สืบสวนนครบาล IDMB โชว์จับหนุ่มจอมตุ๋น ใช้ภาพนายตำรวจยศ ‘พ.ต.อ.’ เป็นโปรไฟล์เพจ พีท ท่าพระจันทร์ และผมจะลาก มึงเข้าคุก สร้างความน่าเชื่อถือหลอกให้มาซื้อพระเครื่อง วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง มีคนตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก เสียหายกว่า 2 ล้าน จากนั้นเปลี่ยนเพจไปหลอกซ้ำ ก่อนโดนรวบได้คาห้องพัก โรงแรมดังสระบุรี สารภาพหลอกขายกลุ่มต่างๆ 150 กลุ่ม ตรวจประวัติพบตั้งแต่ปี 62 ถูกจับฉ้อโกง 7 คดี

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุมนายเดโช ทองประเสริฐ อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ลงวันที่ 12 ม.ค.2566 ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยหลอกลวงโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยนำหมายค้นของศาลจังหวัดสระบุรีเข้าตรวจค้นและจับกุมได้ที่ห้องพัก เลขที่ 210 ชั้น 2 โรงแรมแห่งหนึ่ง ใน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 7 ก.พ.66

หลังชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ออกลาดตระเวนออนไลน์จนทราบถึงความเดือดร้อนจากประชาชน รวมทั้งมี ผู้เสียหายร้องเรียนผ่านเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” คนร้ายใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊กก่อเหตุ ชื่อบัญชี พีท ท่าพระจันทร์ โดยแอบอ้างใช้รูปตำรวจยศพ.ต.อ. นำมาประกอบใส่ชื่อ และใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “ผมจะลาก มึงเข้าคุก”

จากการสืบสวนพบว่าเป็นนายเดโชซึ่งเคยถูกจับกุมตัวแล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำ โดยเปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊กเพื่อกลับมาก่อเหตุ อาทิชื่อบัญชี Wisa Audtho (โจ๊ก พระประแดง), ไพรัช เซ็งปากน้ำ, Pee Mora Dok Thai, แจ๊ค ท่ามหาราช, เอก มรดกไทย, พีท ท่าพระจันทร์ และ ผมจะลาก มึงเข้าคุก โดยเฉพาะชื่อบัญชี ผมจะลาก มึงเข้าคุก นั้น คนร้ายนำภาพของข้าราชการตำรวจยศพ.ต.อ. ไปประกอบเข้ากับชื่อบัญชีม้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกเช่าบูชาพระเครื่อง วัตถุมงคล จนมี ผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก พล.ต.ต.ธีรเดชสั่งการให้นำหมายค้นของ ศาลจังหวัดสระบุรี เข้าตรวจค้นห้องพักในโรงแรมดังกล่าว ซึ่งเป็นสถานที่หลบซ่อนตัวของนายเดโช จับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนมีพฤติการณ์สร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอม โดยปัจจุบันขณะถูกจับกุมตัวยังคงก่อเหตุต่อเนื่อง โดยใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊กในการก่อเหตุ “พีท ท่าพระจันทร์” ซึ่งนำภาพของบุคคลอื่นมาตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ เพื่อโพสต์ขายพระและเครื่องราง วัตถุมงคล ในกลุ่มต่างๆ กว่า 150 กลุ่ม อาทิ กลุ่มเหรียญพรายกระซิบ วัดบรมสถล กลุ่มหลวงพ่อเดิมพระเครื่องและเครื่องราง กลุ่มชมรมวัตถุมงคล อจินไตย กลุ่มหลวงปู่ศักดิ์ หลวงปู่ญาท่านเสาร์ กลุ่มมีดหมอทุกสำนักทั่วประเทศ กลุ่มพญาครุฑทรงฤทธิ์ เพื่อผู้ศรัทธาพญาครุฑ กลุ่มชมรมคนรักหลวงปู่นอง ธมุมโชโต กลุ่มซื้อ-ขายกุมารทองทุกสำนัก กลุ่มศิษย์หลวงพ่อชำนาญ วัดชินวรารามวรวิหาร กลุ่มหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ และเกจิทั่วไป กลุ่มชมรมคนรักพระสมเด็จ กลุ่มศรัทธาเหรียญครูบาศรีวิชัย เป็นต้น โดยจะเข้าไปโพสต์หลอกเช่าบูชาพระเครื่องและวัตถุมงคลในราคาที่ถูกกว่าราคามาตรฐานที่ลงขายในกลุ่มพระเครื่อง วัตถุมงคลต่างๆ เมื่อมี ผู้สนใจก็จะให้ลูกค้าโอนเงินค่าวางมัดจำ มาก่อน จากนั้นผู้ต้องหาจะทำนิ่งเฉย ไม่ส่งวัตถุมงคลให้

โจรอาชีพ – ตำรวจ บก.สส. บช.น. จับกุมนายเดโช ทองประเสริฐ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหานำภาพ พ.ต.อ.ไปแอบอ้างสร้างความน่าเชื่อถือในเพจหลอกลวงขาย พระและเครื่องรางของขลัง ตรวจสอบพบถูกจับฉ้อโกงมาแล้ว 7 คดี แต่ยังมาก่อเหตุซ้ำอีก ที่โรงแรมใน จ.สระบุรี เมื่อ 8 ก.พ.

นอกจากนี้พฤติกรรมที่เป็นเหตุให้ออกหมายจับที่ถูกจับกุมตัว คือมีการนำภาพของข้าราชการตำรวจยศพ.ต.อ. มาทำเป็นภาพประกอบชื่อบัญชีม้าสำรองรับเงินที่หลอกได้จากผู้เสียหาย ในเฟซบุ๊กใช้ชื่อบัญชี “ผมจะลาก มึงเข้าคุก” ซึ่งมีการโพสต์หลอกเช่าบูชาพระเครื่องและวัตถุมงคลให้มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้ง ปรับลดราคาค่ามัดจำวัตถุมงคลให้มีราคาถูกลง เพื่อให้ลูกค้าสนใจ รีบโอนเงินค่ามัดจำเร็วขึ้น

จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ที่ผ่านมาผู้ต้องหารายนี้เคยถูกดำเนินคดีในความผิดเดียวกันนี้มาแล้ว 7 ครั้ง ประกอบด้วย ปี 2562 ถูกจับกุมข้อหา ฉ้อโกง ท้องที่สภ.พระนครศรีอยุธยา ถูกจับกุมข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ท้องที่สภ.ธัญบุรี ส่วนปี 2563 ถูกจับกุมข้อหาร่วมกันฉ้อโกง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ท้องที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ถูกจับกุมข้อหาตัวการในการกระทำความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถูกจับกุมข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ท้องที่สน.ทุ่งมหาเมฆ เดือนก.พ.2565 ถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงวันที่ 29 พ.ย.2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอม พิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ และร่วมกันฉ้อโกง นำส่งพงส.สภ. กมลาไสย เดือนเม.ย. 2565 ถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

แต่ยังไม่เข็ด หลังได้รับการพิจารณาโทษรอลงอาญาในความผิดล่าสุด เมื่อกลับออกมาใช้ชีวิตในสังคมก็ยังคงก่อเหตุในลักษณะเดิมซ้ำซาก ไม่สำนึกในความผิดที่ได้กระทำ โดยก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน ดำเนินคดี

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวเตือนภัยพี่น้องประชาชนว่า ในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนใช้สติ อย่าหลงเชื่อกลโกง หรือสินค้าที่มีราคาถูกเกินกว่าราคาและคุณภาพที่ควรจะเป็น เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้ความโลภ เห็นแก่ผลกำไรมาเป็นจุดล่อใจให้ประชาชนหลงกล ควรมีสติ วิเคราะห์ถึงพฤติกรรม กลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ เสนอขาย หรือชักชวนลงทุนในด้านต่างๆ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ช.ม.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน