดีเบต
ทั้งนี้ หลังจากกกต.หารือกับหัวหน้าพรรคในวันดังกล่าวจนได้ข้อสรุปแล้ว จะประชุมและออกประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร และจะหารือเกี่ยวกับการปิดประกาศและแผ่นป้ายหาเสียง การสรรหาผู้สมัคร การสนับสนุน การโฆษณา หาเสียงเลือกตั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ การจัดเวทีประชันนโยบาย และการจัดสรรเงินอุดหนุนให้พรรคการเมืองประจำปี 2566 ด้วย

แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. เผยข้อมูล ณ วันที่ 3 ก.พ. 2566 ในฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองยังไม่มีพรรคใดส่ง ผู้สมัครครบ 77 จังหวัด พรรคที่ส่งได้มากที่สุดคือ 72 จังหวัด รองลงมาคือ 71 จังหวัด นอกนั้นต่ำกว่า 70 จังหวัด

สั่ง 5 จังหวัดแบ่งเขตใหม่
นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวว่า สำนักงานกกต.พิจารณารูปแบบการแบ่งเขต เลือกตั้งของแต่ละจังหวัดที่ได้ปิดประกาศ และเผยแพร่ทางเว็บไซต์ พบการแบ่งเขตของจ.ชลบุรี เชียงใหม่ ปัตตานี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ มีผลต่างของจำนวนราษฎรแต่ละเขตเลือกตั้งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สำนักงานฯจึงมีหนังสือแจ้งไปยัง ผอ.การเลือกตั้งทั้ง 5 จังหวัดดังกล่าวให้จัดทำ รูปแบบการแบ่งเขตเพิ่มเติม ให้เป็นไปตามที่หลักเกณฑ์กำหนดและผลต่างของจำนวน ราษฎรระหว่างเขตเลือกตั้งไม่ควรเกิน ร้อยละ 10 จากนั้นให้ปิดประกาศรูปแบบการแบ่งเขตใหม่ ระหว่าง 7-16 ก.พ. เมื่อครบกำหนดเวลาระยะเวลาให้นำความเห็น และข้อเสนอแนะมาประกอบการพิจารณา และรายงานมายังสำนักงานกกต.อย่างช้าภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้

“รูปแบบการแบ่งเขตที่ 5 จังหวัด ดำเนินการมานั้น ไม่ได้ผิด เพราะจังหวัดแบ่งโดยคำนึงถึงความเป็นอำเภอ ชุมชน จึงไม่มีการแบ่งหรือผ่าอำเภอออกไป แต่กกต.เห็นว่าควรคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ผลต่างของจำนวนราษฎรแต่ละเขตเลือกตั้งไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของจำนวนเฉลี่ยต่อส.ส.1 คนในจังหวัดนั้นเป็นสำคัญก่อน ส่วนการเสนอเรื่องมาให้ กกต.พิจารณาเคาะว่าจะใช้รูปแบบใดยังอยู่ในระยะเวลาที่สำนักงานฯวางแผนไว้คือภายใน 20-28 ก.พ.” นายแสวง กล่าว

5 จังหวัดที่สำนักงาน กกต.สั่งให้แบ่งเขต เลือกตั้งใหม่ รวม 66 เขตเลือกตั้ง ดังนี้ กทม. 33 เชียงใหม่ 11 ชลบุรี 10 สมุทรปราการ 8 และปัตตานี 4

วิปเตือนภท.อย่าทำรบ.เสียหาย
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การประชุมวิปรัฐบาลวันนี้ได้ขอสมาชิกให้ร่วมประชุมรัฐสภา 7-8 ก.พ.นี้ การประชุมสภา 9 ก.พ. ซึ่งจะพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญของรัฐบาล คือ ร่างพ.ร.บ.ราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ (ฉบับที่…) พ.ศ… และร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่….) พ.ศ… รวมถึง ร่างพ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 พ.ศ… ซึ่งพรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ จึงไม่มีเหตุผลใดที่พรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ร่วม เป็นองค์ประชุม กรณีไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายควรใช้วิธีออกเสียงไม่เห็นด้วย

เมื่อถามกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุ ส.ส.ภท.จะใช้เอกสิทธิ์ไม่ร่วมประชุมสภา รวมถึงญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 เพราะชนวนขัดแย้งจากร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ… นายชินวรณ์กล่าวว่า ตนย้ำที่ประชุมวิปรัฐบาลว่า สภามีเวลาประชุมเพียง 3 ครั้ง วาระร่างกฎหมายของรัฐบาล รวมถึงญัตติตามมาตรา 152 ส่วนร่างกฎหมายกัญชาเป็นร่างกฎหมายที่พรรคการเมืองเสนอ เทียบเท่าร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก. การประมง ซึ่งส.ส.อาจเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยได้ จึงไม่มีเหตุผลไม่เข้าประชุม หากใช้เกมไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมเพื่อทำให้สภาเปิดอภิปรายไม่ได้ จะเป็นความเสียหายกับรัฐบาล เท่ากับรัฐบาลหนีการตรวจสอบ

ก้าวไกลดักคอหนีซักฟอก
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทินยังไม่แสดงความชัดเจนว่า ส.ส.ภท. จะเข้าร่วมเป็นองค์ประชุมในการอภิปรายทั่วไปหรือไม่ ว่า แม้การอภิปรายครั้งนี้ไม่มีการลงมติ แต่สังคมโดยทั่วไปรับรู้ว่าจะมีเนื้อหาไม่แตกต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ที่พุ่งเป้า ไปที่รัฐมนตรีแต่ละคน การที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคจะไม่มาเป็นองค์ประชุม ประชาชนคงคิดว่าฟังไม่ขึ้น ขอให้ไตร่ตรอง ให้ดีเพราะใกล้เลือกตั้งมากแล้ว

การหนีไม่เป็นองค์ประชุมเพื่อไม่ให้เปิดอภิปรายได้ ไม่เคารพกติกาและวิถีทางของรัฐสภา ถ้ารัฐมนตรีมั่นอกมั่นใจใน ผลงานตัวเอง และมั่นใจว่าการทำงานตรงไป ตรงมา ก็ไม่มีอะไรที่ต้องเกรงกลัวการอภิปรายของฝ่ายค้าน การหนีไม่เป็นองค์ประชุม จึงไม่มีเหตุผล ที่ฟังขึ้นได้ นอกจากหนีการถูกแฉและหนีการถูกเปิดโปง เพราะกลัวเสียคะแนนเมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง

เปิดตัว – พรรคเพื่อไทยเปิดตัว ผู้สมัคร ส.ส.กทม. 3 คนสุดท้าย ได้แก่ ‘อ๋อม’ สกาวใจ พูนสวัสดิ์ เขตสะพานสูง-ประเวศ, นายเอกภาพ หงสกุล เขตสายไหม และ น.ส.กมลพัฒน์ ปุงบาง กระดี่ เขตบางขุนเทียน เมื่อวันที่ 6 ก.พ.

พท.เปิดผู้สมัครกทม.ครบ 33 เขต
เวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรค นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และผอ.ศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งส.ส. นายภูมิธรรม เวชยชัย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รองหัวหน้าพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายวราวุธ ยันต์เจริญ กลุ่มงานบริหารพื้นที่ กทม. ศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคพท.รวมทั้ง ส.ส. กทม.ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์ จะสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จันทบุรีและ กทม.พรรคพท.

นพ.ชลน่านกล่าวว่า พท.ภาคภูมิใจเปิดตัวผู้ประสงค์จะสมัคร ส.ส.จันทบุรี และกทม.อีก 3 คน ทำให้ กทม.เปิดตัวครบทั้ง 33 เขตแล้ว

อ๋อมสกาวใจ-น้องปวีณาแจม
นายประเสริฐกล่าวว่า พท.ขอเปิดตัว ผู้ประสงค์สมัครส.ส.ภาคตะวันออก 2 คน และ กทม.อีก 3 คน ได้แก่ จันทบุรี 2 คนคือ 1.นายวันทิตย์ ตั้งรักษาสัตย์ 2.นายนิติรุจน์ ศิระวิเชษฐ์กุล ส่วน กทม. 3 คน ได้แก่ 1.น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ กทม. เขตสะพานสูง ประเวศ 2.นายเอกภาพ หงสกุล กทม. (น้องชายนางปวีณา หงสกุล ประธาน มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี) เขตสายไหม 3.น.ส.กมลพัฒน์ ปุงบางกระดี่ กทม. เขตบางขุนเทียน

นางพวงเพ็ชรกล่าวว่า พื้นที่ กทม.พรรคมีความพร้อมทุกด้าน ได้แก่ 1.ความพร้อมด้านผู้สมัครครบทั้ง 33 เขต ทั้ง ส.ส.ปัจจุบันและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ล้วนมีความรู้ความสามารถ ลงพื้นที่ต่อเนื่อง 2.ความพร้อมเรื่องนโยบาย 3.ความพร้อมของพท.ในการเป็นรัฐบาล ขอโอกาสพี่น้อง กทม.และทั้งประเทศ ใช้สิทธิ์ร่วมกันพลิกฟื้นประเทศ เลือกพท.ให้แลนด์สไลด์ เราจะก้าวข้ามอดีต ร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศไปด้วยกัน

อ๋อมลั่นไม่ได้มาเพื่อแพ้
ด้าน น.ส.สกาวใจกล่าวเปิดใจถึงการเข้าร่วมงานกับ พท.ว่า ถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ ที่ตนออกมาคอลเอาต์ พูดถึงปัญหาตลอดซึ่งเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ จากปัญหาต่างๆ จึงตัดสินใจลงมาทำงานการเมืองเพื่อแก้โครงสร้าง ที่ต้องเป็นพท. เพราะตนแสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องเป็นประชาธิปไตย เข้าถึงปัญหา ยึดโยงเรากับประชาชน พท.ชัดเจนในส่วนนี้ และเห็นผลงานมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ตอบโจทย์ ประชาชน คิดนโยบายแล้วทำได้จริง

ส่วนเมื่อประกาศตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แล้ว จะรับงานด้านการบันเทิงหรือไม่นั้น งานไหนรับได้ก็จะรับและยังตอบไม่ได้ อนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร หากตนได้เข้ามาเปลี่ยนให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยเต็มใบได้ว่าถือว่าคุ้ม การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อใคร ทำเพื่อตนเองเพราะอยากอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ใช่ประเทศกำลังพัฒนา แต่ตราบใดที่รถถังยังออกมาเพ่นพ่าน แบบนี้จะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้ “การมาครั้งนี้อ๋อมไม่ได้มาเพื่อแพ้ มาเพื่อชนะกับปัญหาทุกอย่าง เรามั่นใจในตนเอง มั่นใจในทีมงาน และมั่นใจในพรรค”

เปิดตัว – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้อนรับนายฉลอง เรี่ยวแรง นางเจริญ เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคพลังประชารัฐ และน.ส.ปารมี เรี่ยวแรง บุตรสาว ที่มาเปิดตัวเข้าร่วมงานและเป็น ผู้สมัครส.ส.นนทบุรี ทั้ง 3 คน ที่พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 6 ก.พ.

ภท.เปิดตัวตระกูลเรี่ยวแรง
เวลา 11.50 น. ที่ทำการ ภท. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ต้อนรับ นายฉลอง เรี่ยวแรง นางเจริญ เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และน.ส.ปารมี เรี่ยวแรง บุตรสาว มาเปิดตัวเข้าร่วมงาน กับภท.

นายอนุทินกล่าวว่า ทั้ง 3 คนจะเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เราดีใจมากที่นำครอบครัวเรี่ยวแรงมาร่วมงานกับภท. เมื่อจะส่งผู้สมัครส.ส.นนทบุรี ครบทั้ง 8 เขตหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อได้นายฉลองและนางเจริญ มาร่วมงานการบริหาร จัดการหรือการนำเสนอผู้สมัครคนอื่นๆ พรรคจะมอบความรับผิดชอบให้พิจารณา เราเชื่อมือซึ่งกันและกัน เมื่อถามว่า มั่นใจจะปักธงที่จ.นนทบุรีได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านมาทั้งบ้าน ถือเป็นความ รับผิดชอบซึ่งกันและกัน พรรคต้องเต็มที่ ต้องรับผิดชอบทุกวิถีทางให้ทั้งหมดได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ฉลองมั่นใจปักธงได้
นายอนุทินกล่าวว่า การหารือร่วมกับครม.สัปดาห์ที่ผ่านมา รับทราบจากนายกฯ ว่า การขอความร่วมมือจาก กกต. เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้ง คาดว่าจะเสร็จช่วง สิ้นเดือนก.พ. จากนั้นคงพร้อมยุบสภา เราเคารพการตัดสินใจ ถือเป็นความดีงามของนายกฯ ที่แจ้งกำหนดการคร่าวๆ ต่อหัวหน้าพรรคต่างๆ เพื่อเตรียมตัวให้เกิดความเรียบร้อยที่สุด

ด้านนายฉลองกล่าวว่า ตนยื่นความจำนงเข้าเป็นสมาชิกภท. ซึ่งมีนโยบายที่โดนใจ ตนเป็นคนเก่าแก่เจตนารมณ์จึงตรงกับพรรค เรื่องการคงไว้ของมาตรา 112 สิ่งที่ครอบครัวตัดสินใจมา เพราะทุกอย่างที่ ภท.ทำชัดเจน และการเลือกตั้งครั้งนี้ ใช้บัตร 2 ใบ จึงมั่นใจว่าจะปักธงได้

เนื้อหอม – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามโครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อน ที่บ้านป่าเหลื่อม ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีชาวบ้านกว่าพันคนมาต้อนรับ หลายคนรุมเข้าหอมแก้มด้วย เมื่อวันที่ 6 ก.พ.

ป้อมยิ้มร่า-ชาวขอนแก่นบอกรัก
เวลา 10.30 น. ที่วัดสายราษฎร์บำรุง บ้านป่าเหลื่อม ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อน พร้อมอาคารประกอบ (ระยะที่ 1) อ.เมืองขอนแก่น นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าฯ ขอนแก่น พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ด้วย โดยมีประชาชนกว่า 1,000 คน ต้อนรับ นำผ้าขาวม้าคาดเอวให้ มีการถือป้ายต้อนรับ ให้กำลังใจ และบอกรักลุงป้อม ทำให้พล.อ.ประวิตรมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา

นายไกรสรกล่าวรายงานเสร็จ ยังได้ขอบคุณรองนายกฯ ที่อนุมัติงบดำเนินโครงการด้านการบริหารจัดการน้ำในขอนแก่น ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น งบกลาง งบประมาณตามแผนงานบูรณาการฯ ซึ่งโครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อน ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่กรมชลประทานสนับสนุนงบ 350 ล้านบาท ระหว่างปี 2564-2567

เจอทั้งกอดหอม-เบะปากใส่
ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวทักทายชาวขอนแก่นเป็นภาษาอีสานว่า “ซำบายดีบ่อ” ถ้ายังดำรงตำแหน่งอยู่จะไม่ทำให้ขอนแก่นแล้ง ส่วนการพัฒนาพื้นที่แก่งน้ำต้อนก้าวหน้าไปมาก รัฐบาลพยายามจัดงบ ให้ทุกหน่วยงานนำไปแก้ไขปัญหาแล้ง การบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภคมีความ สำคัญมาก หน้าแล้งนี้ทุกพื้นที่ห้ามแล้งเด็ดขาดแล้วต้องป้องกันน้ำท่วมด้วย ขอนแก่นห้ามน้ำท่วมในเขตเมืองหรือเขตเศรษฐกิจเด็ดขาด แต่ต้องเก็บกักน้ำให้เพียงพอ ต่อการเกษตร รัฐบาลมีเป้าหมายแก้ปัญหาเดือดร้อนให้ประชาชน ในอนาคตประชาชน ต้องไม่มีความเดือดร้อนเรื่องแล้ง รัฐบาลจะสร้างรากฐานความแข็งแรงให้ประชาชน อยู่ดีมีความสุข

จากนั้น รองนายกฯ เดินเข้าพบปะประชาชนที่มารอต้อนรับ โดยประชาชนบางคนเข้ามากอดหอม แต่มีบางคนเบะปากใส่

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า พอใจกับโครงการแก้มลิงแก่งน้ำต้อน เป็นอย่างมากและจะเร่งให้เสร็จภายในปี 2568 ส่วนที่ชาวบ้านต้องการให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ต้องเลือกดิ ต้องเลือก”

ทำทันที – นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พบปะประชาชน และผู้นำชุมชน โดยมีว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ต้อนรับ เพื่อรับฟังปัญหาขยะ ปัญหาประมง เร่งแก้น้ำเน่าจากขยะ ล้นเมืองทันที ไม่ต้องรอหลังเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 6 ก.พ.

ตกบ่ายลุยชัยภูมิ
เวลา 15.30 น. ที่ศาลากลางจ.ชัยภูมิ พล.อ.ประวิตรประชุมร่วมกับนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับทราบปัญหาน้ำท่วม เกิดจากน้ำหลากพื้นที่ลาดชัน ก่อให้เกิดสภาพน้ำล้นตลิ่ง จากนั้นเดินทางต่อไปยังโครงการก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร ด้วยเทคโนโลยีวัสดุปูบ่อกักเก็บน้ำด้วยยางพารา ณ บ้านกุดโง้ง ต.บุ่งคล้า อ.เมือง และตรวจติดตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ อ่างเก็บน้ำบ้านเพชร อ.ภูเขียว ที่ขุดลอกเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำให้มากขึ้น รองรับการขาดแคลนน้ำ

ก่อนเดินทางกลับได้พบปะประชาชนที่มาต้อนรับเพื่อขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำอย่างได้ผลและมีความยินดีที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 เพื่อสานต่องาน ช่วยคนอีสานต่อไป

เลื่อนคิวตู่ปราศรัยโคราช 18 กพ.
รายงานจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เผยว่า หลังจากก่อนหน้านี้ที่มี การเสนอให้จัดเวทีปราศรัยครั้งที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพล.อ.ประยุทธ์ ในเวทีรวมไทย สร้างชาติสู่อีสาน วันที่ 18 ก.พ.นี้ ล่าสุดกิจกรรมดังกล่าวถูกเลื่อนออกไปก่อน จะมีการประชุมหารือเพื่อกำหนดในภายหลัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน