เหยื่อดินไหวตุรกีวอนช่วยส่งศพ

ปภ.ส่งทีมพร้อมอุปกรณ์และกู้ภัย รวมทั้งเวชภัณฑ์ เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติการกู้ภัยหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ที่ตุรกี พ่อ-แม่สาวชัยภูมิแม่ร่ำไห้หัวใจแทบสลาย ลูกสาว เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว อยากให้รัฐบาลช่วยนำศพกลับบ้านเกิด เผยสูญเสียเสาหลักขาดคนหาเลี้ยงดูครอบครัว ที่ผ่านมาส่งเสีย เงินที่ได้จากการทำงานต่างประเทศมาจุนเจือทุกเดือน เพิ่งโทร.คุยกันก่อนธรณีพิโรธเพียงวันเดียว ด้าน‘รมต.เฮ้ง’แสดงความเสียใจ สั่งหน่วยงานในสังกัดรุดเยี่ยมให้กำลังใจญาติ พร้อมดูแลและมอบสิทธิประโยชน์ช่วยเหลือทันที

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวในตุรกีว่า ล่าสุดกระทรวงแรงงานได้รับทราบข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศว่า พบคนไทยเสียชีวิต 1 ราย ที่ซากปรัก หักพังของอาคารในเมืองอิสเกนเดอรุน จังหวัดฮาตาย ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวในตุรกี ทันทีที่ทราบข่าวดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ห่วงใยและแสดงความเสียใจ กับครอบครัวคนไทยที่เสียชีวิต ตนจึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูล และให้ความช่วยเหลือตามกฎหมาย ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ตนได้สั่งการให้กรมการจัดหางานและสำนักงานประกันสังคม ตรวจสอบข้อมูล พบว่า ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าว ชื่อ น.ส.ชไมพร หอมสันเทียะ อายุ 29 ปี เป็นชาวจังหวัดชัยภูมิ ได้เดินทางไปทำงานเป็นพนักงานนวดที่สปาของโรงแรมในเมือง ดังกล่าว โดยเดินทางด้วยตนเอง ไม่ได้แจ้ง การเดินทางผ่านกรมการจัดหางาน และไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางาน ไปทำงานในต่างประเทศ จึงไม่ได้รับการ ช่วยเหลือจากกองทุน

“ทั้งนี้ น.ส.ชไมพร เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนเมื่อปี 2558 มีเงินชราภาพอยู่จำนวน 11,337.10 บาท รวมดอกผล จำนวน 3,679.96 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 15,017.06 บาท ซึ่งสิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะจ่ายให้บิดามารดาของ น.ส.ชไมพร ซึ่งเป็นทายาทตามกฎหมาย” นายสุชาติกล่าว

ด้านนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่านายสุชาติได้สั่งการให้แรงงานจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตนำทีมหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้านของแรงงานไทยรายนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมให้ประกันสังคมจังหวัดชัยภูมิ มอบสิทธิประโยชน์แก่บิดามารดา ซึ่งเป็นทายาทตามกฎหมายของแรงงานไทยที่เสียชีวิตด้วย

“ขอย้ำเตือนให้แรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ ขอให้เดินทางไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อจะได้สิทธิประโยชน์การคุ้มครองกรณี เกิดเหตุฉุกเฉินในต่างประเทศตามกฎหมาย” นายบุญชอบกล่าว

ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ในนามรัฐบาลไทยมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเบื้องต้นให้แก่รัฐบาลสาธารณรัฐตุรกีผ่าน นางแซรัป แอร์ซอย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศ ไทย โดยกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่จังหวัดคาห์รามันมาราช สาธารณรัฐทูร์เคีย (ตุรกี) ซึ่งห่างจากกรุงอังการาประมาณ 580 กิโลเมตร และบริเวณใกล้เคียง พร้อมขอมอบความช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 5 ล้านบาท แก่รัฐบาลตุรกี และรัฐบาลไทยจะได้จัดส่ง ทีมหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความช่วยเหลืออื่นๆ ตามความต้องการ พร้อมหวังว่า รัฐบาลและประชาชนตุรกีจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้โดยเร็ว โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากตุรกีต้องการความช่วยเหลือขอให้ประสานผ่านมายังกระทรวงการต่างประเทศ

“ในวันนี้ได้มีการมอบเงินจำนวนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาในตุรกี ซึ่งประเทศไทยได้เตรียมความพร้อม จัดชุดทีมกู้ภัยให้พร้อม และให้ตรงกับความต้องการของตุรกี ซึ่งหวังว่าสถานการณ์นี้จะเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งในวันนี้ก็เป็นการแสดงความจริงใจ และมิตรต่อกันระหว่างไทยและตุรกี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รับทราบมีหญิงชาวไทย 1 ราย เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วย และขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างมาก และได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เร่งประสานงานกับทางการตุรกีเพื่อดำเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลตุรกีช่วยดูแลชาวไทยซึ่งบางรายอาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวที่ทางการตุรกีจัดหาให้ด้วย นอกจากนี้ ยังไม่มีรายงานว่าคนไทยได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม และยังมีคนไทยดำรงชีวิต อยู่ในตุรกีรวม 30 ราย ซึ่งบางรายอาศัยอยู่ ในที่พักพิงชั่วคราวที่ทางการตุรกีจัดหาให้ รวมทั้ง คืนวันที่ 9 ก.พ.ทีมช่วยเหลือ/กู้ภัย จำนวน 42 นายจะเดินทางไปตุรกี พร้อมสิ่งของสำหรับการกู้ภัย การบรรเทาสาธารณภัย และเวชภัณฑ์

พ่อแม่โฮ – พ่อแม่ร่ำไห้หลังทราบข่าว น.ส.ชไมพร หอมสันเทียะ อายุ 29 ปี ลูกสาวที่ไปทำงานนวดสปาที่ประเทศตุรกี เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว วอนรัฐบาลช่วยเหลือนำศพกลับบ้าน อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 9 ก.พ

ด้านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกี ประจำประเทศไทย กล่าวว่าขอบคุณน้ำใจของรัฐบาลไทย และประชาชนไทยในโอกาสนี้ โดยได้เห็นถึงน้ำใจและความช่วยเหลือของ ทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ประชาชน และภาคเอกชนที่ได้ส่งกำลังใจ และแสดงความช่วยเหลือมาทางสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทยอย่างมากมาย เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก หนักที่สุดครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ มิตรประเทศได้แสดงน้ำใจ ความช่วยเหลือ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเพื่อนแท้ของตุรกี เชื่อว่าตุรกีจะผ่านเหตุการณ์ที่ยากลำบากครั้งนี้ไปได้ พร้อมกล่าวขอบคุณอีกครั้งสำหรับความช่วยเหลือและกำลังใจของประเทศไทยในครั้งนี้

เวลา 16.00 น. วันเดียวกันนี้ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือปภ.จะมีการ รวมตัวกันของทีม Meduim USAR Thailand จำนวน 42 นาย พร้อมอุปกรณ์ค้นหาและกู้ภัย รวมทั้งเวชภัณฑ์และสิ่งของจำเป็น เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติการ ซึ่งพร้อมออก เดินทางในคืนวันเดียวกันนี้โดยใช้ชื่อปฏิบัติการว่า Thailand for Turkey ทั้งนี้ ปภ.จะรายงานความคืบหน้าของปฏิบัติการครั้งนี้ ได้ทาง Facebook : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ Twitter : @DDPMNews เป็นระยะ

