ยื่นใบลาเกือบร้อยคน บ้านใหญ่ชลบุรีซบพท. กกต.ลั่น-ไม่ยื่นตีความ คำนวณสส.รวมต่างด้าว

ส.ว.เกือบร้อยคนแห่ลาประชุมร่วมรัฐสภา ขวางแก้ รธน.ฉบับเพื่อไทย เนื้อหาปิดสวิตช์ส.ว. โหวตเลือกนายกฯ ลั่นไม่ยอมให้ฝ่ายค้านหลอกด่าฟรี ‘บิ๊กตู่’ปิดประตูนิรโทษกรรม ลั่นกฎหมายต้องเท่าเทียม ‘บิ๊กป้อม’ ตรวจน้ำปทุมธานี ปลื้มชาวบ้านแห่รับ ลั่นจะไปทุกที่ที่ไม่เคยไป ดีเดย์เดินปราศรัยครั้งแรกเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พปชร.เปิดผู้สมัคร ส.ส.อีกล็อต 4 ภาค 38 คน ‘เสี่ยหนู’ โอด หัวเข่าด้าน เข้ากราบขอโทษนายกฯ เหตุ ลูกพรรคหาเสียงฟาดแรง บ้านใหญ่ชลบุรีมาตามนัด ยกโขยงซบพรรคเพื่อไทย ‘สนธยา’ โวแลนด์สไลด์ยกจังหวัด ‘รมต.เฮ้ง’จวกคนปั้นเรื่อง-สาดสีใส่ กกต.เมินยื่นตีความเอาคนต่างด้าวคำนวณแบ่งเขตเลือกตั้ง

‘บิ๊กตู่’ปิดห้องถก‘ชวน-พรเพชร’
เมื่อวันที่ 8 ก.พ. เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 1/2566 โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา นายพรเพชร วชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม หลังเสร็จประชุมพล.อ.ประยุทธ์ได้หารือนอกรอบกับนายชวน นายพรเพชร และนายวิษณุ กว่า 10 นาที โดยมีรายงานว่าพล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยถึงกรณีสภาล่มซ้ำซาก รวมทั้งร่างกฎหมายที่ยังคงค้างอยู่ในสภา

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายชวน ว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเป็นการพูดคุยกันถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ จะให้คุยเรื่องอะไรอีก ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกันถึงเรื่องสภาล่มหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ท่านก็บอกผม ซึ่งผมก็รับทราบและขอบคุณ ซึ่งผมพยายามเต็มที่ให้แล้ว”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เป็นการประชุมการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ วาระที่ 2 ซึ่งวาระแรกเราทำผ่านมาแล้ว โดย 5 ปีแรก มีความก้าวหน้ามาตามลำดับในหลายมิติด้วยกัน แต่ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้างในแผนรายละเอียดโดยเฉพาะวาระที่ 3 ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ผ่านการประเมินที่ตั้งไว้

“ถ้าจะบอกว่ายุทธศาสตร์ชาติมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ก็ดูแล้วกันว่า 5 ปีที่ผ่านมานั้นเราทำอะไรไปได้บ้าง ในหลายมิติด้วยกัน ทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการดูแลประชาชนทุกกลุ่มตามยุทธศาสตร์ 6 ด้านที่ได้กำหนดไว้ ทุกอย่างต้องสมดุลกัน ไม่ใช่ไปทำตรงนั้นให้มากกว่าตรงนี้ แล้วงบประมาณจะมีปัญหาไปหมด ต้องเฉลี่ยแบ่งปันไปให้ได้”

ลั่นดาลกม.นิรโทษกรรม
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) เตรียมข้อมูลให้นำไปชี้แจงในสภา ว่า ต้องเตรียมไว้อยู่แล้ว เขาพูดมาก็ตอบไป ซึ่งหลักการที่มีอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการสร้างความปรองดอง มีการพูดถึงเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่พูด ไม่เกี่ยวข้อง เรื่องการปรองดองไม่เกี่ยวกับ ตรงนั้น อันนั้นเป็นเรื่องกฎหมายก็ไปว่ากันเรื่องของกฎหมาย เรื่องของสภา การปรองดองของเราคือการสร้างความรัก ความสามัคคีใช่หรือไม่ และเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม มีหลักการอยู่เท่านั้น ฉะนั้นท่านจะทำอะไรก็ตามอย่าให้เกิดผลกระทบกับคนอื่น ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ และหน้าที่ ทุกคนเหมือนกันหมด เท่ากัน กฎหมายเดียวกัน”

ต่อข้อถามว่า พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เตรียมเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ถ้าได้เป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ลองเสนอเข้าไปก็แล้วกัน ผ่านได้หรือไม่ได้ผมไม่ทราบ กฎหมายนี้ถ้าจะนิรโทษกรรมเฉพาะคนบางกลุ่ม แล้วคนอื่นก็ต้องนิรโทษหมดทั้งคุกเลยมั้ง เพราะเป็นกฎหมายเดียวกัน ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมายนั้น ถ้าจะมาเลือกปฏิบัติมันไม่ถูก ผมไม่ได้ไม่ชอบใคร หรือเกลียดใคร เขาทำผิดกฎหมายเอง ทุกคนที่ทำผิดกฎหมายต้องยอมรับผิดตาม กระบวนการยุติธรรม ไม่เช่นนั้นก็อยู่กันไม่ได้ ทั้งโลกเขาอยู่กันแบบนี้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า อาจถูกมองว่าเป็นการจับมือระหว่างพรรคเพื่อไทย(พท.) และพปชร. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นี่ก็ถามแต่เฉพาะเรื่องการเมือง ตนไม่เกี่ยวข้องกับใครทั้งสิ้น แต่พูดถึงหลักการของการเป็นนายกฯ ต่อข้อถามว่าอาจมีการโยงไปถึงนายทักษิณ ชินวัตร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็คุณโยงเองไม่ใช่หรือ ผมไม่ได้พูดกับคุณเลย ไม่ได้ไปตอบเรื่องนู้น เรื่องนี้ ผมไม่ได้ตอบ เพราะไม่ควรจะผมถามแบบนี้”

นำทัพ‘รทสช.’บุกโคราช 25 ก.พ.
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทย สร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค พร้อมแกนนำพรรคและสมาชิกพรรคที่มีกำหนดการลงพื้นที่ และปราศรัยใหญ่อย่างแน่นอนในวันที่ 25 ก.พ.นี้ บริเวณลานจอดรถหน้าศาลากลางจังหวัด

การลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ และ รทสช. ยึดสโลแกน “นายกฯ ลุงตู่ ลูกอีสาน หลานย่าโม” มั่นใจว่าคนรักลุงตู่จะออกมาฟังการปราศรัยอย่างมืดฟ้ามัวดิน เป็นการปราศรัยใหญ่ของพรรคในครั้งแรกของภาคอีสาน จึงเลือกเมืองโคราชเป็นเวทีแรก เพราะเป็นประตูสู่อีสานและเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของนายกฯด้วย จากการที่ตนลงพื้นที่เตรียมการในโคราช เห็นบรรยากาศพี่น้องประชาชนให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคอย่างมาก จึงมั่นใจเลือกตั้งครั้งนี้ รทสช.จะได้ ส.ส.ยกจังหวัด ขณะเดียวกัน เวทีนี้จะเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัครของพรรคในโคราชและภาคอีสานด้วย

ฟุ้งกระแสภาคใต้ดีวันดีคืน
ด้านนายสุพล จุลใส หรือ ลูกช้าง อดีต ส.ส.ชุมพร แกนนำรทสช. เปิดเผยว่า กระแสตอบรับรทสช.และพล.อ.ประยุทธ์ ดีเกินคาด หลังจากที่พรรคไปเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ใน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เวลาที่ตนลงพื้นที่หาเสียงชาวบ้านพูดถึงแต่นายกฯ ลุงตู่ตลอดเวลา และเชียร์ว่า อยากให้ย้ายมาอยู่รทสช.ตั้งนานแล้ว เพื่อจะได้นำนโยบายของรัฐบาลมาขับเคลื่อนในพื้นที่ และสานต่อนโยบายที่ชาวบ้านโดนใจ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่ชาวบ้านเรียกบัตรลุงตู่ เรื่องนี้ชาวบ้านอยากให้ทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะชาวบ้านระดับฐานรากได้ประโยชน์โดยตรง

“ตระกูลจุลใสคลุกคลีกับชาวบ้านมานาน รู้ความต้องการของชาวบ้านเป็นอย่างดี การตัดสินใจย้ายมาอยู่รทสช.ครั้งนี้ ทำตามความต้องการของชาวบ้าน ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงมั่นใจว่า จ.ชุมพรจะได้ยกทีมทั้งจังหวัดทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ไม่ได้โม้ ถึงแม้จะมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ 2 เขต แต่ไม่น่ามีปัญหายกทีมได้แน่นอน เพราะกระแสนายกฯ ลุงตู่ยังอยู่ในใจชาวบ้าน” นายสุพลกล่าว

ลุยปทุมฯ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ตรวจติดตามการก่อสร้างสถานีสูบน้ำและอาคารประกอบ โครงการสถานีสูบน้ำถาวรปากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อ 8 ก.พ.

‘ป้อม’ลุยปทุมฯ-ลั่นจะไปทุกที่
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ปฏิเสธตอบคำถามถึงความพร้อมปราศรัย หาเสียงต่างจังหวัดครั้งแรกในวันที่ 13 ก.พ. ที่ จ.กาญจนบุรี พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี ทั้ง 5 เขต ซึ่งเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ทั้งหมด เนื่องจากอดีต ส.ส.พปชร.ทั้ง 4 คน ได้ย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย(ภท.)ยกทีม

รวมถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อ 7 ก.พ. ระบุมีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคของบประมาณไปใช้เรื่องสวัสดิการจำนวนมาก หมายถึงนโยบายเพิ่มเงินบัตรประชารัฐ 700 บาทของพปชร.หรือไม่ โดยพล.อ.ประวิตร ยิ้ม ไม่ตอบคำถาม

เวลา 13.40 น. ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี พล.อ.ประวิตร พร้อมนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ จ.ปทุมธานี และมอบนโยบายให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง มีนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ตัวแทนส่วนราชการในพื้นที่ เข้าร่วม อาทิ พล.ต.อ.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่หอประชุม โรงเรียนวัดเวฬุวัน ต.บางพูด อ.เมือง พล.อ.ประวิตร ตรวจติดตามแนวทางการพัฒนาคลองหมายเลข 3 จ.ปทุมธานี โดยมีว่าที่ผู้สมัครส.ส.ปทุมธานี พปชร. ทั้ง 7 เขต ได้แก่ นายเสวก ประเสริฐสุข เขต 1 นายนพดล ลัดดาแย้ม เขต 2 นายปรีชา ชื่นชนกพิบูล เขต 3 นายยุทธวัฒน์ หาญเกียรติกล้า เขต 4 นายวิรัช พยุงวงศ์ เขต 5 นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง เขต 6 น.ส.กฤษณา วงศ์คำ เขต 7 ได้เข้าไปไหว้ต้อนรับอย่าง พร้อมเพรียง โดยนายเสวกกล่าวว่า มาทั้งทีม พล.อ.ประวิตร ตอบกลับว่า “ขอให้ได้ทั้งทีม” นายเสวกบอกว่า ได้อยู่แล้วครับนาย

จากนั้น พล.อ.ประวิตร รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ และความคืบหน้าการพัฒนาคลองหมายเลข 3 เพื่อผลักดันให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวอีกแห่ง

เวลา 15.50 น. พล.อ.ประวิตรและคณะตรวจติดตามการก่อสร้างสถานีสูบน้ำและอาคารประกอบ โครงการสถานีสูบน้ำถาวรปากคลองรังสิต ประยูรศักดิ์ ที่หน้าวัด เทพสรธรรมาราม ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี และพบปะประชาชน ซึ่งชาวบ้านส่งเสียงเชียร์ดังลั่น “อยากให้เป็นนายกฯ”

พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ดีใจที่ประชาชนมาต้อนรับกันอย่างมากทุกจุดที่เดินทาง อาจจะเป็นเพราะว่าตนเป็นคนใหม่ พื้นที่ไหนที่ยังไม่เคยไปก็จะไป ส่วนเรื่องดีเบต ยังไม่รู้ และเห็นว่าในพรรค มีคนที่ชำนาญกว่าเยอะที่สามารถไปดีเบตได้

พปชร.เปิดผู้สมัคร 4 ภาค
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำการพปชร. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และนายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค ร่วมแถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. 4 ภาค จำนวน 38 คน ประกอบด้วย กรุงเทพฯ 5 คน ได้แก่ น.ส.สุชาดา เวสารัชตระกูล, นาวาอากาศเอกบัญชาพล อรัณยะนาค, นายภูวกร ปรางภร พิทักษ์, นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ (ฟิล์ม) และนายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล

ภาคกลาง 4 คน ประกอบด้วย สระบุรี นายอรรถพล วงษ์ประยูร เขต 2, น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ เขต 3, นายองอาจ วงษ์ประยูร เขต 4, กาญจนบุรี นางลำยอง ยิ้มใหญ่หลวง เขต 4

ภาคตะวันออก 2 คน ประกอบด้วย ระยอง นายกฤษฎา เอกกำลังกุล เขต 1 และจันทบุรี นายชรัตน์ เนรัญชร เขต 3

ภาคอีสาน 20 คน ประกอบด้วย บุรีรัมย์ นายนภดล อังคสุภณ, นายสุเทพ ใสงาม, นายปกรณ์ ทรงประโคม, นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย, นายบำเหน็จ ทิพย์อักษร, นายสมคิด สินไธสง, นายบรรจง ศรีหาบุญทัน, นายอิทธิศักดิ์ ปาทาน, นายเจษฎากร เขียนนิลศิริ, จ.สุรินทร์ นายเจ้าจอม เตียวเจริญโสภา, จ.ยโสธร นายธวัชชัย นิจพาณิชย์ เขต 1, จ.อุบลราชธานี นายจำลอง พรมสวัสดิ์ เขต 1, จ.มุกดาหาร นายวิริยะ ทองผา เขต 1, จ.สกลนคร นายชัยมงคล ไชยรบ เขต 4, จ.เลย นายจรูญ พาณิช เขต 1 นายสันติภาพ เชื้อบุญมี, จ.ร้อยเอ็ด นายเอกรัฐ พลซื่อ เขต 2 นางรัชนี พลซื่อ เขต 3, จ.อุดรธานี นายโกเมนทร์ ทีฆธนานนท์ เขต 1 นายชัยฤทธิ์ เขาวงศ์ทอง เขต 2

ภาคเหนือ 2 คน ประกอบด้วย เชียงใหม่ นางรัตนประภา ดิศวัฒน์ เขต 6, จ.ลำพูน พล.ต.ต.กริช กิติลือ เขต 2

ภาคใต้ 5 คน ประกอบด้วย ประจวบคีรีขันธ์ นายสมพงษ์ ทั่งศรี เขต 3, จ.สงขลา นายญาณพง เพชรบูรณ์ เขต 2 นายธีรพงษ์ ดนสวี เขต 5 นายอดิสัณห์ ชัยวิวัฒน์พงศ์ เขต 8 และ จ.พัทลุง ดร.พลกฤษณ์ คล้ายวิตภัทร เขต 2

ป้อมไปปราบศัตรูพ่าย 14 ก.พ.
นายวิรัชกล่าวว่า ขณะนี้เรามีว่าที่ผู้สมัครที่ผ่านการอบรมกับพรรคแล้วกว่า 300 คน ซึ่งวันศุกร์ที่ 10 ก.พ. พรรคจะเปิดนโยบายเพิ่มเติมอีก หลังจากครั้งแรกเปิดนโยบาย เพิ่มเงินบัตรพลังประชารัฐ 700 บาท จนเรียกติดปากกันทั่วไทยว่า “ป้อม700” หลังจากนี้ตนจะขยายถึงวิธีทำให้ “ป้อม700” ไปอยู่ในใจประชาชนให้ได้ ทั้งนี้ วันที่ 13 ก.พ. พรรคจะปราศรัยใหญ่ที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี ขณะที่ 14 ก.พ. จะเดินปราศรัยครั้งแรกที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนทุกคนรวมพลังส่งความรักไปยังชาวกรุงเทพฯ

มีคำถามว่าป้อมไปปราบใครที่ศัตรูพ่าย ซึ่งไม่ได้ปราบใคร แต่เราจะปราบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นี่คือความตั้งใจของพปชร. ไม่ว่าความยากจน ปัญหาแล้ง จึงเป็นที่มา “มีป้อมไม่มีแล้ง” ดังนั้น อะไรที่เป็นปัญหาประชาชนก็เป็นศัตรูของพรรค จึงเป็นที่มาป้อมจะปราบให้ศัตรูพ่าย

ร่วมอาลัย – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมพิธีรดน้ำศพ นางพจนีย์ ณ ป้อมเพชร มารดาคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.

‘หนู’โอดหัวเข่าด้าน-ขอโทษตู่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าภท. ให้สัมภาษณ์กรณีนำ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการ ภท. เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์เพื่อขอโทษที่ลูกพรรคปราศรัยพาดพิง ว่า เป็นการไปกราบขอโทษท่าน เราเป็นหัวหน้าพรรค เมื่อลูกพรรคพูดพาดพิงในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องไปพูด ภท.มีแนวทางชัดเจนว่าการลงพื้นที่หาเสียงปราศรัย ห้ามไปแตะเรื่องของพรรคอื่น หรือสิ่งที่ไม่ใช่เป็นเจตนารมณ์ของพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์) คงมัน ฉะนั้นเมื่อมีการพาดพิงนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคต้องไปกราบขออภัยนายกฯ

“ถ้าไปพูดถึงพรรคอื่นผมก็ต้องไปขอโทษหัวหน้าพรรคอื่นหรือคนที่ถูกพาดพิงอีก ผมก็บอกไปแล้วว่า โอ้โห! ผมเข่าด้านเลยนะ เมื่อวานนี้ ปกติรอยตะเข็บกลีบกางเกงผมจะแหลมเปี๊ยบ แต่เมื่อวานตรงเข่าทู่เลย ซึ่งสมาชิกพรรคคงไม่มีใครอยากให้หัวหน้าพรรคกางเกงไม่สวยอีก หลังขอโทษและเรียนชี้แจงแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ก็เข้าใจ ท่านเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว ท่านยังบอกว่าอ้าว! เหรอ! มาเรื่องอะไร ถ้าเราทำเรื่องไม่สมควรก็ต้องขอโทษผู้ใหญ่ เพราะถือว่าผมเป็นผู้น้อย” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามกรณีให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยคิดร้ายกับนายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นการส่งสัญญาณจับมือทางการเมืองในอนาคตหรือไม่ นายอนุทินปฏิเสธว่า ไม่ใช่เลย เราพูดในสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เรื่องทางการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

จัดทีมไปกาญจน์-นครปฐม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 10-11 ก.พ. นายอนุทิน พร้อมแกนนำพรรค จะลง พื้นที่พบปะชาวบ้านและจัดเวทีปราศรัยใน 2 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี และนครปฐม พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.

โดยวันที่ 10 ก.พ.ไป จ.กาญจนบุรี เวลา 15.45 น. ขึ้นรถแห่พบปะประชาชน จากนั้นสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แล้วเดินทางไปวัดไชยชุมพลชนะสงคราม พระอารามหลวง (วัดใต้) กราบสักการะรูปหล่อพระวิสุทธิรังษี (หลวงปู่เปลี่ยน) และกราบพระเทพปริยัติโสภณ (เจ้าคุณปัญญา) เจ้าอาวาส เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี จากนั้นไปลงเรือที่ท่าเรือวัดใต้ ล่องแม่น้ำแม่กลอง ผ่านบ้านลิ้นช้างเข้าสู่แม่น้ำแควใหญ่ แวะทักทายชาวเรือ ชาวแพที่ท่าเรือเทียบแพแควใหญ่ (เกาะรัตนกาญจน์) ก่อนขึ้นปราศรัยใหญ่ในเวลา 17.45 น. ที่ลานอเนกประสงค์ สะพานข้ามแม่น้ำแควเปิดตัวว่าที่ส.ส.กาญจนบุรี ทั้ง 5 เขต

ส่วนวันที่ 11 ก.พ. ไป จ.นครปฐม เวลา 13.00 น. นายอนุทิน เข้าสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ และกราบขอพรพระร่วงโรจนฤทธิ์ เยี่ยมชมพระราชวังสนามจันทร์ ถวายสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เยี่ยมชมอนุสาวรีย์ย่าเหล พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เวลา 16.00 น. นายอนุทินเปิดเวทีปราศรัย นำเสนอนโยบายพรรค พร้อมเปิดตัวนายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม เขต 4

‘ชัยชนะ’โต้ข่าวเมืองคอนทิ้งปชป.
ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นคร ศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า จากกระแสข่าวว่า ส.ส.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. ทั้ง 9 คน จะย้ายไปอยู่พรรคอื่น ยืนยันไม่ย้ายพรรคไปไหน จะลงสมัครรับเลือกตั้งกับ ปชป. ตนอยากเรียกร้องไปยังทุกพรรคให้ยุติการปล่อยข่าวที่ไม่สร้างสรรค์เช่นนี้ เพราะถือเป็นการใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้าม และยังเป็นการทำร้ายประชาชนด้วย

เมื่อถามถึงกระแสข่าว นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ส.ส.ระยอง รองหัวหน้า ปชป.ดูแลภาคกลาง จะย้ายไปอยู่พรรคอื่น นายชัยชนะกล่าวว่า เรื่องนี้นายสาธิตยืนยันว่าจะยังอยู่กับ ปชป. ไม่ได้ย้ายไปไหน ส่วนวันที่ 20 ก.พ. นายสาธิตจะประกาศอย่างไรก็เป็นสิทธิของนายสาธิต แต่ปัจจุบันยืนยันที่จะอยู่กับ ปชป.

บ้านใหญ่ – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค แถลงเปิดตัวนายสนธยา คุณปลื้ม นำสมาชิกกลุ่มบ้านใหญ่ ที่จะลงสมัครเลือกตั้งส.ส.ชลบุรี มาสังกัดพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 8 ก.พ.

บ้านใหญ่ชลบุรีเข้าซบพท.
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รองหัวหน้าพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี ทั้ง 12 คน ประกอบด้วย 1.นายสนธยา คุณปลื้ม 2.นางสุกุมล คุณปลื้ม 3.น.ส.สุภีพันธุ์ หอมหวล 4.นายฉัตรชัย อั้งลิ้ม 5.นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ 6.นายแมน อินทร์พิทักษ์ 7.นายเชาวลิตร แสงอุทัย 8.นายพนธกร ใคร่ครวญ 9.นายสัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์ 10.นายเดชา จันทร์เล็ก 11.นายสงกรานต์ ภาชนะ 12.นายชาญยุทธ เฮงตระกูล

นพ.ชลน่านกล่าวว่า ยินดีที่ได้รับสมาชิกใหม่ซึ่งเป็นสมาชิกเก่าเราด้วย ขอบคุณนายสนธยา ที่มาร่วมงาน เราเคยร่วมงานกันมาแล้วในปี 2548 สมัยพรรคไทยรักไทย เชื่อมั่นว่าในการเลือกตั้งปี 2566 ชาวชลบุรีจะเทคะแนนให้เราแลนด์สไลด์ วันนี้มีสมาชิกมาร่วมงาน 12 คน จะสมัครส.ส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและเขต มั่นใจผู้สมัครของเราโดยการนำของนายสนธยามีความเข้มแข็ง เข้าใจประชาชนเป็นอย่างดี ประกอบกับนโยบายและว่าที่แคนดิเดตนายกฯ จะทำให้เรานำไปสู่เป้าหมายแลนด์สไลด์ได้

‘เสี่ยแป๊ะ’โวทวงคืนยกจังหวัด
ด้านนายสนธยากล่าวว่า ทีมชลบุรีกลับมาร่วมงานกับ พท.อีกครั้งเนื่องจากเห็นว่านโยบายที่พรรคประกาศ ได้รับฟังจากประชาชน มีนโยบายครอบคลุมทุกความต้องการของประชาชน เชื่อมั่นการเลือกตั้งครั้งนี้ พท.จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนแบบแลนด์สไลด์ ทำให้ไทยก้าวไปสู่ประเทศที่สามารถแข่งขันได้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวถามว่าทีมชลบุรีมั่นใจจะกวาด ส.ส.ครบทั้ง 10 เขตหรือไม่ นายสนธยากล่าวว่า มั่นใจเพราะสิ่งที่เคยทำงานหรือผลงานของ พท.ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมทั้งผู้สมัครของเราทำให้เชื่อมั่น มั่นใจจะแลนด์สไลด์ทั้ง 10 เขต ต่อข้อถามว่าจะทวงคืนพื้นที่ทั้งหมดจากกลุ่มบ้านใหม่ที่ไปอยู่กับพรรคนายกฯ ได้หรือไม่ นายสนธยากล่าวว่า เดิม จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่บ้านใหญ่อยู่แล้ว ด้วยผลงานของทีมชลบุรีช่วงที่ผ่านมาทำให้มั่นใจ การจะทวงคืนชัดเจนอยู่แล้วเพราะเดิมก็เป็นพื้นที่ของเรา ครั้งนี้ก็เช่นกันทีมชลบุรีจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ทั้ง 10 เขต

เมื่อถามว่านายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม น้องชาย ที่อยู่พปชร.จะตามมาร่วมงานกับ พท.ด้วยหรือไม่ นายสนธยากล่าวว่า พี่น้องทุกคนในบ้านพูดคุยกันตลอด ความเห็นพี่น้องคือเราจะมาพท. นายอิทธิพลขณะนี้ยังปฏิบัติหน้าที่ รมว.วัฒนธรรม มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ทำงานร่วมกับนายกฯ ได้เป็นอย่างดี คงอยู่ไปจนกว่าจะครบวาระ เราไม่แยกกันแน่นอน ไม่แตกกันไปไหน

‘รมว.เฮ้ง’จวกคนปั้นเรื่อง-สาดสี
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้ารทสช. อดีตส.ส.ชลบุรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า อย่าได้เสวนากับคนที่ให้ข้อมูลบิดเบือนทำร้ายเรา เนื่องจากมีพี่ๆ น้องๆ ที่เห็นการให้ข้อมูลที่บิดเบือน ในพื้นที่และรู้สึกเป็นห่วงผมได้ส่งภาพและเสียงมาให้ดู แต่ผมก็ติดภารกิจหลายอย่าง จึงคิดว่าปล่อยผ่านดีกว่าเอาเวลาทำงานมาดูเพราะเรารู้ว่า (อีกแล้ว) เขาทำเพื่ออะไร ที่ผ่านมาผมคิดว่าไม่เป็นไปตามเนื้อข่าว แล้วเดี๋ยวเรื่องก็ผ่านไป

ผมอยากให้นักการเมืองเป็นที่น่าเคารพ นับถือด้วยตัวตนของเราทุกคน เรามาช่วยกันเปลี่ยนการเมืองให้มีเกียรติ มีความภาคภูมิใจกันดีกว่า การที่เราหาเสียงทำการเมืองแบบบิดเบือน ปั้นเรื่อง ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ สาดสีใส่กัน มีแต่ทำให้ประชาชนเอือมระอากับการเมือง กับนักการเมือง เราพูดความจริง สิ่งที่จับต้องได้กันดีกว่า

จุดกำเนิดของผม ถึงแม้เป็นแค่ลูกของคนใช้แรงงาน แต่ผมก็ภาคภูมิใจและเชื่อว่าผมเป็นคนกตัญญูรู้คุณตามที่ได้รับการสั่งสอนมาจากคุณพ่อ คุณแม่ของผม (ด้วยท่านชอบเข้าวัดทำบุญ นับถือพุทธ)

ตัวผมในช่วงวัยรุ่นก็เป็นเด็กวัยรุ่นที่หลุดนอกกรอบไปบ้าง แต่ผมได้รับการสั่งสอนมาเสมอและยังคงปฏิบัติตามนั้น ใครที่เราต้องเคารพ นับถือ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอย่างไรเราก็ต้องเคารพ เฉกเช่น พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ผู้ที่มีพระคุณ แต่หากบางคนมิได้เป็นคนเหล่านั้นแล้ว กลับให้ข้อมูลบิดเบือน ทำร้ายเราตลอดเวลา เราก็อย่าไปเสวนาด้วย แต่มองเขาด้วยความเมตตา จิตภาวนาให้เขาเพื่อให้หลุดพ้นซึ่งกันและกัน พร้อมติดแฮชแท็ก แม่ทัพอัลไซเมอร์

ฆ่าเผด็จการ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมแกนนำพรรคขึ้นเวทีปราศรัยร่วมกับว่าที่ผู้สมัครส.ส. เรียกร้องให้ช่วยจับปากกาฆ่าเผด็จการ ท่ามกลางประชาชนผู้สนับสนุนจำนวนมาก ที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 8 ก.พ.

‘เจ๊หน่อย’ปลุกปชช.ไล่เผด็จการ
ที่ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และแกนนำพรรค ขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมเปิดตัวนายโอภาส พรหมโคตร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 อุดรธานีมีประชาชน แกนนำคนเสื้อแดง จ.อุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง เข้ารับฟังกว่า 5,000 คน

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า จ.อุดรธานี เป็นเมืองหลวงประชาธิปไตย ทุกคนเป็นคนที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ในการต่อสู้กับเผด็จการ ซึ่งตรงกับหลักการของทสท. ที่ประกาศอย่างชัดเจนว่าขอยืนอยู่บนหลักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เป็นที่เหยียบยืนให้เผด็จการทุกรูปแบบ ที่ยึดอำนาจไปจากมือประชาชนด้วยปลายกระบอกปืน ดังนั้นทสท.ขอประกาศเชิญชวนประชาชนมาร่วมกันสร้างประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริงด้วยการเริ่มต้น แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ให้เป็นประชาธิปไตย ด้วยปากกาของประชาชนไม่ใช่ปลายกระบอกปืน

โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เข้าไปทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับดังกล่าวของทสท.ได้ส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้ว แม้พรรคยังไม่มี ส.ส.แม้แต่คนเดียว เพราะยังไม่ได้ลงเลือกตั้งก็ตาม เปรียบ เสมือนทสท.ได้นำรถไปจอดที่สภาแล้ว รอเพียงคนขับคือส.ส. ของพรรค ที่จะเข้าไป ขับเคลื่อนให้กฎหมายผ่านสภาให้สำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีบูธของทสท. เปิดให้ลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่อยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว โดยเชิญชวนประชาชนร่วมกันลงชื่อสนับสนุนให้ได้ 50,000 รายชื่อเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

รวมแผ่นดินเคาะ‘บิ๊กโป๊ป’นั่งหน.
วันเดียวกัน พรรครวมแผ่นดิน (รผด.) จัดประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 หลังจาก พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ลาออกจากหัวหน้าพรรค ไปรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพปชร. ซึ่งก่อนหน้า ดร.คมสัน พันธุ์วิชาติกุล โฆษก และคณะกรรมการบริการ(กก.บห.) รผด. ยื่นใบลาออกจากพรรค ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เช้าวันที่ 24 ม.ค.2566 จากนั้นไปเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางพลัด-บางกอกน้อย พปชร. ในเย็นวันเดียวกัน

ด้าน น.ส.กชพร เวโรจน์ หรือ มาดามหยก ประธานที่ปรึกษาพรรค และหัวหน้าภาคเหนือ รผด. กล่าวว่า การประชุมวันนี้มีการเปลี่ยนกก.บห.ชุดใหม่ทั้งหมด โดยที่ประชุมมีมติเลือก พล.อ.ชัชชัย ภัทรนาวิก หรือ บิ๊กโป๊ป เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ และมีการปรับเปลี่ยนกฎกติกา ข้อบังคับพรรค ด้านนโยบายให้มีความเข้มข้นขึ้น สอดรับกับสถานการณ์ของบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นทหารสมัครใจ จะมีเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ยกระดับมาตรฐานทหารให้สูงขึ้นเทียบต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.อ.ชัชชัย เตรียมทหารรุ่น 21 เคยเป็นอดีต ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) และน้องรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

‘วิษณุ’ยันนายกฯไม่หารือยุบสภา
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ.ประยุทธ์ หารือถึงเรื่องวันยุบสภาหรือไม่ว่า ไม่มี ไม่เคย นายกฯ ไม่หารือใครทั้งนั้น วันนี้เพิ่งวันที่ 8 ก.พ. ยังอีกหลายวันกว่าจะสิ้นเดือน เพราะถึงอย่างไรภายในเดือนก.พ.นี้ไม่ยุบสภาอยู่แล้ว จึงไม่มีอะไรต้องรีบเร่งหารือกันในเร็ววันนี้ ขั้นตอนคือ 1.ยกร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภา 2.ทูลเกล้าฯ ถวาย 3.ลงพระปรมาภิไธยลงมาแล้วก็ประกาศ

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากยุบสภาแล้วเป็นรัฐบาลรักษาการ ในการลงพื้นที่ของนายกฯ สำนักโฆษกสำนักนายกฯ จะสามารถถ่ายทอด ภารกิจนายกฯ ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทำได้ ถ้าไปในฐานะของนายกฯ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยืนยันว่าห่วงเพียงอย่างเดียวคือการใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ แต่ถ้าใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยชอบ เช่น เป็นนายกฯ ก็ไปในนามนายกฯ จะได้ประโยชน์อะไรบ้างก็เป็นธรรมดา เรายุบสภากันมาแล้วหลายครั้ง มีรักษาการมาแล้ว และระหว่างนั้นก็ลงพื้นที่กันทุกครั้ง เป็นเรื่องธรรมดา เพราะยังต้องรักษาการนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรค ต้องไปหาเสียงช่วยลูกพรรค ก็ต้องทำไป

“คนเป็นรัฐบาลจะได้เปรียบอยู่แล้วโดยอัตโนมัติตรงนี้ ก็อย่าว่ากัน ยอมรับว่าเป็นการได้เปรียบอยู่ในตัว คุณมีต้นทุนอยู่ตรงนี้ เป็นอย่างนี้ทุกรัฐบาล แต่ถ้าในการหาเสียงแล้วไปใช้ทรัพยากรของรัฐ เห็นชัดเกินไป อย่างนั้นจะโดนจับผิด การใช้ทีมรักษาความปลอดภัย ใช้รถประจำตำแหน่งยังใช้ได้” นายวิษณุกล่าว

จับตาซักฟอก-ไม่มีองครักษ์ตู่
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมตอบการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตาม มาตรา 152 ในวันที่ 15-16 ก.พ.ว่า รัฐบาลให้สำนักงานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (คกก.ป.ย.ป.) เป็นคนจัดเตรียมข้อมูลจากทุกกระทรวง แต่ถึงเวลาจริงรัฐมนตรีคงมีความชำนาญที่จะตอบเองได้ เป็นการเตรียมข้อมูลในแง่ตัวเลข แต่เวลาพูดอาจจะไม่ได้ใช้ข้อมูลก็ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีปัญหาเรื่องสภาล่มหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าล่มตอนอภิปราย ถือว่าจบการอภิปรายแล้ว ถ้าล่มวันแรกเลย ถือว่าจบการอภิปราย เพราะถือว่าอภิปรายแล้ว ถ้า 15 ก.พ.ไปได้ถึงบ่ายสามโมง แล้วเกิดมีมือดียกมือขอนับองค์ประชุม ถ้าไม่ครบ ประธานบอกว่า 1.พรุ่งนี้มาต่อ หรือ 2.ได้อภิปรายกันแล้ว แต่องค์ประชุมไม่ครบ แสดงว่าไม่มีใครติดใจจะอภิปรายแล้ว ก็จบ เพราะการอภิปรายคือเปิดโอกาสให้คนสงสัยได้ถาม เมื่อคุณจะถามคุณก็ต้องอยู่ แต่ถามไปๆ แล้วถึงเวลา คุณไม่มีอะไรจะถามแล้ว ไม่อยู่ แปลว่าไม่มีอะไรจะถาม ก็จบ

นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พปชร ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 จะมีการตั้งองครักษ์พิทักษ์พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ว่า ครั้งนี้เป็นการอภิปรายเพื่อชี้แนะรัฐบาลในการบริหารประเทศ ซึ่งจะชี้แนะได้อย่างไร เพราะเหลือเวลาแค่เดือนเดียว ชี้แนะมา 4 ปีแล้วยังไม่พอ น่าจะเป็นการหลอกด่านายกฯ และตีหัวเข้าบ้านมากกว่า จึงขอให้ประชาชนจับตาดูให้ดี ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายนอกประเด็นหรือวกไปวนมา เสียดสี ตนก็มีหน้าที่ใช้ข้อบังคับบอกฝ่ายค้านว่าไม่ถูกต้อง คิดว่าเป็นเรื่องเดิมๆ แล้วเอามาพูดใหม่ ไม่ต้องมีองครักษ์ นายกฯ ตอบได้อยู่แล้ว

กกต.เมินยื่นตีความจำนวนราษฎร
ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการ เลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนำจำนวนราษฎรที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยมาคำนวณ จำนวนส.ส.และแบ่งเขตเลือกตั้งว่า ยืนยันว่ากกต.ปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 86 บัญญัติไว้ ว่าให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งผู้อำนวยการทะเบียนกลางได้ประกาศจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2566 มีทั้งบุคคลที่มีสัญชาติไทยและไม่มีสัญชาติไทย ถ้าพิจารณาถ้อยคำที่ใช้จะเห็นว่าให้เอาจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรมาพิจารณา ซึ่งกกต.ได้ยึดหลักการนี้ในการแบ่งเขตมาโดยตลอด

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงว่าจะมีการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความคำว่าราษฎร ซึ่งจะมีผลต่อการแบ่งเขตเลือกตั้งหรือไม่ นายอิทธิพรยืนยันว่าเราทำตามที่กฎหมายเขียนไว้ ว่าให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศ ต่อข้อถามว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เห็นว่าควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อเป็นบรรทัดฐาน นายอิทธิพล กล่าวว่า สิ่งที่เราพิจารณาเป็นไปตามข้อกฎหมายแล้ว เมื่อถามว่าหมายความว่ากกต.จะไม่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามที่นายวิษณุ เสนอใช่หรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า เวลานี้เราไม่ได้คิดอย่างนั้น

กทม.เร่งแบ่งเขตเพิ่ม
นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวถึง กรณีที่ กกต. สั่งให้ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กกต.กทม.อยู่ระหว่าง แบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มอีกประมาณ 1-2 รูปแบบ โดยจะใช้เวลาดำเนินการภายใน 1-2 วัน จากนั้นจะเผยแพร่ให้ประชาชนและนักการเมืองได้แสดงความคิดเห็นเป็นเวลา 10 วัน ส่วนรูปแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 5 รูปแบบ ยังคงอยู่และอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น หลังรับฟังความเห็นแล้วจะส่งให้ กกต.กลางพิจารณา

กกต.กทม.เดินตามทีละข้อ การแบ่งเขต ไม่ได้คำนึงถึงแค่จำนวนราษฎรเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายเรื่องประกอบการพิจารณาทั้งเรื่องการคมนาคม เดินทางสะดวก ถ้ากรณีพื้นที่หรืออำเภอมีประชากรน้อย สามารถเพิ่มหรือลดจำนวนประชากรได้ โดยพยายามให้แต่ละพื้นที่มีส่วนต่างของประชากรให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ส่วนกรณีที่กกต.สั่งให้มีการแบ่งเขตเพิ่มเติม ไม่ได้หมายความว่าการแบ่งเขต 5 รูปแบบที่กกต.กทม.ดำเนินการนั้นไม่ถูกต้อง เพียงแต่ให้ไปแบ่งเขตเพิ่มเติม ซึ่งกกต.ระบุว่าต้องแบ่งเขตไม่ให้หนีไปจากกฎหมายกำหนด

รัฐสภาถกแก้รธน.-ปิดสวิตช์ส.ว.
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภานัดพิเศษ มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการกระชุม พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช… (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 ให้นายกฯ ต้องเป็นส.ส. และยกเลิกมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ที่มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้า พท. กับคณะเป็นผู้เสนอ

นายชวน กดออดให้สมาชิกเข้าห้องประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 น. ผ่านไป 1 ชั่วโมงครึ่ง มีสมาชิกเข้าประชุมเพียง 277 คน จากทั้งหมด 665 คน แบ่งเป็น ส.ส. 234 คน และส.ว. 43 คน ยังไม่ครบองค์ประชุม 333 คน ขาดอีก 56 คน

กระทั่งเวลา 10.45 น. ส.ส.ฝ่ายค้านทั้ง พท.และพรรคก้าวไกล(ก.ก.) ได้หารือในที่ประชุม และตำหนิส.ว. ที่ไม่เข้าร่วมประชุม จึงคิดว่าการประชุมวันนี้จะมีการเล่นเกมเรื่ององค์ประชุมหรือไม่ เพราะเป็นการตัดอำนาจของส.ว. การไม่ยอมมาประชุมถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

องค์ประชุมล่มตามคาด
เวลา 11.10 น. นายชวน แจ้งว่าขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อ 342 คน ถือว่าองค์ประชุมครบจึงขอเปิดประชุม แต่ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระ ได้พิจารณาญัตติของนายสมชาย แสวงการ ส.ว. เลขานุการคณะกรรมการประสานงาน(วิป) วุฒิสภา ที่เสนอไว้ตั้งแต่ 25 ม.ค. ขอให้ลงมติว่าการประชุมรัฐสภานัดพิเศษถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมหรือไม่ เนื่องจาก ส.ว.ไม่มีส่วนรู้เห็น โดยนายชวนใช้เวลารอสมาชิกแสดงตนเป็นองค์ประชุมเกือบ 1 ชั่วโมง พร้อมระบุว่า เวลา 12.00 น. ตนจะแจ้งว่าใครลาบ้าง และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) มีประชุมกี่คณะ

กระทั่งเวลา 12.00 น. นายชวนได้แจ้งที่ประชุมว่า ขณะนี้กมธ.ที่ประชุมช่วงเช้า 10 คณะ ได้พักการประชุมแล้วและเลิกประชุมเพื่อมาลงชื่อแสดงตนเป็นองค์ประชุม โดยวันนี้ ส.ส.แจ้งลา 15 คน ที่ไม่แจ้งก็อีกเรื่อง ส่วนส.ว.ลา 95 คน จากนั้นนายชวน ปิดการแสดงตน ปรากฏว่ามีสมาชิกแสดงตน 308 คน ไม่ครบองค์ประชุม 333 คน และขอปิดประชุมในเวลา 12.02 น. ซึ่งการประชุมร่วมรัฐสภาล่มเป็นครั้งที่ 5 แล้ว จากการประชุมทั้งหมด 6 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2566

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนการเปิดประชุม พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง แจ้งกับส.ว.ให้งดการลงชื่อเข้าร่วมประชุมจนกว่าจะเปิดประชุมได้ และหลังประธานเปิดการประชุมได้แล้ว ให้มาลงชื่อ ทำให้จำนวนส.ว.ที่มาลงชื่อก่อนเปิดประชุมเพียง 52 คน และหลังเปิดประชุมจนปิดการประชุมมี ส.ว.มาลงชื่อร่วมประชุม 110 คน

ส.ว.ลา 95 คน-ปธ.จ่อนัดใหม่
นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า การที่องค์ประชุมล่มวันเดียวกันนี้ถือเป็นเรื่องตามปกติ ซึ่งมี ส.ว.ลาประชุมกว่า 90 คน ในข้อเท็จจริงแล้วองค์ประชุมวันเดียวกันนี้ต้องมีสมาชิก 333 คน แต่หลังจากเรียกสมาชิกรัฐสภาก็ได้สมาชิกเป็นองค์ประชุม รวม 309 คน จึงสั่งปิดการประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่าส.ว.ลาถึง 95 คน ถือเป็นเจตนาที่จะทำให้ไม่สามารถพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ฝ่าย ส.ว.ส่วนหนึ่งคงกังวลว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ด่าเขา จึงพยายามไม่ให้มีการพิจารณา สัปดาห์หน้าตนจะหารือกับประธานวุฒิสภา เพื่อกำหนดวันนัดประชุมร่วมรัฐสภาวาระปกติอีกครั้ง เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. … ตามด้วยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว

ด้านนายพรเพชร วชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา กล่าวว่า ปกติไม่มีส.ว.ลามากขนาดนี้ แต่วันเดียวกันนี้อาจมีอะไรเป็นพิเศษ ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าร่างกฎหมายแก่รัฐธรรมนูญตัดอำนาจส.ว.เลือก นายกฯ เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ ส.ว.ละทิ้งหน้าที่หรือไม่ นานพรเพชร ปฏิเสธว่าไม่มี แม้แต่ตนเองก็ไม่เคยละเว้นหน้าที่แม้แต่วันเดียว

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า จากการหารือเบื้องต้นกับวิป 3 ฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่า เห็นด้วยที่จะนำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติมาพิจารณาต่อในเวลาที่เหลืออยู่ โดยฝ่ายค้านก็รับว่า พร้อมที่จะเป็นองค์ประชุมทั้งที่ไม่เห็นด้วย จึงหวังว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวจะได้รับเข้าการพิจารณาในการอยู่ร่วมรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง เพราะยังพอมีเวลาจนถึงวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมนี้

‘กิตติศักดิ์-เลิศรัตน์’โวย‘ชวน’
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเป็นหนึ่งในส.ว.ที่ลาประชุมร่วมรัฐสภาวันนี้ สาเหตุที่ส.ว.ลาประชุมกันมาก เนื่องจากส.ว.ไม่พอใจการจัดประชุมร่วมรัฐสภานัดพิเศษที่ไม่ได้มีการหารือกับส.ว.ล่วงหน้า โดยนายชวน ใช้อำนาจประธานรัฐสภา จัดระเบียบวาระการประชุมนำเรื่องร่างพ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อมวลชน และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ มาแทนที่ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แบบปัจจุบันทันด่วน โดยที่ส.ว.ไม่มีส่วนร่วมตัดสินใจ แม้เป็นอำนาจประธานรัฐสภาที่ทำได้ แต่ส.ว.ส่วนใหญ่มองว่านายชวนทำไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ที่จะปิดสวิตช์ส.ว.ที่เป็นประเด็นการหาเสียงของส.ส.ถูกนำมาแทนที่ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ถือว่าไม่ถูกต้อง เรื่องกติกาการแก้รัฐธรรมนูญ ส.ว.จะทำอย่างไรก็โดนด่าอยู่ดี ดังนั้นถ้าอยากด่าก็เชิญด่าได้

ด้านพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภานัดพิเศษดังกล่าว นัดแบบเร่งด่วน ส.ว.เพิ่งทราบกันเมื่อ 1 สัปดาห์ แต่ส.ว.หลายคนมีภารกิจล่วงหน้าหมดแล้ว ทั้งการลงพื้นที่ตามโครงการ ส.ว.พบประชาชนตามภาคต่างๆ และภารกิจของกมธ.ชุดต่างๆ ภารกิจเหล่านี้ส่วนใหญ่จะตรงกับวันพุธ พฤหัสฯ และศุกร์ ซึ่งถูกวางโปรแกรมล่วงหน้าไว้เป็นเดือนๆ ทำให้ส.ว.หลายคนต้องใช้วิธีลาประชุมรัฐสภานัดพิเศษ

ส่วนที่มองว่าส.ว.ไม่พอใจการแก้รัฐธรรมนูญที่เสนอการปิดสวิตช์ส.ว. ทำให้ไม่มาร่วมประชุมนั้น พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ อาจมีส.ว.บางส่วนคิดเช่นนั้น จึงใช้วิธีไม่เข้าร่วมประชุม แต่ถึงแม้จะมีองค์ประชุมครบ ลงมติโหวตอย่างไรก็ไม่ผ่าน เพราะต้องมีเสียงส.ว.รับหลักการ 1 ใน 3 หรือ 84 คน ดูแล้วอย่างไรก็ไม่ผ่านอยู่ดี

“เรื่องแก้รัฐธรรมนูญพูดมาแล้วหลายครั้ง ก็ไม่ผ่าน ยังเสนอกลับมาอีก เพียงเพราะต้องการหาช่องทางพูดในสภา เพราะใกล้ช่วงเลือกตั้ง ขณะนี้เป็นช่วงปลายสมัยรัฐบาล ย่อมมีเกมการเมืองเกิดขึ้นมากเป็นพิเศษ อย่างการพิจารณากฎหมาย ถ้าฝ่ายใดไม่พอใจกฎหมายฉบับใด ก็ใช้วิธีไม่ร่วมประชุมหรือไม่ร่วมแสดงตน” พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว

‘สมชาย’ฉะแก้รธน.เกมฝ่ายค้าน
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะวิปวุฒิสภา กล่าวว่า การประชุมรัฐสภาล่ม และส.ว.ถูกโจมตีว่าเป็นต้นเหตุนั้น ไม่ใช่ว่าส.ว.ไม่ต้องการให้พิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเพราะเงื่อนไขเวลาและกระบวนการพิจารณานั้นไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จได้ทันภายในสมัยประชุมหรืออายุของสภาชุดปัจจุบัน เพราะต้องผ่านกระบวนการออกเสียงประชามติ และอาจต้องนำไปสู่การตีความของศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งการพิจารณาวาระดังกล่าวเป็นแค่เกมทางการเมืองที่พรรคฝ่ายค้านต้องการใช้เป็นประเด็นหาเสียงเท่านั้น

“การนำเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาพิจารณาปลายสมัยประชุมแบบนี้ มีเหตุผลเดียวเพื่อต้องการใช้เวทีรัฐสภาเพื่อด่าส.ว. เหมือนที่เคยทำตอนที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้ว แล้วใครจะให้ถูกด่าฟรี เมื่อฝ่ายค้านใช้เกมไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม เพราะไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่พิจารณา เมื่อส.ว.จะทำบ้างในเรื่องที่ไม่เห็นด้วย ทำไมถึงถูกต่อว่า” นายสมชายกล่าว

การประชุมร่วมรัฐสภาวาระพิจารณา ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฝ่ายค้านบอกว่าส.ว.ต้องรับผิดชอบเป็นองค์ประชุม ทำให้ส.ว.ต้องตามสมาชิก 180-200 คนมารักษาองค์ประชุม ทั้งที่ปกติหากฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายควรใช้วิธีการลงมติไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ใช้วิธีไม่กดบัตรแสดงตน จนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายปฏิรูปที่สำคัญ ไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จได้

พท.อัดสมาชิกวุฒิสภาตัวการ
เวลา 12.10 น. ที่รัฐสภา พท. นำโดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรค และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ร่วมแถลงกรณีที่การประชุมร่วมรัฐสภานัดพิเศษล่ม

นายสุทินกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะคราวนี้เป็นการประชุมวาระที่สำคัญที่สุด คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นที่ทราบว่าเป็นการพยายามทำให้ล่มซึ่งทำมาแล้ว 2 ครั้ง ในครั้งที่แล้ววาระดังกล่าวก็ถูกขัดขวางจากส.ว. ว่าเป็นการบรรจุวาระที่ไม่ถูกต้องบ้าง ไม่เชิญส.ว.ในการหารือบ้าง แต่คราวนี้นายชวนได้เชิญวิปทั้ง 3 ฝ่ายหารือกันก่อน แต่ท้ายที่สุดความพยายามที่จะทำให้การประชุมล่มก็ไม่เปลี่ยนไป กล่าวได้ว่า ล่มครั้งนี้เพราะส.ว.เป็นฝ่ายทำให้ล่ม มองเจตนาอื่นไปไม่ได้ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้กระทบโดยตรงกับส.ว. จึงคิดว่าส.ว.คงรับไม่ได้ จึงใช้วิธีนี้

ด้านนายจุลพันธ์กล่าวว่า ในช่วง 11.00 น. ซึ่งเป็นเวลาการเปิดประชุมมีส.ว.ลงชื่อเข้าประชุมเพียง 40 คนจาก 250 คน โดยบางส่วนมีการยื่นใบลาอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการลามากสุดในประวัติการณ์น่าจะประมาณ 70-80 คน ส่วนที่เหลืออาจจะมาแต่ไม่ร่วมแสดงตน เพราะประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ขวางอำนาจของท่านเอง ซึ่งพวกเราเข้าใจ

“เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ได้มีการต่อรองกันถึงขั้นฝ่ายค้านยินดีลดเวลาในการอภิปรายเหลือแค่ 2 ช.ม. เพื่อให้ลงมติได้ในช่วง 14.00 น. ของวันนี้ เพื่อที่ส.ว.จะได้ไม่อยู่ดึก เพราะหลายครั้งที่อยู่ดึกส.ว.จะมีปัญหาเรื่องการนอน เราก็พยายามที่จะจบการประชุมให้ได้โดยเร็ว แต่สุดท้ายส.ว.ไม่แสดงตน และไม่อยู่ในที่ประชุม ทำให้ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวของรัฐธรรมนูญ” นายจุลพันธ์กล่าว

ยันแก้กม.ยาบ้าพ้นสธ.แล้ว
วันที่ 8 ก.พ. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงร่างกฎกระทรวงครอบครองยาบ้าเกิน 1 เม็ดเท่ากับผู้ค้า หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขประชุมเห็นชอบไปแล้ว ว่า ขณะนี้ส่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบตามขั้นตอน จากนั้นจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบ ระหว่างนี้หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เห็นด้วย ก็ให้เป็นหน้าที่ของครม.ต่อไป ส่วนจะนำเข้าที่ครม.เมื่อใดไม่สามารถตอบได้ เพราะหมดหน้าที่ของกระทรวงแล้ว ขึ้นอยู่กับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน