ธรรมนัส-11สส.กลับพปชร.แล้ว 7ปชป.ไปรทสช.พท.จ่อเดินสายปราศรัยทั่วปท.
‘บิ๊กป้อม’ วางตัวแม่ทัพ ภาคสู้ศึกเลือกตั้ง มอบ ‘อุตตม’ ดีเบตเวทีเศรษฐกิจแทนหัวหน้าพรรค ‘ธรรมนัส’ พาก๊วนส.ส.เศรษฐกิจไทยอีก 11 คน ย้ายซบรังเก่า พปชร. ด้าน 7 ส.ส.นัด 27 ก.พ. ทิ้งปชป. เข้ามุ้งรวมไทยสร้างชาติ ‘อนุทิน’ แจงร่วมงานศพ ‘แม่คุณหญิงอ้อ’ แค่ไปแสดงความเสียใจ ปัดคุยการเมือง ‘อุ๊งอิ๊ง’ เพื่อไทยดีเดย์มี.ค. จัดทัพใหญ่เดินสายปราศรัย ทั่วประเทศ เลขาฯกกต.กทม.เปิดฟังความเห็นแบ่งเขต 8 รูปแบบ ชงผ่าเขตถึง 25 เขต รัฐมนตรีเทตอบกระทู้ ส.ส.เพื่อไทยฉีกทิ้งเอกสารเตรียมถามนายกฯ กลางสภา ตกเย็นสภาล่ม ทุบสถิติองค์ประชุมต่ำสุด 93 คน
‘บิ๊กป้อม’โชว์นโยบายที่ทำกิน-น้ำ
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความเคลื่อนไหวพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังเปิดนโยบายเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการ ประชารัฐ 700 บาทต่อเดือนให้กับประชาชน และพร้อมเริ่มทันทีหลังจากที่พปชร.เป็น แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้ง ครั้งหน้า เป็นนโยบายแรกไปแล้ว
ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ผู้บริหารและแกนนำที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำนโยบาย ได้เข้าประชุมเป็นการภายใน ที่ทำการพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมในการแถลงเปิดนโยบายพรรคเพิ่มเติม ในช่วงบ่ายวันที่ 10 ก.พ.นี้ นำโดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ผู้บริหารและแกนนำ รวมถึงนายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรี และสมาชิกพรรค ที่ดูแลพื้นที่จ.กำแพงเพชร โดยเข้ามาดูแลของนโยบายพรรค ร่วมด้วย โดยนโยบายที่จะแถลงต่อประชาชนเพิ่มเติม คือ เรื่องที่ดินทำกิน และการบริหารจัดการน้ำ
13 ก.พ.ลุยกาญจน์-‘ตู่’ไปสุราษฎร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร ในวันที่ 13 ก.พ. มีกำหนดการลงพื้นที่จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามโครงการน้ำบาดาลขนาดใหญ่ พร้อมมอบนโยบายและพบปะประชาชน ในช่วงบ่ายที่ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จากนั้นไปเจดีย์ยุทธหัตถี อ.พนมทวน และไหว้ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง บวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และถ่ายรูปบริเวณซุ้มประตูเมือง
ช่วงเย็น พล.อ.ประวิตรจะปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี พปชร. ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ เขต 1, นายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ เขต 2, พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ เขต 3, น.ส.ลำยอง ยิ้มใหญ่หลวง เขต 4,นายประเทศ บุญยงค์ เขต 5 ที่ลานอเนกประสงค์ บริเวณสะพานพระสังฆราช โดยเตรียมสถานที่รองรับประชาชนที่คาดว่าจะมารับฟังจำนวนมาก
ส่วนการพบประชาชนในกรุงเทพฯ วันที่ 14 ก.พ. เวลา 14.00 น.พล.อ.ประวิตรพร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และนางนฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ที่รับผิดชอบพื้นที่กทม.ลงพื้นที่ร่วมกับว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เริ่มจากวัดมังกรกมลาวาส(วัดเล่งเน่ยยี่) ไปถึงวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ก่อนไปจบที่ป้อมมหากาฬ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
ทั้งนี้ การลงพื้นที่จ.กาญจนบุรี ของพล.อ. ประวิตร ในวันที่ 13 ก.พ. เป็นวันเดียวกับที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลงพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี
‘ธรรมนัส’พาก๊วนคืนรังพปชร.
ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) และส.ส.ในกลุ่ม ที่เคยระบุจะมี ความชัดเจนว่าจะกลับพปชร.หรือไม่ ก่อน วันที่ 7 ก.พ. และก่อนหน้านั้นได้ส่งนาย บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) กลับมาก่อน
ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัสใช้วิธีให้คณะกรรมการบริหารพรรค ศท.มีมติขับพ้นพรรค โดยยังมีสถานะส.ส.อยู่ และต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วัน จากนั้นนำส.ส.ที่เหลือสมัครเป็นสมาชิก พปชร.เมื่อ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้แก่ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา นายสถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน น.ส. จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก นายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น
สำหรับส.ส.และนักการเมือง กลุ่ม สามมิตร แม้แกนนำทั้งสองคนยืนยันอยู่ พปชร.แต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย คนสนิทของนาย สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรค โดยจะไปลงสมัคร ส.ส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย (พท.) ส่วนนาย ภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร และนายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล อดีตส.ส.สุโขทัย และอดีต ผู้สมัครส.ส.สุโขทัย ได้ไปเปิดตัวกับ พท.แล้ว ส่วนนางพรรณศิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย น้องสาวนายสมศักดิ์ ยังอยู่กับพปชร.
‘วิรัช’ฟุ้งคนเข้าล้นพรรค
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องที่ ร.อ.ธรรมนัส และส.ส.ศท. ย้ายกลับมา พปชร. อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน หากทุกอย่างเสร็จสิ้น ร.อ.ธรรมนัส คงจะประกาศเอง หากร.อ.ธรรมนัส กลับมาเป็นสมาชิกพรรค คงดูแลรับผิดชอบภาคเหนือ
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่มีส.ส.พปชร.หลายคน เปิดตัวกับพท. นายวิรัชกล่าวว่า เป็นธรรมดาในช่วงนี้ พท.ก็มาเปิดตัวกับ พปชร. เรามี ผู้สมัคร ส.ส.แทนคนที่ไปหมดแล้ว ไม่ต้องห่วง ล้นจนไม่รู้จะล้นอย่างไร ล้นเกือบทุกจังหวัด ส่วนการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องตัวผู้สมัครทับซ้อน ก็น่าจะครบแล้ว ตอนนี้กำลังเคลียร์กันว่าใครจะลงเขตไหน
วางตัวแม่ทัพสู้ศึกเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร เรียกประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอย โดยมีพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานที่ปรึกษาพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค นางนฤมล ภิโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค น.ส.ตรีนุช เทียนทอง นายอภิชัย เตชะอุบล นายนิโรธ สุนทรเลขา นายสกลธี ภัททิยกุล นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เข้าร่วม ได้หารือถึงนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง
โดยพล.อ.ประวิตรมอบหมายให้นายอุตตม และนายวราเทพ ดูนโยบายพรรคและนโยบายเศรษฐกิจในภาพรวม นายมิ่งขวัญ ดูนโยบายเศรษฐกิจในด้านที่ถนัด และอยากให้ทยอยเปิดทุกสัปดาห์ รวมถึงมอบนายอุตตมดีเบต ในเวทีเศรษฐกิจ แทนหัวหน้าพรรค
สำหรับการเลือกตั้ง ได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบ ภาคเหนือตอนบน มีพล.อ.วิชญ์ และร.อ.ธรรมนัส ดูแล ภาคเหนือตอนล่าง นายสันติ นายวราเทพ นายนิโรธ ดูแล ภาคใต้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายนิพิฏฐ์ และนายอภิชัย ดูแล ส่วนอีสาน มีนายวิรัช และพล.อ.ธัญญา เกียรติสาร กก.บห.ดูแล ภาคกลางและภาคตะวันออก มี นายชัยวุฒิ และน.ส.ตรีนุช รับผิดชอบร่วมกัน ขณะที่กทม.มีนางนฤมลและนายสกลธี ดูแล และภาคตะวันตก มีนายสนธิรัตน์ ช่วยดูนโยบายเศรษฐกิจและการเลือกตั้ง
‘ทนายตั้ม’ทิ้งพท.-พบ‘สมศักดิ์’
วันเดียวกัน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ได้เข้าพบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. โดยระบุว่าได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิก พท.แล้ว จึงเดินทางมาเข้าพบเพื่อขอคำปรึกษาหารือทิศทางการเมืองว่าควรจะเป็นอย่างไร ต่อไป
ขณะที่นายสมศักดิ์ได้สอบถามนายษิทราว่า “จะออกไปไหน งานด้านการเมือง ไม่ควรหยุดเล่น เพราะเป็นคนมีความสามารถ หากทำงานในด้านนี้ จะช่วยเหลือประชาชน ได้ และพปชร.ยังเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจงานการเมืองอยู่ หากทนายตั้มสนใจและคิดว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี หากทนายตั้มมีโอกาสเป็นส.ส. น่าจะช่วยประชาชนได้เป็นจำนวนมาก”
นายษิทราระบุว่า “ขอกลับไปคิดทบทวนดูก่อน คาดว่าภายในสิ้นเดือนก.พ.นี้คงมี คำตอบ”
‘จุรินทร์’ลั่นปชป.พร้อมเลือกตั้ง
ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระบุว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ค.นี้ว่า ที่จริงก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ เพราะถ้าสภาอยู่ครบเทอมในวันที่ 23 มี.ค.ก็ต้องเลือกตั้งเดือนพ.ค.โดยประมาณอยู่แล้ว ถึงขั้นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ประกาศไปล่วงหน้าคร่าวๆ แล้วว่า ถ้าเลือกตั้งก็จะเลือกตั้งประมาณวันที่ 7 พ.ค. แต่ก็คลาดเคลื่อน ได้หมด ถ้ามีการยุบสภาก่อนครบวาระ การเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปตามนั้น อาจจะมีบวกลบ จึงอยู่ที่ว่าจะยุบสภาก่อนหมดวาระมากน้อยแค่ไหน
ในส่วนของปชป.พร้อมเลือกตั้ง และคิดว่าทุกพรรคการเมืองทราบสัญญาณอยู่แล้วว่าถ้ารัฐบาลอยู่ครบเทอมจะต้องประมาณไหน ถ้ายุบสภาก่อนจะยุบประมาณไหน ทุกพรรคคงเตรียม แต่พร้อม ไม่พร้อม ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคการเมือง แต่ยืนยันว่าปชป.พร้อมทั้งตัวบุคคล นโยบาย และระบบการบริหารจัดการภายในที่มีการเตรียมการมาล่วงหน้าแล้ว จะเห็นได้ว่าปชป.เป็นพรรคแรกๆ ที่มีการตั้ง ผู้อำนวยการเตรียมการเลือกตั้ง ก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าเราพร้อมที่จะเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง
7 ส.ส.ได้ฤกษ์ทิ้งปชป.-เข้ารทสช.
รายงานข่าวเปิดเผยว่า กลุ่มส.ส. ปชป. 7 คนที่จะย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เบื้องต้น ประกอบด้วย 1.น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช ลูกสาวนายมาโนชญ์ วิชัยกุล อดีต.ส.ส.นครศรีธรรมราชหลายสมัย 2.น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส. สุราษฎร์ธานี ลูกสาวนายชุมพล กาญจนะ อดีตส.ส.หลายสมัย ปัจจุบันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค 3.นายเจือ ราชสีห์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4.น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม 5.นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี 6.นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือ แม่เลี้ยงติ๊ก ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 7.นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ได้หารือร่วมกันและมีมติว่าจะยื่นใบลาออกจากส.ส.และสมาชิก ปชป. พร้อมกันในวันที่ 27 ก.พ. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมสภา ก่อนที่สภาจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 1 มี.ค. เป็นต้นไป
ที่ผ่านมา ส.ส.กลุ่มดังกล่าวจะลาออกเพื่อมาอยู่รทสช.ตั้งนานแล้ว เพื่อความชัดเจนในการหาเสียงล่วงหน้า แต่พล.อ.ประยุทธ์ ห้ามไว้ เนื่องจากไม่ต้องการให้กระทบต่อการทำงานของสภา และให้ทำงานในสภาให้เสร็จสิ้นไปก่อน เมื่อครบกำหนดปิดสมัยประชุมจึงพร้อมใจกันลาออก
สำหรับ ส.ส.ปชป.บางคน ที่ได้แสดงออกว่าจะย้ายไปสังกัดรทสช.แน่นอน 100% แล้วนั้น ในระหว่างการประชุมสภาได้เข้าไปถ่ายรูปกับป้ายชื่อรทสช. พร้อมกับส่งรูปที่ถ่ายให้กัน เพื่อยืนยันว่าจะย้ายไปแน่นอน อาทิ น.ส.รังสิมา นายอัครเดช และนายเจือ
ภท.เปิดตัว7ผู้สมัครปทุมธานี
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค เปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ทั้ง 7 เขต ประกอบด้วย นายนพพร ขาวขำ เขต 1 พล.ต.ต.วัฒนา วงศ์จันทร์ เขต 2 นายอนาวิล รัตนสถาพร เขต 3 น.ส.ณัฐธิดา เกียรติพัฒนาชัย เขต 4 นายพิษณุ พลธี เขต 5 นายเอกชัย ศรีสุข ชยะกุล เขต 6 และน.ส.พรพิมล ธรรมสาร เขต 7
นายอนุทินยืนยันว่า ไม่ว่าจะส่งผู้สมัคร ในเขตไหนก็มีความมั่นใจ เพราะผู้สมัครมีความใกล้ชิดกับประชาชน และได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง
ขณะที่ น.ส.ณัฐธิดาให้สัมภาษณ์กรณี ไม่ได้รับการคัดเลือกจาก พท. ให้ลงสมัครจึงย้ายมาภท. ว่า ตนตั้งใจลงสมัครส.ส.เขต 4 นครรังสิต บ้านเกิด และทำงานในพื้นที่มาตั้งแต่ก่อนเป็นส.จ. อยากเลือกพรรคที่ให้โอกาส จึงตัดสินใจเลือกภท. ซึ่งเล็งเห็นถึงความสามารถของตน คนพื้นที่ก็ตอบรับและอยากได้ส.ส.ที่เป็นคนในพื้นที่ จึงค่อนข้างมั่นใจ
พล.ต.ต.วัฒนาเปิดเผยว่า เป็นทีมงานของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ บิ๊กแจ๊ดนายกอบจ.ปทุมธานี ทำงานในฐานะที่ปรึกษาเกี่ยวกับด้านยาเสพติด และการมาสมัครเป็นสมาชิกภท. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไม่ได้ว่าอะไร ถือเป็นเอกสิทธิ์ เมื่อถามว่า อนาคตพล.ต.ท. คำรณวิทย์จะมาช่วยสนับสนุน ภท.หรือไม่ พล.ต.ต.วัฒนากล่าวว่า เรื่องในอนาคตไม่รู้ แต่ขณะนี้ท่านเป็นกลางอยู่
‘หนู’ยันไม่ได้คุยการเมืองกับ‘อิ๊ง’
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าภท. ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวในรายการมีเรื่อง Live ว่าขณะนี้ภท.ยังไม่ถือว่ามีจุดยืนประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้ฟัง การสัมภาษณ์ดังกล่าว ขอลองไปฟังก่อน บางทีการฟังปากต่อปากไม่สามารถไปพูดอะไรได้ พรรคการเมืองถือเป็นประชาธิปไตยทุกพรรค และการเลือกตั้งปี 2562 น่าจะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบแล้วภายใต้รัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการร่วมตั้งรัฐบาลในปี 2562 มีความหมายอย่างไร นายอนุทินกล่าวสวนทันทีว่า จะไปถามทำไม เราถามถึงอนาคตซิ อีก 3 เดือนน่าจะมีการเลือกตั้ง มองไปข้างหน้าดีกว่า เราเคยมีรัฐบาลทหาร คสช.รัฐประหารมาก็ทำให้เป็นรัฐบาลที่มีการตรวจสอบ มีระบบรัฐสภา เที่ยวหน้าก็เป็นการเลือกตั้งที่มีความเท่าเทียมใช้นโยบายแข่งขันจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ
ต่อข้อถามถึงการไปร่วมในพิธีรดน้ำศพ นางพจนีย์ ณ ป้อมเพชร มารดาคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยานายทักษิณ ชินวัตร ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม เมื่อวันที่ 8 ก.พ. และได้พบกับ น.ส.แพทองธาร ได้พูดคุยทางการเมืองหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ไปได้อย่างไร ยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการเมืองกับ น.ส.แพทองธาร เพราะอยู่ระหว่างเหตุการณ์ที่โศกเศร้าเสียใจ เราก็ต้องแสดงความเสียใจ ใจเย็นๆ
เพื่อไทยจัด 6 ผู้สมัครใต้-อีสาน
เวลา 12.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.พรรค และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว ผู้ซึ่งประะสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ภาคใต้และภาคอีสานรวม 6 คน ประกอบด้วย จ.สุราษฎร์ธานี ได้แก่ นายณัฐดนัย หิมทอง น.ส.ลีลาวัลย์ นุ้ยบุตร, จ.นครศรีธรรมราช ได้แก่ นายปรีชา แก้วกระจ่าง นางกฎชกร ราชรักษ์, จ.บึงกาฬ ได้แก่ นายนิพนธ์ คนขยัน, จ.ชัยภูมิ ได้แก่ นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัครวันนี้ ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์หลักที่จะทำให้พรรคเข้าสู่เป้าหมายแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน จากนี้ต้องไปผ่านกระบวนการสรรหาจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ถึงจะนำมาสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาก่อนจะเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของเราต่อไป ไม่เกินสิ้นเดือน ก.พ.จะประกาศตัว ผู้สมัครครบทุกเขต
ผู้สื่อข่าวถามถึงเขตบางแค กทม. ที่มีการติดป้ายผู้สมัคร ส.ส. 2 คนชนกัน นพ.ชลน่านกล่าวว่า กลไกการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัครของเราหลายคนอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่าจะประกาศตัวเป็นผู้สมัครหรือไม่ เพราะการแบ่งเขตใน กทม.ยังไม่ชัดเจน จึงยังมีลักษณะป้ายซ้อนทับกันได้ นอกจากนี้การประกาศตัวว่าที่ผู้สมัครบางพื้นที่และบางคนเราหวังว่าถ้า ไม่ได้ลงเขต ก็จะมอบหน้าที่ให้หาเสียงในระบบบัญชีรายชื่อ จึงอาจเป็นความสับสน ในบทบาทหน้าที่ของตัวเองบ้าง แต่ยืนยันจะไม่มีการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในพื้นที่
ด้าน น.ส.ธีรรัตน์กล่าวว่า ในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.บางแคที่ประกาศไปแล้วอย่างเป็นทางการคือ นายเกรียงไกร จงเจริญ ซึ่งรู้ปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี
มี.ค.ทัพใหญ่ปราศรัยทั่วปท.
นายประเสริฐกล่าวว่า ภายหลัง พท.เปิดตัวผู้สมัครครบทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง ในเดือนมี.ค.เป็นต้นไป พรรคเตรียมจัดทัพใหญ่เดินสายปราศรัย เพื่อพูดเรื่องนโยบายของพรรคกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ยืนยันว่าพรรคมีความพร้อมมากในการเลือกตั้งที่จะมาถึง มั่นใจว่าจะสามารถแลนด์สไลด์ได้ทั้งประเทศอย่างแน่นอน และขอยืนยันว่าจนถึงเวลานี้ พท.ไม่มีการดีลกับพรรคการเมืองอื่น ทุกอย่างจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งหากประชาชนให้โอกาส พรรคพร้อมที่จะพลิกโฉมประเทศไทยอย่างแน่นอน
สำหรับการทำงานในสภาปัจจุบันไปต่อ ไม่ได้แล้ว เพราะสภาล่มทุกสัปดาห์ แสดงให้เห็นว่าพรรครัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่เคยให้ความสำคัญกับการประชุมสภา ในส่วนของพท.ให้ความสำคัญกับการประชุมสภามาตลอด เนื่องจากรัฐธรรมนูญบังคับให้นำปัญหาของพี่น้องประชาชนต้องมาพูดคุยในที่ประชุมสภา เพื่อให้รัฐบาลรับไปแก้ไข การประชุมสภาจึงมีความสำคัญ หรื อแม้แต่การพิจารณากฎหมายสำคัญที่เป็นประโยชน์กับประชาชน รัฐบาลยังไม่ให้ความร่วมมือ แล้วอย่างนี้จะไปต่อได้อย่างไร หากเป็นรัฐบาลอื่นคงยุบสภาไปแล้ว
กกต.กทม.ชงผ่า 25 เขต
นายสำราญ ตันติพานิช ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.เพิ่มเติมตามคำสั่งเลขาธิการ กกต.แล้ว โดยเพิ่มเติม 3 รูปแบบ และจะเปิดรับฟังความเห็นพรรคการเมืองและประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10-19 ก.พ. การแบ่งเขตเลือกตั้งรอบนี้ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ใช้ค่ากลางจำนวนประชากร กทม. 166,513 คนต่อเขต แต่ใช้จุดเริ่มต้นใหม่ ภายใต้โจทย์ให้จำนวนราษฎรใกล้เคียงกันมากที่สุด
ขณะที่เดิม 5 รูปแบบแรก ดำเนินการโดยรวมอำเภอก่อน จึงต้องไปเริ่มจาก เขตพระนคร-สัมพันธวงศ์-ป้อมปราบศัตรูพ่าย เพราะจำนวนราษฎรไม่ถึงเกณฑ์ และหากอำเภอรวมแล้วเกินหรือขาด ก็ไปนำประชากรอีกพื้นที่ที่ติดต่อกันมาเติม หรือเอาออกได้ แต่ห้ามหั่นแขวงหรือตำบลออกจากกัน หลักการคมนาคมสะดวก ต้องมีประวัติเคยเป็นเขตเลือกตั้งมาก่อน จำนวนราษฎรใกล้เคียงกัน และรับฟังความเห็นจากประชากรและพรรคการเมือง
มีรายงานว่าการแบ่งเขตรูปแบบใหม่เพิ่มเติมนี้ มีการผ่าเขตออกถึง 25 เขต ด้วยโจทย์ที่ว่าให้ตัวเลขจำนวนประชากรใกล้เคียงกันและที่พื้นที่ติดต่อกัน และคาดว่า กกต.กทม.จะสรุปประมวลความเห็นและเสนอ กกต.พิจารณาช่วงปลายเดือนก.พ.นี้ ซึ่งอาจเข้าวาระพิจารณาของ กกต.เป็นจังหวัดสุดท้าย พร้อมกับจังหวัดเชียงใหม่และชลบุรี ก่อนประกาศเขตเลือกตั้งพร้อมกันทั้ง 400 เขตในราชกิจจานุเบกษา
เลขาฯกกต.แขวะคนปูดปมราษฎร
ที่โรงแรมทีเค. พาเลชแอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้ง (กกต.) จัดอบรมให้ความรู้ภาคีเครือข่ายประชาสัมพันธ์ระดับจังหวัด รุ่นที่ 4 พื้นที่ 26 จังหวัดภาคกลาง เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจในแนวปฏิบัติ กฎหมาย กฎ ระเบียบที่ปรับปรุงเปลี่ยนไป และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ถูกต้องเหมาะสมไปสู่ประชาชน และเพื่อเพิ่มจำนวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเพิ่มมากขึ้น ลดจำนวนบัตรเสีย
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ประธานในพิธีเปิดอบรม กล่าวว่า ใกล้เลือกตั้งทุกอย่างอยู่ในแผน อาจเร็วกว่าแผนไปด้วยซ้ำ ถือเป็นเรื่องที่ดี กกต.ทำงานตามกฎหมายแต่ไม่ได้ง่าย ไม่ได้ราบรื่น 2-3 วันที่ผ่านมา เจอเรื่องที่ต้องอธิบาย เรื่องราษฎร เรื่องการแบ่งเขต ซึ่งที่จริงเป็นข้อเท็จจริง แต่คนรอบข้างที่เกี่ยวข้องเอาไปอธิบายโดยมีแรงจูงใจทางการเมือง ทำให้คนสำคัญผิดทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงหลายประการ
อย่างคำว่า “ราษฎร” เป็นราษฎรตามกฎหมายทะเบียน ซึ่งหลังประกาศจำนวน ส.ส.พึงมีแต่ละจังหวัด เราเอาจำนวนราษฎรที่กระทรวงมหาดไทยประกาศมาคำนวณ แต่การประกาศ 2 ครั้งหลังแยกผู้มีสัญชาติไทย กับผู้ไม่มีสัญชาติไทย การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็ไม่เกิดปัญหา แต่ครั้งนี้เกิดปัญหาชวนสงสัย ขอยืนยันสำนักงาน กกต.และ กกต. ทำงานภายใต้กฎหมายไม่ได้คิดขึ้นเอง คำว่าราษฎรตามความเข้าใจของคนทั่วไปอาจถูก แต่ราษฎรตามกฎหมายที่นำมาใช้มีคนบอกเอาต่างด้าวมาคำนวณด้วย ขอชี้แจงว่าไม่ใช่
แจงไม่ใช่แรงงานต่างด้าว
ราษฎรตามกฎหมายทะเบียนราษฎร 1.คนไทยแท้ๆ คือผู้มีเลข 3 นำหน้าในบัตรประจำตัวประชาชน โดยคนที่เป็นราษฎรได้มี 2 ประเภท 1.คนไทย 2.คนไม่มีสัญชาติไทย คนไม่มีสัญชาติไทยจะถือเป็นราษฎรมี 2 เงื่อนไข คือ ไม่ใช่คนที่เป็นแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในไทย คนที่เป็นราษฎร หนึ่งต้องมีเลขประจำตัว 13 หลักทุกคน แต่คนต่างด้าวจะได้รับเลข 13 หลักต้องเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายไทย คือ พ.ร.บ.บัตรประชาชน และกฎหมายทะเบียนราษฎรเป็นเรื่องความมั่นคง คนต่างด้าวประเภทนี้ถือเป็นประเภทที่ 8 ไม่ถือสัญชาติไทย ได้รับอนุญาตให้อยู่ในเมืองไทยโดยถูกกฎหมาย และมีใบสำคัญคนต่างด้าวหรือคนที่แปลงสัญชาติ
เงื่อนไขที่สองมีทะเบียนบ้านในประเทศ ไทย ไม่ใช่แรงงานต่างด้าวที่มาทำงาน แม้จะเข้าเมืองถูกกฎหมายก็จริง แต่ไม่เข้า 2 เงื่อนไข จึงไม่ถือเป็นราษฎร แต่ต่างชาติที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายทะเบียนราษฎรจึงมีสิทธิที่จะได้รับบริการ ทำงานให้บ้านเราเสียภาษี ซึ่งคนกลุ่มนี้นำมาใช้ในการคำนวณจำนวน ส.ส. เท่านั้น ไม่ใช่ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง
“คนไทยไม่ได้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ถ้า ไม่เข้าเกณฑ์หรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ราษฎรมีสองประเภทคือ 1.คนไทย 2.คนไม่มีสัญชาติไทย ไม่ใช่ราษฎรตามความรู้สึกนึกคิดของใคร ส่วนเรื่องการแบ่งเขต เราทำตามกฎหมาย ไม่ได้บอกว่าแบ่งเพื่อให้คนพอใจ ยิ่งครั้งนี้มีเกณฑ์ให้จำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกันมากที่สุด เช่น กรุงเทพฯ มี 50 เขตการปกครอง มีเขตเลือกตั้ง 33 เขต เมื่อคำนวณเขตต้องมีการผ่าแขวง เหมือนโคราชก็ต้องผ่าอำเภอ ผู้สมัครครั้งนี้น่าจะมีการแข่งขันเข้มข้น 5-6 พรรค หวังชัยชนะทุกพรรค ทุกคนมีฐานเสียงตัวเอง เราแบ่งตามกฎหมาย ไม่รู้ว่าใครจะได้ประโยชน์ แต่ตอบได้ว่าเราทำตามกฎหมาย” นายแสวงกล่าว
‘สมชัย’เตือนให้ยื่นศาลตีความ
ที่สำนักงานกกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) ให้สัมภาษณ์กรณีกกต. เอาราษฎรที่ไม่ใช่สัญชาติไทยมาอยู่ในการคำนวณจำนวน ส.ส.ของแต่ละจังหวัดว่า เป็นการตีความคำว่าราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 86 แต่ยังมีคนที่มีความเห็นต่างจาก กกต.ว่าควรเป็นคนที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น ซึ่งในความต่างกันนี้มีต่างกันถึง 980,000 คน และจำนวนนี้ไปหนักอยู่ที่จ.เชียงใหม่ เชียงราย และตาก ทำให้ 3 จังหวัดนี้เมื่อคำนวณส.ส.แล้วจะมีส.ส.เพิ่มมาจังหวัดละ 1 คน
สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังแบ่งเขตคือ การไปเอาคนที่ไม่มีสัญชาติไทยมาในบางเขตเลือกตั้งในอำเภอที่มีคนที่ไม่มีสัญชาติไทยมาอยู่เป็นจำนวนมากราวๆ แสนคน เช่น อ.แม่อาย ฝาง เวียงแหง และไชยปราการ อำเภอเหล่านี้เมื่อแบ่งเขตเลือกตั้งจะดูดีมีจำนวนราษฎรใกล้เคียงกัน แต่เวลาเลือกตั้งจริง ราษฎรที่มีสิทธิเลือกตั้งอาจจะมีไม่ถึงครึ่ง ทำให้ในอำเภอหรือเขตเลือกตั้งนี้มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อยมาก และกลายเป็นว่าเรื่องอำนาจอิทธิพล การซื้อเสียงต่างๆ จะมีโอกาสใช้ได้ผลอย่างเต็มที่
เมื่อกกต. ยังมีโอกาสที่จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยคำว่า ราษฎร ตามมาตรา 86 คืออะไร จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ กกต.ทำงานได้มั่นคง ปลอดภัยมากขึ้น เมื่อเตือนแล้วนั่นคือรู้แล้วแต่ยังไม่ดำเนินการ ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่อร้ายแรง ถ้ามีการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้สมัครรับเลือกตั้งใน 40 เขตนั้นก็น่าจะเป็นเงินหลายร้อยล้านบาท ถ้าผิดจริงเรื่องนี้ต้องชดใช้ตามตัวบุคคลไม่สามารถนำเงินราชการมาชดใช้ได้
จี้เอาผิด-พักงาน‘ประวิตร’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชัยได้ยื่นหนังสือต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบการใช้ตำแหน่งหน้าที่ และทรัพยากรของรัฐ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการหาเสียงเลือกตั้ง เข้าข่ายกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) การเลือกตั้งส.ส. มาตรา 78 มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 20 ปี ตามมาตรา 149 จากกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ลงพื้นที่ตรวจราชการ และติดตาม การดำเนินโครงการด้านทรัพยากรน้ำที่ จ.นครปฐม และจ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2566 ช่วงเวลา 14.00 น.
นายสมชัยกล่าวว่า การเดินทางตรวจราชการดังกล่าวของพล.อ.ประวิตร ซึ่งไม่ใช่การลาราชการ แต่เป็นการปฏิบัติราชการแน่นอน แต่กลับมีผู้สมัครส.ส.ของพปชร.ร่วมคณะไปด้วย มีการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกณฑ์ประชาชนมารับฟังการปราศรัย มีเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ข้าราชการในพื้นที่ มาร่วมรับคณะ ผู้ตรวจราชการ ตลอดจนใช้ทรัพยากร เช่น รถยนต์ น้ำมัน ของคณะผู้ตรวจราชการ รวมทั้งพล.อ.ประวิตรได้เรียกผู้สมัครของพรรคมาแนะนำตัวกับประชาชน พร้อมกับขอให้ เลือกผู้สมัครของพปชร.ในการเลือกตั้งส.ส. ที่จะมีขึ้น
การกระทำดังกล่าวของพล.อ.ประวิตร ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองนายกฯ มีสถานะเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 78 และแนวทางในการหาเสียงของ กกต. กกต.มีอำนาจสั่งให้ยุติการกระทำ และควรดำเนินการเร่งด่วน โดยควรสั่ง หรือเตือน รวมทั้งต้องแจ้งไปยังนายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาเพื่อให้ตักเตือน และสั่งสอบวินัย ถ้ายังคงให้พล.อ.ประวิตรปฏิบัติหน้าที่รองนายกฯต่อไป จะเป็นปัญหาอุปสรรคทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นกลาง ก็สามารถสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าการเลือกตั้ง จะแล้วเสร็จ และสัปดาห์หน้าจะมาร้องรอง นายกฯอีกคนหนึ่ง ที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ และทรัพยากรของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการหาเสียงเช่นเดียวกัน ซึ่งเอกสารหลักฐานมีมากถึง 50 หน้า
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อนายสมชัยยื่นเรื่องร้องเรียนกรณีพล.อ.ประวิตร ต่อ กกต.แล้ว ต้องให้กกต.เป็นผู้วินิจฉัย ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร มีความ สุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า กรณีนี้ไม่มีความสุ่มเสี่ยง แต่กรณีอื่นไม่แน่ การเดินทางไปตรวจราชการ ถือเป็นการทำงาน ซึ่งรัฐมนตรีคนอื่นไม่ว่าในสมัยใดก็ทำเช่นนี้ทั้งนั้น เพราะในเมื่อมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ก็ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ ถ้าเขาจะไปทำอย่างอื่นโดยอยู่ในช่วงเวลาหลังราชการ ก็สามารถทำได้
รมต.หนีกระทู้-พท.ฉีกเอกสาร
เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม ได้แจ้งว่า วันนี้กระทู้ถามทุกประเภทถูกเลื่อนไม่มีรัฐมนตรีมาตอบ แต่มีสมาชิกลงชื่อ 206 คน ถือว่ายังไม่ครบองค์ประชุม 210 คน จึงขอเวลา 6 นาที จัดเตรียมนำเอกสารการพิจารณาวาระถัดไป
ต่อมาเวลา 10.40 น. นายชวน แจ้งว่า เมื่อมีสมาชิกมาลงชื่อ 218 คน ถือว่าครบองค์ประชุม 210 คน จึงขอเปิดประชุมและให้สมาชิกใช้สิทธิฝากข้อสังเกตกระทู้ที่เสนอมา มีเพียงนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพียงคนเดียวที่มาตอบกระทู้ทั่วไป เรื่อง ที่อยู่อาศัยที่ทุกคนเข้าถึงได้ของนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แทนนายกฯ และนายชวน ได้ให้ส.ส.ที่ตั้งกระทู้ถามสด ฝากข้อสังเกตถึงรัฐมนตรี
นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พท. กล่าวว่า ตนตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เรื่องความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ซึ่งปัญหา PM2.5 และมลพิษของประเทศไทยขึ้นอยู่ที่อันดับต้นของโลก เป็นที่น่าเสียหน้า น่าเสียใจ น่าเสียดาย และน่า เสียความรู้สึก กับผู้ที่ต้องเผชิญกับปัญหาเช่นนี้ในประเทศไทย โดยแหล่งที่มาของประเด็นปัญหาได้มีการพูดมาก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงข้อเสนอในการแก้ไขได้มีการเสนอในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไปหมดแล้ว
“ท่านยังไม่มาเผชิญหน้า วิ่งหนีปัญหา ในเมื่อท่านทำตัวเป็นที่พึ่งไม่ได้ ท่านก็อย่ากระเสือกกระสน อยากจะทำตัวมาเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารของประเทศอีก สิ่งเหล่านี้ มันมากเกินไปแล้ว กับปัญหาต่างๆ ที่พวกเราเผชิญ พ่อแม่พี่น้องต้องมาเสียชีวิต เสียสุขภาพ พ่ออุ้ย แม่อุ้ย บนดอยผม อยู่บนดอยไม่ได้เพราะหายใจไม่ออก ไม่เหมือนพวกท่าน”
จากนั้น นายจักรพลได้ฉีกเอกสารซึ่งเป็นเนื้อหาในการตั้งกระทู้ถามนายกฯ กลางสภา พร้อมกล่าวว่า ตนไม่เคยได้ใช้เอกสารชุดความรู้ที่เตรียมมากับนายกฯ เลย เตรียมเอกสารมาพูดกับนายกฯ หลายครั้ง จึงขออนุญาตฉีกเอกสารที่เตรียมมา
‘ชวน’กรีดฝ่ายค้าน
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ของสภาที่เป็นไปด้วยความขรุขระ วันนี้ ครม.มาตอบกระทู้เพียง 1 กระทู้ แบบนี้สัปดาห์ที่จะอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ครม.จะมาพิจารณาหรือไม่ วันนี้พี่น้องประมงมาติดตามการพิจารณาของสภาแล้วจะทำอย่างไรกัน เพราะปัญหาของพี่น้องประชาชนต้องได้รับการ พูดคุย แต่ครม.ไม่เห็นความสำคัญ
นายชวนกล่าวว่า วันนี้มีพี่น้องชาวประมงมาจากหลายจังหวัด สภาจึงขึ้นป้ายต้อนรับ แต่ถ้าเราอยู่ประชุมตั้งแต่สัปดาห์ก่อนกฎหมายนี้ก็พิจารณาเสร็จไปแล้ว แต่พอเหลืออีก 3 สัปดาห์สุดท้ายก็รู้สึกเห็นคุณค่าขึ้นมา ยังดีที่เรายังพูดอย่างนี้เพราะพี่น้องชาวประมงจะ ได้รู้ว่าเราจะอยู่ประชุม ส่วนผลงานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) คือสิ่งที่เราต้องใช้งบประมาณมาก ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของสภาหากหารือนอกรอบร่วมกันอาจนัดประชุมเพิ่มวันศุกร์
นายชวนยังแจ้งที่ประชุมให้ทราบถึงสมาชิกที่ลาออกจาก ส.ส. และลาออกจากพรรคการเมือง 7 คน คือ 1.นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี พปชร. 2.นางเจริญ เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พปชร. 3.นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 4.นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว พปชร. 5.นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร พปชร. 6.นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย และ 7.นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย พปชร. ทำให้มีจำนวนสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 420 คน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งคือ 210 คน
มีรายงานว่า วันนี้ มีส.ส.ลาประชุม ล่วงหน้า 33 คน โดยมาจากทุกพรรค
แซวภูมิใจไทยรีบกลับสภา
ส่วนการประชุมสภาช่วงบ่าย การพิจารณากฎหมายแต่ละฉบับเป็นไปด้วยความหวาดเสียว เพราะหลายครั้งประธาน ต้องใช้เวลารอให้สมาชิกกดแสดงตนจนกว่าจะครบองค์ประชุม 210 เสียง
ในเวลา 14.10 น. เข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. วาระ 2-3 มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ภายหลังเปิดให้สมาชิกอภิปราย ซึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะกมธ.ไม่มีการแก้ไข และไม่มีผู้สงวนคำแปรญัตติ นายศุภชัย จึงเปิดให้ลงมติ ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ด้วยคะแนน 174 ต่อ 2 คะแนน งดออกเสียง 35 คะแนน และไม่ลงคะแนน 2 คะแนน ซึ่งคะแนนรวมถือว่าเกินองค์ประชุมมาเพียง 3 คะแนน โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณ 20 นาที
ส่วนร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่ครม.เป็นผู้เสนอ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ผลการลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 ปรากฏว่าคะแนนทับเส้นองค์ประชุมพอดีเป๊ะ คือ 210 คะแนน จากนั้นตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาพิจารณา
ช่วงก่อนลงมติ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษี อากรฯ นายชวน ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งว่า วันนี้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่ 1 ยังคงป่วยอยู่ ส่วนนายศุภชัยได้ลา ไปประชุม ภท.ในช่วงบ่าย แต่ตนได้ขอนายศุภชัยแล้วว่าให้บอกพรรคพวกรีบกลับมาที่สภา เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 พ.ศ. … มิฉะนั้นชาวประมงจะตามไปถึงบ้าน
สภาล่ม-ทุบสถิติองค์ประชุมต่ำ
ต่อมาเวลา 15.30 น. เข้าสู่วาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. … 7 ฉบับ ที่เสนอโดย ครม. และพรรคการเมืองต่างๆ หลังจากชาวประมงจำนวนมากมายื่นหนังสือถึงหลายพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ขอให้ช่วยสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อปลดล็อกเงื่อนไขการจำกัดสิทธิการประมงในหลายเรื่อง และแก้ไขเรื่องใบอนุญาตการทำประมง โดยการอภิปรายส.ส.ทุกพรรคทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน พร้อมใจกันสนับสนุน ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้
หลังจากแสดงความคิดเห็นเสร็จสิ้นนานกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที เพื่อเตรียมตัวลงมติวาระรับหลักการ ปรากฏว่าส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและส.ส.ฝ่ายค้าน อาทิ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พท. พากันเรียกร้องให้ปิดประชุม เพื่อไปลงมติร่างกฎหมายในครั้งต่อไป เพราะมีจำนวนสมาชิกอยู่ในห้องประชุมบางตา มีแนวโน้มไม่ครบองค์ประชุม
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา คน ที่ 2 ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ยืนยันให้ลงมติทันที เพราะพี่น้องชาวประมงรออยู่ ถ้าไม่โหวตวันนี้ก็ไม่รู้จะนำกลับมาพิจารณาได้ทันหรือไม่ เพราะยังมีขั้นตอนพิจารณาในวุฒิสภาอีก ควรโชว์ให้เห็นว่าใครรักชาวประมงจริงหรือรักแต่ปาก
ระหว่างรอตรวจสอบองค์ประชุม มี ส.ส. ตะโกนเสียงลอดผ่านไมค์ว่า สถิตินี้น้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้ว หลังจากรอให้สมาชิกแสดงตนอยู่นาน ปรากฏว่ามี ส.ส.แสดงตนเพียง 93 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม นายศุภชัย จึงสั่งปิดประชุมเวลา 18.24 น. ซึ่งถือว่าสภาล่มครั้งที่ 6 ของปี 2566

ร่วมเสวนา – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อม แกนนำพรรค ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการท่องเที่ยวกับตัวแทนผู้ประกอบการในพื้นที่ทะเลบัวแดง สถานที่ท่องเที่ยวดัง อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 9 ก.พ.