สำหรับกรณีคนไทยต้องการความช่วยเหลือจำเป็นเร่งด่วน สามารถติดต่อหมายเลขฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูตฯ +90 533 641 5698 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และทาง Facebook Page สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้อีกด้วย ทั้งนี้ ญาติของคนไทยที่อาจได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ สามารถติดต่อ กรมการกงสุล (กองคุ้มครองและดูแล ผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ) ถนนแจ้งวัฒนะ หรือที่ Call Center 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือคนไทยที่เดินทางมาชั่วคราวหรือพำนักในตุรกีลงทะเบียนเพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับการประสานงานให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน โดยสามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://forms.gle/BKZJXYj7MFdDHZ3t6 นี้ โปรดติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตฯ กระทรวงการต่างประเทศ หรือสื่อท้องถิ่นของตุรกีที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด หากมีพัฒนาการเพิ่มเติม ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ จะประชาสัมพันธ์โดยเร็วที่สุดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกรณีที่มีหญิงชาวไทย 1 ราย เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี ถูกพบใต้ซากปรักหักพังของอาคารในเมืองอิสเกนเดอรุน ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว สถานทูต ได้แจ้งไปยังครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตแล้ว และกำลังเร่งประสานงานกับทางการตุรกี เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทราบชื่อ น.ส.ชไมพร หอมสันเทียะ อายุ 29 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 1 บ้านห้วยแย้ ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 1 บ้านห้วยแย้ ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ พบกับนางบุญชู หอมสันเทียะ อายุ 56 ปี นายเคน หอมสันเทียระ อายุ 53 ปี ผู้เป็นแม่ และพ่อ น.ส.ชไมพร เพื่อนบ้านและหน่วยงานราชการในพื้นที่ ลงมาตรวจสอบและให้กำลังใจแม่ และพ่อที่ลูกสาวเสียชีวิตอย่างกะทันหันในต่างแดน

นางบูญชูเล่าให้ฟังว่า ด้วยทางบ้านฐานะยากจน น.ส.ชไมพร หรือน้องดาว ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตจึงดิ้นรนไปทำงานนวดแผนโบราณ หรือนวดสปา ที่ประเทศจอร์เจีย มากว่า 5 ปีแล้ว และได้ย้ายมาทำงานที่ ประเทศตรุกี เมื่อไม่นานมานี้ หลังโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ครั้งสุดท้ายได้โทร.คุยกันเมื่อ วันเสาร์ที่ผ่านมา จนเกิดแผ่นดินไหววันอาทิตย์ยังไม่ทราบว่าน้องดาวเสียชีวิต แต่ติดต่อ กับลูกสาวไม่ได้ จนมาทราบอีกว่ามีคนไทย เสียชีวิต 1 คน และเป็นคนชัยภูมิ เมื่อมองเห็นภาพตามข่าวมั่นใจทันทีเป็นน้องดาว ลูกสาว ตนและครอบครัวแทบช็อก เพราะน้องดาวนับว่าเป็นเสาหลักของครอบครัว หาเงินส่งมาให้พ่อแม่เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวเป็นประจำ และก่อนที่น้องดาวจะเสียชีวิต ได้ฝันเห็น น้องดาวกลับมาบ้านเป็นเด็กเล็กนั่งเล่นที่ หน้าบ้าน เมื่อแม่เรียกได้หายตัวไป และอยากฝากวอนถึงรัฐบาลช่วยนำร่างน้องดาวกลับบ้านเกิดที่ชัยภูมิโดยเร็ว

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเวียดนาม ขนาด 4.5 แม็กนิจูด เมื่อเวลา 06.10 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางที่ 14.948?N, 108.286 E แผ่นดินไหวครั้งนี้มีความลึก 10 กิโลเมตร ห่างจาก อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 370 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

ด้านกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานการติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหว (small yellow diamond) วันนี้ (9 ก.พ.) เวลา 06.10 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวบนบกขนาด 4.5 ความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณประเทศเวียดนาม ห่างจากจังหวัดอุบลราชธานี ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 370 ก.ม.

สาเหตุเกิดจากกลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง ที่พาดผ่านเมือง Quang Ngai มีการเลื่อนตัวตามแนวระนาบเหลื่อมขวา (Right lateral strike slip fault) เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายและไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน