ผอ.รพ.ยื่นขอ-ระบุเหตุ วิกฤต-เสี่ยงเสียชีวิตได้
ศาลพิจารณาแล้วมีเหตุสมควรปล่อย ‘ตะวัน-แบม’ ผู้ต้องหา 112 โดยไม่มีเงื่อนไข หลังผอ.ร.พ. ธรรมศาสตร์ฯ ยื่นคำร้องระบุอาการวิกฤตอาจเสียชีวิตได้จากการอดอาหาร แต่เมื่อครบกำหนดปล่อยชั่วคราวแล้วให้มารายงานตัว ต่อศาล ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิ มนุษยชน ยื่นคำร้องเร่งด่วนต่อคณะทำงาน ‘ยูเอ็น’ ว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ กรณี ‘ตะวัน-แบม’ ส่อละเมิดกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง ที่ไทยเป็นรัฐภาคี
เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ศาลอาญา ผอ.ร.พ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ยื่นคำร้องต่อศาลขอปล่อยชั่วคราวในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน นักศึกษาและนักกิจกรรม จำเลยคดีหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เเละข้อหาอื่นๆ โดยผอ.ร.พ. ธรรมศาสตร์ อ้างถึงสถานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในสถานพยาบาลที่ได้รับมอบตัวผู้ต้องควบคุมภายใต้อำนาจศาลไว้ดูแล และได้รับมอบหมายจากกรมราชทัณฑ์ขอปล่อยชั่วคราวจำเลย ซึ่งรายงานถึงสุขภาพของจำเลยที่อดอาหารและน้ำ
คำร้องระบุถึงอาการของจำเลยว่า มีภาวะคีโตนในเลือดสูงมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานกรองของเสียของไตลดลงอย่างมาก อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ ร.พ.เห็นว่าจำเลยอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะแก่การควบคุมตัวระหว่างพิจารณา และสุขภาพร่างกายอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างยิ่ง จึงขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนหมายขัง และให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี โดยไม่มีเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ในเรื่องการสันนิษฐานจำเลยเป็น ผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษา และหลักการการควบคุมผู้ต้องหา หรือจำเลย ให้ทำได้ เท่าที่จำเป็นเพื่อมิให้หลบหนี ซึ่งจะทำให้การรักษาตัวและฟื้นฟูสภาพร่างกายของจำเลยทำได้สะดวก และลดเงื่อนไขที่อาจจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยอยู่ในความดูแลรักษาของร.พ.ที่ผู้ร้องเป็นผู้ควบคุมดูแลอยู่ เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นนายแพทย์รายงานว่าจำเลย อยู่ในภาวะวิกฤตอาจเสียชีวิตได้ ประกอบกับการเข้าเยี่ยมจำเลยจากบุคคลใกล้ชิด ในกรณีที่จำเลยยังอยู่ในความควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องเป็นไปตามระเบียบ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในการเยียวยาจิตใจของจำเลยขณะอยู่ในภาวะวิกฤต กรณีมีเหตุสมควรให้ออกหมายปล่อยจำเลยชั่วคราว มีกำหนดระยะเวลา 1 เดือน เมื่อครบเวลาปล่อยชั่วคราวแล้วให้จำเลยมารายงานตัวต่อศาล โดยให้ออกหมายปล่อยจำเลยในวันที่ 7 ก.พ.
ส่วนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวน.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม ตามที่ผอ.ร.พ.ธรรมศาสตร์ฯ ยื่นคำร้อง โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อความปรากฏตามคำร้องทำนองว่าจำเลยยืนยันปฏิเสธการรักษา และแจ้งความประสงค์ที่จะรับการรักษาจากร.พ.ภายนอก โดยยังคงไม่รับประทานอาหาร อาการโดยรวมของจําเลยเลวร้ายลงมากจนอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ เนื่องจากมีภาวะคีโตนในเลือดสูงมากขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานกรองของเสียของไตลดลงอย่างมาก จำเลยอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะแก่การควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดี และสุขภาพร่างกายอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างยิ่ง หากยังคงควบคุมตัวจำเลยเอาไว้มีโอกาสที่จำเลยอาจเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวได้ สอดคล้องกับรายงานการตรวจสอบของ เจ้าหน้าที่ และหนังสือของทัณฑสถานหญิงกลาง ที่อ้างถึงแถลงการณ์ของร.พ.ธรรมศาสตร์ฯ
จึงน่าเชื่อว่าอาการเจ็บป่วยของจำเลยอยู่ในขั้นวิกฤต หากจำขังจำเลยต่อไปอาจจะถึงอันตรายแก่ชีวิต เช่นนี้การกำหนดเงื่อนในการปล่อยชั่วคราวใดๆ ในช่วงเวลานี้ จึงมิใช่สาระอันสำคัญ และจำเป็นยิ่งไปกว่าการคุ้มครองดูแลชีวิตของจำเลย ทั้งจำเลยเจ็บป่วยถึงขั้นเป็นอันตรายแก่ชีวิต โอกาสที่จำเลยจะก่อภัยอันตราย หรือสร้างความเสียหายหลังจากการปล่อยชั่วคราวจึงเป็นไปได้ยาก อีกทั้งจำเลยเคยได้รับการปล่อยชั่วคราวมาแล้วช่วงเวลาหนึ่ง และไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี เมื่อความปรากฏต่อศาลเช่นนี้ จึงเห็นควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน ออกหมายปล่อยจําเลย และกำชับให้จำเลยมาศาลตามที่นัดไว้แล้วด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ศาลอาญาพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา และจำเลย รวม 8 ราย กลุ่มทะลุแก๊ส แยกแต่ละคำสั่งดังนี้ นาย ท. ผู้ต้องหาชั้นฝากขัง คดีหมายเลขดำ ฝ.1367/2565 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อหาหนัก พฤติการณ์ร้ายแรงเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิด ศาลอุทธรณ์จึงไม่อนุญาตมาโดยตลอด เพราะเกรงว่าจะหลบหนี หรือก่อเหตุร้ายประการอื่นทำให้บ้านเมืองไม่สงบสุข จึงยังคงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
นาย พ. จำเลยที่ 3 คดีหมายเลขดำ อ.1266/2565 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อหาหนัก พฤติการณ์ร้ายแรงเกี่ยวกับวัตถุระเบิด เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสังคม หลักประกันเพียงคนรู้จักกับจำเลย ซึ่งง่ายต่อการละทิ้ง ศาลเคยไม่ให้ประกันมาแล้วหลายครั้ง จึงเกรงว่าจะหลบหนีหรืออาจจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองได้ จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
นาย ก. จำเลยที่ 1 และ นาย ค. จำเลยที่ 2 คดีหมายเลขดำ อ.1607/2565 ศาลพิเคราะห์แล้วสำหรับจำเลยที่ 2 ให้ผู้ร้องเสนอหลักฐานประวัติการศึกษา และการประกอบอาชีพของจำเลยที่ 2 เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแล้วจึงจะพิจารณาสั่งต่อไป
ส่วนนาย ค. จำเลยที่ 1 พิเคราะห์แล้วข้อหาหนัก พฤติการณ์ร้ายแรงเกี่ยวกับวัตถุระเบิดเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสังคม หลักประกันเพียงคนรู้จักกับจำเลยที่ 1 ซึ่งง่ายต่อการละทิ้ง ศาลเคยไม่ให้ประกันมาแล้วหลายครั้ง จึงเกรงว่าจะหลบหนี หรืออาจจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองได้ จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
นาย ว. จำเลยที่ 1 นาย พ. จำเลยที่ 2 นาย จ. จำเลยที่ 3 และนาย ณ. จำเลยที่ 4 คดีหมายเลขดำ อ.1841/2565 ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นควรให้สืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสี่ก่อนมีคำสั่ง โดยให้สืบเสาะในประเด็นการศึกษา การประกอบอาชีพของจำเลยทั้งสี่ก่อนเกิดเหตุ และพฤติการณ์แห่งคดีโดยรวม โดยให้เจ้าพนักงานคุมประพฤติรายงานผล สืบเสาะและพินิจต่อศาลภายใน 15 วัน
วันเดียวกัน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแจ้งว่าน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และน.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม อนุญาตให้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยื่นคำร้องเร่งด่วน ต่อคณะทำงานสห ประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ เพื่อรายงานกรณีที่ทั้งสองถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา ขณะนี้ทั้งสองในวัยกว่า 20 ปี กำลังถูกจองจำและเฝ้าระวังอาการทางสุขภาพอย่างใกล้ชิด จากการอดอาหารและน้ำที่ร.พ.ธรรมศาสตร์ ภายใต้การควบคุมของกรมราชทัณฑ์
ศูนย์ทนายฯ ระบุว่าในคำร้องเร่งด่วนเห็นว่าการจับกุม และควบคุมตัวตะวันจากเหตุ เมื่อเดือนมี.ค.2565 เป็นการจับกุม หรือควบคุมตัวโดยอำเภอใจ ตามข้อ 9 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคี อีกทั้งการดำเนินคดีและการลิดรอนเสรีภาพของตะวันและแบม เป็นการละเมิดสิทธิในการพิจารณาคดีด้วยความยุติธรรม สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก และหลักการห้ามเลือกปฏิบัติ เพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางความคิดเห็นทางการเมือง และความเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามข้อ 14 ข้อ 19 และข้อ 26 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองเช่นกัน
โดยหนึ่งประเด็นสำคัญที่คำร้องเร่งด่วนเน้นย้ำคือ การควบคุมตัวใดก็ตามภายใต้มาตรา 112 และ 116 ประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14 พ.ร.บ.กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ถือว่าเป็นการควบคุมตัวโดยพลการ เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีความชัดเจนไม่เพียงพอ เป็นการให้ดุลพินิจ ผู้บังคับใช้กฎหมายมากจนเกินไปในการตีความตัวบทกฎหมาย ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถรู้ได้ว่าการกระทำใดผิด หรือไม่ผิดกฎหมาย ความไม่ชัดเจนดังกล่าวขัดต่อหลักความชอบด้วยกฎหมาย ข้อโต้แย้งนี้สอดคล้องกับความเห็นของคณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ ในกรณีอื่นๆ ที่ประเทศไทยได้ดำเนินคดี และควบคุมตัวบุคคลภายใต้กฎหมายดังกล่าว
คำร้องเร่งด่วนยังเน้นย้ำอีกว่า สิทธิในการประกันตัวเป็นสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้ข้อ 9 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เนื่องจากกติกานี้มิให้ถือเป็นหลักทั่วไปว่าจะต้องควบคุมบุคคลที่รอการพิจารณาคดี คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวก่อนหรือระหว่างพิจารณาคดี จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นเพื่อไม่ให้ผู้ต้องหา หรือจำเลยหลบหนี ป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหา หรือจำเลยไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหา หรือจำเลยไปกระทำความผิดซ้ำ คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวต้องเป็นไปตามหลักแห่งความจำเป็นเท่านั้น